ZestBuy

คู่มือยื่นภาษี 2569 ผ่าน RD Smart Tax

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI06-02

ทำความเข้าใจภาษีบุคคลธรรมดา 2026 และกำหนดเวลายื่นภาษีออนไลน์

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไปหรือหน่วยภาษีบางประเภท ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ตามกฎหมาย ผู้มีเงินได้ต้องยื่นแบบปีละครั้ง เพื่อแสดงรายได้ทั้งปี หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ก่อนคำนวณภาษีว่าจะต้องจ่ายเพิ่ม ขอคืน หรือไม่มียอดค้างชำระ

กลุ่มที่เข้าข่ายต้องยื่น เช่น

  • บุคคลธรรมดาทั่วไป (มนุษย์เงินเดือน พนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ ฯลฯ)

  • ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล

  • ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี

  • กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง

  • วิสาหกิจชุมชนบางประเภทตามกฎหมาย

แม้บางคนจะไม่มีภาษีต้องจ่าย แต่ถ้ามีเงินได้ถึงเกณฑ์ (เช่น คนโสดเงินเดือนตั้งแต่ประมาณ 120,000 บาทต่อปี หรือมีภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้) ก็ยังมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ เพราะถือเป็นการยืนยันรายได้ และใช้สิทธิขอคืนภาษีที่ถูกหักเกินในระหว่างปีได้ด้วย

กำหนดเวลายื่นภาษีปีภาษี 2568 (ยื่นช่วงต้นปี 2569)

  • ยื่นแบบกระดาษ: 1 มกราคม 2569 – 31 มีนาคม 2569

  • ยื่นออนไลน์ (e-Filing / แอป RD Smart Tax): ถึงวันที่ 8 เมษายน 2569

กรณียื่นล่าช้าอาจมี

  • ค่าปรับทางอาญา (ตามจริงแต่ในทางปฏิบัติมักไม่เกิน 200 บาท)

  • เงินเพิ่มกรณีมีภาษีต้องชำระ: 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ยังค้าง (เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน)


เตรียมเอกสารและข้อมูลสำคัญก่อนยื่นภาษีผ่าน RD Smart Tax

การเตรียมเอกสารก่อนเริ่มยื่น ช่วยลดทั้งความเครียดและความผิดพลาด โดยหลักแล้วควรแยกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน/ยกเว้น

1. หลักฐานรายได้

  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) จากนายจ้างหรือผู้ว่าจ้าง
    • ระบุรายได้รวมทั้งปี

    • เงินสมทบประกันสังคม/กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

    • ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายแล้ว

  • หนังสือรับรองเงินปันผล ดอกเบี้ย หรือรายได้จากการลงทุน

  • เอกสารรายได้อื่น ๆ เช่น สัญญาจ้าง สัญญาเช่า รายรับจากธุรกิจ/ฟรีแลนซ์

  • รายการเดินบัญชี หรือสมุดบัญชีรายรับ–รายจ่าย (ใช้พิสูจน์ที่มาของรายได้)

รายได้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้จำนวนมาก มักเป็นที่มาของ “ขอคืนภาษี” ถ้าคุณใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ครบ

2. หลักฐานค่าใช้จ่าย (กรณีเลือกหักตามจริง)

  • ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี สลิปโอนเงิน

  • สำเนาบัตรประชาชนผู้รับเงิน หรือเอกสารยืนยันการจ่ายอื่น ๆ

  • บัญชีรายรับ–รายจ่าย เพื่อยืนยันว่ารายจ่ายเกี่ยวข้องกับรายได้และไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย

หากเงินได้ประเภทที่กฎหมายให้หักแบบเหมาเท่านั้น เช่น เงินเดือน, ฟรีแลนซ์บางกรณี (หักเหมาได้สูงสุด 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท) ก็ ไม่จำเป็น ต้องเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายจริงเพื่อใช้ยื่น แต่ควรเก็บไว้เผื่อถูกตรวจสอบ

3. หลักฐานค่าลดหย่อนและยกเว้นภาษี

ตัวอย่างเอกสารสำคัญที่ควรเตรียมให้พร้อมก่อนยื่นผ่านแอป RD Smart Tax

  • กลุ่มครอบครัว

    • เลขประจำตัวประชาชนของบุตร บิดา มารดา และคู่สมรส (ใช้สำหรับลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร บิดามารดา ผู้พิการ ฯลฯ ตามเงื่อนไขแต่ละมาตรการ)

  • กลุ่มประกัน

    • หนังสือรับรองเบี้ยประกันชีวิต

    • หนังสือรับรองเบี้ยประกันสุขภาพของตนเองและของบิดามารดา

  • กลุ่มการออมและการลงทุน

    • หนังสือรับรองการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี เช่น RMF, Thai ESG หรือกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ/การเกษียณอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

    • เอกสารยืนยันเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., กองทุนครูเอกชน ฯลฯ

  • กลุ่มที่อยู่อาศัย

    • หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างที่อยู่อาศัย (ใช้ลดหย่อนได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท)

  • กลุ่มบริจาคและมาตรการรัฐ

    • ใบอนุโมทนาบัตร/เอกสารการบริจาค (ทั่วไป, เพื่อการศึกษา/สาธารณกุศล, พรรคการเมือง ฯลฯ)

    • e-Tax Invoice / e-Receipt สำหรับมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย เช่น Easy E-Receipt หรือมาตรการท่องเที่ยว (ถ้ามีในปีภาษีนั้น)

ข้อมูลค่าลดหย่อนบางส่วน ถูกส่งเข้าระบบกรมสรรพากรอัตโนมัติและตรวจดูได้ผ่าน D-MyTax แต่ในการยื่นจริง ควรยึดตามเอกสารข้อเท็จจริงเป็นหลัก


รู้จักฟีเจอร์หลักของแอป RD Smart Tax ให้ใช้งานได้คุ้มที่สุด

RD Smart Tax เป็นช่องทางยื่นภาษีทางมือถือที่กรมสรรพากรพัฒนาขึ้นให้ใช้งานง่ายขึ้นกว่าหน้าเว็บ โดยเน้น 3 เรื่องใหญ่: ยื่นแบบ – คำนวณ – ติดตามผล

ฟีเจอร์สำคัญที่ใช้บ่อย

  • ยื่นแบบภาษีบุคคลธรรมดา

    • รองรับแบบ ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.91 และ ภ.ง.ด.95

    • เหมาะทั้งคนมีรายได้ทางเดียว (เงินเดือน) และหลายทาง (งานประจำ + ฟรีแลนซ์/ธุรกิจ/ลงทุน)

    • รองรับการยื่นในกรณีคู่สมรส และการอุปการะบุคคลพิการหรือทุพพลภาพ

  • ทดลองคำนวณภาษีก่อนยื่นจริง

    • เลือกเมนู “ทดลองคำนวณภาษี” กรอกรายได้และค่าลดหย่อนเพื่อดูแนวโน้มว่า
      • ต้องจ่ายเพิ่มเท่าไหร่

      • หรือมีโอกาสได้เงินคืนประมาณเท่าไร

    • ใช้สำหรับวางแผนก่อนกด “ยื่นจริง”

  • เข้าสู่ระบบแบบยืดหยุ่น

    • ใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลัก (กรณีเคยลงทะเบียน e-Filing มาก่อน)

    • หรือใช้ Digital ID ผ่านแอป ThaID / เป๋าตัง / แอปธนาคารต่าง ๆ

    • หรือสมัครสมาชิกใหม่จากในแอปได้โดยตรง

  • ดึงข้อมูลเดิมและปรับแก้ได้

    • ถ้าเคยยื่นออนไลน์มาก่อน ข้อมูลส่วนตัวและบางสิทธิ์ลดหย่อนจะถูกโหลดมาให้อัตโนมัติ

    • สามารถแก้ไข ปรับปรุง เพิ่ม/ลดรายการได้ในแอปทันที

  • แสดงสรุปคำนวณภาษีแบบชัดเจน

    • สรุปรายได้ ภาษีที่หัก ณ ที่จ่าย ค่าลดหย่อน และยอดภาษีที่ต้องชำระหรือขอคืน

    • หากยอดภาษีต้องจ่ายเกิน 3,000 บาท ระบบจะมีตัวเลือกให้ “ผ่อนชำระ 3 งวด” โดยไม่มีดอกเบี้ย

  • ตรวจสอบผลการยื่นและการคืนภาษี

    • ในเมนู “ตรวจสอบผลการยื่นแบบ” หรือ “ตรวจสอบผลการคืนภาษี”

    • ช่วยติดตามสถานะว่าอยู่ขั้นตอนไหน เช่น รับแบบแล้ว / พิจารณาคืนเงิน / ส่งคืนเงินแล้ว เป็นต้น


ขั้นตอนยื่นภาษีบุคคลธรรมดาออนไลน์ผ่าน RD Smart Tax แบบทีละขั้น

1. ดาวน์โหลดและเปิดใช้งานแอป

  • ดาวน์โหลดแอป RD Smart Tax
    • ระบบ iOS หรือ Android

  • เปิดแอป อ่านเงื่อนไข และกดยอมรับการใช้บริการ

2. เลือกโหมดการใช้งาน

  • หากยังไม่แน่ใจยอดภาษี: เลือกเมนู “ทดลองคำนวณภาษี” เพื่อลองกรอกและดูตัวเลขก่อน

  • ถ้าพร้อมยื่นจริงแล้ว หรือรู้ยอดโดยคร่าว: เลือก “ยื่นภาษีออนไลน์”

3. เข้าสู่ระบบและยืนยันตัวตน

ช่องทางล็อกอินหลัก ๆ ได้แก่

  • กรอกเลขบัตรประชาชน + รหัสผ่าน (กรณีเคยลงทะเบียนใน efiling.rd.go.th)

  • เข้าผ่าน Digital ID (ThaID / เป๋าตัง / แอปธนาคาร)

  • หรือลงทะเบียนใหม่ในแอป กรอกเลขบัตรประชาชนและข้อมูลส่วนตัวเพื่อยืนยันตัวตน

จากนั้น

  • ระบบจะส่งรหัส OTP ไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียน

  • กรอกรหัส OTP เพื่อยืนยัน

  • ตั้งรหัส PIN 6 หลักสำหรับเข้าใช้งานครั้งต่อไป

  • กดยอมรับ และเลือก “เริ่มยื่นแบบ”

4. ตรวจสอบและกรอกข้อมูลส่วนตัว

ในหน้า “ข้อมูลส่วนตัว” ให้ตรวจสอบและกรอกให้ครบถ้วน เช่น

  • ข้อมูลทั่วไป: ชื่อ–สกุล เลขประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด

  • ที่อยู่ปัจจุบัน: ใช้เป็นที่อยู่ติดต่อจากกรมสรรพากร

  • ข้อมูลเพื่อการยื่นภาษี: สถานภาพสมรส วิธีการยื่น (ยื่นร่วม/ยื่นแยก)

  • ข้อมูลเพื่อลดหย่อนภาษีเบื้องต้น: จำนวนบุตร ผู้พิการที่อุปการะ เป็นต้น

หากเคยยื่นออนไลน์ปีก่อน ข้อมูลหลายส่วนจะขึ้นมาให้อัตโนมัติ สามารถแก้ไขปรับปรุงได้

5. กรอกข้อมูลรายได้

เลือกเมนู “กรอกเงินได้” แล้วระบุเงินได้ตามประเภทต่าง ๆ เช่น

  • เงินเดือน โบนัส เบี้ยเลี้ยง บำนาญ (มาตรา 40(1)) – ตามใบ 50 ทวิ

  • รายได้จากฟรีแลนซ์/รับจ้าง/วิชาชีพอิสระ/ธุรกิจ

  • รายได้จากค่าเช่า ดอกเบี้ย เงินปันผล หรือการขายสินทรัพย์บางประเภท

ระบบจะสรุปรายได้รวมทั้งปี และยอดภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายสะสมให้อัตโนมัติจากตัวเลขที่คุณกรอก

6. กรอกรายการค่าลดหย่อนและยกเว้น

เลือกเมนู “กรอกค่าลดหย่อน” แล้วใส่ตัวเลขตามเอกสารจริง เช่น

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร บิดามารดา ผู้พิการ

  • เงินสมทบประกันสังคม

  • เบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพ

  • เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กบข. / กองทุนครูเอกชน / กอช. / RMF / Thai ESG ฯลฯ

  • ดอกเบี้ยกู้เพื่อที่อยู่อาศัย

  • เงินบริจาคต่าง ๆ

  • ค่าใช้จ่ายตามมาตรการรัฐ (เช่น Easy E-Receipt, เที่ยวเมืองรอง ฯลฯ หากมีในปีภาษี)

เมื่อกรอกครบ ให้กดให้ระบบ “คำนวณภาษี” จะเห็นภาพรวมภาษีที่ต้องจ่ายหรือยอดขอคืนทันที

7. ตรวจผลคำนวณ และตั้งค่าพิเศษก่อนยื่น

ในหน้าสรุป ระบบจะแสดงว่า

  • ต้องชำระภาษีเพิ่ม หรือ

  • มีภาษีชำระเกินและขอคืนได้

จุดที่ต้องตัดสินใจก่อนยืนยันแบบ เช่น

  • เลือกหรือไม่เลือก “แบ่งชำระภาษี 3 งวด” (กรณีภาษีที่ต้องจ่ายเกิน 3,000 บาท)

  • เลือก “อุดหนุนเงินภาษีให้พรรคการเมือง” หรือไม่ (สูงสุด 500 บาท โดยหักจากภาษีที่ต้องชำระ ไม่ใช่เงินเพิ่ม)

  • หากต้องการขอคืนภาษี ต้องเลือกว่าต้องการ “ขอคืน” ในแบบยื่นภาษีด้วย

8. ตรวจแบบร่างและกดยื่นแบบ

ก่อนยื่นจริง ให้กดดู “แบบร่างก่อนยื่นแบบ” เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของ

  • รายได้ตามใบ 50 ทวิ และเอกสารอื่น

  • ตัวเลขค่าลดหย่อนทุกช่อง

  • ชื่อ–สกุล เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ และสถานะสมรส

หากถูกต้องแล้ว กด “ยื่นแบบ” ระบบจะยืนยันการยื่นสำเร็จ และออกหลักฐาน (แบบ ภ.ง.ด. และใบเสร็จ ถ้ามีภาษีต้องจ่าย) ควรดาวน์โหลดหรือเซฟเก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี

9. การชำระภาษี (ถ้ามี)

หากมียอดภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม แอปจะแสดงช่องทางการชำระ เช่น

  • ATM

  • เทเลแบงกิ้ง / อินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง / โมบายแบงกิ้ง

  • เคาน์เตอร์บริการที่รองรับ

เมื่อชำระแล้วควรเก็บหลักฐานไว้ เผื่อใช้ตรวจสอบกรณีมีข้อสงสัยภายหลัง


เทคนิคกรอกค่าลดหย่อนและค่าใช้จ่ายให้ครบ เพื่อเพิ่มโอกาสได้เงินคืน

ประเด็นที่ทำให้หลายคนเสียโอกาส “ได้เงินคืน” คือกรอกค่าลดหย่อนไม่ครบ หรือปล่อยให้สิทธิ์บางส่วนตกหล่น ดังนั้นก่อนยื่นผ่าน RD Smart Tax ควรทบทวนสิทธิ์หลัก ๆ ดังนี้

1. ใช้ข้อมูลจาก D-MyTax เป็นตัวช่วย แต่เช็กกับเอกสารจริงเสมอ

ระบบ D-MyTax จะดึงข้อมูลจาก

  • นายจ้าง

  • บริษัทประกัน

  • บลจ. (กองทุน RMF / ThaiESG ฯลฯ)

  • หน่วยงานที่เข้าร่วมมาตรการภาษีต่าง ๆ

ข้อดีคือ ลดการพิมพ์ตัวเลขเองและลดโอกาสผิด แต่ในช่วงต้นปี ข้อมูลจากบางแห่งอาจยังไม่เข้าระบบครบ เช่น

  • ประกันมักส่งข้อมูลภายใน 7 มกราคม

  • กองทุนลดหย่อนมักส่งข้อมูลภายใน 15 มกราคม

ดังนั้นหากสิทธิ์บางรายการ “ยังไม่ขึ้น” ใน D-MyTax แต่คุณมีเอกสารจริงอยู่ สามารถกรอกเพิ่มในขั้นตอนยื่นแบบได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้ขึ้นในระบบก่อนเสมอไป

2. ทบทวนสิทธิ์ลดหย่อนพื้นฐานให้ครบ

ก่อนกรอกค่าลดหย่อนในแอป ให้ไล่เช็กทีละหัวข้อ เช่น

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว

  • คู่สมรสไม่มีรายได้

  • บุตรตามเงื่อนไข (รวมถึงดูจำนวนคนและอายุ)

  • บิดามารดา (อายุและรายได้ไม่เกินเกณฑ์ตามที่กำหนด)

  • ผู้พิการหรือทุพพลภาพที่อุปการะ

  • ค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตร (ตามเกณฑ์ต่อการคลอด 1 ครั้ง)

3. ไม่ลืมกลุ่มประกัน–กองทุน–ดอกเบี้ยบ้าน

สามกลุ่มนี้มักเป็นตัวช่วยลดภาระภาษีอย่างมีนัยยะ โดยเฉพาะผู้มีภาระบ้านหรือออมเพื่อเกษียณ

  • เบี้ยประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ (ตนเองและบิดามารดา)

  • กองทุนเพื่อการออมและการเกษียณ (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., RMF, Thai ESG ฯลฯ)

  • ดอกเบี้ยกู้บ้าน (รวมดอกเบี้ยหลายโครงการได้ แต่ใช้ลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี)

4. กรณีเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง

ถ้าเลือกใช้วิธีหักค่าใช้จ่ายตามจริงแทนแบบเหมา ต้องแน่ใจว่า

  • มีเอกสารค่าใช้จ่ายพร้อมและเกี่ยวข้องกับรายได้จริง

  • กรอกในช่องให้ครบ และเก็บเอกสารเผื่อกรมสรรพากรเรียกตรวจ

ในหลายกรณี หากไม่มั่นใจว่ารวบรวมเอกสารค่าใช้จ่ายได้ครบ การใช้ “หักแบบเหมา” อาจปลอดภัยและสะดวกกว่า แม้จะลดหย่อนได้น้อยกว่าในบางกรณี


ข้อผิดพลาดยอดฮิตในการยื่นภาษีออนไลน์ และวิธีตรวจสอบก่อนกดยื่น

แม้ RD Smart Tax จะช่วยลดความซับซ้อน แต่ข้อผิดพลาดต่อไปนี้ยังพบได้บ่อย และส่งผลให้เงินคืนช้า หรือถูกเรียกเอกสารเพิ่ม

ตัวอย่างข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • กรอกยอดรายได้ไม่ตรงกับใบ 50 ทวิ หรือรายได้ทางอื่น ๆ

  • ลืมกรอกค่าลดหย่อนบางรายการที่มีเอกสารจริง

  • เลือกแบบผิดประเภท (กรณีเข้าเว็บ e-Filing โดยตรง เช่น เลือก ภ.ง.ด.91 ทั้งที่มีรายได้หลายทางที่ควรใช้ ภ.ง.ด.90 – แต่ในระบบออนไลน์ส่วนใหญ่จะช่วยแนะนำให้อัตโนมัติถ้ากรอกข้อมูลถูก)

  • กรอกข้อมูลส่วนตัวผิด เช่น เลขบัตรประชาชน วันเกิด ที่อยู่ หรือสถานะสมรส

  • ไม่กดเลือก “ขอคืนภาษี” ทั้งที่มีภาษีชำระเกิน

วิธีตรวจสอบก่อนยืนยันแบบ

  1. เปิด “แบบร่างก่อนยื่นแบบ” แล้วไล่เช็กตามหัวข้อ
    • รายได้ตามเอกสารทั้งหมด

    • ค่าลดหย่อนตรงกับเอกสารและสิทธิ์ที่มี

  2. ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวอย่างละเอียด
    • เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ชื่อ–สกุล สถานภาพสมรส

  3. ตรวจยอดภาษีที่ต้องชำระหรือขอคืน
    • หากตัวเลขต่างจากที่คาดไว้มาก ให้ย้อนกลับไปดูว่าลืมใส่รายได้/ลดหย่อนอะไรหรือไม่

  4. หากไม่แน่ใจ ให้หยุดและกลับมาตรวจอีกครั้ง ไม่ต้องรีบกดยื่นในวันสุดท้าย เพื่อลดความผิดพลาด

ในกรณียื่นไปแล้วพบว่ากรอกผิด ยังสามารถ “ยื่นแบบเพิ่มเติม” ผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยต้องกรอกข้อมูลใหม่ให้ครบทั้งชุด ไม่ใช่แก้เฉพาะจุด ระบบจะคำนวณส่วนต่างภาษีให้ใหม่


วิธีตรวจสถานะการคืนเงินภาษี และเคล็ดลับให้ได้เงินคืนไวขึ้น

หลังยื่นแบบผ่าน RD Smart Tax แล้ว ผู้ที่มีสิทธิ์ “ขอคืนภาษี” สามารถติดตามความคืบหน้าได้ 2 ทางหลัก (ตามข้อมูลจากเอกสารอ้างอิง)

1. ตรวจผ่านระบบออนไลน์

  • เข้าเว็บไซต์กรมสรรพากร (My Tax Account / e-Filing) หรือใช้แอป RD Smart Tax

  • เข้าระบบด้วย RD ID (เลขบัตรประชาชน + รหัสผ่าน + Laser ID) หรือ Digital ID

  • ระบบจะแสดงสถานะ เช่น
    • ได้รับแบบแสดงรายการแล้ว

    • อยู่ระหว่างการพิจารณาคืนเงิน

    • อยู่ระหว่างการส่งคืนเงิน

  • สามารถดูประวัติการยื่นภาษีและการคืนเงินภาษีย้อนหลังได้

โดยทั่วไป หากข้อมูลถูกต้องและไม่มีการขอเอกสารเพิ่ม

  • การพิจารณาเบื้องต้นใช้เวลาประมาณ 3–7 วันทำการ

  • เงินจะโอนเข้าบัญชีที่ผูก PromptPay ด้วยเลขประจำตัวประชาชน

กรณีไม่ได้ผูก PromptPay

  • กรมสรรพากรจะส่งหนังสือแจ้งคืนเงินภาษี (แบบ ค.21)

  • ให้นำไปขึ้นเงิน/เข้าบัญชีที่ธนาคารกรุงไทย หรือธ.ก.ส. ตามที่กำหนด

2. ติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่หรือ Call Center

  • สามารถติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ตามภูมิลำเนาที่แจ้งในแบบยื่นภาษี

  • หรือสอบถามผ่าน Call Center 1161 ตามเบอร์ติดต่อที่กำหนดในคู่มือของกรมสรรพากร

เคล็ดลับให้ได้เงินคืนเร็วขึ้น

  1. เตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ก่อนยื่น

    • โดยเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวกับสิทธิ์ลดหย่อน และรายได้ที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย

  2. หมั่นตรวจสถานะการขอคืนภาษีหลังยื่น

    • หากกรมสรรพากรขอเอกสารเพิ่มเติม ควรจัดส่งให้เร็วที่สุด ผ่านช่องทางที่กำหนด เช่น
      • ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่

      • ส่งแฟกซ์ / ไปรษณีย์ตามที่อยู่ในใบนำส่งเอกสาร

      • อัปโหลดผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร (กรณีระบบรองรับ)

  3. ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องตั้งแต่แรก

    • การกรอกตัวเลขรายได้และค่าลดหย่อนผิด ทำให้ต้องใช้เวลาตรวจแก้ยาวนานขึ้น

  4. ผูกบัญชี PromptPay ด้วยเลขบัตรประชาชน

    • เป็นช่องทางรับเงินคืนที่กรมสรรพากรระบุว่าสะดวกและรวดเร็วที่สุด เพราะโอนตรงเข้าบัญชีโดยอัตโนมัติ

หากนำส่งเอกสารครบถ้วนตามที่ขอ กฎหมายกำหนดให้กรมสรรพากรต้องดำเนินการคืนเงินภาษีภายใน 3 เดือน


สรุปภาพรวมการยื่นภาษีบุคคลธรรมดา 2026 ออนไลน์ พร้อมเช็กลิสต์ก่อนยื่นจริง

การยื่นภาษีบุคคลธรรมดาออนไลน์ผ่าน RD Smart Tax ทำให้ขั้นตอนที่เคยซับซ้อนกลายเป็นเรื่องจัดการได้ หากเข้าใจ 3 แกนหลัก: รู้กำหนดเวลา – เตรียมเอกสาร – ใช้สิทธิ์ลดหย่อนให้ครบ จากนั้นให้แอปช่วยคำนวณและส่งแบบให้

ภาพรวมขั้นตอนย่อ

  1. ตรวจว่าตนเองเข้าเกณฑ์ต้องยื่นภาษีหรือไม่ (ดูจากรายได้ทั้งปี)

  2. รวบรวมเอกสารรายได้ ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนให้ครบ

  3. ดาวน์โหลดและเข้าสู่ระบบ RD Smart Tax (หรือ e-Filing) ด้วย RD ID หรือ Digital ID

  4. เลือกแบบ ภ.ง.ด.90/91 ตามลักษณะรายได้ (ระบบช่วยพาไปตามข้อมูลที่กรอก)

  5. กรอก/ตรวจข้อมูลผู้เสียภาษี รายได้ ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อน

  6. ให้ระบบคำนวณภาษี ตรวจสอบผล และเลือกขอคืน/ผ่อนชำระ/อุดหนุนพรรคการเมืองตามต้องการ

  7. ตรวจแบบร่างให้ละเอียด แล้วกดยืนยันยื่นแบบ

  8. ชำระภาษี (ถ้ามี) ภายในกำหนด และเก็บหลักฐานไว้อย่างน้อย 5 ปี

  9. ติดตามสถานะการยื่นและการคืนภาษีผ่านแอปหรือเว็บไซต์กรมสรรพากร

เช็กลิสต์ก่อนกด “ยื่นแบบ” จริง

  • [ ] มีใบ 50 ทวิ และหลักฐานรายได้อื่นครบ

  • [ ] เช็กสิทธิ์ลดหย่อนทุกกลุ่ม (ส่วนตัว–ครอบครัว–ประกัน–กองทุน–บ้าน–บริจาค–มาตรการรัฐ)

  • [ ] กรอกข้อมูลใน RD Smart Tax ครบทั้งรายได้และค่าลดหย่อน

  • [ ] ประทวนตัวเลขใน “แบบร่างก่อนยื่นแบบ” แล้ว

  • [ ] เลือกขอคืนภาษี (ถ้ามียอดชำระเกิน) และผูก PromptPay ด้วยเลขบัตรประชาชนเรียบร้อย

  • [ ] ยื่นภายในกำหนด ไม่รอวันสุดท้าย เพื่อลดความเสี่ยงระบบหนาแน่นและแก้ไขไม่ทัน

เมื่อเตรียมทุกอย่างครบและเข้าใจขั้นตอนของ RD Smart Tax แล้ว การยื่นภาษีประจำปี 2569 ก็จะเป็นกระบวนการที่ง่ายขึ้นมาก ช่วยให้คุณทั้งทำหน้าที่ผู้เสียภาษีได้ถูกต้อง และไม่เสียโอกาสในสิทธิ์ลดหย่อนหรือเงินภาษีคืนที่ควรได้รับ

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น