รับแอปรับแอป

TikTok สหรัฐฯ สะดุดหนัก หลังปิดดีลเปลี่ยนเจ้าของไม่กี่วัน ระบบล่ม ครีเอเตอร์เริ่มย้ายแพลตฟอร์ม

ณรงค์เดช สุขุม01-27

เพียงไม่กี่วันหลังจาก TikTok ปิดดีลโอนกิจการในสหรัฐฯ ให้บริษัทใหม่ที่มีเจ้าของเป็นฝั่งอเมริกันเป็นหลัก แพลตฟอร์มวิดีโอชื่อดังก็ต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ทันที ทั้ง ระบบล่ม การอัปโหลดวิดีโอไม่ได้ และที่ร้ายแรงกว่านั้นคือ ความกังวลเรื่องการเซ็นเซอร์เนื้อหา โดยเฉพาะประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองและสังคม

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงกระทบประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ แต่ยังเริ่มสั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อ TikTok เวอร์ชันสหรัฐฯ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของบริษัทใหม่


เกิดอะไรขึ้นกับ TikTok สหรัฐฯ

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ใช้ TikTok ในสหรัฐฯ จำนวนไม่น้อยพบว่า

  • ไม่สามารถอัปโหลดวิดีโอได้

  • วิดีโอที่โพสต์ไปแล้วไม่แสดงผล

  • หรือยอดวิว ยอดไลก์เป็นศูนย์ผิดปกติ

TikTok ออกมาชี้แจงว่า ปัญหานี้เกิดจาก ไฟฟ้าดับในศูนย์ข้อมูล (Data Center) แห่งหนึ่งในสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้เกิดสิ่งที่บริษัทเรียกว่า

“Cascading systems failure”
หรือความล้มเหลวที่ลามเป็นลูกโซ่ไปทั่วระบบ

ผลกระทบที่ผู้ใช้อาจยังพบอยู่ ได้แก่

  • โหลดวิดีโอช้าลง

  • คำขอใช้งานหมดเวลา (Timeout)

  • ยอดวิวหรือไลก์ไม่ขึ้น

  • ระบบแสดงผลผิดพลาด

TikTok ระบุว่ายังคงอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว


จากระบบล่ม สู่ข้อกังวลเรื่อง “การเซ็นเซอร์”

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น คือผู้ใช้จำนวนหนึ่งพบว่า

  • วิดีโอเกี่ยวกับ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ (ICE)

  • และเหตุ กราดยิงในเมืองมินนิอาโปลิสเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ไม่สามารถเผยแพร่ได้ตามปกติ

ผู้ใช้รายงานอาการที่คล้ายกันหลายแบบ เช่น

  • วิดีโอถูกส่งเข้าสู่ขั้นตอน “ตรวจสอบ” โดยไม่ทราบสาเหตุ

  • ยอดวิวต่ำกว่าปกติอย่างผิดสังเกต

  • ได้รับแจ้งว่าโพสต์ถูกจัดเป็น
    “Ineligible for Recommendation”
    หรือไม่เหมาะสมสำหรับการแนะนำในระบบ

  • บางบัญชีถูกระงับการใช้งานชั่วคราว

เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่า
👉 นี่เป็นแค่ผลข้างเคียงจากระบบล่ม
👉 หรือเป็นสัญญาณของ การควบคุมเนื้อหาเข้มงวดขึ้น หลังเปลี่ยนโครงสร้างเจ้าของ


TikTok ปฏิเสธเซ็นเซอร์ แต่ความกังวลยังไม่หาย

แม้ TikTok จะชี้แจงว่าปัญหาทั้งหมดเชื่อมโยงกับความผิดพลาดของระบบโครงสร้างพื้นฐาน แต่สำหรับผู้ใช้หลายคน โดยเฉพาะครีเอเตอร์สายข่าวและประเด็นสังคม ความเชื่อมั่นเริ่มสั่นคลอน

เพราะเนื้อหาที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่

  • เป็นประเด็นการเมือง

  • การบังคับใช้กฎหมาย

  • เหตุรุนแรงในสังคม

ซึ่งล้วนเป็นหัวข้ออ่อนไหวในบริบทของ TikTok สหรัฐฯ หลังดีลเปลี่ยนมือ


ผู้ใช้เริ่ม “โหวตด้วยเท้า” ย้ายไปแพลตฟอร์มใหม่

ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือ ผู้ใช้บางส่วนเริ่มย้ายออกจาก TikTok ไปยังแพลตฟอร์มวิดีโอทางเลือกอย่าง UpScrolled

ข้อมูลจาก App Store ระบุว่า

  • UpScrolled ขึ้นไปอยู่ที่ อันดับ 8 แอปฟรีในสหรัฐฯ

  • และเคยพุ่งสูงถึง อันดับ 2 ในช่วงสั้น ๆ ของวันเดียวกัน

แม้จะยังไม่ใช่การอพยพครั้งใหญ่ แต่ก็สะท้อนความไม่มั่นใจของผู้ใช้ต่อสถานการณ์ของ TikTok ในช่วงนี้ได้ชัดเจน


ประเด็นความเป็นส่วนตัวกลับมาอีกครั้ง

นอกจากปัญหาระบบและการเซ็นเซอร์ ผู้ใช้บางส่วนยังแสดงความกังวลต่อ
นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) ฉบับอัปเดตของ TikTok

โดยมีการระบุว่า TikTok อาจเก็บข้อมูล เช่น

  • สถานะสัญชาติหรือสถานะการเข้าเมือง

  • ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งแบบละเอียด

อย่างไรก็ตาม มีการยืนยันว่า

  • ข้อความลักษณะนี้ เคยอยู่ในนโยบายเดิมอยู่แล้ว

  • ไม่ใช่การเพิ่มใหม่หลังดีลเปลี่ยนเจ้าของ

แต่ในช่วงที่ความเชื่อมั่นสั่นคลอน รายละเอียดเหล่านี้ก็ยิ่งถูกจับตามองมากขึ้น


TikTok สหรัฐฯ โครงสร้างใหม่ ใครถือหุ้นบ้าง

บริษัทใหม่ในสหรัฐฯ ใช้ชื่อว่า TikTok USDS Joint Venture LLC
โครงสร้างผู้ถือหุ้นมีดังนี้

  • นักลงทุนสหรัฐฯ และนานาชาติรวมกันถือ 80.1%

  • ผู้ถือหุ้นหลัก ได้แก่

    • Oracle

    • Silver Lake

    • MGX (จากอาบูดาบี)
      ทั้งสามรายถือหุ้นรายละ 15% ในฐานะผู้บริหารจัดการ

  • ผู้ถือหุ้นสหรัฐฯ รายอื่น เช่น

    • Dell Family Office

    • กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ Susquehanna International Group

  • ByteDance บริษัทแม่จากจีน ยังคงถือหุ้น 19.9%


ใครดูแล TikTok สหรัฐฯ ตอนนี้

  • TikTok สหรัฐฯ มี คณะกรรมการ 7 คน

  • เป็นบอร์ดที่มีชาวอเมริกันเป็นเสียงข้างมาก

  • Adam Presser อดีตหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการระดับโลกของ TikTok
    ดำรงตำแหน่ง CEO

ภายใต้ข้อตกลงนี้ บริษัทใหม่จะรับผิดชอบ

  • การปกป้องข้อมูลผู้ใช้ในสหรัฐฯ

  • การกลั่นกรองเนื้อหา

  • ความปลอดภัยของอัลกอริทึมแนะนำคอนเทนต์

โดยอัลกอริทึมของ TikTok

  • ถูกฝึกและอัปเดตใหม่บนข้อมูลผู้ใช้ในสหรัฐฯ

  • และถูกเก็บรักษาไว้ในระบบคลาวด์ของ Oracle


เรื่องนี้สำคัญกับใครบ้าง

ผู้ใช้ TikTok สหรัฐฯ

  • ประสบการณ์ใช้งานยังไม่นิ่ง

  • ต้องจับตาการจัดการเนื้อหาอย่างใกล้ชิด

ครีเอเตอร์สายข่าวและสังคม

  • ความเสี่ยงด้านการมองเห็นคอนเทนต์เพิ่มขึ้น

  • อาจต้องกระจายแพลตฟอร์มมากกว่าเดิม

TikTok USDS

  • ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นในช่วงเปลี่ยนผ่าน

  • ทั้งด้านเทคนิคและนโยบาย

ตลาดโซเชียลมีเดีย

  • แพลตฟอร์มทางเลือกเริ่มมีโอกาสเติบโต

  • ผู้ใช้พร้อมย้าย หากความเชื่อมั่นหายไป


บทสรุป: ดีลเพิ่งปิด แต่บททดสอบมาเร็วเกินคาด

สถานการณ์ของ TikTok สหรัฐฯ ในเวลานี้สะท้อนความจริงว่า

การเปลี่ยนโครงสร้างเจ้าของ ไม่ได้จบแค่เซ็นสัญญา

ทั้งปัญหาระบบล่ม ความหวั่นใจเรื่องการเซ็นเซอร์ และประเด็นความเป็นส่วนตัว ล้วนเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ TikTok ควรจะ “พิสูจน์ตัวเอง” ให้ผู้ใช้เห็นว่าการเปลี่ยนมือครั้งนี้จะทำให้แพลตฟอร์มดีขึ้น ไม่ใช่แย่ลง

คำถามสำคัญต่อจากนี้คือ

  • TikTok USDS จะกู้ความเชื่อมั่นกลับมาได้เร็วแค่ไหน

  • และผู้ใช้จะอดทนรอ หรือเลือกย้ายออกถาวร

ซึ่งคำตอบอาจชัดเจนขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ที่มา macrumors