รับแอปรับแอป

PM2.5 เล่นงานกรุงเทพฯ อีกแล้ว? เปิดแผนรับมือแบบเรียลไทม์ที่คนเมืองต้องรู้

ชนินทร์ อินทร์ดี01-29

กรุงเทพฯ เช้านี้: ฝุ่นหนากว่าที่คิด

วันที่ 14 ม.ค. 69 เวลาประมาณ 10.00 น. บรรยากาศในกรุงเทพฯ ไม่ได้มีแค่หมอกยามเช้า แต่มี ฝุ่น PM2.5 ลอยปกคลุมเมืองแบบน่ากังวลด้วย

จากการรายงานที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง พบว่าค่าฝุ่นเฉลี่ยทั้งกรุงเทพฯ อยู่ที่ 58.1 มคก./ลบ.ม. ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 37.5 มคก./ลบ.ม. อย่างชัดเจน

พื้นที่ที่อยู่ในระดับ สีแดง (มีผลกระทบต่อสุขภาพ) มีประมาณ 3–4 เขตหลัก ได้แก่

  • บางรัก (ค่าฝุ่นสูงสุดแตะเกือบ 86.9 มคก./ลบ.ม.)

  • ปทุมวัน

  • สาทร

  • จตุจักร

ใครใช้ชีวิต ทำงาน หรือเดินเที่ยวอยู่โซนนี้ ต้องระวังเรื่องสุขภาพให้มากเป็นพิเศษ

ทำไมฝุ่นยังเยอะ? ทั้งที่เหมือนจะดีกว่าปีก่อน

สาเหตุหลักของฝุ่นรอบนี้มาจาก สภาพอากาศปิด และ การระบายอากาศที่ต่ำ ทำให้ฝุ่นสะสมในเมืองมากกว่าปกติ

แต่ถ้าเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สถานการณ์ปีนี้ถือว่า ไม่รุนแรงเท่าเดิม เพราะจำนวนเขตสีแดงมีเพียง 3–4 เขต น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้

หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ ความร่วมมือของจังหวัดรอบกรุงเทพฯ จำนวน 6 จังหวัดที่ งดการเผาชีวมวล ช่วยลดฝุ่นจากรอบนอกได้พอสมควร ทำให้ฝุ่นที่เจอในกรุงเทพฯ ตอนนี้ กระจุกตัวอยู่ในเขตเมือง เป็นหลัก ซึ่งมีแนวโน้มจะมาจาก การจราจรและยานพาหนะบนถนน เป็นสำคัญ

เทคโนโลยีใหม่: เดินเข้าพื้นที่เสี่ยง ปุ๊บมีแจ้งเตือนปั๊บ

หนึ่งในจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจของปีนี้ คือการนำ ระบบ Cell Broadcast มาใช้แจ้งเตือนฝุ่น PM2.5 แบบทันที

เมื่อประชาชน เดินทางเข้าสู่พื้นที่ที่มีค่าฝุ่นระดับสีแดง จะได้รับข้อความแจ้งเตือนอัตโนมัติบนมือถือ เพื่อให้

  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

  • ป้องกันตัวเองด้วยหน้ากากที่กัน PM2.5 ได้

  • ลดการสูดฝุ่นสะสมโดยไม่รู้ตัว

ระบบนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง กรุงเทพมหานคร และ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป้าหมายคือยกระดับการสื่อสารความเสี่ยง ให้คนเมืองรับมือได้แบบเรียลไทม์

พูดง่าย ๆ คือ เดินเข้าพื้นที่แดง ระบบก็เตือนให้รู้ตัวทันที ไม่ต้องเดาเองจากสีท้องฟ้าอีกต่อไป

Work From Home ยังไม่บังคับ แต่สนับสนุนให้ทำ

มาตรการ Work From Home ตอนนี้ยังไม่ได้มีการประกาศเพิ่มเติม เพราะมีการประเมินว่าสภาพอากาศจะเริ่มเปิด และการระบายอากาศจะดีขึ้นในระยะสั้น

แต่ถ้าองค์กรหรือหน่วยงานไหนพร้อมปรับตัว ก็มีการ สนับสนุนให้พิจารณา WFH สัปดาห์ละ 1–2 วัน เพื่อช่วยลด

  • ปริมาณรถบนถนน

  • แหล่งกำเนิดฝุ่นภายในเมือง

ใครทำงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ ช่วงฝุ่นหนัก ถ้าที่ทำงานยืดหยุ่นพอ ลองชวนคุยเรื่อง WFH แบบชั่วคราว ก็ถือเป็นวิธีช่วยเมืองและช่วยสุขภาพตัวเองไปพร้อมกัน

ถ้าฝุ่นหนักกว่านี้: เตรียมใช้เขตมลพิษต่ำทั่วกรุงเทพฯ

อีกมาตรการที่เตรียมพร้อมไว้แล้ว คือ Low Emission Zone (เขตมลพิษต่ำ) ซึ่งจะจำกัดการเข้าพื้นที่ของ รถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป ภายในพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษก ครอบคลุมทั้ง 50 เขตในกรุงเทพฯ

มาตรการนี้จะถูกนำมาใช้ทันที หากสถานการณ์ฝุ่นเข้าสู่ระดับวิกฤต เช่น

  • มีเขตสีแดงตั้งแต่ 5 เขตขึ้นไป

  • หรือสภาพอากาศปิดต่อเนื่อง 2–3 วัน

หัวใจของมาตรการนี้คือการ กระตุ้นให้ผู้ประกอบการดูแลรถของตัวเอง ทั้งการ

  • บำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์

  • เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้เหมาะสม

  • งดใช้รถที่มีควันดำเกินมาตรฐาน

เพราะยิ่งรถสมบูรณ์ ฝุ่นจากท่อไอเสียก็ยิ่งน้อยลงตามไปด้วย

ภาพรวมทั้งปี: วันที่ฝุ่นเกินค่ามาตรฐานลดลง 40%

แม้เช้าวันนี้จะดูหม่น ๆ จากฝุ่น แต่เมื่อมองทั้งปีมีข่าวดีอยู่เหมือนกัน คือ จำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานลดลงประมาณ 40% เมื่อเทียบกับปีก่อน

การเดินหน้ามาตรการเชิงโครงสร้างแบบต่อเนื่อง เริ่มส่งผลให้เห็นในระดับสถิติ ไม่ใช่แค่ความรู้สึก

แต่ในช่วงที่ค่าฝุ่นพุ่งสูง โดยเฉพาะเขตสีแดง คนกรุงเทพฯ ยังจำเป็นต้อง

  • สวมหน้ากากที่กัน PM2.5 ทุกครั้งเมื่อต้องอยู่นอกอาคาร

  • ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศผ่านแอป AirBKK อย่างใกล้ชิด

  • ถ้าเจอแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น จุดเผา หรือตรวจพบ รถควันดำ บนถนน สามารถแจ้งผ่านระบบ Traffy Fondue ได้ทันที

อยู่กับฝุ่นแบบมีสติและมีข้อมูล

สำหรับคนที่ชอบเดินเที่ยวในเมือง ใช้ชีวิตบนถนน ทำงานนอกออฟฟิศ หรือชอบถ่ายรูปเล่นตามย่านต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ การรู้ทันสถานการณ์ฝุ่นไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นเรื่องจำเป็น

สรุปสิ่งที่ควรทำในวันที่ฝุ่นหนา:

  • เช็กค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง

  • เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในพื้นที่สีแดงให้มากที่สุด

  • พกหน้ากากกันฝุ่นติดตัวให้เป็นนิสัย

  • ใช้ขนส่งสาธารณะหรือแชร์รถ ลดการใช้รถส่วนตัวเมื่อทำได้

ถ้าเรา ช่วยกันคนละนิด ทั้งดูแลตัวเองและช่วยแจ้งแหล่งกำเนิดมลพิษที่เจอในชีวิตประจำวัน กรุงเทพฯ ก็มีโอกาสได้หายใจโล่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้