รับแอปรับแอป

ดราม่า HORSES ยังไม่จบ นักพัฒนาโวย Epic Games “เงียบหาย” หลังแบนเกม ล่าสุด Epic ออกมาชี้แจงเหตุผลอย่างเป็นทางการ

Phanuphong.T02-09

กรณีเกมอินดี้สุดขัดแย้งอย่าง HORSES กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังจากนักพัฒนาอย่าง Santa Ragione ออกมากล่าวหา Epic Games ว่า “พูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และปล่อยให้ทีมงานถูกทิ้งไว้กลางทาง” ภายหลังเกมถูกแบนจาก Epic Games Store แบบกะทันหัน ก่อนเปิดตัวเพียงไม่นาน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด Epic Games ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการถึงเหตุผลเบื้องหลังการแบนเกมนี้ ซึ่งยิ่งทำให้ประเด็นเรื่อง เส้นแบ่งระหว่างเสรีภาพทางศิลปะ กับนโยบายคอนเทนต์ของแพลตฟอร์ม ถูกตั้งคำถามมากขึ้นกว่าเดิม


จุดเริ่มต้นของปัญหา HORSES ถูกแบนพร้อมกันจาก Steam และ Epic

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2025 เมื่อ HORSES เกมแนวจิตวิทยาสยองขวัญจากสตูดิโออินดี้อิตาลี Santa Ragione เตรียมเปิดตัวบน Epic Games Store

ก่อนหน้านั้น Epic เคย อนุมัติบิลด์ก่อนเปิดตัวแล้ว ทำให้ทีมงานมั่นใจว่าเกมจะได้วางขายตามแผน แต่เพียงไม่กี่วันก่อนเปิดตัว Epic กลับตัดสินใจ แบนเกมในนาทีสุดท้าย หลังจากที่ Valve เพิ่งสั่งแบนเกมนี้จาก Steam ไปก่อนหน้านั้นไม่นาน

ผลลัพธ์คือ Santa Ragione ถูกตัดช่องทางจำหน่ายจาก สองร้านเกม PC ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แบบไม่ทันตั้งตัว


Epic บอก “รักสตูดิโอ” แต่ AO คือเส้นที่ข้ามไม่ได้

ประเด็นกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อ Steve Allison ผู้จัดการ Epic Games Store ให้สัมภาษณ์กับ Game File โดยกล่าวว่า Epic “รัก” Santa Ragione แต่ไม่สามารถปล่อยเกม HORSES ได้ เพราะเกมถูกจัดเรตเป็น Adult Only (AO) ซึ่ง Epic ไม่อนุญาตให้วางขายบนแพลตฟอร์ม

คำพูดนี้กลายเป็นชนวนให้ Santa Ragione ออกมาตอบโต้แบบตรงไปตรงมาผ่านโซเชียล BlueSky


Santa Ragione โต้กลับ “Epic พูดไม่จริง และปล่อยให้เราถูก ghost”

Santa Ragione ระบุว่า Epic

  • ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาเกมที่ พิสูจน์ได้ว่าไม่ถูกต้อง

  • ปฏิเสธให้รายละเอียดเชิงลึกว่าจุดใดที่ละเมิดนโยบาย

  • ไม่เคยส่งเอกสารยืนยัน AO IARC certificate ที่อ้างถึง

  • และหลังจากยื่นอุทธรณ์แล้ว ก็แทบไม่ได้รับการสื่อสารใด ๆ อีก

ทางสตูดิโอกล่าวอย่างชัดเจนว่า

“Epic ไม่ได้รักสตูดิโอของเรา พวกเขาแค่เงียบหายไป”

Santa Ragione ยังย้ำว่า HORSES ได้รับ

  • PEGI 18

  • ESRB M (Mature)

ผ่านระบบ IARC อย่างเป็นทางการ ไม่ใช่เรต Adult Only ตามที่ Epic อ้าง


Epic Games ชี้แจงอย่างเป็นทางการ: เนื้อหาผิดนโยบาย และเข้าข่าย AO

หลังจากกระแสดราม่าลุกลาม Epic Games ได้ส่งคำชี้แจงอย่างเป็นทางการผ่าน Brian Sharon ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารอาวุโส โดยระบุว่า

  • ทีมงาน Epic ได้เล่นเกม HORSES และพบว่า ละเมิด Content Guidelines

  • เข้าข่ายทั้งหมวด Inappropriate Content และ Hateful or Abusive Content

  • Epic ทำการกรอกแบบประเมินเรต IARC ด้วยตัวเอง และผลคือ Adult Only (AO)

  • Epic ไม่อนุญาตเกมเรต AO บนร้านค้า

  • การตัดสินใจชัดเจนและยังคงเดิม แม้ทีมพัฒนาอุทธรณ์แล้ว

Epic ยอมรับว่าไม่มีใบรับรอง AO อย่างเป็นทางการให้ส่งต่อ เพราะการประเมินนี้ไม่ได้เกิดจากการส่งเกมเข้าระบบตามขั้นตอนปกติ


HORSES คือเกมแบบไหน ทำไมถึงขัดแย้งหนัก

HORSES เป็นเกมแนว psychological horror ขาวดำ ที่ตั้งใจเขย่าศีลธรรมและความสบายใจของผู้เล่น

ในเกม “ม้า” ไม่ใช่สัตว์ แต่คือมนุษย์เปลือยกาย สวมหน้ากากม้าแบบถาวร ถูกปฏิบัติราวกับปศุสัตว์

  • ถูกขังในคอก

  • ถูกใช้งานแรงงาน

  • ถูกแข่ง ถูกขี่

  • ถูกทำร้าย ทรมาน

  • มีการกล่าวถึงการล่วงละเมิดทางเพศ การทำร้ายร่างกาย และการตอน

ผู้เล่นถูกบังคับให้มีส่วนร่วมกับกิจวัตรเหล่านี้ เพื่อสะท้อนกระบวนการ “ทำให้ความโหดร้ายกลายเป็นเรื่องปกติ”


เส้นบางระหว่าง “รุนแรงทางศิลปะ” กับ “เนื้อหาต้องห้าม”

ฝ่ายสนับสนุนเกม รวมถึง Santa Ragione เห็นว่า แม้ HORSES จะรุนแรงทางอารมณ์ แต่ ไม่ได้มีความโจ่งแจ้งทางเพศหรือภาพกราฟิก เทียบเท่าเกมอื่นที่ยังวางขายได้ทั่วไป

พวกเขาชี้ให้เห็นว่า

  • มี walkthrough เต็มบน YouTube และ Twitch

  • วางขายได้บน GOG, itch.io และ Humble Store

ซึ่งสะท้อนว่าแต่ละแพลตฟอร์มมี เส้นจริยธรรมและนโยบายที่แตกต่างกัน


ผลกระทบกับนักพัฒนาอินดี้ และอุตสาหกรรมเกม

กรณี HORSES ทำให้เกิดคำถามใหญ่ในวงการว่า

  • แพลตฟอร์มควรมีอำนาจแค่ไหนในการตัดสินเนื้อหาทางศิลปะ

  • ระบบเรตติ้งเดียวกัน ทำไมผลลัพธ์ต่างกัน

  • นักพัฒนาอินดี้ควรพึ่งพาร้านเกมใหญ่เพียงใด

สำหรับสตูดิโอเล็ก การถูกแบนจาก Steam และ Epic พร้อมกัน อาจหมายถึง ความเสี่ยงต่อการอยู่รอดของทั้งบริษัท


สรุปภาพรวม

HORSES ไม่ใช่แค่เกมที่ถูกแบน แต่เป็นกรณีศึกษาของ

  • อำนาจแพลตฟอร์ม

  • เสรีภาพทางศิลปะ

  • และความไม่ชัดเจนของระบบจัดเรตเนื้อหา

แม้ Epic จะออกมาชี้แจงเหตุผลอย่างเป็นทางการแล้ว แต่คำถามสำคัญยังคงอยู่ว่า
ใครควรเป็นคนตัดสินว่า “รุนแรงเกินไป” และเส้นนั้นควรถูกขีดไว้ตรงไหน