มีช่วงหนึ่งที่หลายคนเริ่มรู้สึกว่า ดวงตาเป็นอวัยวะที่เหมือน “CPU ที่ไม่เคยปิดเครื่อง” เพราะทั้งวันแทบไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอเลย ตั้งแต่สแกนมือถือดูอัปเดตตอนตื่น ไปจนถึงจบวันด้วยสตรีมอนิเมะยาว ๆ ในโหมดมาราธอน ความจริงแล้วสาเหตุความล้าสะสมที่ทำให้รู้สึกเหมือน RAM เต็มตลอดเวลานั้น มักมาจาก “แสงสีฟ้า” จากจอที่โดนตาโดยตรงแบบ infinite loop
ยุคนี้แว่นกรองแสงเลยกลายเป็นไอเทมประจำโต๊ะทำงานพอ ๆ กับคีย์บอร์ด RGB หรือเมาส์ไร้สาย แต่จะดีแค่กรองแสงอย่างเดียวคงยังไม่พอ ต้องมีสไตล์ มีเรื่องราว และมาพร้อมเทคโนโลยีระดับห้องแล็บ ซึ่งก็คือจุดที่แว่น OPHTUS SPYxFAMILY รุ่น WAKU WAKU เลนส์ RetinaX Blush โดดเด่นขึ้นมาแบบสะดุดตาทั้งฟังก์ชันและดีไซน์
บทความนี้จะเล่าให้เห็นภาพแบบสนุก ๆ ว่าแว่นกรองแสงตัวนี้น่าสนใจอย่างไร ทำไมถึงเป็นที่พูดถึงในสายไอที สายทำงานหน้าจอ สายคอนเทนต์ หรือแม้แต่แฟนอนิเมะ SPYxFAMILY ที่อยากเก็บคอลเลกชันคุณภาพสักชิ้นหนึ่ง และจะช่วยให้การใช้งานหน้าจอของหลายคน… “วาคุวาคุ” มากขึ้นกว่าที่เคย
ทำไมยุคนี้แว่นกรองแสงถึงจำเป็นกว่าเดิม
ก่อนเข้าเรื่องรุ่นพิเศษ มาทำความเข้าใจแบบอ่านง่าย ๆ ว่าแสงสีฟ้าคืออะไร และเกี่ยวข้องกับชีวิตดิจิทัลของแต่ละวันอย่างไร
1. แสงสีฟ้า (Blue Light) ระยะคลื่นสั้นลง ล้าไวขึ้น
หน้าจอทุกชนิดปล่อยแสงสีฟ้าช่วงคลื่นสูง (โดยเฉพาะ 380–455 nm) ซึ่งส่งพลังงานมากกว่าสีอื่น ทำให้ดวงตาต้องทำงานหนักกว่าปกติ และมีผลต่อการล้า เคืองตา จนบางคนรู้สึกว่ามองตัวหนังสือต่อไม่ไหว
2. แสงสีฟ้าที่ดี–ไม่ดีมีอยู่จริง
ไม่ใช่แสงสีฟ้าทั้งหมดจะเป็นตัวร้าย หากเป็นสีฟ้าในช่วงที่ช่วยปรับวงจรการนอนให้ปกติหรือช่วยกระตุ้นสมองก็ยังจำเป็นอยู่ เพียงแต่แว่นรุ่นเก่า ๆ มัก “บล็อกหมด” จนทำให้การรับแสงรวน ส่งผลให้รู้สึกง่วงง่าย หรือภาพออกเหลืองจนขัดอารมณ์การใช้งาน
3. การใช้งานหน้าจอยาวนานขึ้นทุกปี
สถิติหลายสำนักชี้ว่าผู้คนใช้หน้าจอเฉลี่ยวันละ 7–10 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าการนอนของหลายคนเสียอีก การมีตัวช่วยคุณภาพจึงเหมือนระบบระบายความร้อนให้ดวงตา ให้ทำงานได้ลื่นขึ้นโดยไม่เสื่อมสภาพเร็ว
เมื่อรู้แบบนี้แล้วจึงเข้าใจได้ว่า ทำไมแว่นกรองแสงสมัยใหม่ต้องไม่ใช่แค่ฟิลเตอร์ธรรมดา แต่ต้องมีงานวิจัยรองรับ มีเทคโนโลยีที่ไม่บิดเบือนสี จนใช้งานแล้วไม่รู้สึกว่าชีวิตดิจิทัลสะดุด

OPHTUS SPYxFAMILY รุ่น WAKU WAKU: แว่นกรองแสงที่ผสานความน่ารักเข้ากับวิศวกรรมเลนส์
แว่นรุ่นนี้เป็นคอลเลกชันพิเศษที่จับมือกับอนิเมะ SPYxFAMILY โดยหยิบคาแรกเตอร์ “อาเนีย” มาเป็นแรงบันดาลใจ ทำให้ดีไซน์ออกมาโดดเด่นกว่าแว่นทั่วไป ทั้งสี Rose Gold และดีไซน์หูแมวที่กรอบแว่น ที่มองแว๊บเดียวก็รู้ว่าเป็นงานคอลเลกชันที่ตั้งใจออกแบบ
แต่จุดเด่นจริง ๆ ไม่ได้มีแค่ดีไซน์ เพราะรุ่นนี้ใส่ เลนส์บลูบล็อค RetinaX Blush ที่ถูกพัฒนาให้เหมาะกับยุคที่ต้องใช้งานหน้าจอหนัก บนพื้นฐานข้อมูลและการทดสอบในห้องแล็บ
ต่อไปคือการเจาะลึกคุณสมบัติทีละส่วนแบบสายเทคนิคอ่านง่ายและลื่นเหมือนดูรีวิวแบบเล่าเพลิน ๆ
คุณสมบัติเด่นของเลนส์ RetinaX Blush
1. ตัดแสงสีฟ้าอันตรายได้มากกว่า 51%
แสงสีฟ้าช่วง 380–455 nm คือช่วงที่ปกติรบกวนดวงตาที่สุด เลนส์ RetinaX Blush ออกแบบมาเพื่อลดปริมาณแสงช่วงนี้ที่เข้าสู่ตา โดยยังคงให้สีภาพดูธรรมชาติ ไม่หม่นหรือเหลืองเกินไป
ตัวเลข 51% อาจฟังดูนามธรรม แต่ในทางปฏิบัติคือการลดภาระของดวงตาในงานที่ต้องเพ่ง เช่น การอ่านโค้ด การออกแบบกราฟิก หรือการจ้องตารางข้อมูลที่เต็มไปด้วยตัวอักษรเล็ก ๆ
2. รักษาสมดุลแสงสีฟ้าที่จำเป็น ปล่อยให้ผ่านได้ถึง 95%
นี่คือจุดที่หลายคนสะดุด เพราะแว่นบลูบล็อครุ่นเก่ามักบล็อกแบบเหมารวมจนโทนภาพเพี้ยน แต่ RetinaX Blush ผ่านการปรับสมดุลเพื่อให้แสงสีฟ้าที่ดีมีประโยชน์ต่อวงจรการนอนสามารถผ่านได้มากถึง 95%
ประโยชน์คือจังหวะทางชีวภาพของร่างกายไม่รวน เช่น ใช้งานตอนกลางวันแล้วไม่รู้สึกง่วงเกินเหตุ หรือไม่ทำให้ระบบประมวลผลของสมองช้าลง
3. ภาพคมชัดด้วยความส่องผ่านแสงสูงถึง 90%
เวลาทีมออกแบบเลนส์พูดถึง “Luminous Transmittance” นั่นคือตัวเลขความใสของเลนส์ ซึ่งเลนส์รุ่นนี้มีค่าถึง 90% ทำให้ผู้ใช้เห็นภาพชัดเจน สีไม่เพี้ยนจนทำงานด้านกราฟิกหรือวิดีโอไม่ได้
ข้อดีคือไม่ติดเหลืองเหมือนแว่นกรองแสงยุคก่อนที่ทำให้คนรอบข้างรู้ทันทีว่าใส่แว่นบลูบล็อค
4. ป้องกันรังสี UV-A และ UV-B ได้ 100%
ถึงจะเน้นด้านกรองแสงสีฟ้า แต่เลนส์ก็ยังป้องกันรังสี UV ที่เป็นสาเหตุของปัญหาเกี่ยวกับเลนส์ตาและจอประสาทตาได้เต็มที่ เหมือนติดเกราะเสริมให้ดวงตาแม้ต้องออกไปเจอแดดช่วงสั้น ๆ ระหว่างวัน
5. วัสดุกรอบ Nickel-Titanium น้ำหนักเพียง 11 กรัม
ใครที่เคยใส่แว่นหนัก ๆ จนรู้สึกเหมือนสวมฮาร์ดดิสก์ไว้บนใบหน้าจะเข้าใจความสำคัญของน้ำหนักดีมาก รุ่นนี้ใช้กรอบ Nickel-Titanium ที่บางเพียง 0.9 มิลลิเมตร
ผลลัพธ์คือแว่นที่เบาจนแทบลืมว่าใส่อยู่ ช่วยลดจุดกดทับบริเวณสันจมูกและหลังหู เหมาะกับคนที่ต้องสวมทั้งวันโดยไม่อยากถอดเข้า–ออกเป็นช่วง ๆ
6. ดีไซน์คาแรกเตอร์อาเนีย สี Rose Gold พร้อมหูแมวที่กรอบแว่น
เอกลักษณ์คือความน่ารักแบบไม่ใช่แค่ของสะสม แต่ใส่แล้วดูดีจริงในชีวิตประจำวัน โทน Rose Gold ให้ภาพลุคซอฟต์ละมุน ส่วนดีไซน์หูแมวทำให้แว่นโดดเด่นแบบไม่ต้องพยายาม
เป็นงานออกแบบที่แฟน SPYxFAMILY ชื่นชอบ และคนทั่วไปก็ใช้งานได้แบบไม่หลุดธีมแฟชัน

จุดเด่นที่ตอบโจทย์การใช้งานของสายดิจิทัล
เมื่อรวมทั้งดีไซน์ วัสดุ และคุณสมบัติของเลนส์เข้าด้วยกัน แว่นรุ่นนี้ตอบโจทย์การใช้งานในหลายสถานการณ์ เช่น
การทำงานหน้าจอยาว ๆ ไม่ว่าจะเป็นโค้ดดิ้ง ประชุมออนไลน์ หรือทำงานสร้างสรรค์
การเรียนออนไลน์ ที่ต้องโฟกัสหลายชั่วโมง
การเล่นเกมหรือดูอนิเมะ ที่ต้องการสีแม่นยำและคมชัด
การใช้ชีวิตทั้งวันกับอุปกรณ์อัจฉริยะ โดยไม่ให้ดวงตาเหนื่อยล้าเกินไป
ยิ่งถ้าเป็นคนที่ชอบของใช้น่ารัก ๆ แบบมีเรื่องราว ความเป็นคอลเลกชัน SPYxFAMILY ทำให้แว่นไม่ใช่แค่ “อุปกรณ์ป้องกันดวงตา” แต่เป็นไอเทมแฟชันที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน
วิธีดูแลแว่นกรองแสงให้ใช้งานได้นานและคงประสิทธิภาพ
เพื่อให้แว่นยังคงคุณภาพและภาพไม่หมอง สามารถใช้เคล็ดลับเหล่านี้ได้:
ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เท่านั้น
เลนส์เคลือบเทคโนโลยีจำเป็นต้องทำความสะอาดแบบไม่ก่อรอย
หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หรือสเปรย์ที่มีสารกัดกร่อน
เลือกน้ำยาเช็ดเลนส์โดยเฉพาะจะปลอดภัยที่สุด
ไม่วางแว่นคว่ำเลนส์ลงโต๊ะ
ลดโอกาสเกิดรอยขีดข่วนเล็ก ๆ
เก็บในเคสทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน
รักษารูปร่างกรอบแว่น Nickel-Titanium ให้คงสภาพ
สรุป
OPHTUS SPYxFAMILY รุ่น WAKU WAKU เลนส์ RetinaX Blush เป็นแว่นกรองแสงที่ผสมผสานดีไซน์น่ารักจากแรงบันดาลใจตัวละครอาเนีย เข้ากับเทคโนโลยีกรองแสงสีฟ้าแบบสมดุลที่ไม่เปลี่ยนสีภาพ พร้อมวัสดุเบาบางระดับ 11 กรัม เหมาะกับทุกคนที่ต้องใช้หน้าจอในชีวิตประจำวัน
ใครที่มองหาแว่นกรองแสงที่ทั้งสวย ใช้งานดี และผ่านการออกแบบเชิงวิศวกรรมเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัล นี่คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพตาและความเป็นคอลเลกชันแฟนอนิเมะที่มีเอกลักษณ์

