KICK OFF วันใหญ่ของคนรักหมาแมว
กรุงเทพมหานครจัดกิจกรรม “KICK OFF การจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง กรุงเทพมหานคร” ที่ลานโปรโมชั่น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อีสวิลล์ เขตลาดพร้าว ในวันที่ 2–3 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00–18.00 น.
งานนี้จัดเต็มทั้งบริการฟรี กิจกรรมความรู้ และโซนความบันเทิงสำหรับทั้งคนและสัตว์เลี้ยง เป้าหมายหลักคือ ลดจำนวนสัตว์จรจัดอย่างยั่งยืน และผลักดันการเลี้ยงสัตว์แบบมีความรับผิดชอบ
ทำไมต้อง “จดทะเบียนสัตว์เลี้ยง”?
ผู้บริหาร กทม. ย้ำตรงกันว่า โลกทุกวันนี้หมาแมวไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง แต่เป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลให้ดีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของบ้านไหนบ้านนั้น แต่คือ ความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วย
การจดทะเบียนและฝังไมโครชิปมีความสำคัญเพราะช่วยให้
ควบคุมโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน เช่น โรคพิษสุนัขบ้า ที่ยังพบในพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ
ลดปัญหาการนำสัตว์ไปปล่อยทิ้งจนกลายเป็นสัตว์จรจัดในชุมชน
ระบุตัวตนสัตว์เลี้ยงได้ หากพลัดหลงก็สามารถตามหาเจ้าของได้ง่ายขึ้น
ปัจจุบันในระบบมีสุนัขและแมวที่มีเจ้าของประมาณ 170,000 ตัว ส่วนสัตว์จรจัดมีข้อมูลราว 30,000 ตัว แต่คาดว่าตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่านี้ การลงทะเบียนให้ชัดเจนจะช่วยให้รู้ว่าใครนำสัตว์ไปปล่อย ที่ไหนมีสัตว์พลัดหลง และใครคือเจ้าของตัวจริง
แค่ลงทะเบียนครั้งเดียว ฝังชิปครั้งเดียว จากนั้นดูแลต่อด้วยการฉีดวัคซีนและทำหมันให้เหมาะสม ก็ช่วยให้เมืองน่าอยู่ขึ้นอย่างยั่งยืน
กฎหมายใหม่มาแล้ว – คนเลี้ยงสัตว์ต้องรู้
ข้อบัญญัติใหม่ของกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 10 มกราคม 2569 ซึ่งหมายความว่าคนที่มีสัตว์เลี้ยงในเขต กทม. ต้องเตรียมตัวให้พร้อม
เรื่องพื้นที่เลี้ยงสัตว์: เลี้ยงกี่ตัวถึงจะพอ?
ข้อบัญญัติฉบับปรับปรุงกำหนดชัดเจนว่า
ที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมหรือห้องแถว จะมีการกำหนดขนาดพื้นที่ต่อจำนวนสัตว์เลี้ยง
บ้านที่ดิน เช่น พื้นที่ 50 ตารางวา หรือ 100 ตารางวา จะมี จำนวนสัตว์เลี้ยงสูงสุด ที่สามารถเลี้ยงได้ โดยตัวเลขอ้างอิงคือ ไม่เกิน 6 ตัว ในกรณีพื้นที่บ้านตามที่กำหนด
หากเลี้ยงเกินจำนวนก่อนวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ จะไม่บังคับย้อนหลัง แต่หลังจากนั้นจะไม่สามารถเลี้ยงเพิ่มในพื้นที่ที่ไม่เพียงพอหรือไม่ได้รับอนุญาตได้แล้ว
สำคัญมาก: อย่าทิ้งสัตว์!
หากเลี้ยงเกินจำนวน แนะนำให้ติดต่อ กทม. เพื่อรับคำปรึกษาและช่วยกันหาทางออกที่เหมาะสม แทนการปล่อยหรือทอดทิ้งสัตว์
ย้ายบ้านเมื่อไหร่ ต้องแจ้งทุกครั้ง
หากมีการเปลี่ยนที่อยู่อาศัยของผู้เลี้ยงหรือสัตว์เลี้ยง ต้องแจ้งพื้นที่ใหม่ทุกครั้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถกำกับควบคุมได้อย่างเหมาะสม
แม้เจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจทุกบ้านไม่ได้ แต่หากมีปัญหา เช่น
กลิ่นรบกวน
เสียงดังสร้างความเดือดร้อน
ปัญหาสุขอนามัยหรือมีการร้องเรียน
เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย มีทั้งค่าปรับและมาตรการจัดการต่าง ๆ
เป้าหมายไม่ใช่การเอาผิด แต่คือการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขระหว่างคนและสัตว์ในชุมชนเดียวกัน
ลงทะเบียน–ฝังชิป ยุ่งยากไหม? ทำได้ที่ไหนบ้าง
แม้กฎหมายจะเริ่มใช้ปีหน้า แต่ช่วงนี้สามารถเริ่มจดทะเบียนและฝังชิปได้แล้ว เพื่อไม่ต้องรีบในนาทีสุดท้าย
ช่องทางบริการของกรุงเทพมหานครประกอบด้วย
คลินิกสัตวแพทย์ของ กทม. 8 แห่ง
หน่วยเคลื่อนที่ลงพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ
หน่วยบริการไม่ได้มีแค่ฉีดวัคซีนและทำหมัน แต่ยังให้บริการ ฝังไมโครชิป ครบวงจรด้วย โดยสามารถติดตามรอบการลงพื้นที่ของหน่วยเคลื่อนที่จากช่องทางออนไลน์ของกรุงเทพมหานครและสำนักอนามัย
หากสะดวกไปคลินิกเอกชนเองก็ทำได้เช่นกัน เพียงนำเลขที่จดทะเบียนจากคลินิกเอกชนส่งให้กรุงเทพมหานคร เพื่อบันทึกเข้าระบบให้เรียบร้อย อาจมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยตามอัตราของเอกชนแต่ยังถือว่าสะดวกสำหรับหลายครอบครัว
1,000 ชิปพร้อมให้บริการในงาน
สำหรับงาน KICK OFF ครั้งนี้ กทม. เตรียมไมโครชิปไว้ 1,000 ชิป เพื่อให้บริการฝังชิปและจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงฟรีตลอดสองวันของการจัดงาน
ตัวเลขปัจจุบันจากกฎหมายเดิม มีสัตว์เลี้ยงที่จดทะเบียนแล้วประมาณ 100,000 ตัว จากทั้งหมดราว 170,000 ตัว ที่มีเจ้าของ ยังเหลืออีกกว่า 70,000 ตัว ที่ต้องเร่งลงทะเบียนให้ครบ ซึ่งจำนวนอาจมีการเปลี่ยนแปลงจากการเกิดใหม่ของลูกสัตว์เลี้ยง
ถึงอย่างนั้น กทม. มั่นใจว่าหากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ การจดทะเบียนจะสามารถเดินหน้าได้ทันกับจำนวนสัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของในตอนนี้
คุมสัตว์จรแบบยั่งยืน: ทำหมันทุกวัน ลดเพิ่มประชากร
อีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการลดสัตว์จรจัดคือการ ทำหมันอย่างต่อเนื่อง ทั้งในสัตว์เลี้ยงและสัตว์จร โดย กทม. ทำงานร่วมกับหลายองค์กรภาคี โดยเฉพาะมูลนิธิที่เชี่ยวชาญด้านสัตว์จร
ปัจจุบัน
หน่วยทำหมันของ กทม. ออกปฏิบัติงานแทบทุกวัน
สามารถทำหมันได้วันละ 100–200 ตัว
เพิ่มจากเดิมที่เคยทำได้เพียง 30–40 ตัวต่อวัน
เมื่อควบคุมจำนวนประชากร ทำหมัน จดทะเบียน และช่วยกันไม่ทอดทิ้งสัตว์ เชื่อว่าจะช่วยให้สถานการณ์สัตว์จรจัดในกรุงเทพฯ ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ในเขตลาดพร้าวเองก็มีการจัดกิจกรรม
ทำหมันหมาแมว
ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
และจะมีรอบกิจกรรมอื่น ๆ ตามมาในช่วงประมาณทุก 2 เดือน โดยครอบคลุมทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร
ทำไมต้องปรับข้อบัญญัติ กทม. เรื่องสัตว์เลี้ยง?
ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีสุนัขและแมวทั้งที่มีเจ้าของและไม่มีเจ้าของรวมกว่า 200,000 ตัว ยังไม่รวมสัตว์ประเภทอื่น เช่น
โค กระบือ
แพะ แกะ
กระต่าย นก
สัตว์พิเศษ (Exotic) อีกจำนวนมาก
จำนวนสัตว์ที่มากและถูกเลี้ยงหรือปล่อยโดยขาดการจัดการที่ดี อาจสร้างปัญหา
ด้านสาธารณสุข (โรค, กลิ่น, มลภาวะ)
ด้านสังคม (เสียงดัง, รบกวนเพื่อนบ้าน)
ด้านการท่องเที่ยว (ภาพลักษณ์เมือง, ความสะอาดพื้นที่สาธารณะ)
สำนักอนามัยได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับสัตว์ที่สร้างความเดือดร้อน ทั้งเรื่องการปล่อยสัตว์ การดูแลที่ไม่เหมาะสม และสวัสดิภาพที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
จึงมีการปรับปรุงข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ขึ้นมาใหม่ แทนข้อบัญญัติเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2545 และ 2548 เพื่อให้ทันกับสถานการณ์จริงในปัจจุบัน
เป้าหมายคือการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่
คนและสัตว์อยู่ร่วมกันอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี
เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีความรับผิดชอบมากขึ้น
สัตว์ได้รับสวัสดิภาพที่เหมาะสม ไม่ถูกทอดทิ้ง
พลังเครือข่าย: เมื่อหน่วยงาน–เอกชน–คนรักสัตว์มาช่วยกัน
กิจกรรม KICK OFF ครั้งนี้ไม่ได้มีแค่หน่วยงานของกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ยังได้รับการสนับสนุนจาก ภาคีเครือข่ายหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน มูลนิธิ และกลุ่มคนรักสัตว์
ในงานมีความร่วมมือจากหลายองค์กร อาทิ
บริษัทพัฒนาโครงการศูนย์การค้าและที่อยู่อาศัย
โรงพยาบาลสัตว์
สมาคมและมูลนิธิคุ้มครองสัตว์
กลุ่มที่ทำงานด้านสุนัขและแมวจรจัด
รวมถึงเหล่า Pet Influencer ที่ช่วยสื่อสารเรื่องการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบให้คนทั่วไปเข้าถึงง่ายขึ้น
เมื่อทุกภาคส่วนช่วยกัน เมืองทั้งเมืองก็เปลี่ยนได้จริง
ไฮไลต์ในงาน: ฟรีทั้งความรู้ ฟรีทั้งบริการ
ภายในงาน “KICK OFF การจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง กรุงเทพมหานคร” มีกิจกรรมแน่นตลอดวัน และเปิดให้เข้าร่วม ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
โซนความรู้และบริการสัตว์เลี้ยง
เสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับการจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงของกรุงเทพมหานคร
บริการ ฉีดไมโครชิป ให้สุนัขและแมว
บริการจดทะเบียนสุนัขและแมวเข้าสู่ระบบ กทม.
ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
ตรวจสุขภาพเบื้องต้น และให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพสัตว์เลี้ยง
กิจกรรมหาบ้านให้สุนัขและแมวจรจัดจากบ้านพักพิงชั่วคราวในพื้นที่ประเวศ
สายคอนเทนต์–สายโชว์ต้องถูกใจ
เสวนาเรื่อง “การจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง กรุงเทพมหานคร” ในมุมมองเข้าใจง่าย
พบปะพูดคุยกับ Pet Influencer ชื่อดัง หลายตัว ทั้งหมาและแมว
กิจกรรม Pet Fashion Show – ธีมหน้าฝน (Rainy Season Theme) ที่เปิดโอกาสให้คนรักสัตว์พาน้องมาแต่งตัวจัดเต็ม
พูดคุยกับเจ้าของสุนัขที่รับอุปการะมาจากศูนย์พักพิงของกรุงเทพมหานคร พร้อมแชร์ประสบการณ์ในแนวคิด “Adopt not Shop”
โซนสปาเบา ๆ และกิจกรรมลุ้นของรางวัล
บริการ Mini-Grooming (เช็ดหู, ตัดเล็บ)
กิจกรรมแจกของรางวัล “Pet Lucky Draw”
บูธกิจกรรมจากภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ที่ขนของและสาระมาแบบจัดเต็ม
ทั้งหมดนี้เปิดให้เข้าร่วมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เหมาะทั้งสำหรับคนที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว และคนที่กำลังสนใจอยากเริ่มเลี้ยงอย่างรับผิดชอบ
สรุป: ถ้ารักเขา จริง ๆ ต้องจด–ต้องดูแล
กิจกรรมครั้งนี้ไม่ใช่แค่งานอีเวนต์สำหรับคนรักหมาแมว แต่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างเมืองที่
สัตว์เลี้ยงทุกตัวมีตัวตนในระบบ
เจ้าของเข้าใจหน้าที่และความรับผิดชอบของตัวเอง
สัตว์จรจัดลดลงอย่างยั่งยืน ด้วยการไม่ทอดทิ้งและการทำหมันอย่างต่อเนื่อง
หากคุณมีสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว นี่คือโอกาสดีที่จะเริ่มต้นดูแลเขาอย่างถูกต้องทั้งตามหลักสุขภาพและตามกฎหมาย
พาน้องหมาน้องแมวไปร่วมงาน รับบริการต่าง ๆ ฟรี ได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งสุขภาพที่ดี แถมยังได้มุมมองใหม่ ๆ เรื่องการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบกลับบ้านไปด้วย

