กรุงเทพฯ เช้านี้: ฝุ่นหนากว่าที่คิด

วันที่ 14 ม.ค. 69 เวลาประมาณ 10.00 น. บรรยากาศในกรุงเทพฯ ไม่ได้มีแค่หมอกยามเช้า แต่มี ฝุ่น PM2.5 ลอยปกคลุมเมืองแบบน่ากังวลด้วย
จากการรายงานที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง พบว่าค่าฝุ่นเฉลี่ยทั้งกรุงเทพฯ อยู่ที่ 58.1 มคก./ลบ.ม. ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 37.5 มคก./ลบ.ม. อย่างชัดเจน
พื้นที่ที่อยู่ในระดับ สีแดง (มีผลกระทบต่อสุขภาพ) มีประมาณ 3–4 เขตหลัก ได้แก่
บางรัก (ค่าฝุ่นสูงสุดแตะเกือบ 86.9 มคก./ลบ.ม.)
ปทุมวัน
สาทร
จตุจักร
ใครใช้ชีวิต ทำงาน หรือเดินเที่ยวอยู่โซนนี้ ต้องระวังเรื่องสุขภาพให้มากเป็นพิเศษ
ทำไมฝุ่นยังเยอะ? ทั้งที่เหมือนจะดีกว่าปีก่อน

สาเหตุหลักของฝุ่นรอบนี้มาจาก สภาพอากาศปิด และ การระบายอากาศที่ต่ำ ทำให้ฝุ่นสะสมในเมืองมากกว่าปกติ
แต่ถ้าเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สถานการณ์ปีนี้ถือว่า ไม่รุนแรงเท่าเดิม เพราะจำนวนเขตสีแดงมีเพียง 3–4 เขต น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ ความร่วมมือของจังหวัดรอบกรุงเทพฯ จำนวน 6 จังหวัดที่ งดการเผาชีวมวล ช่วยลดฝุ่นจากรอบนอกได้พอสมควร ทำให้ฝุ่นที่เจอในกรุงเทพฯ ตอนนี้ กระจุกตัวอยู่ในเขตเมือง เป็นหลัก ซึ่งมีแนวโน้มจะมาจาก การจราจรและยานพาหนะบนถนน เป็นสำคัญ
เทคโนโลยีใหม่: เดินเข้าพื้นที่เสี่ยง ปุ๊บมีแจ้งเตือนปั๊บ
หนึ่งในจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจของปีนี้ คือการนำ ระบบ Cell Broadcast มาใช้แจ้งเตือนฝุ่น PM2.5 แบบทันที
เมื่อประชาชน เดินทางเข้าสู่พื้นที่ที่มีค่าฝุ่นระดับสีแดง จะได้รับข้อความแจ้งเตือนอัตโนมัติบนมือถือ เพื่อให้
หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
ป้องกันตัวเองด้วยหน้ากากที่กัน PM2.5 ได้
ลดการสูดฝุ่นสะสมโดยไม่รู้ตัว
ระบบนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง กรุงเทพมหานคร และ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป้าหมายคือยกระดับการสื่อสารความเสี่ยง ให้คนเมืองรับมือได้แบบเรียลไทม์
พูดง่าย ๆ คือ เดินเข้าพื้นที่แดง ระบบก็เตือนให้รู้ตัวทันที ไม่ต้องเดาเองจากสีท้องฟ้าอีกต่อไป
Work From Home ยังไม่บังคับ แต่สนับสนุนให้ทำ

มาตรการ Work From Home ตอนนี้ยังไม่ได้มีการประกาศเพิ่มเติม เพราะมีการประเมินว่าสภาพอากาศจะเริ่มเปิด และการระบายอากาศจะดีขึ้นในระยะสั้น
แต่ถ้าองค์กรหรือหน่วยงานไหนพร้อมปรับตัว ก็มีการ สนับสนุนให้พิจารณา WFH สัปดาห์ละ 1–2 วัน เพื่อช่วยลด
ปริมาณรถบนถนน
แหล่งกำเนิดฝุ่นภายในเมือง
ใครทำงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ ช่วงฝุ่นหนัก ถ้าที่ทำงานยืดหยุ่นพอ ลองชวนคุยเรื่อง WFH แบบชั่วคราว ก็ถือเป็นวิธีช่วยเมืองและช่วยสุขภาพตัวเองไปพร้อมกัน
ถ้าฝุ่นหนักกว่านี้: เตรียมใช้เขตมลพิษต่ำทั่วกรุงเทพฯ
อีกมาตรการที่เตรียมพร้อมไว้แล้ว คือ Low Emission Zone (เขตมลพิษต่ำ) ซึ่งจะจำกัดการเข้าพื้นที่ของ รถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป ภายในพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษก ครอบคลุมทั้ง 50 เขตในกรุงเทพฯ
มาตรการนี้จะถูกนำมาใช้ทันที หากสถานการณ์ฝุ่นเข้าสู่ระดับวิกฤต เช่น
มีเขตสีแดงตั้งแต่ 5 เขตขึ้นไป
หรือสภาพอากาศปิดต่อเนื่อง 2–3 วัน
หัวใจของมาตรการนี้คือการ กระตุ้นให้ผู้ประกอบการดูแลรถของตัวเอง ทั้งการ
บำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์
เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้เหมาะสม
งดใช้รถที่มีควันดำเกินมาตรฐาน
เพราะยิ่งรถสมบูรณ์ ฝุ่นจากท่อไอเสียก็ยิ่งน้อยลงตามไปด้วย
ภาพรวมทั้งปี: วันที่ฝุ่นเกินค่ามาตรฐานลดลง 40%
แม้เช้าวันนี้จะดูหม่น ๆ จากฝุ่น แต่เมื่อมองทั้งปีมีข่าวดีอยู่เหมือนกัน คือ จำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานลดลงประมาณ 40% เมื่อเทียบกับปีก่อน
การเดินหน้ามาตรการเชิงโครงสร้างแบบต่อเนื่อง เริ่มส่งผลให้เห็นในระดับสถิติ ไม่ใช่แค่ความรู้สึก
แต่ในช่วงที่ค่าฝุ่นพุ่งสูง โดยเฉพาะเขตสีแดง คนกรุงเทพฯ ยังจำเป็นต้อง
สวมหน้ากากที่กัน PM2.5 ทุกครั้งเมื่อต้องอยู่นอกอาคาร
ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศผ่านแอป AirBKK อย่างใกล้ชิด
ถ้าเจอแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น จุดเผา หรือตรวจพบ รถควันดำ บนถนน สามารถแจ้งผ่านระบบ Traffy Fondue ได้ทันที
อยู่กับฝุ่นแบบมีสติและมีข้อมูล
สำหรับคนที่ชอบเดินเที่ยวในเมือง ใช้ชีวิตบนถนน ทำงานนอกออฟฟิศ หรือชอบถ่ายรูปเล่นตามย่านต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ การรู้ทันสถานการณ์ฝุ่นไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นเรื่องจำเป็น
สรุปสิ่งที่ควรทำในวันที่ฝุ่นหนา:
เช็กค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง
เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในพื้นที่สีแดงให้มากที่สุด
พกหน้ากากกันฝุ่นติดตัวให้เป็นนิสัย
ใช้ขนส่งสาธารณะหรือแชร์รถ ลดการใช้รถส่วนตัวเมื่อทำได้
ถ้าเรา ช่วยกันคนละนิด ทั้งดูแลตัวเองและช่วยแจ้งแหล่งกำเนิดมลพิษที่เจอในชีวิตประจำวัน กรุงเทพฯ ก็มีโอกาสได้หายใจโล่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

