รับแอปรับแอป

Apple ทวงบัลลังก์คืนในจีน iPhone 17 ขึ้นแท่นยอดขายอันดับ 1

ปภังกร สุขใจ01-22

ในขณะที่ตลาดสมาร์ตโฟนจีนช่วงปลายปี 2025 เผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งกำลังซื้อที่ชะลอตัวและต้นทุนชิ้นส่วนที่แพงขึ้น แต่ชื่อของ Apple กลับถูกพูดถึงในอีกมุมหนึ่ง เมื่อบริษัทสามารถ กลับขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดสมาร์ตโฟนจีนในไตรมาส 4 ปี 2025 ได้สำเร็จ จากแรงหนุนของ iPhone 17 ซีรีส์ ที่ขายดีสวนทางภาพรวมตลาด

ข้อมูลนี้มาจากรายงานล่าสุดของ Counterpoint Research ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Apple กำลังกลับมามีบทบาทสำคัญในตลาดจีนอีกครั้ง หลังจากเคยถูกแบรนด์ท้องถิ่นแซงหน้าไปก่อนหน้านี้ในปีเดียวกัน


ภาพรวมตลาดสมาร์ตโฟนจีน: หดตัวต่อเนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น

Counterpoint ระบุว่า

  • ไตรมาส 4 ปี 2025 ยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนในจีน ลดลง 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน

  • ตลอดทั้งปี 2025 ตลาดจีนหดตัว 0.6%

สาเหตุหลักมาจาก

  • ราคาสมาร์ตโฟนที่สูงขึ้น

  • ต้นทุนหน่วยความจำ (Memory Chip) ที่แพงขึ้นต่อเนื่อง

  • ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อเครื่องใหม่

บรรยากาศโดยรวมจึงไม่เอื้อให้แบรนด์ใดเติบโตง่าย ๆ แต่ Apple กลับเป็นข้อยกเว้นที่ชัดเจน


Apple โตสวนกระแส: ยอดส่งมอบพุ่ง 28% ในไตรมาสเดียว

ท่ามกลางตลาดที่หดตัว
ยอดส่งมอบ iPhone ของ Apple ในจีนกลับเพิ่มขึ้นถึง 28% เมื่อเทียบรายปี ในไตรมาส 4 ปี 2025

ผลลัพธ์คือ

  • Apple ขึ้นแท่น อันดับ 1 ตลาดสมาร์ตโฟนจีนในไตรมาส 4

  • ครองส่วนแบ่งตลาด 22% ในช่วงปลายปี

ถือเป็นการพลิกสถานการณ์จากช่วงต้นปี 2025 ที่ Apple ยังตามหลังแบรนด์จีนหลายราย


iPhone 17 ตัวแปรสำคัญที่พา Apple กลับมานำ

Counterpoint ชี้ชัดว่า
แรงขับเคลื่อนหลักมาจาก iPhone 17 ซีรีส์

  • iPhone 17 คิดเป็นประมาณ 20% ของยอดส่งมอบ Apple ในจีน ในไตรมาสนั้น

  • ความต้องการสูงเป็นพิเศษใน รุ่น Pro

สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคจีนที่

  • พร้อมจ่ายเพื่อรุ่นพรีเมียม

  • ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและภาพลักษณ์ของแบรนด์


ซัพพลายพร้อม ส่งของทัน เทศกาลปลายปีคือโอกาส

อีกปัจจัยที่ช่วย Apple อย่างมากคือ
การเร่งเพิ่มกำลังการผลิตและการจัดส่งช่วงปลายปี

Counterpoint ระบุว่า
Apple สามารถ

  • เพิ่มซัพพลายได้เร็ว

  • ส่งสินค้าเข้าตลาดทันช่วงเทศกาล

ขณะที่คู่แข่งบางราย

  • เจอข้อจำกัดด้านชิ้นส่วน

  • ได้รับผลกระทบจากปัญหาซัพพลายเชน

ผลคือ Apple สามารถตอบสนองดีมานด์ช่วงไฮซีซันได้ดีกว่า


จุดที่ยังไม่เปรี้ยง: iPhone Air ในจีน

แม้ภาพรวมจะสดใส แต่ ไม่ใช่ iPhone ทุกรุ่นจะประสบความสำเร็จเท่ากัน

Counterpoint ระบุว่า

  • iPhone Air มีส่วนแบ่งยอดส่งมอบในจีนเพียง “หลักเลขตัวเดียวต่ำ ๆ”

สาเหตุหลักคือ

  • เปิดตัวในจีนช้ากว่าหลายภูมิภาค

  • ผู้บริโภคมองว่าดีไซน์บางเฉียบต้องแลกกับฟีเจอร์บางอย่าง

สะท้อนว่า ตลาดจีนยังให้ความสำคัญกับ

“ความคุ้มค่าและสเปกโดยรวม”
มากกว่าคอนเซปต์ดีไซน์เพียงอย่างเดียว


ทั้งปี 2025 ใครคือเบอร์หนึ่งในจีน

แม้ Apple จะนำในไตรมาสสุดท้าย
แต่เมื่อนับ ทั้งปี 2025
Apple ยังไม่ใช่อันดับ 1 ของจีน

อันดับตลาดสมาร์ตโฟนจีนปี 2025

  • Huawei อันดับ 1 : 16.4%

  • Apple และ vivo ใกล้เคียงกันที่ราว 16%

  • Xiaomi และ Oppo ตามมาที่ประมาณ 15%

อย่างไรก็ตาม ช่องว่างระหว่าง Apple กับแบรนด์จีนลดลงอย่างเห็นได้ชัด


มองภาพโลก: Apple ยังครองแชมป์สมาร์ตโฟนโลก

หากขยับมาดูภาพรวมทั่วโลก
ข้อมูลจาก IDC Worldwide Quarterly Mobile Phone Tracker ระบุว่า

  • ปี 2025 ยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนทั่วโลกอยู่ที่ 1.26 พันล้านเครื่อง

  • เติบโต 1.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน

อันดับผู้ผลิตสมาร์ตโฟนโลกปี 2025

  • Apple

    • 247.8 ล้านเครื่อง

    • ส่วนแบ่งตลาด 19.7%

    • เติบโต 6.3%

  • Samsung

    • 241.2 ล้านเครื่อง

    • ส่วนแบ่งตลาด 19.1%

  • Xiaomi

    • 165.3 ล้านเครื่อง

    • ส่วนแบ่งตลาด 13.1%

    • แม้ยอดลดลง แต่ยังรักษาอันดับได้


  • ทำไมจีนยังเป็นตลาดสำคัญของ Apple

    แม้การแข่งขันจะรุนแรง
    แต่จีนยังถือเป็น

    • ตลาดสมาร์ตโฟนขนาดใหญ่

    • ตลาดที่กำหนดทิศทางภาพลักษณ์แบรนด์

    การที่ Apple กลับขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในไตรมาสสำคัญอย่างปลายปี
    จึงมีความหมายมากกว่าแค่ตัวเลขยอดขาย
    แต่เป็นสัญญาณว่า

    Apple ยังไม่หลุดจากเกมในจีน และยังมีฐานผู้ใช้ระดับพรีเมียมที่แข็งแรง


    สรุป: iPhone 17 พา Apple กลับมา แต่ศึกจีนยังไม่จบ

    จากข้อมูลทั้งหมด สามารถสรุปได้ว่า

    • ตลาดสมาร์ตโฟนจีนปี 2025 หดตัวเล็กน้อย

    • Apple โตสวนกระแสในไตรมาส 4

    • iPhone 17 โดยเฉพาะรุ่น Pro คือหัวใจหลัก

    • Apple กลับมาเป็นอันดับ 1 ในจีนช่วงปลายปี

    • iPhone Air ยังไม่ตอบโจทย์ตลาดจีนมากนัก

    • ทั้งปี Huawei ยังนำ แต่ Apple ไล่จี้ใกล้ขึ้น

    ศึกสมาร์ตโฟนในจีนจึงยังไม่จบง่าย ๆ
    และปีถัดไปจะเป็นอีกปีที่น่าจับตาว่า
    Apple จะรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ได้หรือไม่