ZestBuy

เช็กค่าไฟ กฟน. ผ่าน MEA Smart Life ปี 2026

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI05-15

เช็กค่าไฟ กฟน. ผ่านแอป MEA Smart Life ปี 2026

1. บทนำ: ทำไมคนเมืองต้องรู้จักการเช็กค่าไฟด้วยตัวเอง

ในยุคที่ค่าไฟปรับขึ้นเป็นระยะและการใช้ไฟในบ้านเพิ่มสูงขึ้นจากการทำงานที่บ้าน การรอใบแจ้งหนี้กระดาษมาหน้าบ้านอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป การ เช็กค่าไฟด้วยตัวเองแบบเรียลไทม์ ช่วยให้

  • เห็นยอดใช้ไฟและค่าไฟล่าสุดได้ทันที ไม่ต้องรอใบแจ้งหนี้

  • เปรียบเทียบหน่วยใช้ไฟกับเดือนก่อนหรือปีก่อน เพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น ไฟรั่วหรือมิเตอร์ผิด

  • ติดตามค่าใช้จ่ายรายเดือนของหลายบ้าน/หลายห้อง ได้จากมือถือเครื่องเดียว

สำหรับคนกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ที่อยู่ในพื้นที่การไฟฟ้านครหลวง (MEA/กฟน.) การใช้แอป MEA Smart Life คือวิธีที่สะดวกที่สุดในการดูค่าไฟ เช็กประวัติการใช้ และชำระเงินแบบออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง


2. รู้จักแอป MEA Smart Life: คืออะไร ต่างจากวิธีเช็กบิลแบบเดิมอย่างไร

จากข้อมูลของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ผู้ใช้ไฟในพื้นที่ กฟน. สามารถตรวจสอบและจัดการค่าไฟได้ผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ

  • เว็บไซต์ MEA e-Service

  • แอปพลิเคชัน MEA Smart Life (iOS / Android)

แอป MEA Smart Life ทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลางบริการผู้ใช้ไฟฟ้า” บนสมาร์ตโฟน ช่วยให้คุณ

  • ตรวจสอบค่าไฟฟ้าปัจจุบันและประวัติการใช้ไฟ

  • ดูหน่วยการใช้ไฟและวันที่จดเลขมิเตอร์

  • ชำระค่าไฟผ่าน QR Code หรือช่องทางออนไลน์ที่รองรับ

ความต่างจากการเช็กแบบเดิม

  • ไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่จดมิเตอร์และนำใบแจ้งหนี้มาติดหน้าบ้าน

  • ไม่ต้องเก็บกระดาษบิลหลายเดือนเพื่อย้อนดูประวัติ

  • สามารถเช็กประวัติการใช้ไฟ และยอดค่าไฟย้อนหลังได้ผ่านมือถือ

  • เช็กได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องเดินทางไปที่ทำการ กฟน.

แอปยังเชื่อมโยงกับระบบ MEA e-Service ทำให้ข้อมูลเครื่องวัดและผู้ใช้ไฟฟ้าที่เคยลงทะเบียนในระบบออนไลน์เดิม สามารถดึงมาใช้ในแอปได้โดยอัตโนมัติ เมื่อผู้ใช้ล็อกอินด้วยข้อมูลเดิมที่ผูกกับหมายเลขบัตรประชาชน


3. เตรียมพร้อมก่อนเริ่มใช้: ดาวน์โหลด สมัครสมาชิก ยืนยันตัวตน และผูกหมายเลขผู้ใช้ไฟ

ก่อนจะเช็กค่าไฟผ่าน MEA Smart Life ต้องเตรียม 3 อย่างหลัก ๆ คือ

  1. แอป MEA Smart Life

  2. บัญชีผู้ใช้งาน (เชื่อมกับ MEA e-Service)

  3. ข้อมูลเครื่องวัด/บัญชีผู้ใช้ไฟฟ้า ที่จะผูกกับแอป

3.1 ดาวน์โหลดและเข้าแอป MEA Smart Life

  • ดาวน์โหลดแอป MEA Smart Life จาก App Store / Google Play / Huawei AppGallery

  • เปิดแอป แล้วกดปุ่ม “ลงชื่อเข้าใช้งาน” ที่มุมขวาบนหรือบริเวณกลางหน้าจอ

3.2 กรณีมีบัญชี MEA e-Service อยู่แล้ว

ถ้าคุณเคยสมัคร MEA e-Service มาก่อน (ผ่านเว็บไซต์หรือแอปเวอร์ชันเก่า)

  1. กด “ลงชื่อเข้าใช้งาน”

  2. กรอก หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และ รหัสผ่าน ที่เคยลงทะเบียนกับ MEA e-Service

  3. ระบบจะแสดงรายการเครื่องวัดไฟฟ้าที่เคยผูกกับหมายเลขบัตรประชาชนของคุณ โดยอัตโนมัติ

กรณีเคยสมัครด้วยอีเมล ให้เข้าสู่ระบบด้วยอีเมลเดิม แล้วเพิ่มเครื่องวัดด้วยตัวเอง

ถ้าลืมรหัสผ่าน หรือกรอกผิดจนขึ้นข้อความว่า “ระบุข้อมูลผิดพลาด มีหมายเลขนี้ในระบบแล้ว” ให้กดปุ่ม “ลืมรหัสผ่าน” เพื่อขอตั้งรหัสใหม่ผ่าน SMS

3.3 กรณีไม่มีบัญชี MEA e-Service (สมัครใหม่)

  1. กด “ลงชื่อเข้าใช้งาน”

  2. กดปุ่ม “สร้างบัญชี” จากนั้นอ่านเงื่อนไขและนโยบาย แล้วกดยอมรับ

  3. กด “เริ่มต้นสมัครใช้งาน”

  4. กรอก หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และกำหนด รหัสผ่าน

  5. กด “ขั้นตอนถัดไป” เพื่อรับรหัส OTP ทาง SMS และกรอกรหัสเพื่อยืนยัน

3.4 ยืนยันตัวตน เพื่อใช้ฟีเจอร์ได้เต็มระบบ

การยืนยันตัวตนช่วยให้

  • เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าได้ครบถ้วน

  • ระบบสามารถดึงเครื่องวัดที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนของคุณขึ้นมาให้

  • ได้รับ MEA Point 500 คะแนน ครั้งแรกหลังยืนยันสำเร็จ และรับคะแนนต่อเนื่องเมื่อชำระค่าไฟตามเงื่อนไข (ตาม FAQ ของ MEA)

ขั้นตอนยืนยันตัวตน (คนไทย)

  • ระบบจะแสดงหน้ากรอกข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อยืนยันตัวตน

  • เมื่อกด “ขั้นตอนต่อไป” ระบบจะตรวจสอบข้อมูลกับกรมการปกครอง

  • ถ้าข้อมูลไม่ถูกต้อง ระบบจะขึ้นข้อความเตือนให้แก้ไข

  • ถ้าข้อมูลถูกต้อง ระบบจะแสดงหน้ากรอกรหัส OTP เพื่อยืนยันการลงทะเบียน

ผู้มีสัญชาติอื่น

  • กรอกข้อมูลยืนยันตัวตนในหน้าที่กำหนด

  • กด “ขั้นตอนต่อไป” ระบบจะเข้าสู่หน้ากรอก OTP เพื่อยืนยัน (ไม่ต้องตรวจสอบกับกรมการปกครอง)

3.5 เพิ่ม/ผูกหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า (เครื่องวัด)

เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ให้เพิ่มเครื่องวัดที่ต้องการเช็กค่าไฟ ดังนี้

  1. ที่หน้าหลักของแอป กดปุ่ม “+ เพิ่มเครื่องวัดฯ”

  2. เลือกวิธีเพิ่มเครื่องวัดได้ 2 แบบ
    • สแกน QR Code บนใบแจ้งค่าไฟฟ้า

    • กรอกข้อมูลเอง โดยระบุ

      • บัญชีแสดงสัญญา 9 หลัก

      • รหัสเครื่องวัดฯ 8 หลัก

  3. กด “เพิ่มเครื่องวัดฯ นี้” เพื่อบันทึก

หมายเหตุ: เวอร์ชัน 4.0.2 ขึ้นไป สามารถเพิ่มเครื่องวัดในนาม “นิติบุคคล” ได้แล้ว แต่การดูใบแจ้งค่าไฟนิติบุคคลแบบเอกสารให้ไปดูในเว็บไซต์ MEA e-Service แทน


4. ขั้นตอนเช็กค่าไฟ กฟน. ผ่านแอปใน 3 นาที

เมื่อสมัครและผูกเครื่องวัดเรียบร้อยแล้ว วิธีเช็กค่าไฟผ่าน MEA Smart Life มีลำดับใช้งานหลัก ๆ ดังนี้

4.1 ล็อกอินและเลือกบัญชีผู้ใช้ไฟฟ้า

  1. เปิดแอป MEA Smart Life และ ลงชื่อเข้าใช้งาน

  2. เลือกเครื่องวัดหรือบัญชีผู้ใช้ไฟฟ้าที่ต้องการตรวจสอบ (กรณีผูกหลายบ้าน/หลายห้อง)

4.2 ดูยอดค่าไฟปัจจุบันและกำหนดชำระ

ภายในเมนูตรวจสอบค่าไฟฟ้า ระบบจะแสดงข้อมูลสำคัญ เช่น

  • ยอดค่าไฟฟ้าในรอบบิลล่าสุด

  • หน่วยการใช้ไฟ (kWh) ที่ใช้ในรอบนั้น

  • วันที่ครบกำหนดชำระค่าไฟ

  • บาร์โค้ดหรือ QR Code สำหรับนำไปชำระ

ในบางกรณี คุณสามารถชำระค่าไฟผ่านแอปได้ทันที โดยเลือกเมนู “ชำระค่าไฟ” แล้วทำรายการด้วย

  • สแกน QR Code เพื่อชำระผ่านแอปธนาคาร/ผู้ให้บริการภายนอก

  • หรือกรอก “บัญชีแสดงสัญญา” และ “รหัสเครื่องวัดฯ” เพื่อชำระผ่านระบบของแอป ตามที่ MEA ระบุใน FAQ

4.3 ดูรายละเอียดหน่วยใช้ไฟและประวัติย้อนหลัง

จากข้อมูลที่เกี่ยวข้อง การเช็กประวัติการใช้ไฟผ่านช่องทางออนไลน์ของ MEA ทำได้โดย

  • เข้าเมนู “ประวัติการใช้ไฟฟ้า”

  • กด “ตรวจสอบค่าไฟฟ้า” เพื่อดูหน่วยใช้ไฟและวันที่จดเลขอ่าน

ระบบจะแสดงประวัติการใช้ไฟฟ้าย้อนหลัง (ตามที่ระบบกำหนด เช่น 6 เดือน) พร้อมบิลค่าไฟในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (สำหรับผู้ที่สมัคร MEA e-Bill ผ่าน MEA e-Service)


5. ฟีเจอร์สำคัญเพิ่มเติมใน MEA Smart Life

นอกจากการดูยอดค่าไฟรอบล่าสุด แอป MEA Smart Life ยังเชื่อมโยงกับบริการอื่น ๆ ของ MEA ที่ช่วยให้จัดการเรื่องไฟฟ้าได้สะดวกขึ้น

5.1 ดูประวัติการใช้ไฟย้อนหลัง

  • เลือกเมนู “ประวัติการใช้ไฟฟ้า” เพื่อดูหน่วยใช้ไฟย้อนหลังตามช่วงเวลาที่ระบบรองรับ

  • ใน MEA e-Service ยังสามารถดาวน์โหลดบิลค่าไฟย้อนหลังในรูปแบบ PDF ได้ (เมื่อสมัครบริการ MEA e-Bill)

5.2 จัดการเครื่องวัดทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

  • แอปเวอร์ชันใหม่ (4.0.2 ขึ้นไป) รองรับการเพิ่มเครื่องวัดที่เป็น นิติบุคคล

  • กรณีต้องการดูใบแจ้งค่าไฟของนิติบุคคล ให้เข้าเว็บไซต์ MEA e-Service ในเมนู “นิติบุคคล” แล้ว

    • เพิ่มนิติบุคคล

    • แนบเอกสารประกอบ

    • ลงทะเบียน MEA e-Bill เพื่อเรียกดูใบแจ้งค่าไฟฟ้า

5.3 ช่องทางชำระค่าไฟและบริการประกอบ

จากข้อมูลของ MEA ผู้ใช้ไฟฟ้า กฟน. สามารถชำระค่าไฟได้หลายช่องทาง ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบออนไลน์ ได้แก่

  • MEA Smart Life Application: ชำระได้ 24 ชั่วโมง พร้อมระบบแจ้งเตือนกำหนดชำระ

  • หักบัญชีธนาคาร / หักบัญชีบัตรเครดิต: สมัครใช้บริการผ่านธนาคารหรือบริษัทบัตรเครดิต

  • Digital Banking: ATM, Internet Banking และ Mobile Banking

  • เคาน์เตอร์ตัวแทน: เช่น 7-Eleven, ไปรษณีย์ไทย และจุดรับชำระที่มีสัญลักษณ์ MEA

  • E-Wallet: เช่น TrueMoney, BluePay, ShopeePay ตามที่ MEA กำหนด

ภายใน FAQ ยังระบุว่า หากเพิ่มเครื่องวัดในแอปไม่ได้ ผู้ใช้ยังสามารถชำระค่าไฟผ่านเมนู “ชำระค่าไฟ” ด้วยการกรอกรหัสบัญชีและรหัสเครื่องวัดเอง หรือใช้ QR Code


6. ใช้ข้อมูลในแอปให้คุ้ม: เคล็ดลับมองหน่วยไฟเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

แม้ข้อมูลในเอกสารจะไม่ได้อธิบายกราฟในตัวแอปโดยตรง แต่มีคำแนะนำจากบทความอื่นเกี่ยวกับการใช้ ประวัติค่าไฟย้อนหลัง มาวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ไฟ ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ร่วมกับข้อมูลจาก MEA Smart Life ได้ โดยยึดหลักเดียวกัน คือ

6.1 เปรียบเทียบเดือนเดียวกันของคนละปี

  • ดูหน่วยใช้ไฟเดือนนี้เทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว

  • ถ้าพฤติกรรมการใช้ไฟและจำนวนคนในบ้านใกล้เคียงกัน แต่ค่าไฟต่างกันเกิน 20–30% ทั้งที่อัตราค่าไฟต่อหน่วยไม่ได้เปลี่ยนมาก อาจเป็นสัญญาณผิดปกติ เช่น มิเตอร์มีปัญหาหรือไฟรั่ว

6.2 ดูเทรนด์เฉลี่ยและจุดที่หน่วยพุ่งสูง

  • คำนวณหน่วยใช้ไฟเฉลี่ยต่อเดือนจากประวัติที่ผ่านมา

  • หากเดือนใดหน่วยที่ใช้ กระโดดสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาก โดยไม่มีเหตุผล เช่น ไม่ได้เพิ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ อาจเป็นสัญญาณ

    • จดมิเตอร์ผิด

    • มีไฟรั่วในระบบไฟฟ้าภายในบ้าน

6.3 สังเกตกราฟที่ไต่ขึ้นทีละนิดหลายเดือน

  • ถ้าหน่วยใช้ไฟ ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 4–6 เดือน ทั้งที่พฤติกรรมใช้ไฟเหมือนเดิม

  • มักเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าบางตัวเริ่มเสื่อม เช่น แอร์กรองตัน ตู้เย็นระบายความร้อนไม่ดี ทำให้กินไฟมากขึ้น

การใช้ประวัติในแอป MEA Smart Life ร่วมกับการสังเกตเหล่านี้ ช่วยให้คุณปรับพฤติกรรมการใช้ไฟ หรือตรวจเช็กอุปกรณ์ได้ทัน ก่อนค่าไฟจะบานปลาย

นอกจากนี้ เทคนิคประหยัดไฟที่บทความอื่นแนะนำ ซึ่งสอดคล้องกับการลดหน่วยใช้ไฟที่เห็นในแอป เช่น

  • เปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED

  • ตั้งแอร์ที่ 25–27°C และเปิดพัดลมช่วย

  • ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและดึงปลั๊กเมื่อไม่ใช้งาน เพื่อลดค่า Standby

  • ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 และดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว สามารถใช้ MEA Smart Life เช็กหน่วยใช้ไฟเดือนต่อเดือน เพื่อดูผลลัพธ์ได้ชัดเจน


7. ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อใช้แอป MEA Smart Life และแนวทางแก้ไข

ใน FAQ ของ MEA มีการรวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้งานแอป MEA Smart Life เวอร์ชันใหม่ ซึ่งสะท้อนปัญหาหลัก ๆ ที่ผู้ใช้มักเจอ และแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน

7.1 อัปเดตแอปแล้วข้อมูลเครื่องวัดเดิมไม่ขึ้น

สาเหตุ

  • ระบบมีการปรับปรุงรูปแบบการเข้าใช้บริการ จึงจำเป็นต้องสร้างบัญชีใหม่

วิธีแก้

  • สร้างบัญชีใหม่ใน MEA e-Service/MEA Smart Life โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์เดิมที่เคยลงทะเบียน

  • เมื่อลงชื่อเข้าใช้งาน ระบบจะ ดึงข้อมูลเครื่องวัดไฟฟ้าที่เคยลงทะเบียนไว้เดิม (ที่เป็นเจ้าของเครื่องวัดบุคคลธรรมดา) ขึ้นมาให้อัตโนมัติ

7.2 ล็อกอินไม่ได้ หรือระบบแจ้งว่ามีหมายเลขนี้ในระบบแล้ว

สภาวะที่เจอ

  • กรอกรหัสผ่านผิด หรือจำรหัสเดิมไม่ได้

วิธีแก้

  • กดปุ่ม “ลืมรหัสผ่าน” เพื่อทำการตั้งค่ารหัสผ่านใหม่ ผ่านรหัส OTP ที่ส่งทาง SMS

7.3 เพิ่มเครื่องวัดไม่ได้ / เพิ่มนิติบุคคลไม่สำเร็จ

ปัญหาที่พบได้บ่อย

  • เพิ่มข้อมูลเครื่องวัดไม่ผ่าน โดยเฉพาะเครื่องวัดในนาม “นิติบุคคล”

แนวทางแก้ตาม FAQ

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้แอปเวอร์ชัน 4.0.2 ขึ้นไป ซึ่งรองรับการเพิ่มเครื่องวัดนิติบุคคล

  • กรณีต้องการดูใบแจ้งค่าไฟของนิติบุคคล ให้ใช้งานผ่านเว็บไซต์ MEA e-Service และลงทะเบียนส่วน “นิติบุคคล” ให้ถูกต้อง พร้อมแนบเอกสารประกอบ

7.4 อยากชำระค่าไฟ แต่เพิ่มเครื่องวัดในแอปไม่ได้เลย

จากคำตอบของ MEA

  • ผู้ใช้ยังสามารถใช้เมนู “ชำระค่าไฟ” ในแอปเพื่อจ่ายค่าไฟได้ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มเครื่องวัดสำเร็จ

  • เลือกชำระด้วย
    • QR Code

    • หรือระบุข้อมูล “บัญชีแสดงสัญญา” และ “รหัสเครื่องวัดฯ” ด้วยตนเอง

7.5 บ้านเดิมขายไปแล้ว แต่ยังโผล่ในแอปหลังอัปเดต

กรณีนี้

  • เมื่ออัปเดตแอปและลงทะเบียนใหม่ พบว่ามีเครื่องวัดบ้านเดิมที่ขายไปแล้วแสดงอยู่ เพราะยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า

แนวทางที่ MEA แนะนำ

  • ยื่นคำร้อง ขอยกเลิกการใช้ไฟฟ้า กับ MEA

  • เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบสถานที่ หากพบว่ายังมีผู้อยู่อาศัยและมีการใช้ไฟอยู่
    • MEA จะติดต่อผู้อยู่อาศัยใหม่ให้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า

    • หากไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด MEA จะระงับการจ่ายไฟจนกว่าจะแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง

7.6 ต้องการเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า ทำผ่านช่องทางใด

ตาม FAQ สามารถทำได้ 2 ช่องทาง

  1. ยื่นคำขอด้วยตนเอง ณ ที่ทำการการไฟฟ้านครหลวง เขตพื้นที่ใกล้บ้าน

  2. ยื่นคำขอออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ MEA e-Service โดยเลือกเมนู

    • “บริการขอเปลี่ยนแปลงข้อมูล” → “เปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า และ/หรือ โอนหลักประกัน”

    • แล้วอัปโหลดเอกสารประกอบที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง


8. สรุป: ใช้ MEA Smart Life เช็กค่าไฟเองให้คุ้มในปี 2026

การเช็กค่าไฟ กฟน. ด้วยตัวเองผ่านแอป MEA Smart Life ไม่ใช่แค่ความสะดวก แต่กลายเป็นทักษะพื้นฐานที่คนเมืองควรมีในปี 2026 เพราะช่วยให้

-เห็นยอดค่าไฟและหน่วยใช้ไฟ แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องรอใบแจ้งหนี้กระดาษ

  • เปรียบเทียบประวัติการใช้ไฟย้อนหลัง ตรวจจับความผิดปกติ เช่น ค่าไฟพุ่งจากไฟรั่วหรือการจดมิเตอร์ผิด

  • จัดการหลายเครื่องวัดทั้งบ้านเดี่ยว คอนโด และนิติบุคคล ได้จากแอปเดียว

  • ชำระค่าไฟผ่านช่องทางดิจิทัลหลากหลาย ลดภาระการเดินทางและต่อคิว

สำหรับมือใหม่ แนะนำลำดับง่าย ๆ ดังนี้

  1. ดาวน์โหลด MEA Smart Life และสร้างบัญชีใหม่ หรือใช้บัญชี MEA e-Service เดิม

  2. ยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย เพื่อให้ระบบดึงเครื่องวัดที่ผูกกับบัตรประชาชนขึ้นมา และใช้ฟีเจอร์ได้เต็ม

  3. เพิ่มเครื่องวัดด้วยการสแกน QR Code หรือกรอกเลขบัญชีแสดงสัญญาและรหัสเครื่องวัด

  4. ตั้งนิสัย เปิดแอปเช็กประวัติการใช้ไฟเดือนละครั้ง พร้อมตอนจ่ายค่าไฟ เพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลง

เมื่อใช้แอปจนคุ้น คุณจะเริ่มมองเห็นรูปแบบการใช้ไฟของบ้านตัวเองชัดเจนขึ้น สามารถเชื่อมโยงกับเทคนิคประหยัดไฟ เช่น เปลี่ยนหลอดเป็น LED ตั้งแอร์ 25–27 องศา ปิดเครื่องใช้เมื่อไม่ใช้งาน แล้วใช้ข้อมูลจากแอปเป็น “หลักฐาน” ว่ามาตรการประหยัดไฟของคุณได้ผลจริงหรือไม่

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งานแอปหรือข้อมูลค่าไฟ สามารถอ้างอิงจาก FAQ MEA Smart Life ที่จัดทำโดย กฟน. หรือสอบถามโดยตรงที่ที่ทำการการไฟฟ้านครหลวงเขตพื้นที่ใกล้บ้าน หรือช่องทางออนไลน์ของ MEA ได้ตลอดเวลา

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น