รับแอปรับแอป

ปวดหลังบ่อยควรทานอะไร ดูแลจากภายในเพื่อบรรเทาอาการและเสริมความแข็งแรงของร่างกาย

cloudy02-27

อาการปวดหลังเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยทำงานที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ คนที่ยกของหนักเป็นประจำ หรือแม้แต่ผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกเสื่อม หลายคนอาจเลือกแก้ปัญหาด้วยการทายา กินยาแก้ปวด หรือทำกายภาพบำบัด ซึ่งล้วนช่วยบรรเทาอาการได้ในระดับหนึ่ง

แต่สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือ “โภชนาการ” เพราะอาหารที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละวันมีผลต่อการอักเสบของกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกระดูก และการฟื้นฟูเนื้อเยื่อโดยตรง

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ปวดหลังบ่อยควรทานอะไร เพื่อช่วยบรรเทาอาการและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจแบบครบถ้วน อ่านง่าย และนำไปปรับใช้ได้จริง


ทำไมอาการปวดหลังจึงเกิดขึ้นได้บ่อย

ก่อนจะเลือกอาหารที่เหมาะสม เราควรเข้าใจสาเหตุของอาการปวดหลังเสียก่อน โดยทั่วไปอาการปวดหลังอาจเกิดจาก

กล้ามเนื้อตึงหรืออักเสบ
ท่าทางการนั่งหรือยืนที่ไม่ถูกต้อง
หมอนรองกระดูกเสื่อม
ภาวะกระดูกพรุน
ความเครียดสะสม
การขาดสารอาหารบางชนิด

เมื่อร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมกล้ามเนื้อและกระดูก อาการปวดอาจเกิดขึ้นง่ายและหายช้ากว่าปกติ ดังนั้น การดูแลจากภายในจึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญ


อาหารต้านการอักเสบ ลดอาการปวดจากต้นเหตุ

การอักเสบเป็นกลไกหลักที่ทำให้เกิดอาการปวด โดยเฉพาะอาการปวดกล้ามเนื้อและข้อ การเลือกอาหารที่ช่วยลดการอักเสบจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

ปลาที่มีโอเมก้า 3 สูง
เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน โอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย และสนับสนุนสุขภาพข้อต่อ

ถั่วและเมล็ดพืช
อัลมอนด์ วอลนัต เมล็ดเจีย มีไขมันดีและสารต้านอนุมูลอิสระ

ผักใบเขียวเข้ม
คะน้า บรอกโคลี ผักโขม มีสารต้านการอักเสบและแร่ธาตุสำคัญ

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี
อุดมด้วยสารแอนโทไซยานิน ช่วยลดการอักเสบและเสริมภูมิคุ้มกัน

การรับประทานอาหารกลุ่มนี้อย่างสม่ำเสมออาจช่วยลดความรุนแรงของอาการปวดได้ในระยะยาว


แคลเซียมและวิตามินดี เสริมความแข็งแรงของกระดูก

หากอาการปวดหลังเกี่ยวข้องกับภาวะกระดูกบางหรือกระดูกเสื่อม การเสริมสารอาหารที่ช่วยดูแลกระดูกมีความสำคัญมาก

แคลเซียม
พบในนม โยเกิร์ต เต้าหู้ งา และปลาเล็กปลาน้อย ช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูก

วิตามินดี
ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น ได้จากแสงแดดอ่อนยามเช้า ปลา และไข่แดง

การได้รับแคลเซียมเพียงพอร่วมกับวิตามินดี จะช่วยลดความเสี่ยงกระดูกพรุนและลดอาการปวดที่เกิดจากโครงสร้างกระดูก


แมกนีเซียม ตัวช่วยคลายกล้ามเนื้อ

อาการปวดหลังจำนวนมากเกิดจากกล้ามเนื้อตึงหรือเกร็ง แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่ช่วยในการคลายกล้ามเนื้อและลดการหดเกร็ง

แหล่งอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง ได้แก่
กล้วย
อะโวคาโด
ถั่วต่าง ๆ
ธัญพืชไม่ขัดสี

การได้รับแมกนีเซียมเพียงพออาจช่วยลดอาการตะคริวและความตึงของกล้ามเนื้อหลังได้


โปรตีนกับการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ

กล้ามเนื้อที่ใช้งานหนักต้องการโปรตีนเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟู หากร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ การฟื้นตัวจะช้าลง

แหล่งโปรตีนที่ดี ได้แก่
ไข่
อกไก่
ปลา
เต้าหู้
ถั่ว

การกระจายการกินโปรตีนในแต่ละมื้อจะช่วยให้ร่างกายใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น


วิตามินซี ช่วยสร้างคอลลาเจนให้ข้อต่อ

คอลลาเจนเป็นส่วนสำคัญของกระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน วิตามินซีมีบทบาทในการสร้างคอลลาเจน

ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น
ส้ม
กีวี
ฝรั่ง
สตรอว์เบอร์รี

การได้รับวิตามินซีเพียงพอช่วยให้เนื้อเยื่อแข็งแรงและลดการอักเสบ


ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทใด

นอกจากเลือกอาหารที่ดีแล้ว การหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดก็สำคัญ

อาหารแปรรูป
อาหารทอด
น้ำตาลสูง
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

อาหารเหล่านี้อาจกระตุ้นการอักเสบและทำให้อาการปวดรุนแรงขึ้น


การดื่มน้ำสำคัญกว่าที่คิด

หมอนรองกระดูกสันหลังต้องการน้ำเพื่อคงความยืดหยุ่น การดื่มน้ำไม่เพียงพออาจทำให้โครงสร้างรองรับแรงกระแทกเสื่อมเร็วขึ้น

ควรดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวัน เพื่อช่วยให้ระบบไหลเวียนและการฟื้นฟูทำงานได้ดี


อาหารเสริมที่อาจช่วยได้

ในบางกรณี การเสริมอาหารอาจเป็นทางเลือก เช่น

น้ำมันปลา
กลูโคซามีน
คอลลาเจน
แมกนีเซียม

อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มใช้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว


โภชนาการควบคู่กับการดูแลพฤติกรรม

แม้อาหารจะมีบทบาทสำคัญ แต่การดูแลอาการปวดหลังควรทำควบคู่กับ

การปรับท่าทางการนั่ง
การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
การออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว
การพักผ่อนเพียงพอ

การดูแลแบบองค์รวมจะช่วยลดอาการปวดได้ยั่งยืนกว่า

อาการปวดหลังเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งกล้ามเนื้ออักเสบ ท่าทางไม่เหมาะสม หรือภาวะกระดูกเสื่อม การดูแลด้วยโภชนาการที่เหมาะสมจึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญ

อาหารที่ช่วยลดการอักเสบ เช่น ปลาโอเมก้า 3 ผักใบเขียว และผลไม้ตระกูลเบอร์รี มีส่วนช่วยบรรเทาอาการ ขณะที่แคลเซียมและวิตามินดีช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูก แมกนีเซียมช่วยคลายกล้ามเนื้อ และโปรตีนช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

ควบคู่กับการหลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้นการอักเสบ ดื่มน้ำเพียงพอ และปรับพฤติกรรมการใช้ร่างกาย จะช่วยลดอาการปวดหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ท้ายที่สุด อาหารไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้อาการหายทันที แต่เป็นพื้นฐานสำคัญของการฟื้นฟูระยะยาว เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนและสมดุล กล้ามเนื้อและกระดูกก็จะแข็งแรงขึ้น พร้อมรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น 💪🦴