นักท่องเที่ยวจีนหายกว่า 30% ททท.ต้องเดินเกมใหม่
ในปี 2568 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเดินทางมาไทยเพียง 4,473,992 คน ตัวเลขนี้ลดลงจากปีก่อนหน้ากว่า 33% แบบน่าใจหาย
ปี 2569 ททท.จึงต้องเร่งเดินหมากเร็ว ฟื้นทั้ง ความเชื่อมั่น และ ความอยากมาเที่ยวไทย ของนักท่องเที่ยวจีน โดยเน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ พร้อมโฟกัสเป็นพิเศษไปที่กลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่มองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีสไตล์ ปลอดภัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
เป้าหมายคือสร้างภาพประเทศไทยให้ชัดขึ้นในฐานะจุดหมายปลายทางที่ ทันสมัย ปลอดภัย และคุณภาพสูง ไม่ใช่แค่เที่ยวสนุก แต่ต้องเที่ยวแล้วรู้สึก “มั่นใจ” และ “ไว้ใจได้” ด้วย
กลยุทธ์ Content Marketing คือหมัดเด็ด
ททท.เลือกใช้ Content Marketing เป็นอาวุธหลัก ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่จากจีนระดับโลกอย่าง Tencent, WeTV และ Sichuan TV รวมถึงสื่อ Out of Home ในทำเลสำคัญ
เป้าหมายคือเล่าเรื่อง “ประเทศไทย” ในมุมมองใหม่ ที่ทั้งสดกว่า ทันสมัยกว่า และที่สำคัญคือย้ำภาพลักษณ์ความเป็นประเทศปลายทางที่ Trusted มากขึ้นในสายตานักท่องเที่ยวจีน
โครงการทั้งหมดถูกวางอยู่ภายใต้แนวคิด “Trusted Thailand” ที่ต้องการทำให้คนจีนรู้สึกมั่นใจเวลาตัดสินใจเลือกมาเที่ยวไทย
ประเทศไทยถูกรีแบรนด์ให้ชัดขึ้นว่าเป็น Quality Leisure Destination หรือจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนคุณภาพสูง ที่พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับทั้งประสบการณ์และมาตรฐานความปลอดภัย
ผนึก Tencent–WeTV–Sichuan TV ดันไทยผ่านรายการท่องเที่ยว
หนึ่งในหมากสำคัญคือการเข้าไปอยู่ในใจผู้ชมจีนผ่าน รายการวาไรตี้และคอนเทนต์บันเทิง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนจีนเสพทุกวัน
ททท.จับมือกับ Tencent และ WeTV ผลิตรายการดังนี้
“TASTEFUL THAILAND” – วาไรตี้ท่องเที่ยวเชิงอาหาร ที่ขน “เสน่ห์ไทย” มาเล่าผ่านอาหาร วัตถุดิบ และเครื่องปรุงที่สะท้อนรากวัฒนธรรมไทยในแต่ละภูมิภาค
- รายการจะพาผู้ชมไปสัมผัสตัวตนของไทยผ่านเมืองต่าง ๆ เช่น
เชียงใหม่
ขอนแก่น
เพชรบุรี
สุราษฎร์ธานี
ไม่ใช่แค่เที่ยว แต่คือการเล่าเรื่องว่าทำไมอาหารไทยแต่ละจาน ถึงมีที่มา มีภูมิปัญญา และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
อีกหนึ่งรายการคือ
“FOREVER by YOUR SIDE” – รายการออกเดตเชิงท่องเที่ยว ที่ใช้บรรยากาศโรแมนติกของไทยเป็นฉากหลัง
รายการนี้จะพาผู้ชมไปเห็นเสน่ห์ของ
แหล่งท่องเที่ยวสวย ๆ
กิจกรรมเชิงวัฒนธรรม
สถานที่สุดโรแมนติกในเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต และหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
แต่ละรายการมีความยาว 10 ตอน และถูกเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์ม Tencent Video ในจีน ซึ่งมีผู้ใช้งานต่อเดือนมากกว่า 500 ล้านคน รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ในเครือ Tencent และแพลตฟอร์ม WeTV ที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 160 ล้านบัญชีต่อเดือน
กล่าวง่าย ๆ คือ ททท.กำลังพา “ประเทศไทย” เข้าไปนั่งอยู่บนจอของคนจีนหลายร้อยล้านคน ผ่านคอนเทนต์บันเทิงที่ดูสนุก ไม่ยัดเยียดโฆษณาจนเกินไป แต่ทำให้คนดูอยากเก็บกระเป๋ามาไทยเอง
นอกจากนี้ ททท.ยังร่วมมือกับ Sichuan TV ผลิต TVC ภายใต้แคมเปญ “Play the New Thai Way” ที่ตั้งใจเล่า “ประสบการณ์ไทยมุมใหม่” ให้ต่างออกไปจากภาพจำเดิม ๆ
โฟกัสหลักของแคมเปญนี้คือ
กรุงเทพฯ ในมุมที่หลากหลายและทันสมัยขึ้น
จังหวัดพังงา ในฐานะพื้นที่ศักยภาพใหม่ที่โดดเด่นด้วยธรรมชาติสวยมาก ๆ และไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวที่แตกต่างจากจุดยอดฮิตเดิม
แคมเปญยังดึง KOL ชื่อดัง “CHU YI” ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 8 ล้านคน มาช่วยถ่ายทอดประสบการณ์เที่ยวไทยในมุมมองร่วมสมัย ทำให้ภาพลักษณ์ “เสน่ห์ไทย” ดูทั้งน่าค้นหาและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น
คอนเทนต์เหล่านี้ถูกกระจายผ่าน Sichuan TV ซึ่งเป็นสื่อหลักของมณฑลเสฉวน มีฐานผู้ชมครอบคลุมหลากหลายช่วงรายการ ทั้งรายการท่องเที่ยว ข่าว และรายการสำหรับครอบครัว รวมวงเข้าถึงมากกว่า 700 ล้านครัวเรือน
ยิง Out of Home + ออนไลน์ ปิดลูปการรับรู้
นอกจากคอนเทนต์บนจอทีวีและแพลตฟอร์มวิดีโอแล้ว ททท.ยังเสริมพลังด้วยสื่อ Out of Home ในทำเลที่มีความหนาแน่นของคนเมืองสูง
หนึ่งในนั้นคือสื่อบนระบบขนส่งมวลชน Chengdu Metro TV PIS Screen Promotion ที่โผล่มาให้เห็นในชีวิตประจำวันของชาวเมืองเฉิงตู ซึ่งช่วยให้ข้อความเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไทยเข้าไปอยู่ในสายตาคนเมืองได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
ในฝั่งออนไลน์ ททท.กระจายคอนเทนต์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลยอดนิยมของจีน เช่น
Douyin
Kwai
Xiaohongshu
WeChat Video Channel
Weibo
การเลือกใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้คือการเจาะตรงไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่เสพคอนเทนต์ทุกวันผ่านมือถือ คาดว่าจากการยิงแคมเปญออนไลน์ทั้งหมดจะสร้างการรับรู้ได้มากกว่า 100 ล้านครั้ง (impressions)
ภาพรวมของแผนนี้ ไม่ได้เป็นแค่การโปรโมตสถานที่ท่องเที่ยวเป็นจุด ๆ แต่เป็นการสร้างทั้ง Ecosystem ของการรับรู้ ที่ครอบคลุม
ทั้ง Online Platform ยอดนิยม (เช่น Douyin, Weibo, Xiaohongshu)
และสื่อ Out of Home ใจกลางเมืองเฉิงตู
ทั้งหมดนี้เพื่อให้มั่นใจว่า “ข้อความ” เกี่ยวกับการท่องเที่ยวไทยถูกยิงไปถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ ไม่หลุดโฟกัส และไม่สูญหายกลางทาง
เพราะในยุคดิจิทัลแบบทุกวันนี้ “ความเชื่อมั่น” และ “แรงบันดาลใจ” คือสองปัจจัยใหญ่ที่ผลักคนให้กดจองตั๋วเครื่องบิน มากกว่าการเห็นโฆษณาแบบผ่าน ๆ
เป้ารายได้จากนักท่องเที่ยวจีน 2.6 แสนล้านบาท
เพื่อให้การฟื้นตลาดจีนเดินหน้าแบบต่อเนื่อง ททท.เตรียมปล่อยแคมเปญใหญ่ “จงไท่อี่เจียชิน” หรือ “จีนไทยครอบครัวเดียวกัน” ตลอดทั้งปี
ภายใต้แคมเปญนี้จะมีทั้ง
กิจกรรมโปรโมตตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง
กิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับพันธมิตร
อีเวนต์ต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างทั้งบรรยากาศและแรงจูงใจให้คนจีนเลือกมาเที่ยวไทย
ททท.ยังตั้งใจคัดเลือกและนำเสนอ “เมืองน่าเที่ยว” ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับตลาดจีน เพื่อทำให้ประเทศไทยกลับมาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ในใจนักท่องเที่ยวจีนอีกครั้ง
เป้าหมายใหญ่ถูกวางไว้ชัดเจน:
ในปี 2569 ไทยตั้งเป้ารายได้จากนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าประเทศให้ได้ถึง 2.6 แสนล้านบาท
สรุป: จากการเล่าเรื่อง สู่การปิดดีลให้คนจีนอยาก “บินมาไทย”
เมื่อรวมทุกชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน จะเห็นว่ากลยุทธ์ของททท.ในตลาดจีนปีนี้ไม่ได้เล่นแค่โฆษณาแบบเดิม ๆ แต่เป็นการใช้ คอนเทนต์ + แพลตฟอร์ม + พันธมิตรสื่อยักษ์ใหญ่ มาประกอบเป็น Ecosystem เดียวกัน
ใช้รายการท่องเที่ยวและวาไรตี้เป็นตัวเล่าเรื่อง
ใช้ KOL เป็นตัวช่วยตีความเสน่ห์ไทยแบบทันสมัย
ใช้ Out of Home และแพลตฟอร์มดิจิทัลจีนเป็นตัวขยายการเข้าถึง
ทั้งหมดนี้เพื่อเปลี่ยนภาพ “ประเทศไทยที่คุ้นเคย” ให้กลายเป็น ประเทศไทยแบบใหม่ที่น่าเชื่อมั่น และน่าออกเดินทางมาตามหาด้วยตัวเอง

