ทำความเข้าใจภาษีบุคคลธรรมดา 2026 และกำหนดเวลายื่นภาษีออนไลน์
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไปหรือหน่วยภาษีบางประเภท ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ตามกฎหมาย ผู้มีเงินได้ต้องยื่นแบบปีละครั้ง เพื่อแสดงรายได้ทั้งปี หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ก่อนคำนวณภาษีว่าจะต้องจ่ายเพิ่ม ขอคืน หรือไม่มียอดค้างชำระ
กลุ่มที่เข้าข่ายต้องยื่น เช่น
บุคคลธรรมดาทั่วไป (มนุษย์เงินเดือน พนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ ฯลฯ)
ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี
กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง
วิสาหกิจชุมชนบางประเภทตามกฎหมาย
แม้บางคนจะไม่มีภาษีต้องจ่าย แต่ถ้ามีเงินได้ถึงเกณฑ์ (เช่น คนโสดเงินเดือนตั้งแต่ประมาณ 120,000 บาทต่อปี หรือมีภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้) ก็ยังมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ เพราะถือเป็นการยืนยันรายได้ และใช้สิทธิขอคืนภาษีที่ถูกหักเกินในระหว่างปีได้ด้วย
กำหนดเวลายื่นภาษีปีภาษี 2568 (ยื่นช่วงต้นปี 2569)
ยื่นแบบกระดาษ: 1 มกราคม 2569 – 31 มีนาคม 2569
ยื่นออนไลน์ (e-Filing / แอป RD Smart Tax): ถึงวันที่ 8 เมษายน 2569
กรณียื่นล่าช้าอาจมี
ค่าปรับทางอาญา (ตามจริงแต่ในทางปฏิบัติมักไม่เกิน 200 บาท)
เงินเพิ่มกรณีมีภาษีต้องชำระ: 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ยังค้าง (เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน)
เตรียมเอกสารและข้อมูลสำคัญก่อนยื่นภาษีผ่าน RD Smart Tax
การเตรียมเอกสารก่อนเริ่มยื่น ช่วยลดทั้งความเครียดและความผิดพลาด โดยหลักแล้วควรแยกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน/ยกเว้น
1. หลักฐานรายได้
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) จากนายจ้างหรือผู้ว่าจ้าง
ระบุรายได้รวมทั้งปี
เงินสมทบประกันสังคม/กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายแล้ว
หนังสือรับรองเงินปันผล ดอกเบี้ย หรือรายได้จากการลงทุน
เอกสารรายได้อื่น ๆ เช่น สัญญาจ้าง สัญญาเช่า รายรับจากธุรกิจ/ฟรีแลนซ์
รายการเดินบัญชี หรือสมุดบัญชีรายรับ–รายจ่าย (ใช้พิสูจน์ที่มาของรายได้)
รายได้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้จำนวนมาก มักเป็นที่มาของ “ขอคืนภาษี” ถ้าคุณใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ครบ
2. หลักฐานค่าใช้จ่าย (กรณีเลือกหักตามจริง)
ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี สลิปโอนเงิน
สำเนาบัตรประชาชนผู้รับเงิน หรือเอกสารยืนยันการจ่ายอื่น ๆ
บัญชีรายรับ–รายจ่าย เพื่อยืนยันว่ารายจ่ายเกี่ยวข้องกับรายได้และไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย
หากเงินได้ประเภทที่กฎหมายให้หักแบบเหมาเท่านั้น เช่น เงินเดือน, ฟรีแลนซ์บางกรณี (หักเหมาได้สูงสุด 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท) ก็ ไม่จำเป็น ต้องเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายจริงเพื่อใช้ยื่น แต่ควรเก็บไว้เผื่อถูกตรวจสอบ
3. หลักฐานค่าลดหย่อนและยกเว้นภาษี
ตัวอย่างเอกสารสำคัญที่ควรเตรียมให้พร้อมก่อนยื่นผ่านแอป RD Smart Tax
กลุ่มครอบครัว
เลขประจำตัวประชาชนของบุตร บิดา มารดา และคู่สมรส (ใช้สำหรับลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร บิดามารดา ผู้พิการ ฯลฯ ตามเงื่อนไขแต่ละมาตรการ)
กลุ่มประกัน
หนังสือรับรองเบี้ยประกันชีวิต
หนังสือรับรองเบี้ยประกันสุขภาพของตนเองและของบิดามารดา
กลุ่มการออมและการลงทุน
หนังสือรับรองการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี เช่น RMF, Thai ESG หรือกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ/การเกษียณอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
เอกสารยืนยันเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., กองทุนครูเอกชน ฯลฯ
กลุ่มที่อยู่อาศัย
หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างที่อยู่อาศัย (ใช้ลดหย่อนได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท)
กลุ่มบริจาคและมาตรการรัฐ
ใบอนุโมทนาบัตร/เอกสารการบริจาค (ทั่วไป, เพื่อการศึกษา/สาธารณกุศล, พรรคการเมือง ฯลฯ)
e-Tax Invoice / e-Receipt สำหรับมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย เช่น Easy E-Receipt หรือมาตรการท่องเที่ยว (ถ้ามีในปีภาษีนั้น)
ข้อมูลค่าลดหย่อนบางส่วน ถูกส่งเข้าระบบกรมสรรพากรอัตโนมัติและตรวจดูได้ผ่าน D-MyTax แต่ในการยื่นจริง ควรยึดตามเอกสารข้อเท็จจริงเป็นหลัก
รู้จักฟีเจอร์หลักของแอป RD Smart Tax ให้ใช้งานได้คุ้มที่สุด
RD Smart Tax เป็นช่องทางยื่นภาษีทางมือถือที่กรมสรรพากรพัฒนาขึ้นให้ใช้งานง่ายขึ้นกว่าหน้าเว็บ โดยเน้น 3 เรื่องใหญ่: ยื่นแบบ – คำนวณ – ติดตามผล
ฟีเจอร์สำคัญที่ใช้บ่อย
ยื่นแบบภาษีบุคคลธรรมดา
รองรับแบบ ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.91 และ ภ.ง.ด.95
เหมาะทั้งคนมีรายได้ทางเดียว (เงินเดือน) และหลายทาง (งานประจำ + ฟรีแลนซ์/ธุรกิจ/ลงทุน)
รองรับการยื่นในกรณีคู่สมรส และการอุปการะบุคคลพิการหรือทุพพลภาพ
ทดลองคำนวณภาษีก่อนยื่นจริง
- เลือกเมนู “ทดลองคำนวณภาษี” กรอกรายได้และค่าลดหย่อนเพื่อดูแนวโน้มว่า
ต้องจ่ายเพิ่มเท่าไหร่
หรือมีโอกาสได้เงินคืนประมาณเท่าไร
ใช้สำหรับวางแผนก่อนกด “ยื่นจริง”
- เลือกเมนู “ทดลองคำนวณภาษี” กรอกรายได้และค่าลดหย่อนเพื่อดูแนวโน้มว่า
เข้าสู่ระบบแบบยืดหยุ่น
ใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลัก (กรณีเคยลงทะเบียน e-Filing มาก่อน)
หรือใช้ Digital ID ผ่านแอป ThaID / เป๋าตัง / แอปธนาคารต่าง ๆ
หรือสมัครสมาชิกใหม่จากในแอปได้โดยตรง
ดึงข้อมูลเดิมและปรับแก้ได้
ถ้าเคยยื่นออนไลน์มาก่อน ข้อมูลส่วนตัวและบางสิทธิ์ลดหย่อนจะถูกโหลดมาให้อัตโนมัติ
สามารถแก้ไข ปรับปรุง เพิ่ม/ลดรายการได้ในแอปทันที
แสดงสรุปคำนวณภาษีแบบชัดเจน
สรุปรายได้ ภาษีที่หัก ณ ที่จ่าย ค่าลดหย่อน และยอดภาษีที่ต้องชำระหรือขอคืน
หากยอดภาษีต้องจ่ายเกิน 3,000 บาท ระบบจะมีตัวเลือกให้ “ผ่อนชำระ 3 งวด” โดยไม่มีดอกเบี้ย
ตรวจสอบผลการยื่นและการคืนภาษี
ในเมนู “ตรวจสอบผลการยื่นแบบ” หรือ “ตรวจสอบผลการคืนภาษี”
ช่วยติดตามสถานะว่าอยู่ขั้นตอนไหน เช่น รับแบบแล้ว / พิจารณาคืนเงิน / ส่งคืนเงินแล้ว เป็นต้น
ขั้นตอนยื่นภาษีบุคคลธรรมดาออนไลน์ผ่าน RD Smart Tax แบบทีละขั้น
1. ดาวน์โหลดและเปิดใช้งานแอป
- ดาวน์โหลดแอป RD Smart Tax
ระบบ iOS หรือ Android
เปิดแอป อ่านเงื่อนไข และกดยอมรับการใช้บริการ
2. เลือกโหมดการใช้งาน
หากยังไม่แน่ใจยอดภาษี: เลือกเมนู “ทดลองคำนวณภาษี” เพื่อลองกรอกและดูตัวเลขก่อน
ถ้าพร้อมยื่นจริงแล้ว หรือรู้ยอดโดยคร่าว: เลือก “ยื่นภาษีออนไลน์”
3. เข้าสู่ระบบและยืนยันตัวตน
ช่องทางล็อกอินหลัก ๆ ได้แก่
กรอกเลขบัตรประชาชน + รหัสผ่าน (กรณีเคยลงทะเบียนใน efiling.rd.go.th)
เข้าผ่าน Digital ID (ThaID / เป๋าตัง / แอปธนาคาร)
หรือลงทะเบียนใหม่ในแอป กรอกเลขบัตรประชาชนและข้อมูลส่วนตัวเพื่อยืนยันตัวตน
จากนั้น
ระบบจะส่งรหัส OTP ไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียน
กรอกรหัส OTP เพื่อยืนยัน
ตั้งรหัส PIN 6 หลักสำหรับเข้าใช้งานครั้งต่อไป
กดยอมรับ และเลือก “เริ่มยื่นแบบ”
4. ตรวจสอบและกรอกข้อมูลส่วนตัว
ในหน้า “ข้อมูลส่วนตัว” ให้ตรวจสอบและกรอกให้ครบถ้วน เช่น
ข้อมูลทั่วไป: ชื่อ–สกุล เลขประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด
ที่อยู่ปัจจุบัน: ใช้เป็นที่อยู่ติดต่อจากกรมสรรพากร
ข้อมูลเพื่อการยื่นภาษี: สถานภาพสมรส วิธีการยื่น (ยื่นร่วม/ยื่นแยก)
ข้อมูลเพื่อลดหย่อนภาษีเบื้องต้น: จำนวนบุตร ผู้พิการที่อุปการะ เป็นต้น
หากเคยยื่นออนไลน์ปีก่อน ข้อมูลหลายส่วนจะขึ้นมาให้อัตโนมัติ สามารถแก้ไขปรับปรุงได้
5. กรอกข้อมูลรายได้
เลือกเมนู “กรอกเงินได้” แล้วระบุเงินได้ตามประเภทต่าง ๆ เช่น
เงินเดือน โบนัส เบี้ยเลี้ยง บำนาญ (มาตรา 40(1)) – ตามใบ 50 ทวิ
รายได้จากฟรีแลนซ์/รับจ้าง/วิชาชีพอิสระ/ธุรกิจ
รายได้จากค่าเช่า ดอกเบี้ย เงินปันผล หรือการขายสินทรัพย์บางประเภท
ระบบจะสรุปรายได้รวมทั้งปี และยอดภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายสะสมให้อัตโนมัติจากตัวเลขที่คุณกรอก
6. กรอกรายการค่าลดหย่อนและยกเว้น
เลือกเมนู “กรอกค่าลดหย่อน” แล้วใส่ตัวเลขตามเอกสารจริง เช่น
ค่าลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร บิดามารดา ผู้พิการ
เงินสมทบประกันสังคม
เบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพ
เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กบข. / กองทุนครูเอกชน / กอช. / RMF / Thai ESG ฯลฯ
ดอกเบี้ยกู้เพื่อที่อยู่อาศัย
เงินบริจาคต่าง ๆ
ค่าใช้จ่ายตามมาตรการรัฐ (เช่น Easy E-Receipt, เที่ยวเมืองรอง ฯลฯ หากมีในปีภาษี)
เมื่อกรอกครบ ให้กดให้ระบบ “คำนวณภาษี” จะเห็นภาพรวมภาษีที่ต้องจ่ายหรือยอดขอคืนทันที
7. ตรวจผลคำนวณ และตั้งค่าพิเศษก่อนยื่น
ในหน้าสรุป ระบบจะแสดงว่า
ต้องชำระภาษีเพิ่ม หรือ
มีภาษีชำระเกินและขอคืนได้
จุดที่ต้องตัดสินใจก่อนยืนยันแบบ เช่น
เลือกหรือไม่เลือก “แบ่งชำระภาษี 3 งวด” (กรณีภาษีที่ต้องจ่ายเกิน 3,000 บาท)
เลือก “อุดหนุนเงินภาษีให้พรรคการเมือง” หรือไม่ (สูงสุด 500 บาท โดยหักจากภาษีที่ต้องชำระ ไม่ใช่เงินเพิ่ม)
หากต้องการขอคืนภาษี ต้องเลือกว่าต้องการ “ขอคืน” ในแบบยื่นภาษีด้วย
8. ตรวจแบบร่างและกดยื่นแบบ
ก่อนยื่นจริง ให้กดดู “แบบร่างก่อนยื่นแบบ” เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของ
รายได้ตามใบ 50 ทวิ และเอกสารอื่น
ตัวเลขค่าลดหย่อนทุกช่อง
ชื่อ–สกุล เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ และสถานะสมรส
หากถูกต้องแล้ว กด “ยื่นแบบ” ระบบจะยืนยันการยื่นสำเร็จ และออกหลักฐาน (แบบ ภ.ง.ด. และใบเสร็จ ถ้ามีภาษีต้องจ่าย) ควรดาวน์โหลดหรือเซฟเก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี
9. การชำระภาษี (ถ้ามี)
หากมียอดภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม แอปจะแสดงช่องทางการชำระ เช่น
ATM
เทเลแบงกิ้ง / อินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง / โมบายแบงกิ้ง
เคาน์เตอร์บริการที่รองรับ
เมื่อชำระแล้วควรเก็บหลักฐานไว้ เผื่อใช้ตรวจสอบกรณีมีข้อสงสัยภายหลัง
เทคนิคกรอกค่าลดหย่อนและค่าใช้จ่ายให้ครบ เพื่อเพิ่มโอกาสได้เงินคืน
ประเด็นที่ทำให้หลายคนเสียโอกาส “ได้เงินคืน” คือกรอกค่าลดหย่อนไม่ครบ หรือปล่อยให้สิทธิ์บางส่วนตกหล่น ดังนั้นก่อนยื่นผ่าน RD Smart Tax ควรทบทวนสิทธิ์หลัก ๆ ดังนี้
1. ใช้ข้อมูลจาก D-MyTax เป็นตัวช่วย แต่เช็กกับเอกสารจริงเสมอ
ระบบ D-MyTax จะดึงข้อมูลจาก
นายจ้าง
บริษัทประกัน
บลจ. (กองทุน RMF / ThaiESG ฯลฯ)
หน่วยงานที่เข้าร่วมมาตรการภาษีต่าง ๆ
ข้อดีคือ ลดการพิมพ์ตัวเลขเองและลดโอกาสผิด แต่ในช่วงต้นปี ข้อมูลจากบางแห่งอาจยังไม่เข้าระบบครบ เช่น
ประกันมักส่งข้อมูลภายใน 7 มกราคม
กองทุนลดหย่อนมักส่งข้อมูลภายใน 15 มกราคม
ดังนั้นหากสิทธิ์บางรายการ “ยังไม่ขึ้น” ใน D-MyTax แต่คุณมีเอกสารจริงอยู่ สามารถกรอกเพิ่มในขั้นตอนยื่นแบบได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้ขึ้นในระบบก่อนเสมอไป
2. ทบทวนสิทธิ์ลดหย่อนพื้นฐานให้ครบ
ก่อนกรอกค่าลดหย่อนในแอป ให้ไล่เช็กทีละหัวข้อ เช่น
ค่าลดหย่อนส่วนตัว
คู่สมรสไม่มีรายได้
บุตรตามเงื่อนไข (รวมถึงดูจำนวนคนและอายุ)
บิดามารดา (อายุและรายได้ไม่เกินเกณฑ์ตามที่กำหนด)
ผู้พิการหรือทุพพลภาพที่อุปการะ
ค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตร (ตามเกณฑ์ต่อการคลอด 1 ครั้ง)
3. ไม่ลืมกลุ่มประกัน–กองทุน–ดอกเบี้ยบ้าน
สามกลุ่มนี้มักเป็นตัวช่วยลดภาระภาษีอย่างมีนัยยะ โดยเฉพาะผู้มีภาระบ้านหรือออมเพื่อเกษียณ
เบี้ยประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ (ตนเองและบิดามารดา)
กองทุนเพื่อการออมและการเกษียณ (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., RMF, Thai ESG ฯลฯ)
ดอกเบี้ยกู้บ้าน (รวมดอกเบี้ยหลายโครงการได้ แต่ใช้ลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี)
4. กรณีเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง
ถ้าเลือกใช้วิธีหักค่าใช้จ่ายตามจริงแทนแบบเหมา ต้องแน่ใจว่า
มีเอกสารค่าใช้จ่ายพร้อมและเกี่ยวข้องกับรายได้จริง
กรอกในช่องให้ครบ และเก็บเอกสารเผื่อกรมสรรพากรเรียกตรวจ
ในหลายกรณี หากไม่มั่นใจว่ารวบรวมเอกสารค่าใช้จ่ายได้ครบ การใช้ “หักแบบเหมา” อาจปลอดภัยและสะดวกกว่า แม้จะลดหย่อนได้น้อยกว่าในบางกรณี
ข้อผิดพลาดยอดฮิตในการยื่นภาษีออนไลน์ และวิธีตรวจสอบก่อนกดยื่น
แม้ RD Smart Tax จะช่วยลดความซับซ้อน แต่ข้อผิดพลาดต่อไปนี้ยังพบได้บ่อย และส่งผลให้เงินคืนช้า หรือถูกเรียกเอกสารเพิ่ม
ตัวอย่างข้อผิดพลาดที่ควรระวัง
กรอกยอดรายได้ไม่ตรงกับใบ 50 ทวิ หรือรายได้ทางอื่น ๆ
ลืมกรอกค่าลดหย่อนบางรายการที่มีเอกสารจริง
เลือกแบบผิดประเภท (กรณีเข้าเว็บ e-Filing โดยตรง เช่น เลือก ภ.ง.ด.91 ทั้งที่มีรายได้หลายทางที่ควรใช้ ภ.ง.ด.90 – แต่ในระบบออนไลน์ส่วนใหญ่จะช่วยแนะนำให้อัตโนมัติถ้ากรอกข้อมูลถูก)
กรอกข้อมูลส่วนตัวผิด เช่น เลขบัตรประชาชน วันเกิด ที่อยู่ หรือสถานะสมรส
ไม่กดเลือก “ขอคืนภาษี” ทั้งที่มีภาษีชำระเกิน
วิธีตรวจสอบก่อนยืนยันแบบ
- เปิด “แบบร่างก่อนยื่นแบบ” แล้วไล่เช็กตามหัวข้อ
รายได้ตามเอกสารทั้งหมด
ค่าลดหย่อนตรงกับเอกสารและสิทธิ์ที่มี
- ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวอย่างละเอียด
เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ชื่อ–สกุล สถานภาพสมรส
- ตรวจยอดภาษีที่ต้องชำระหรือขอคืน
หากตัวเลขต่างจากที่คาดไว้มาก ให้ย้อนกลับไปดูว่าลืมใส่รายได้/ลดหย่อนอะไรหรือไม่
หากไม่แน่ใจ ให้หยุดและกลับมาตรวจอีกครั้ง ไม่ต้องรีบกดยื่นในวันสุดท้าย เพื่อลดความผิดพลาด
ในกรณียื่นไปแล้วพบว่ากรอกผิด ยังสามารถ “ยื่นแบบเพิ่มเติม” ผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยต้องกรอกข้อมูลใหม่ให้ครบทั้งชุด ไม่ใช่แก้เฉพาะจุด ระบบจะคำนวณส่วนต่างภาษีให้ใหม่
วิธีตรวจสถานะการคืนเงินภาษี และเคล็ดลับให้ได้เงินคืนไวขึ้น
หลังยื่นแบบผ่าน RD Smart Tax แล้ว ผู้ที่มีสิทธิ์ “ขอคืนภาษี” สามารถติดตามความคืบหน้าได้ 2 ทางหลัก (ตามข้อมูลจากเอกสารอ้างอิง)
1. ตรวจผ่านระบบออนไลน์
เข้าเว็บไซต์กรมสรรพากร (My Tax Account / e-Filing) หรือใช้แอป RD Smart Tax
เข้าระบบด้วย RD ID (เลขบัตรประชาชน + รหัสผ่าน + Laser ID) หรือ Digital ID
- ระบบจะแสดงสถานะ เช่น
ได้รับแบบแสดงรายการแล้ว
อยู่ระหว่างการพิจารณาคืนเงิน
อยู่ระหว่างการส่งคืนเงิน
สามารถดูประวัติการยื่นภาษีและการคืนเงินภาษีย้อนหลังได้
โดยทั่วไป หากข้อมูลถูกต้องและไม่มีการขอเอกสารเพิ่ม
การพิจารณาเบื้องต้นใช้เวลาประมาณ 3–7 วันทำการ
เงินจะโอนเข้าบัญชีที่ผูก PromptPay ด้วยเลขประจำตัวประชาชน
กรณีไม่ได้ผูก PromptPay
กรมสรรพากรจะส่งหนังสือแจ้งคืนเงินภาษี (แบบ ค.21)
ให้นำไปขึ้นเงิน/เข้าบัญชีที่ธนาคารกรุงไทย หรือธ.ก.ส. ตามที่กำหนด
2. ติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่หรือ Call Center
สามารถติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ตามภูมิลำเนาที่แจ้งในแบบยื่นภาษี
หรือสอบถามผ่าน Call Center 1161 ตามเบอร์ติดต่อที่กำหนดในคู่มือของกรมสรรพากร
เคล็ดลับให้ได้เงินคืนเร็วขึ้น
เตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ก่อนยื่น
โดยเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวกับสิทธิ์ลดหย่อน และรายได้ที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย
หมั่นตรวจสถานะการขอคืนภาษีหลังยื่น
- หากกรมสรรพากรขอเอกสารเพิ่มเติม ควรจัดส่งให้เร็วที่สุด ผ่านช่องทางที่กำหนด เช่น
ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่
ส่งแฟกซ์ / ไปรษณีย์ตามที่อยู่ในใบนำส่งเอกสาร
อัปโหลดผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร (กรณีระบบรองรับ)
- หากกรมสรรพากรขอเอกสารเพิ่มเติม ควรจัดส่งให้เร็วที่สุด ผ่านช่องทางที่กำหนด เช่น
ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องตั้งแต่แรก
การกรอกตัวเลขรายได้และค่าลดหย่อนผิด ทำให้ต้องใช้เวลาตรวจแก้ยาวนานขึ้น
ผูกบัญชี PromptPay ด้วยเลขบัตรประชาชน
เป็นช่องทางรับเงินคืนที่กรมสรรพากรระบุว่าสะดวกและรวดเร็วที่สุด เพราะโอนตรงเข้าบัญชีโดยอัตโนมัติ
หากนำส่งเอกสารครบถ้วนตามที่ขอ กฎหมายกำหนดให้กรมสรรพากรต้องดำเนินการคืนเงินภาษีภายใน 3 เดือน
สรุปภาพรวมการยื่นภาษีบุคคลธรรมดา 2026 ออนไลน์ พร้อมเช็กลิสต์ก่อนยื่นจริง
การยื่นภาษีบุคคลธรรมดาออนไลน์ผ่าน RD Smart Tax ทำให้ขั้นตอนที่เคยซับซ้อนกลายเป็นเรื่องจัดการได้ หากเข้าใจ 3 แกนหลัก: รู้กำหนดเวลา – เตรียมเอกสาร – ใช้สิทธิ์ลดหย่อนให้ครบ จากนั้นให้แอปช่วยคำนวณและส่งแบบให้
ภาพรวมขั้นตอนย่อ
ตรวจว่าตนเองเข้าเกณฑ์ต้องยื่นภาษีหรือไม่ (ดูจากรายได้ทั้งปี)
รวบรวมเอกสารรายได้ ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนให้ครบ
ดาวน์โหลดและเข้าสู่ระบบ RD Smart Tax (หรือ e-Filing) ด้วย RD ID หรือ Digital ID
เลือกแบบ ภ.ง.ด.90/91 ตามลักษณะรายได้ (ระบบช่วยพาไปตามข้อมูลที่กรอก)
กรอก/ตรวจข้อมูลผู้เสียภาษี รายได้ ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อน
ให้ระบบคำนวณภาษี ตรวจสอบผล และเลือกขอคืน/ผ่อนชำระ/อุดหนุนพรรคการเมืองตามต้องการ
ตรวจแบบร่างให้ละเอียด แล้วกดยืนยันยื่นแบบ
ชำระภาษี (ถ้ามี) ภายในกำหนด และเก็บหลักฐานไว้อย่างน้อย 5 ปี
ติดตามสถานะการยื่นและการคืนภาษีผ่านแอปหรือเว็บไซต์กรมสรรพากร
เช็กลิสต์ก่อนกด “ยื่นแบบ” จริง
[ ] มีใบ 50 ทวิ และหลักฐานรายได้อื่นครบ
[ ] เช็กสิทธิ์ลดหย่อนทุกกลุ่ม (ส่วนตัว–ครอบครัว–ประกัน–กองทุน–บ้าน–บริจาค–มาตรการรัฐ)
[ ] กรอกข้อมูลใน RD Smart Tax ครบทั้งรายได้และค่าลดหย่อน
[ ] ประทวนตัวเลขใน “แบบร่างก่อนยื่นแบบ” แล้ว
[ ] เลือกขอคืนภาษี (ถ้ามียอดชำระเกิน) และผูก PromptPay ด้วยเลขบัตรประชาชนเรียบร้อย
[ ] ยื่นภายในกำหนด ไม่รอวันสุดท้าย เพื่อลดความเสี่ยงระบบหนาแน่นและแก้ไขไม่ทัน
เมื่อเตรียมทุกอย่างครบและเข้าใจขั้นตอนของ RD Smart Tax แล้ว การยื่นภาษีประจำปี 2569 ก็จะเป็นกระบวนการที่ง่ายขึ้นมาก ช่วยให้คุณทั้งทำหน้าที่ผู้เสียภาษีได้ถูกต้อง และไม่เสียโอกาสในสิทธิ์ลดหย่อนหรือเงินภาษีคืนที่ควรได้รับ


ความคิดเห็น