รับแอปรับแอป

ประเทศไทยกำลังกลายเป็นแหล่งฟอกเงินของสแกมเมอร์จริงหรือ?

ภูริณัฐ วงศ์ชัย12-17

เข้าใจกลไก รู้เท่าทันความเสี่ยง และป้องกันตัวเองในยุคดิจิทัล

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ข่าวเกี่ยวกับ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์”, “บัญชีม้า”, “สแกมเมอร์ข้ามชาติ” และ “เงินผิดกฎหมาย” ปรากฏให้เห็นแทบทุกวัน จนเกิดคำถามใหญ่ที่หลายคนเริ่มตั้งข้อสงสัยว่า
ประเทศไทยกำลังกลายเป็นแหล่งฟอกเงินของสแกมเมอร์หรือไม่

คำถามนี้ไม่ได้เกิดจากความรู้สึกหรือกระแสโซเชียลเพียงอย่างเดียว แต่มีข้อมูลเชิงโครงสร้างทางการเงิน เทคโนโลยี และช่องโหว่ของระบบที่ทำให้ประเทศไทย “ถูกใช้” เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟอกเงินระดับภูมิภาค

บทความนี้จะพาไล่เรียงภาพใหญ่ตั้งแต่
เงินฟอกคืออะไร → สแกมเมอร์ใช้ระบบไหน → ทำไมประเทศไทยจึงถูกเลือก → ใครเสี่ยงเกี่ยวข้องโดยไม่รู้ตัว → และประชาชนทั่วไปควรป้องกันตนเองอย่างไร
ทั้งหมดอธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย แต่ยืนอยู่บนข้อมูลและการวิเคราะห์เชิงเทคนิค


ฟอกเงินคืออะไร และสแกมเมอร์ต้องฟอกเงินไปเพื่ออะไร

การฟอกเงิน (Money Laundering) คือกระบวนการทำให้เงินที่ได้มาจากกิจกรรมผิดกฎหมาย ดูเหมือนเป็นเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้สามารถนำไปใช้ จ่าย โอน หรือเก็บสะสมได้โดยไม่ถูกตรวจสอบ

สำหรับสแกมเมอร์ เงินที่หลอกมาได้จะ “ใช้งานไม่ได้ทันที” หากไม่ผ่านกระบวนการฟอก เพราะ

  • เงินถูกติดตามได้

  • เส้นทางการโอนผิดปกติ

  • ธนาคารและรัฐสามารถอายัดได้

ดังนั้น เป้าหมายของสแกมเมอร์ไม่ใช่แค่ “หลอกเงินได้” แต่คือ ทำให้เงินหายไปจากระบบตรวจจับ

กลไกฟอกเงินของสแกมเมอร์ในยุคดิจิทัล

สแกมเมอร์ยุคใหม่ไม่ได้ใช้วิธีซับซ้อนแบบในหนัง แต่ใช้ช่องโหว่ที่เกิดจาก “ความเร็วของระบบดิจิทัล” และ “พฤติกรรมผู้ใช้ทั่วไป”

โครงสร้างหลักที่ใช้กันมาก

  • บัญชีม้า (Money Mule Account)
    ใช้บัญชีธนาคารของบุคคลทั่วไป
    เปิดจริง มีบัตรจริง มีแอปจริง
    แต่ถูกควบคุมโดยเครือข่าย

  • การโอนเงินหลายทอด (Layering)
    เงินถูกโอนต่อภายในไม่กี่นาที
    จากบัญชีหนึ่ง → อีกบัญชีหนึ่ง → อีกหลายบัญชี
    เพื่อทำให้เส้นทางซับซ้อน

  • การใช้ Wallet / Crypto / E-Wallet
    แปลงเงินสด → เงินดิจิทัล → โอนข้ามประเทศ
    โดยไม่ต้องเจอตัวจริง

  • การซื้อ–ขายสินค้าหรือบริการปลอม
    สร้างธุรกรรมปลอมเพื่ออ้างรายได้
    เช่น ค่าโฆษณา ค่าไอที ค่าที่ปรึกษา


  • ทำไมประเทศไทยจึงถูกใช้เป็นจุดฟอกเงิน

    นี่คือคำถามสำคัญ และคำตอบไม่ได้อยู่ที่ “คนไทยโกง”
    แต่อยู่ที่ โครงสร้างระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวก

    1. ระบบการเงินดิจิทัลที่เร็วมาก

    • โอนเงินแบบเรียลไทม์

    • เปิดบัญชีผ่านแอป

    • ผูกพร้อมเพย์ง่าย

    สิ่งที่ดีต่อผู้ใช้ทั่วไป
    กลายเป็นข้อได้เปรียบของอาชญากร

    2. ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการโอนในภูมิภาค

    • มีแรงงานข้ามชาติ

    • มีธุรกิจข้ามพรมแดน

    • มีการโอนเงินเข้า–ออกสูง

    ทำให้การโอน “ไม่ดูผิดปกติในภาพรวม”

    3. ประชาชนจำนวนมากยังไม่เข้าใจความเสี่ยงของบัญชีม้า

    หลายคนถูกหลอกด้วยข้อเสนอเช่น

    • ให้เช่าบัญชี

    • รับเงินแล้วโอนต่อ

    • เปิดบัญชีแทน

    โดยไม่รู้ว่าเข้าข่ายฟอกเงินทันที

    4. สแกมเมอร์ไม่ได้อยู่ในไทย แต่ใช้ไทยเป็น “ทางผ่าน”

    เงินอาจเริ่มจาก
    เหยื่อประเทศ A → บัญชีไทย → Wallet ต่างประเทศ → ปลายทางจริง

    ประเทศไทยจึงเป็น “จุดผ่าน” ไม่ใช่ต้นทางเสมอไป

    ใครบ้างที่เสี่ยงเข้าไปเกี่ยวข้องโดยไม่รู้ตัว

    นี่คือจุดที่น่ากังวลที่สุด เพราะคนที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก
    ไม่คิดว่าตัวเองกำลังทำผิด

    กลุ่มเสี่ยงที่พบมาก:

    • นักเรียน นักศึกษา

    • ผู้มีรายได้น้อย

    • ผู้ที่ต้องการเงินด่วน

    • ผู้ที่ไม่เข้าใจระบบกฎหมายการเงิน

    การรับเงินเข้าแล้วโอนต่อ
    แม้ไม่ได้หลอกใครเอง
    ก็เข้าข่าย “มีส่วนร่วมในการฟอกเงิน”


    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ข่าว

    ผลกระทบไม่ได้หยุดแค่คนโกงถูกจับ แต่กระทบทั้งระบบ

    • บัญชีถูกอายัดย้อนหลัง

    • เครดิตทางการเงินเสีย

    • ธนาคารเข้มงวดขึ้น

    • คนทั่วไปโอนเงินยากขึ้น

    • ธุรกิจออนไลน์ถูกตรวจหนัก

    สุดท้ายคือ ความเชื่อมั่นของประเทศ

    ประชาชนทั่วไปควรป้องกันตัวเองอย่างไร

    ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญการเงิน
    แค่เข้าใจหลักคิดเหล่านี้ก็ลดความเสี่ยงได้มาก

    1. ไม่ให้ใครยืมบัญชี ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด

    บัญชี = ตัวตนทางกฎหมาย

    2. ไม่รับเงินแล้วโอนต่อให้คนแปลกหน้า

    แม้จะอ้างว่าเป็นงาน

    3. ตรวจสอบแหล่งรายได้ที่ดูง่ายเกินจริง

    รายได้ที่ไม่ต้องทำอะไรเลย มักมีต้นทุนที่มองไม่เห็น

    4. แยกบัญชีส่วนตัวกับธุรกิจให้ชัด

    ช่วยลดความเสี่ยงโดนพัวพัน


    บทเรียนสำคัญที่ควรเข้าใจร่วมกัน

    ประเทศไทยไม่ได้ “อยากเป็น” แหล่งฟอกเงิน
    แต่ถูกเลือกเพราะระบบดี สะดวก และเร็ว

    ทางออกไม่ใช่การกลัวเทคโนโลยี
    แต่คือ เข้าใจเทคโนโลยีให้มากขึ้น

    เมื่อประชาชนรู้เท่าทัน
    ช่องโหว่จะค่อย ๆ ปิด
    และระบบจะกลับมาทำงานเพื่อคนที่ใช้ด้วยความสุจริต


    รู้ทัน คือการป้องกันที่ดีที่สุด

    การฟอกเงินของสแกมเมอร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
    แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่แก้ไม่ได้

    ความเข้าใจ
    การตั้งคำถาม
    และการไม่โลภกับทางลัดที่ดูง่ายเกินจริง
    คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในยุคดิจิทัล