ข้อมูลล่าสุดจากการจัดอันดับสิทธิบัตรในสหรัฐฯ ประจำปี 2025 กำลังสร้างคำถามสำคัญต่อภาพลักษณ์ของ Apple ในฐานะบริษัทนวัตกรรมระดับโลก เมื่อพบว่า Apple ได้รับสิทธิบัตรน้อยกว่าคู่แข่งหลักหลายราย ไม่ว่าจะเป็น Samsung, TSMC, Qualcomm และ Huawei ส่งผลให้ Apple หล่นอันดับลงถึงสองอันดับในการจัดอันดับ Top 50 ผู้ได้รับสิทธิบัตรของสหรัฐฯ โดยสถาบัน IFI
แม้ตัวเลขสิทธิบัตรจะไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของคำว่า “นวัตกรรม” แต่ข้อมูลนี้ก็สะท้อนบางอย่างเกี่ยวกับทิศทางการวิจัยและพัฒนาของ Apple ในช่วงปีที่ผ่านมา และยิ่งน่าสนใจมากขึ้นเมื่อพิจารณาควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงภายในบริษัทและกลยุทธ์ด้าน AI ที่กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด
ใครได้สิทธิบัตรมากที่สุดในปี 2025?
จากรายงานของ IFI (IFI Claims Patent Services) ซึ่งจัดอันดับผู้ได้รับสิทธิบัตรในสหรัฐฯ เป็นประจำทุกปี พบว่า
Samsung ยังคงครองอันดับ 1 ได้เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
TSMC, Qualcomm และ Huawei ได้รับสิทธิบัตรมากกว่า Apple ในปี 2025
Apple ได้รับสิทธิบัตรลดลง และหล่นอันดับลงจากปีก่อน
การที่ Samsung ยังยืนหนึ่งต่อเนื่อง สะท้อนการลงทุนด้าน R&D อย่างหนักในหลายสาขา ทั้งเซมิคอนดักเตอร์ หน้าจอ หน่วยความจำ และเทคโนโลยีสื่อสาร ในขณะที่บริษัทอย่าง TSMC และ Qualcomm ก็มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก
ตัวเลขโดยรวมของอุตสาหกรรม สิทธิบัตรทั้งตลาดก็ลดลง
เพื่อความเป็นธรรมกับ Apple รายงานระบุว่า
จำนวน สิทธิบัตรที่ได้รับอนุมัติในสหรัฐฯ ทั้งหมด ลดลงประมาณ 1% ในปี 2025
จำนวน คำขอจดสิทธิบัตรใหม่ ลดลงถึง 9%
หมายความว่า ไม่ใช่แค่ Apple ที่ตัวเลขลดลง แต่เป็นแนวโน้มของทั้งอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม Apple กลับมีอัตราการลดลงที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างชัดเจน
Apple ลดลงประมาณ 12% มากกว่าค่าเฉลี่ยตลาด
ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ
จำนวนสิทธิบัตรของ Apple ลดลงราว 12% ในปี 2025
ตัวเลขนี้สูงกว่าการลดลงโดยรวมของตลาด และทำให้ Apple หลุดอันดับลงมาเมื่อเทียบกับคู่แข่งหลัก ซึ่งสำหรับบริษัทที่มีภาพลักษณ์ด้านการคิดค้นและออกแบบเทคโนโลยีใหม่มาโดยตลอด นี่จึงเป็นสัญญาณที่เลี่ยงการตั้งคำถามได้ยาก
น่าสนใจ: Google และ NVIDIA ก็ไม่ติด Top 10
อีกหนึ่งข้อมูลที่ช่วยให้เห็นภาพกว้างมากขึ้นคือ
Google และ NVIDIA ไม่ติด Top 10 ของปีนี้เช่นกัน
แสดงให้เห็นว่าการไม่ได้อยู่ในอันดับสูงสุดของตารางสิทธิบัตร ไม่ได้แปลว่าบริษัทนั้นขาดนวัตกรรมโดยตรง เพราะหลายบริษัทอาจเลือกโฟกัสไปที่
การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
การใช้สิทธิบัตรเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ
หรือการใช้เทคโนโลยีผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร
อย่างไรก็ตาม กรณีของ Apple ยังถูกจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากปัจจัยอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในปีเดียวกัน

สิทธิบัตรลด + คนเก่งลาออก + พึ่งพา AI ภายนอก
สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ของ Apple ถูกพูดถึงมากขึ้น คือการนำตัวเลขสิทธิบัตรไปพิจารณาควบคู่กับเหตุการณ์อื่นในปี 2025 เช่น
การลาออกของบุคลากรระดับสูงหลายราย
การเลือกใช้ AI ที่พัฒนาบนพื้นฐานของ Google Gemini สำหรับ Siri เวอร์ชันใหม่
สำหรับบางคน เรื่องนี้อาจถูกมองว่า Apple กำลัง “พึ่งพาเทคโนโลยีภายนอก” มากขึ้น แทนที่จะพัฒนาเทคโนโลยีหลักทั้งหมดด้วยตัวเองเหมือนในอดีต ซึ่งอาจสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ หรืออาจเป็นเพียงการเลือกทางที่เร็วและมีประสิทธิภาพที่สุดในยุค AI ที่แข่งขันกันดุเดือด
สิทธิบัตรน้อยลง = นวัตกรรมน้อยลงจริงหรือ?
คำถามสำคัญคือ จำนวนสิทธิบัตรที่ลดลง หมายถึง Apple ขาดนวัตกรรมหรือไม่?
คำตอบอาจไม่ตรงไปตรงมาเสียทีเดียว เพราะ
สิทธิบัตรไม่เท่ากับผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จ
นวัตกรรมบางอย่างอาจไม่ถูกจดสิทธิบัตรในสหรัฐฯ
Apple มีแนวโน้มเน้นการบูรณาการเทคโนโลยี มากกว่าการโชว์จำนวนงานวิจัย
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนและนักวิเคราะห์ ตัวเลขสิทธิบัตรยังคงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ใช้ประเมิน “พลังการคิดค้นระยะยาว” ของบริษัท
สรุป: สัญญาณเตือนหรือแค่ช่วงปรับตัวของ Apple?
การที่ Apple ได้รับสิทธิบัตรในปี 2025 น้อยกว่าคู่แข่งอย่าง Samsung, TSMC, Qualcomm และ Huawei และหล่นอันดับลงในตาราง IFI อาจเป็นได้ทั้ง
สัญญาณเตือนด้านนวัตกรรม
หรือเป็นเพียงช่วงเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์
สิ่งที่ชัดเจนคือ Apple กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งด้านบุคลากร เทคโนโลยี AI และทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต คำตอบสุดท้ายว่า Apple “ชะลอ” หรือ “กำลังเปลี่ยนรูปแบบของนวัตกรรม” คงต้องรอดูจากสิ่งที่บริษัทจะปล่อยออกมาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ที่มา wccftech

