ภาคใต้จมบาดาล แต่คนเลี้ยงสัตว์ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
กรมปศุสัตว์ระดมกำลังลงพื้นที่ภาคใต้ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยแบบเร่งด่วน ทั้งการอพยพสัตว์ แจกจ่ายหญ้าอาหารสัตว์ และดูแลสุขภาพสัตว์อย่างใกล้ชิด
เมื่อสถานการณ์น้ำลด หน่วยงานจะเร่งสำรวจความเสียหายทันที เพื่อเข้าสู่กระบวนการชดเชยตามระเบียบราชการ พร้อมวางแผนฟื้นฟูอาชีพให้เกษตรกรกลับมายืนได้ใหม่อย่างมั่นคง
ภาพรวมความเสียหายใน 9 จังหวัดภาคใต้
นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และสัตว์เลี้ยงในพื้นที่ภาคใต้รวม 9 จังหวัด ได้แก่
ชุมพร
สุราษฎร์ธานี
นครศรีธรรมราช
พัทลุง
สตูล
ปัตตานี
สงขลา
ตรัง
นราธิวาส
โดยครอบคลุมพื้นที่ 72 อำเภอ 388 ตำบล 2,305 หมู่บ้าน มีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบกว่า 106,280 ราย
สัตว์ที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมรวมทั้งสิ้น 6,525,056 ตัว ประกอบด้วย
โค 193,652 ตัว
กระบือ 2,909 ตัว
สุกร 236,315 ตัว
แพะ/แกะ 55,636 ตัว
สัตว์ปีก 6,036,544 ตัว
แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์เสียหายรวมประมาณ 7,213.40 ไร่ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเสบียงอาหารสัตว์ในช่วงวิกฤต

แผนช่วยเหลือด่วน: หญ้า อพยพสัตว์ และชุดดูแลสุขภาพ
เพื่อประคองให้สัตว์รอดชีวิตและลดภาระเกษตรกร กรมปศุสัตว์ได้เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือในระยะเผชิญเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยมีการดำเนินการหลัก ๆ ดังนี้
แจกจ่ายหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน รวมทั้งสิ้น 156,740 กิโลกรัม
อพยพสัตว์ออกจากพื้นที่เสี่ยง จำนวน 27,512 ตัว
สนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ (แร่ธาตุ ยาปฏิชีวนะ วิตามิน) รวม 459 ชุด
จัดถุงยังชีพสำหรับสัตว์ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วน
ส่งหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่เข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ดูแล รักษา และป้องกันโรคในสัตว์
แม้จะเร่งช่วยเต็มที่ แต่ยังมีความเสียหายด้านสัตว์เลี้ยงที่ตายและสูญหายใน 5 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช ปัตตานี และสตูล รวม 583 ตัว แบ่งเป็น
โค 23 ตัว
แพะ 3 ตัว
แกะ 1 ตัว
ไก่พื้นเมือง 556 ตัว
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ยิ่งช่วยเร็ว สัตว์รอดมาก เกษตรกรยิ่งมีโอกาสกลับมายืนได้ไวขึ้น
ภารกิจตามคำสั่งการระดับนโยบาย
อธิบดีกรมปศุสัตว์ระบุว่า การลงพื้นที่ช่วยเหลือครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เน้นให้มีมาตรการเชิงรุก เพื่อรับมือกับภัยธรรมชาติที่เกิดถี่และรุนแรงขึ้น
แนวทางสำคัญครอบคลุมทั้ง
การป้องกันความเสียหายล่วงหน้า
การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดเหตุ
การฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรหลังผ่านพ้นภัยพิบัติ
เป้าหมายคือ ไม่ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ต้องยืนลำพังเมื่อต้องเผชิญน้ำท่วม

ช่องทางขอหญ้าและอาหารสัตว์: ติดต่อที่ไหนได้บ้าง
สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ประสบอุทกภัย หากต้องการขอรับการสนับสนุนเสบียงอาหารสัตว์ สามารถติดต่อได้หลายช่องทาง โดยเลือกให้เหมาะกับพื้นที่และความสะดวกของตนเอง
สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่
สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ในพื้นที่รับผิดชอบ
กลุ่มโครงการพิเศษและป้องกันภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ กองส่งเสริมและพัฒนาปศุสัตว์ โทร. 0 2653 4444 ต่อ 3315
ขอรับความช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
สรุป: หญ้าหนึ่งกำ ปลอดภัยได้ทั้งฝูง
ในยามที่น้ำท่วมกลืนแปลงหญ้าและคอกสัตว์ การมีเสบียงสำรองและช่องทางขอความช่วยเหลือที่ชัดเจน คือเกราะป้องกันสำคัญของคนเลี้ยงสัตว์
หากคุณหรือคนใกล้ตัวเลี้ยงสัตว์อยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่ารอให้สัตว์หิวหรือเริ่มล้มป่วยแล้วค่อยขอความช่วยเหลือ ยิ่งติดต่อเร็ว โอกาสรอดของฝูงสัตว์และรายได้ของครอบครัวยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

