รับแอปรับแอป

สายรักสัตว์ห้ามพลาด! กทม. KICK OFF จดทะเบียน-ฝังชิป-ตรวจสุขภาพฟรี พร้อม Pet Influencer ครบ

ณัฐวดี ชูศรี01-29

KICK OFF วันใหญ่ของคนรักหมาแมว

กรุงเทพมหานครจัดกิจกรรม “KICK OFF การจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง กรุงเทพมหานคร” ที่ลานโปรโมชั่น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อีสวิลล์ เขตลาดพร้าว ในวันที่ 2–3 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00–18.00 น.

งานนี้จัดเต็มทั้งบริการฟรี กิจกรรมความรู้ และโซนความบันเทิงสำหรับทั้งคนและสัตว์เลี้ยง เป้าหมายหลักคือ ลดจำนวนสัตว์จรจัดอย่างยั่งยืน และผลักดันการเลี้ยงสัตว์แบบมีความรับผิดชอบ

ทำไมต้อง “จดทะเบียนสัตว์เลี้ยง”?

ผู้บริหาร กทม. ย้ำตรงกันว่า โลกทุกวันนี้หมาแมวไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง แต่เป็นสมาชิกครอบครัว การดูแลให้ดีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของบ้านไหนบ้านนั้น แต่คือ ความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วย

การจดทะเบียนและฝังไมโครชิปมีความสำคัญเพราะช่วยให้

  • ควบคุมโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน เช่น โรคพิษสุนัขบ้า ที่ยังพบในพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ

  • ลดปัญหาการนำสัตว์ไปปล่อยทิ้งจนกลายเป็นสัตว์จรจัดในชุมชน

  • ระบุตัวตนสัตว์เลี้ยงได้ หากพลัดหลงก็สามารถตามหาเจ้าของได้ง่ายขึ้น

ปัจจุบันในระบบมีสุนัขและแมวที่มีเจ้าของประมาณ 170,000 ตัว ส่วนสัตว์จรจัดมีข้อมูลราว 30,000 ตัว แต่คาดว่าตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่านี้ การลงทะเบียนให้ชัดเจนจะช่วยให้รู้ว่าใครนำสัตว์ไปปล่อย ที่ไหนมีสัตว์พลัดหลง และใครคือเจ้าของตัวจริง

แค่ลงทะเบียนครั้งเดียว ฝังชิปครั้งเดียว จากนั้นดูแลต่อด้วยการฉีดวัคซีนและทำหมันให้เหมาะสม ก็ช่วยให้เมืองน่าอยู่ขึ้นอย่างยั่งยืน

กฎหมายใหม่มาแล้ว – คนเลี้ยงสัตว์ต้องรู้

ข้อบัญญัติใหม่ของกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 10 มกราคม 2569 ซึ่งหมายความว่าคนที่มีสัตว์เลี้ยงในเขต กทม. ต้องเตรียมตัวให้พร้อม

เรื่องพื้นที่เลี้ยงสัตว์: เลี้ยงกี่ตัวถึงจะพอ?

ข้อบัญญัติฉบับปรับปรุงกำหนดชัดเจนว่า

  • ที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมหรือห้องแถว จะมีการกำหนดขนาดพื้นที่ต่อจำนวนสัตว์เลี้ยง

  • บ้านที่ดิน เช่น พื้นที่ 50 ตารางวา หรือ 100 ตารางวา จะมี จำนวนสัตว์เลี้ยงสูงสุด ที่สามารถเลี้ยงได้ โดยตัวเลขอ้างอิงคือ ไม่เกิน 6 ตัว ในกรณีพื้นที่บ้านตามที่กำหนด

หากเลี้ยงเกินจำนวนก่อนวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ จะไม่บังคับย้อนหลัง แต่หลังจากนั้นจะไม่สามารถเลี้ยงเพิ่มในพื้นที่ที่ไม่เพียงพอหรือไม่ได้รับอนุญาตได้แล้ว

สำคัญมาก: อย่าทิ้งสัตว์!

หากเลี้ยงเกินจำนวน แนะนำให้ติดต่อ กทม. เพื่อรับคำปรึกษาและช่วยกันหาทางออกที่เหมาะสม แทนการปล่อยหรือทอดทิ้งสัตว์

ย้ายบ้านเมื่อไหร่ ต้องแจ้งทุกครั้ง

หากมีการเปลี่ยนที่อยู่อาศัยของผู้เลี้ยงหรือสัตว์เลี้ยง ต้องแจ้งพื้นที่ใหม่ทุกครั้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถกำกับควบคุมได้อย่างเหมาะสม

แม้เจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจทุกบ้านไม่ได้ แต่หากมีปัญหา เช่น

  • กลิ่นรบกวน

  • เสียงดังสร้างความเดือดร้อน

  • ปัญหาสุขอนามัยหรือมีการร้องเรียน

เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย มีทั้งค่าปรับและมาตรการจัดการต่าง ๆ

เป้าหมายไม่ใช่การเอาผิด แต่คือการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขระหว่างคนและสัตว์ในชุมชนเดียวกัน

ลงทะเบียน–ฝังชิป ยุ่งยากไหม? ทำได้ที่ไหนบ้าง

แม้กฎหมายจะเริ่มใช้ปีหน้า แต่ช่วงนี้สามารถเริ่มจดทะเบียนและฝังชิปได้แล้ว เพื่อไม่ต้องรีบในนาทีสุดท้าย

ช่องทางบริการของกรุงเทพมหานครประกอบด้วย

  • คลินิกสัตวแพทย์ของ กทม. 8 แห่ง

  • หน่วยเคลื่อนที่ลงพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ

หน่วยบริการไม่ได้มีแค่ฉีดวัคซีนและทำหมัน แต่ยังให้บริการ ฝังไมโครชิป ครบวงจรด้วย โดยสามารถติดตามรอบการลงพื้นที่ของหน่วยเคลื่อนที่จากช่องทางออนไลน์ของกรุงเทพมหานครและสำนักอนามัย

หากสะดวกไปคลินิกเอกชนเองก็ทำได้เช่นกัน เพียงนำเลขที่จดทะเบียนจากคลินิกเอกชนส่งให้กรุงเทพมหานคร เพื่อบันทึกเข้าระบบให้เรียบร้อย อาจมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยตามอัตราของเอกชนแต่ยังถือว่าสะดวกสำหรับหลายครอบครัว

1,000 ชิปพร้อมให้บริการในงาน

สำหรับงาน KICK OFF ครั้งนี้ กทม. เตรียมไมโครชิปไว้ 1,000 ชิป เพื่อให้บริการฝังชิปและจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงฟรีตลอดสองวันของการจัดงาน

ตัวเลขปัจจุบันจากกฎหมายเดิม มีสัตว์เลี้ยงที่จดทะเบียนแล้วประมาณ 100,000 ตัว จากทั้งหมดราว 170,000 ตัว ที่มีเจ้าของ ยังเหลืออีกกว่า 70,000 ตัว ที่ต้องเร่งลงทะเบียนให้ครบ ซึ่งจำนวนอาจมีการเปลี่ยนแปลงจากการเกิดใหม่ของลูกสัตว์เลี้ยง

ถึงอย่างนั้น กทม. มั่นใจว่าหากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ การจดทะเบียนจะสามารถเดินหน้าได้ทันกับจำนวนสัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของในตอนนี้

คุมสัตว์จรแบบยั่งยืน: ทำหมันทุกวัน ลดเพิ่มประชากร

อีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการลดสัตว์จรจัดคือการ ทำหมันอย่างต่อเนื่อง ทั้งในสัตว์เลี้ยงและสัตว์จร โดย กทม. ทำงานร่วมกับหลายองค์กรภาคี โดยเฉพาะมูลนิธิที่เชี่ยวชาญด้านสัตว์จร

ปัจจุบัน

  • หน่วยทำหมันของ กทม. ออกปฏิบัติงานแทบทุกวัน

  • สามารถทำหมันได้วันละ 100–200 ตัว

  • เพิ่มจากเดิมที่เคยทำได้เพียง 30–40 ตัวต่อวัน

เมื่อควบคุมจำนวนประชากร ทำหมัน จดทะเบียน และช่วยกันไม่ทอดทิ้งสัตว์ เชื่อว่าจะช่วยให้สถานการณ์สัตว์จรจัดในกรุงเทพฯ ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ในเขตลาดพร้าวเองก็มีการจัดกิจกรรม

  • ทำหมันหมาแมว

  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

และจะมีรอบกิจกรรมอื่น ๆ ตามมาในช่วงประมาณทุก 2 เดือน โดยครอบคลุมทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร

ทำไมต้องปรับข้อบัญญัติ กทม. เรื่องสัตว์เลี้ยง?

ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีสุนัขและแมวทั้งที่มีเจ้าของและไม่มีเจ้าของรวมกว่า 200,000 ตัว ยังไม่รวมสัตว์ประเภทอื่น เช่น

  • โค กระบือ

  • แพะ แกะ

  • กระต่าย นก

  • สัตว์พิเศษ (Exotic) อีกจำนวนมาก

จำนวนสัตว์ที่มากและถูกเลี้ยงหรือปล่อยโดยขาดการจัดการที่ดี อาจสร้างปัญหา

  • ด้านสาธารณสุข (โรค, กลิ่น, มลภาวะ)

  • ด้านสังคม (เสียงดัง, รบกวนเพื่อนบ้าน)

  • ด้านการท่องเที่ยว (ภาพลักษณ์เมือง, ความสะอาดพื้นที่สาธารณะ)

สำนักอนามัยได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับสัตว์ที่สร้างความเดือดร้อน ทั้งเรื่องการปล่อยสัตว์ การดูแลที่ไม่เหมาะสม และสวัสดิภาพที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

จึงมีการปรับปรุงข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ขึ้นมาใหม่ แทนข้อบัญญัติเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2545 และ 2548 เพื่อให้ทันกับสถานการณ์จริงในปัจจุบัน

เป้าหมายคือการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่

  • คนและสัตว์อยู่ร่วมกันอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี

  • เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีความรับผิดชอบมากขึ้น

  • สัตว์ได้รับสวัสดิภาพที่เหมาะสม ไม่ถูกทอดทิ้ง

พลังเครือข่าย: เมื่อหน่วยงาน–เอกชน–คนรักสัตว์มาช่วยกัน

กิจกรรม KICK OFF ครั้งนี้ไม่ได้มีแค่หน่วยงานของกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ยังได้รับการสนับสนุนจาก ภาคีเครือข่ายหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน มูลนิธิ และกลุ่มคนรักสัตว์

ในงานมีความร่วมมือจากหลายองค์กร อาทิ

  • บริษัทพัฒนาโครงการศูนย์การค้าและที่อยู่อาศัย

  • โรงพยาบาลสัตว์

  • สมาคมและมูลนิธิคุ้มครองสัตว์

  • กลุ่มที่ทำงานด้านสุนัขและแมวจรจัด

  • รวมถึงเหล่า Pet Influencer ที่ช่วยสื่อสารเรื่องการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบให้คนทั่วไปเข้าถึงง่ายขึ้น

เมื่อทุกภาคส่วนช่วยกัน เมืองทั้งเมืองก็เปลี่ยนได้จริง

ไฮไลต์ในงาน: ฟรีทั้งความรู้ ฟรีทั้งบริการ

ภายในงาน “KICK OFF การจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง กรุงเทพมหานคร” มีกิจกรรมแน่นตลอดวัน และเปิดให้เข้าร่วม ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

โซนความรู้และบริการสัตว์เลี้ยง

  • เสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับการจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงของกรุงเทพมหานคร

  • บริการ ฉีดไมโครชิป ให้สุนัขและแมว

  • บริการจดทะเบียนสุนัขและแมวเข้าสู่ระบบ กทม.

  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

  • ตรวจสุขภาพเบื้องต้น และให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพสัตว์เลี้ยง

  • กิจกรรมหาบ้านให้สุนัขและแมวจรจัดจากบ้านพักพิงชั่วคราวในพื้นที่ประเวศ

สายคอนเทนต์–สายโชว์ต้องถูกใจ

  • เสวนาเรื่อง “การจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง กรุงเทพมหานคร” ในมุมมองเข้าใจง่าย

  • พบปะพูดคุยกับ Pet Influencer ชื่อดัง หลายตัว ทั้งหมาและแมว

  • กิจกรรม Pet Fashion Show – ธีมหน้าฝน (Rainy Season Theme) ที่เปิดโอกาสให้คนรักสัตว์พาน้องมาแต่งตัวจัดเต็ม

  • พูดคุยกับเจ้าของสุนัขที่รับอุปการะมาจากศูนย์พักพิงของกรุงเทพมหานคร พร้อมแชร์ประสบการณ์ในแนวคิด “Adopt not Shop”

โซนสปาเบา ๆ และกิจกรรมลุ้นของรางวัล

  • บริการ Mini-Grooming (เช็ดหู, ตัดเล็บ)

  • กิจกรรมแจกของรางวัล “Pet Lucky Draw”

  • บูธกิจกรรมจากภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ที่ขนของและสาระมาแบบจัดเต็ม

ทั้งหมดนี้เปิดให้เข้าร่วมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เหมาะทั้งสำหรับคนที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว และคนที่กำลังสนใจอยากเริ่มเลี้ยงอย่างรับผิดชอบ

สรุป: ถ้ารักเขา จริง ๆ ต้องจด–ต้องดูแล

กิจกรรมครั้งนี้ไม่ใช่แค่งานอีเวนต์สำหรับคนรักหมาแมว แต่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างเมืองที่

  • สัตว์เลี้ยงทุกตัวมีตัวตนในระบบ

  • เจ้าของเข้าใจหน้าที่และความรับผิดชอบของตัวเอง

  • สัตว์จรจัดลดลงอย่างยั่งยืน ด้วยการไม่ทอดทิ้งและการทำหมันอย่างต่อเนื่อง

หากคุณมีสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว นี่คือโอกาสดีที่จะเริ่มต้นดูแลเขาอย่างถูกต้องทั้งตามหลักสุขภาพและตามกฎหมาย

พาน้องหมาน้องแมวไปร่วมงาน รับบริการต่าง ๆ ฟรี ได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งสุขภาพที่ดี แถมยังได้มุมมองใหม่ ๆ เรื่องการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบกลับบ้านไปด้วย