ZestBuy

ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ใช้ให้คุ้มสุด

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI05-27

ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ใช้ให้คุ้มสุด

1. ภาพรวมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ปี 2569

โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2569 ที่ออกมาเพื่อลดภาระค่าครองชีพจากวิกฤติพลังงาน และช่วยประคองกำลังซื้อของประชาชนควบคู่กับการพยุงรายได้ร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ

โครงการนี้มี 2 มาตรการหลักที่เดินคู่กันคือ

  • กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (กลุ่มเปราะบาง ประมาณ 13.18 ล้านคน)

    • เพิ่มวงเงินในบัตรอีก 700 บาทต่อเดือน จากเดิม 300 บาท เป็น 1,000 บาท/เดือน

    • ระยะเวลา 4 เดือน (มิ.ย.–ก.ย. 2569)

    • ใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่ร้านธงฟ้า ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ระบบโอนเงินเพิ่มอัตโนมัติ

  • โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) กลุ่มประชาชนทั่วไป

    • กลุ่มเป้าหมายสูงสุด 30 ล้านคน

    • รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนร่วมจ่าย 40%

    • ใช้ซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการที่กำหนด กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

    • ใช้ผ่านแอป เป๋าตัง – G-Wallet เท่านั้น

เมื่อรวมสองกลุ่ม จะมีประชาชนได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้รวม ประมาณ 43 ล้านสิทธิ โดยวัตถุประสงค์หลักคือบรรเทาค่าครองชีพในช่วง 4 เดือน และรักษากิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ให้ชะลอตัว

ต่างจากคนละครึ่ง/คนละครึ่งพลัสอย่างไร

จากข้อมูลที่เปรียบเทียบไว้ในบทความต่าง ๆ จุดต่างสำคัญของ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เทียบกับโครงการคนละครึ่ง/คนละครึ่งพลัส คือ

  1. อัตราร่วมจ่าย

    • คนละครึ่ง/คนละครึ่งพลัส: รัฐ 50% ประชาชน 50%

    • ไทยช่วยไทยพลัส: รัฐเพิ่มเป็น 60% ประชาชนจ่าย 40%

  2. วงเงินรวมและระยะเวลา

    • ไทยช่วยไทยพลัส: วงเงินรัฐช่วยสูงสุด 4,000 บาท/คน ระยะเวลา 4 เดือน (1 มิ.ย.–30 ก.ย. 2569)

  3. การตัดสิทธิ

    • ไทยช่วยไทยพลัส:
      • รัฐช่วยสูงสุด 1,000 บาท/เดือน, 200 บาท/วัน

      • หากใช้ไม่หมดในเดือนนั้น จะไม่ทบไปเดือนถัดไป

      • ยอดสิทธิรายวันระบบจะคำนวณใหม่เวลา 06.00 น. ของทุกวันภายในเพดานรายเดือน

2. ใครได้สิทธิ และเช็กสิทธิได้อย่างไร

2.1 คุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ 60/40 (ประชาชนทั่วไป)

ผู้ที่จะลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ต้องมีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ดังนี้

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย

  • อายุ ตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

  • มีบัตรประจำตัวประชาชน

  • ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามฐานข้อมูลวันที่ 18 พ.ค. 2569

  • ไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืน ในโครงการ

    • คนละครึ่ง ระยะที่ 1–5

    • คนละครึ่ง พลัส

กลุ่มนี้มีสิทธิรวม 30 ล้านสิทธิ ใครลงทะเบียนก่อน ระบบนับสิทธิก่อน (มาก่อนได้ก่อน)

2.2 ใครไม่มีสิทธิลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 60/40

จากเงื่อนไขที่สรุปไว้ มี 3 กลุ่มสำคัญที่ไม่สามารถลงทะเบียนได้

  • ผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (เพราะได้ช่วยผ่านช่องทางบัตรอยู่แล้ว)

  • ผู้ที่เคยถูกสำนักงานเศรษฐกิจการคลังระงับสิทธิหรือเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง 1–5 และคนละครึ่งพลัส

  • ผู้ไม่มีสมาร์ตโฟน (ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มบัตรสวัสดิการ ซึ่งได้รับช่วยเหลือผ่านบัตรโดยตรง)

2.3 ช่องทางลงทะเบียนและเช็กสิทธิ

ช่องทางลงทะเบียนหลัก: แอป เป๋าตัง

  • ลงทะเบียนได้ระหว่าง 25 – 29 พ.ค. 2569 เวลา 06.00–22.00 น.

  • ปิดรับเมื่อครบ 30 ล้านสิทธิ หรือถึง 29 พ.ค. (แล้วแต่อันใดเกิดก่อน)

วิธีเช็กผลการลงทะเบียน

  • หาก เคยใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส มาก่อน

    • หลังลงทะเบียน จะมีการแจ้งผลผ่าน การแจ้งเตือนในแอปเป๋าตัง ทันที หรือภายในเวลาอันสั้น (เพราะเคยยืนยันตัวตนแล้ว)

  • หาก ไม่เคยใช้คนละครึ่งพลัส มาก่อน

    • ระบบจะตรวจสอบคุณสมบัติ ใช้เวลาประมาณ 3 วัน

    • แจ้งผลผ่าน SMS และการแจ้งเตือนบนแอปเป๋าตัง

กรณีที่ขึ้นสถานะ “กำลังรอผลการลงทะเบียน” คือกลุ่มที่ไม่เคยเข้าร่วมคนละครึ่งพลัสมาก่อน และกำลังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติ

3. รายละเอียดสิทธิ 60/40: วงเงิน ระยะเวลา และรายการใช้จ่าย

3.1 วงเงินสิทธิและเพดานการใช้

  • วงเงินรัฐช่วยรวม: สูงสุด 4,000 บาท/คน ตลอดโครงการ

  • วงเงินต่อเดือน: รัฐช่วยสูงสุด 1,000 บาท/เดือน/คน

  • เพดานต่อวัน: รัฐช่วยจ่ายได้ไม่เกิน 200 บาท/วัน/คน

  • โครงสร้างการจ่าย: รัฐจ่าย 60% เราจ่าย 40% ผ่าน G-Wallet

ตัวอย่างการร่วมจ่าย

  • ซื้อ 100 บาท → รัฐจ่าย 60 บาท / เราจ่าย 40 บาท

  • ซื้อ 200 บาท → รัฐจ่าย 120 บาท / เราจ่าย 80 บาท

  • ซื้อ 333 บาท → รัฐจ่ายเต็มเพดาน 200 บาท / เราจ่าย 133 บาท

หากยอดซื้อ เกิน 333 บาท ต่อวัน รัฐยังช่วยได้สูงสุด 200 บาทเหมือนเดิม ส่วนเกินเราต้องจ่ายเองผ่านแอปเป๋าตัง

3.2 ระยะเวลาใช้สิทธิ

  • ใช้สิทธิหน้าร้าน: 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00–23.00 น.

  • ใช้สิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรี: 15 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00–21.00 น.

  • วงเงินต่อเดือน ไม่สะสม ข้ามเดือน

    • ถ้าใช้ไม่ครบ 1,000 บาทในเดือนนั้น วงเงินที่เหลือจะถูกตัดทิ้ง

    • ระบบจะเริ่มนับสิทธิใหม่ทุกวันที่ 1 ของเดือน

3.3 สินค้าและบริการที่ใช้ได้–ไม่ได้

ใช้ได้

  • อาหาร

  • เครื่องดื่ม

  • สินค้าทั่วไป

  • บริการขนส่งสาธารณะ และขนส่งมวลชน

ใช้ไม่ได้

  • สลากกินแบ่งรัฐบาล

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

  • ผลิตภัณฑ์ยาสูบ

  • บัตรกำนัล บัตรเงินสด

  • การชำระค่าสินค้า/บริการล่วงหน้า

  • ร้านบริการที่ถูกระบุไม่เข้าร่วม เช่น ร้านนวด สปา ร้านทำผม/ทำเล็บ เป็นต้น (ตามตัวอย่างในบทความ)

หมายเหตุสำคัญ: ต้องมีการซื้อสินค้า/บริการจริงตามมูลค่าที่สแกนจ่าย ห้ามร้านค้าทอนเงินสด หรือแลกสิทธิเป็นเงินสด

4. วิธีลงทะเบียนและใช้งานผ่านแอปเป๋าตัง

4.1 ขั้นตอนลงทะเบียนสำหรับประชาชน

กลุ่มที่เคยใช้คนละครึ่งพลัส

  1. อัปเดตแอปเป๋าตังเป็นเวอร์ชันล่าสุด และเปิดใช้งาน G-Wallet

  2. เปิดแอป เลือกแบนเนอร์ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40”

  3. อ่านรายละเอียดและเงื่อนไขให้ครบ แล้วกด ยอมรับและรับสิทธิ

  4. ระบบแจ้งผลบนแอป พร้อมระบุวันที่เริ่มใช้สิทธิได้

  5. เติมเงินเข้า G-Wallet ก่อนใช้งานจริง

กลุ่มที่ไม่เคยใช้คนละครึ่งพลัส

  1. ดาวน์โหลดและสมัครใช้งานแอปเป๋าตัง เปิดบัญชี G-Wallet

  2. ในช่วงวันลงทะเบียน กดแบนเนอร์ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40”

  3. กด ลงทะเบียน กรอกข้อมูลตามบัตรประชาชนให้ถูกต้อง

  4. ยืนยันการลงทะเบียน

  5. ทำการ ยืนยันตัวตน (Confirm ID) ด้วยบัตรประชาชนจริง

    • ผ่านตู้ ATM สีเทาของธนาคารกรุงไทยที่มีสัญลักษณ์ “Confirm ID”

    • หรือที่สาขาธนาคารกรุงไทย (ยกเว้นผู้ที่เคยพิสูจน์ตัวตนกับโครงการรัฐอื่นมาก่อน)

  6. รอผลทาง SMS/แจ้งเตือนในแอป (ประมาณ 3 วัน)

4.2 วิธีเติมเงินเข้า G-Wallet

สามารถเติมเงินได้หลายช่องทาง โดยใช้ G-Wallet ID 15 หลัก เช่น

  • โอนผ่าน Mobile Banking ของธนาคารต่าง ๆ

  • เติมผ่าน Paotang Pay, Krungthai NEXT หรือบัญชีกรุงไทยที่ผูกกับเป๋าตัง

  • สแกน QR จากแอปธนาคารอื่น

  • เติมเงินผ่านตู้ ATM ใช้เลข G-Wallet ID 15 หลัก

4.3 วิธีใช้จ่ายหน้าร้านผ่านเป๋าตัง

  1. เข้าแอปเป๋าตัง เลือกแบนเนอร์ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)

  2. กดปุ่ม “สแกน QR เพื่อใช้สิทธิ”

  3. สแกน QR ร้านค้าที่ใช้แอป “ถุงเงิน” และเข้าร่วมโครงการ

  4. ตรวจสอบยอดเงินที่จะจ่าย (รวมทั้งส่วนรัฐช่วยและส่วนที่เราจ่าย)

  5. กด ยืนยันการชำระเงิน (ต้องมีเงินใน G-Wallet ครบส่วน 40% ของเรา)

  6. ใส่รหัส PIN 6 หลัก และบันทึกสลิป

ผู้ใช้สามารถเช็กสิทธิที่ใช้ไป และวงเงินคงเหลือได้ในหน้าโครงการบนแอปเป๋าตัง

5. การใช้สิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรี (เช่น LINE MAN)

ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 ผู้ใช้สามารถใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วม เช่น LINE MAN ตามเงื่อนไขต่อไปนี้

  • ใช้สิทธิได้เวลา 06.00–21.00 น.

  • รัฐร่วมจ่ายเฉพาะ ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ไม่ร่วมจ่ายค่าจัดส่งหรือค่า GP

  • ต้องชำระเงินค่าอาหารผ่าน G-Wallet ภายใน 5 นาที หลังได้รับแจ้งเตือน

  • ค่าจัดส่งชำระตามช่องทางที่ผูกไว้กับแอปฟู้ดเดลิเวอรี

ตัวอย่างขั้นตอนทาง LINE MAN (ตามแนวทางที่สรุปไว้)

  1. เลือกร้านอาหารที่มีสัญลักษณ์ไทยช่วยไทย พลัส ในแอปฟู้ดเดลิเวอรี

  2. กด “ใช้สิทธิ” และเลือกเข้าแอปเป๋าตัง

  3. เลือกแอป LINE MAN ผ่านเมนูฟู้ดเดลิเวอรีในเป๋าตัง

  4. ตรวจสอบว่าฟังก์ชันสิทธิไทยช่วยไทย พลัสถูกเปิดใช้ก่อนสั่ง

  5. เมื่อกดชำระเงิน ระบบจะลิงก์ไปเป๋าตังอัตโนมัติ

  6. ชำระผ่าน G-Wallet ให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด

ร้านอาหารที่เข้าร่วมไทยช่วยไทยพลัส (60/40) สามารถสมัครเข้าร่วมแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้ เพียง 1 แพลตฟอร์ม ตามเงื่อนไขโครงการ

6. กลยุทธ์วางแผนใช้สิทธิให้คุ้ม

การใช้สิทธิให้คุ้มที่สุดต้องคำนึงทั้งเพดานรายวัน/รายเดือน และรายการสินค้าที่ใช้ได้ โดยข้อมูลในข่าวต่าง ๆ ให้ตัวอย่างสูตรการใช้ดังนี้

6.1 สูตรใช้สิทธิเต็มเพดานรายวัน

  • รัฐช่วยสูงสุด 200 บาท/วัน คิดเป็น 60% ของยอดซื้อ

  • หากต้องการให้รัฐช่วยเต็ม 200 บาทต่อวัน ยอดซื้อควรอยู่ราว 333 บาท

    • รัฐจ่าย 200 บาท (60%)

    • เราจ่าย 133 บาท (40%)

หากซื้อไม่ถึง 333 บาท รัฐก็ช่วยตาม 60% ของยอดจริง แต่ไม่ถึงเพดานสูงสุด

6.2 การวางแผนรายเดือน

  • รัฐให้สิทธิ 1,000 บาท/เดือน

  • หากใช้วันละประมาณ 333 บาทต่อวัน รัฐจะช่วยวันละ 200 บาท เพียงไม่กี่วันก็ใช้ครบเพดาน 1,000 บาท

  • หากเดือนใดใช้ไม่ครบ 1,000 บาท ส่วนที่เหลือจะ หายไป ไม่สะสมไปเดือนหน้า

แนวทางที่เห็นได้จากตัวเลขในบทความคือ

  • ตลอดโครงการ 4 เดือน รัฐจะช่วยรวม 4,000 บาท

  • ฝั่งประชาชนถ้าอยากใช้วงเงินเต็มทุกเดือน จะต้องเติมเงินร่วมจ่าย 40% รวมประมาณ 2,667 บาท เพื่อให้ยอดใช้รวมทั้งสิ้นราว 6,667 บาท ตลอดโครงการ

7. การเลือกใช้สิทธิกับร้านค้าที่เข้าร่วม

จากข้อมูลในบทความต่าง ๆ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) มีลักษณะโดยรวมดังนี้

7.1 ร้านค้าที่ร่วมโครงการ

  • ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปที่ไม่ใช่นิติบุคคล

  • ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น

  • ร้านของกองทุนหมู่บ้าน หรือวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนถูกต้อง

  • ร้าน OTOP

  • รถเข็น Food Delivery ที่เข้าร่วมโครงการ

  • บริการขนส่งสาธารณะบางส่วน (ตามที่รัฐกำหนด)

ร้านค้าต้องสมัครเป็นร้านถุงเงิน และได้รับการอนุมัติเข้าร่วมโครงการก่อน จึงจะรับสิทธิได้

7.2 ร้าน/บริการที่ไม่เข้าร่วม

  • ร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์บางประเภท (ตามตัวอย่างในบทความ)

  • ร้านทำผม ร้านนวด ร้านสปา ร้านทำเล็บ

  • จำหน่ายสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ

  • ร้านที่ขายบัตรกำนัล บัตรเงินสด หรือบริการชำระล่วงหน้าอื่น ๆ

8. ข้อควรระวังและปัญหาที่พบบ่อย

8.1 เงื่อนไขด้านเวลาและวงเงิน

  • ใช้สิทธิได้เฉพาะเวลา 06.00–23.00 น. (หน้าร้าน)

  • ฟู้ดเดลิเวอรีใช้ได้ 06.00–21.00 น.

  • หากใช้เกินเพดาน 200 บาท/วัน (ส่วนรัฐช่วย) หรือเกิน 1,000 บาท/เดือน ระบบจะไม่ร่วมจ่ายส่วนที่เกิน

8.2 การตัดสิทธิและการรีเซ็ตวงเงิน

  • วงเงินรายเดือน: ไม่ทบเดือนต่อเดือน ตัดสิทธิทันทีเมื่อจบเดือน

  • วงเงินรายวัน: ระบบคำนวณสิทธิใหม่ทุก 06.00 น. ของวัน

  • ไม่มีการตัดสิทธิหากไม่ใช้เลยในเดือนแรก แต่จะเสียสิทธิเฉพาะวงเงินเดือนนั้นไป

8.3 ปัญหาที่พบบ่อย (ตามตัวอย่างในข่าว)

  • สแกนใช้สิทธิไม่ได้ อาจเกิดจาก

    • ไม่อนุญาตสิทธิแอปเป๋าตังเข้าถึงคลังรูป/ตำแหน่งที่ตั้ง

    • สแกน QR ผิด (ไม่ได้สแกน QR จากร้านถุงเงินที่เข้าร่วมโครงการ)

    • ใช้นอกเวลา หรือเกินวงเงินต่อวัน/เดือน

    • อุปกรณ์ระบุตำแหน่งไม่ได้

  • สแกนใบหน้าไม่ผ่าน

    • มักเกิดกับผู้เปิดใช้งานเป๋าตังครั้งแรก หรือผู้ที่ลบแอปแล้วติดตั้งใหม่

    • ต้องไปยืนยันตัวตน e-KYC ที่ตู้ ATM สีเทา หรือสาขาธนาคารกรุงไทย

  • ผู้ที่ขึ้นข้อความ “กำลังรอผลการลงทะเบียน” คือกลุ่มที่ไม่เคยเข้าร่วมคนละครึ่งพลัส ต้องรอผลตรวจสอบคุณสมบัติภายใน 3 วัน

9. ตัวอย่างแนวทางการวางแผนใช้สิทธิให้ครบวงเงิน

จากตัวเลขและเพดานที่กำหนด เราสามารถสังเคราะห์แนวทางวางแผนใช้สิทธิของกลุ่มต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกินงบส่วนตัวและใช้สิทธิรัฐได้เต็มที่

9.1 คนทำงาน

  • ใช้สิทธิเป็นค่าอาหารกลางวัน–เย็นวันละราว 300–350 บาท

  • รัฐช่วยวันละประมาณ 180–200 บาท เราจ่ายเองราว 120–140 บาท

  • ใช้สิทธิวันทำงานหลัก ๆ 10–15 วันต่อเดือน ก็ใช้รัฐช่วยใกล้เต็ม 1,000 บาท

9.2 ครอบครัว

  • วางแผนใช้สิทธิซื้อของจำเป็น เช่น อาหารสด ของกินประจำบ้าน ในวันซื้อของประจำสัปดาห์

  • วันใดมียอดซื้อสูง (300 บาทขึ้นไป) จะช่วยดึงรัฐมาช่วยเต็มเพดานวันละ 200 บาท

  • แบ่งใช้ระหว่างซื้อของเข้าบ้านและค่าอาหารนอกบ้าน เพื่อไม่ให้เกินงบส่วนตัว

9.3 นักศึกษา

  • ใช้สิทธิกับร้านอาหารใกล้มหาวิทยาลัยและรถขนส่งสาธารณะที่ร่วมโครงการ

  • กำหนดวงเงินตัวเองวันละประมาณ 150–200 บาท รัฐช่วย 90–120 บาท เราจ่าย 60–80 บาท

  • เน้นใช้สิทธิกับค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น อาหารหลัก มากกว่าของฟุ่มเฟือย

10. สรุปเคล็ดลับใช้ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ให้ได้ประโยชน์สูงสุด

จากข้อมูลทั้งหมด สามารถสรุปแนวทางใช้สิทธิให้คุ้มและไม่เสียโอกาสได้ดังนี้

  • ลงทะเบียนให้ทัน ในช่วง 25–29 พ.ค. 2569 และตรวจสอบผลในแอปเป๋าตัง

  • เติมเงิน G-Wallet ให้พร้อม ก่อนวันเริ่มใช้สิทธิ (1 มิ.ย.)

  • วางแผนใช้สิทธิให้ใกล้เคียงเพดาน 200 บาท/วัน และ 1,000 บาท/เดือน เพื่อดึงวงเงินรัฐให้เต็ม

  • เลือกใช้กับ ของจำเป็น เช่น อาหาร สินค้าจำเป็น และค่าเดินทาง เพื่อลดค่าใช้จ่ายประจำ

  • ใช้สิทธิในช่วงเวลาโครงการและในเวลาที่กำหนด (06.00–23.00 น.) เพื่อเลี่ยงปัญหาทำรายการไม่ผ่าน

  • เช็กให้แน่ใจว่าร้านที่จ่ายเป็น ร้านถุงเงินที่เข้าร่วมโครงการ และอยู่ในหมวดสินค้าที่ใช้ได้

  • ติดตามวงเงินคงเหลือและประวัติการใช้สิทธิในแอปเป๋าตัง เพื่อวางแผนใช้สิทธิแต่ละเดือนให้ครบโดยไม่เกินงบส่วนตัว

หากใช้สิทธิอย่างมีแผน ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 จะช่วยให้ประชาชนประหยัดเงินได้จริง ขณะเดียวกันก็ช่วยให้เงินหมุนเวียนกลับสู่ร้านค้ารายย่อยและเศรษฐกิจไทยในภาพรวมตลอดช่วง 4 เดือนของโครงการ

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น