ท่องเที่ยวไทยกำลังมาแรง คนแห่ค้นหา-จองทริปไม่หยุด
รายงานการท่องเที่ยวไตรมาส 3 ปี 2568 จาก Yango Ads สะท้อนภาพชัดเจนว่า กระแสเที่ยวไทยกำลังส่งสัญญาณบวกแบบต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใช้ภาษารัสเซีย
การค้นหาจุดหมายปลายทางในไทยของกลุ่มนี้ พุ่งขึ้นถึง 49% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และยังขยายตัวต่อเนื่อง 15% เมื่อเทียบกับปี 2567 ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ถูกค้นหามากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากกลุ่มผู้ใช้ภาษารัสเซีย
แนวโน้มนี้สอดคล้องกับทิศทางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และเป้าหมายดึงนักเดินทางต่างชาติกลับมาอย่างต่อเนื่อง
เมืองท่องเที่ยวยอดฮิต: ภูเก็ต-พัทยา-กรุงเทพฯ ยังครองใจ
บรรดาเมืองท่องเที่ยวหลักของไทยยังคงดึงดูดนักเดินทางได้ดีไม่มีแผ่ว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใช้ภาษารัสเซีย ที่ให้ความสนใจไทยอย่างต่อเนื่อง
เมืองที่ถูกค้นหามากที่สุด ได้แก่
ภูเก็ต: ครองอันดับ 1 เมืองยอดนิยมของไทย ยอดค้นหาโต 8% เมื่อเทียบรายปี แม้เติบโตไม่หวือหวา แต่ยังยืนหนึ่งด้านความฮิต
พัทยา: ขึ้นแท่นอันดับ 2 เมืองที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสนใจ ยอดค้นหาเพิ่มขึ้นถึง 17%
กรุงเทพฯ: เมืองหลวงสุดคึกคัก ครองอันดับ 3 แต่ยอดค้นหาโตแรงถึง 32% จากปีก่อน หนุนด้วยทริปธุรกิจ ไลฟ์สไตล์คนเมือง และอีเวนต์ต่าง ๆ
นอกจากสามเมืองหลักแล้ว ยังมีเมืองท่องเที่ยวอื่นที่เริ่มถูกจับตามองมากขึ้นจากฝั่งผู้ใช้ภาษารัสเซีย ได้แก่
หัวหิน: ยอดค้นหาเพิ่มขึ้น 15%
เกาะช้าง: การค้นหาเติบโต 8%
ขณะเดียวกัน เทรนด์ เดินทางไกล ก็ยังได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะกลุ่มที่มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ ซึ่งยอดความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่ใช้ภาษารัสเซีย เพิ่มขึ้นถึง 49% เมื่อเทียบรายปี สะท้อนว่ากรุงเทพฯ กำลังกลายเป็นจุดเชื่อมสำคัญของทริปในเอเชียสำหรับกลุ่มนี้
เทรนด์จองนาทีสุดท้าย: ฉับไว ตัดสินใจเร็ว แล้วลุยเลย
หนึ่งในพฤติกรรมที่เด่นชัดของนักท่องเที่ยวยุคนี้คือ การจองแบบกระชั้นชิดก่อนวันเดินทาง หรือ Last-Minute Bookings ที่เน้นความยืดหยุ่นและตัดสินใจไว
จากข้อมูลของ Yango Ads พบว่า:
81% ของการค้นหาทัวร์เที่ยวไทยจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก มองหาการจองที่ใกล้วันเดินทางมากขึ้น
ในกลุ่มผู้ใช้ภาษารัสเซีย ตัวเลขนี้พุ่งขึ้นถึง 95%
เทรนด์นี้สะท้อนโลกการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ
ความคล่องตัวในการวางแผน
การตัดสินใจเร็ว เปลี่ยนแผนได้ทันที
ราคาที่ปรับตามความต้องการ (Dynamic Pricing)
ใครทำธุรกิจท่องเที่ยว ถ้าไม่เข้าใจพฤติกรรมสายจองนาทีสุดท้าย บอกเลยว่าตกเทรนด์แน่นอน
โปรไฟล์นักท่องเที่ยว: สายทำงานเก่ง ใช้เงินเป็น ชอบเที่ยวหลายสไตล์
กลุ่มนักท่องเที่ยวที่กำลังสนใจประเทศไทยมีลักษณะค่อนข้างชัดเจน โดยส่วนใหญ่จะเป็น
ช่วงอายุ 25-34 ปี
อยู่ในกลุ่ม รายได้ปานกลางถึงรายได้สูง
นอกจากทริปเที่ยวธรรมดาแล้ว ยังเริ่มสนใจรูปแบบการเดินทางที่หลากหลายและพรีเมียมมากขึ้น เช่น
ทริปเที่ยว หลายประเทศในเอเชีย ในทริปเดียว
ทริปงานแต่งงานหรือทริปเฉลิมฉลองพิเศษ
การท่องเที่ยวเชิง Wellness เน้นสุขภาพกายใจ รีเซ็ตตัวเอง
การพักผ่อนระยะยาว ใช้ไทยเป็นฐานพักหรือทำงานชั่วคราว
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ประเทศไทยกำลังดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ที่ไม่เน้นแค่ถูกและคุ้ม แต่ต้องการประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หลากหลายและยกระดับชีวิตไปพร้อมกัน
Business Hotel พุ่งแรง รับเทรนด์ Bleisure & Remote Work
เมื่อพฤติกรรมนักเดินทางเปลี่ยน รูปแบบที่พักที่ได้รับความนิยมก็ขยับตาม โดยพบว่า
โรงแรมนักธุรกิจ (Business Hotel) มียอดการค้นหาเพิ่มขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบรายปี
สาเหตุสำคัญมาจากการเติบโตของเทรนด์
Bleisure: ผสมทริปธุรกิจกับการท่องเที่ยวในทริปเดียว
Remote Work: ทำงานจากที่ไหนก็ได้ ย้ายออฟฟิศไปอยู่ริมทะเลหรือกลางเมืองท่องเที่ยว
ขณะเดียวกันประเภทรูปแบบที่พักอื่น ๆ ก็ยังมาแรงไม่แพ้กัน เช่น
รีสอร์ต: ยังครองใจสายพักผ่อนแบบจริงจัง
โรงแรมสำหรับครอบครัว
สปาโฮเทล และบูทีคโฮเทลหลากสไตล์
ความต้องการเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนด้วยพฤติกรรม จองแบบนาทีสุดท้าย นักเดินทางกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับ
ความสะดวก
ห้องว่างที่ตอบโจทย์ทันที
บริการที่ยืดหยุ่นและพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง
ธุรกิจท่องเที่ยวแห่เพิ่มงบโฆษณาดิจิทัล แย่งซีนช่วงไฮซีซัน
เมื่อความต้องการเที่ยวไทยพุ่งสูง ภาคธุรกิจท่องเที่ยวก็เร่งขยับตาม โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ที่กลายเป็นสมรภูมิแย่งความสนใจนักเดินทางจากทั่วโลก
ข้อมูลระบุว่า
งบโฆษณาออนไลน์ของธุรกิจท่องเที่ยว เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรับดีมานด์ที่เติบโต
โฆษณาเชิงประสิทธิภาพที่เกี่ยวกับท่องเที่ยวไทยจากกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษารัสเซีย ในไตรมาส 3 ปี 2568 เพิ่มขึ้นถึง 44% เมื่อเทียบรายปี
ผู้เล่นหลักที่ลงสนามแข่งขันกันในสมรภูมิดิจิทัลนี้ ได้แก่
โรงแรมและรีสอร์ต
สายการบิน
ตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ (OTAs)
หน่วยงานด้านการท่องเที่ยว
ทุกฝ่ายต่างต้องการ แย่งพื้นที่ในใจนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน ให้ได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดจะโตเร็ว แต่การเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ภาษารัสเซียก็ยังเป็น โจทย์ยาก เพราะ
กลุ่มนี้นิยมใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลและเสิร์ชเอนจินที่นักการตลาดไทยจำนวนมาก ยังไม่คุ้นเคย
พวกเขาคาดหวัง คอนเทนต์ที่เข้าใจวัฒนธรรมและบริบทจริง ๆ ไม่ใช่เพียงแค่การแปลข้อความตรงตัว
ใครที่ยังคิดว่าแปลภาษาอย่างเดียวพอ บอกเลยว่าตกรถขบวนใหม่ของการตลาดท่องเที่ยวไปไกลแล้ว
เมื่อ AI กลายเป็นอาวุธลับสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
เพื่ออุดช่องว่างการสื่อสารกับกลุ่มนักท่องเที่ยวหน้าใหม่ โดยเฉพาะผู้ใช้ภาษารัสเซีย ธุรกิจท่องเที่ยวไทยเริ่มหันมาพึ่ง เครื่องมือครีเอทีฟที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากขึ้น
จุดแข็งของเครื่องมือเหล่านี้คือ สามารถ
วิเคราะห์ความแตกต่างทางวัฒนธรรมได้อย่างแม่นยำ
- ไม่ได้แค่แปลคำต่อคำ แต่สร้างข้อความที่สอดคล้องกับ
บริบทของผู้ใช้
ภาษาและโทนความรู้สึก
พฤติกรรมและความคาดหวังของกลุ่มที่พูดภาษารัสเซีย
ผลลัพธ์คือคอนเทนต์โฆษณาและคอนเทนต์การท่องเที่ยวที่
ใช้เวลาในการผลิตน้อยลง
สื่อสารโดนใจกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
เพิ่มการมีส่วนร่วม (Engagement) ได้แบบเห็นภาพชัด
เมื่อโรงแรม รีสอร์ต แหล่งท่องเที่ยว และองค์กรด้านการท่องเที่ยวไทย ใช้ข้อมูลร่วมกับเทคโนโลยี AI อย่างเหมาะสม ก็จะสามารถ
เข้าถึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงได้มากขึ้น
ต่อยอดโอกาสจากดีมานด์ท่องเที่ยวไทยที่ยังแข็งแรง
พัฒนาการสื่อสารให้สอดรับกับวัฒนธรรมและความรู้สึกของผู้เดินทางแต่ละกลุ่มอย่างแท้จริง
สรุป: ใครเข้าใจเทรนด์ก่อน คนนั้นได้ใจนักท่องเที่ยว
จากภาพรวมทั้งหมด จะเห็นว่าท่องเที่ยวไทยไม่ได้แค่ฟื้นตัว แต่กำลังเดินหน้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง เทรนด์จองนาทีสุดท้าย การเดินทางแบบครอบครัว การเที่ยวหลายประเทศในทริปเดียว และการผสมงานกับการพักผ่อน
ในโลกที่การแข่งขันดุเดือดแบบนี้ ธุรกิจท่องเที่ยวที่อ่านเกมขาด เข้าใจแพลตฟอร์มใหม่ และกล้าใช้ AI มาช่วยเล่าเรื่องไทยในภาษาที่โลกเข้าใจ จะเป็นผู้ที่คว้าโอกาสได้ก่อนใครอย่างแท้จริง

