ยูนนาน–ไทย จับมือยกระดับท่องเที่ยวกีฬา

ยูนนานจากสาธารณรัฐประชาชนจีน จัดคณะผู้แทนเดินทางมาพบปะกับตัวแทนหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนากีฬา และสร้างความร่วมมือเชิงรูปธรรมในอนาคต
การพูดคุยครั้งนี้เน้นไปที่ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการฝึกอบรมบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา โดยใช้กีฬาเป็นตัวเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
หนึ่งในไฮไลต์คือแนวคิด จัดกิจกรรมวิ่งมาราธอนและมวยไทยร่วมกันระหว่างไทย–จีน เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน พร้อมทั้งผลักดันให้กีฬาเป็นพลังในการเชื่อมโยงผู้คนอย่างยั่งยืน
ไฮไลต์ความร่วมมือด้านกีฬาไทย–ยูนนาน
ตัวแทนจากฝั่งไทยประกอบด้วยผู้แทนจากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้จัดงานวิ่งมาตรฐานระดับโลกของไทย ตัวแทนสมาคมอุทยานแห่งชาติ และภาคเอกชนด้านกีฬา มาร่วมต้อนรับคณะจากมณฑลยูนนาน นำโดยรองอธิบดีกรมการกีฬามณฑลยูนนาน
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันว่า การจัดกิจกรรมกีฬา ไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่คือเครื่องมือสำคัญในการสร้างมิตรภาพทางวัฒนธรรมระยะยาว







อุทยานแห่งชาติไทย สนามวิ่งธรรมชาติศักยภาพสูง
ตัวแทนสมาคมอุทยานแห่งชาติของไทยสะท้อนว่า หลายอุทยานในประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการจัดงานวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางธรรมชาติที่สวยงามหรือความพร้อมด้านสถานที่และโครงสร้างพื้นฐาน
หากหน่วยงานด้านกีฬาของยูนนาน และสมาคมกีฬาต่างๆ จากจีนสนใจร่วมกันจัดกิจกรรมวิ่งในพื้นที่อุทยานของไทย ก็จะเป็นโอกาสสำคัญในการ
โปรโมตการท่องเที่ยวเชิงกีฬา
เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น
สร้างภาพจำใหม่ของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของนักวิ่งจากต่างประเทศ
มาราธอนไทยมาตรฐานโลก พร้อมแชร์ประสบการณ์
ผู้จัดงานวิ่งมาตรฐานระดับโลกรายหนึ่งของไทยได้สะท้อนภาพรวมว่า มาราธอนในประเทศไทยได้รับการยอมรับด้านมาตรฐานการจัดงานในระดับสากล ทั้งในมิติความปลอดภัย เส้นทาง และการบริหารจัดการ
ประเทศไทยมีหลายจังหวัดที่เหมาะกับการจัดมาราธอน ทั้งเมืองหลักและเมืองท่องเที่ยว แนวคิดคือ หากมณฑลยูนนานต้องการพัฒนาหรือร่วมจัดกิจกรรมวิ่ง ทางฝั่งไทยก็ยินดีที่จะ
ให้คำแนะนำด้านการวางแผนและมาตรฐานงานวิ่ง
ร่วมมือจัดกิจกรรมในรูปแบบพาร์ตเนอร์
แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อให้งานสำเร็จในระดับที่สร้างชื่อเสียงให้ทั้งสองประเทศ
การจับมือครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่จัดงานวิ่งให้จบไปปีต่อปี แต่คือการวางรากฐานความร่วมมือด้านกีฬาในระยะยาว
ยูนนานมองไทย ผ่านเลนส์ Belt and Road
รองอธิบดีกรมการกีฬามณฑลยูนนานกล่าวถึงการเชื่อมโยงยูนนานกับประเทศไทยภายใต้โครงการเส้นทางสายไหม (Belt and Road Initiative) โดยมองว่า ไทยเป็นพันธมิตรสำคัญในการขยายอนาคตใหม่ของความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกีฬา
คณะจากยูนนานครั้งนี้ประกอบด้วยตัวแทนจากหลายภาคส่วนกีฬา เช่น
นักวิจัยด้านเศรษฐกิจกีฬาของสำนักกีฬามณฑลยูนนาน
ที่ปรึกษาสมาคมกีฬากลางแจ้งและปีนเขา
ผู้บริหารสโมสรฟุตบอล
ผู้บริหารบริษัทอุปกรณ์กีฬา
ทุกฝ่ายมีจุดร่วมเดียวกันคือ ต้องการกระชับความร่วมมือด้านกีฬากับไทยให้แนบแน่นและเป็นรูปธรรมมากขึ้น พร้อมเชื่อมั่นว่าอนาคตของความร่วมมือด้านกีฬาระหว่างยูนนาน–ไทย จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง
วางแผนระบบกีฬา ครอบคลุมตั้งแต่เยาวชนถึงท่องเที่ยว
หลังการพบปะและแลกเปลี่ยนในภาคเอกชน คณะจากยูนนานยังได้เดินทางเข้าพบผู้บริหารระดับรองผู้ว่าการของหน่วยงานด้านการกีฬาในไทย เพื่อประชุมอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความร่วมมือด้านกีฬาและสันทนาการในทุกมิติ
การประสานงานครั้งนี้มีตัวแทนจากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยทำหน้าที่เชื่อมทั้งสองฝ่าย เพื่อผลักดันให้เกิดเครือข่ายและโครงการร่วมกันในระยะยาว
หัวข้อใหญ่ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกัน ได้แก่
ความสำคัญของกีฬาเยาวชน ในฐานะรากฐานของนักกีฬาคุณภาพ
การพัฒนากีฬาอาชีพ ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน
กีฬาเพื่อสุขภาพ สำหรับประชาชนทั่วไปในสองประเทศ
กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว เช่น มาราธอน มวยไทย กิจกรรมกลางแจ้ง และกีฬาแนวเอ็กซ์พีเรียนซ์
ทั้งไทยและยูนนานมีแนวคิดร่วมกันที่จะผลักดัน กิจกรรมแลกเปลี่ยนด้านกีฬาและโครงการต่อเนื่องในอนาคต เพื่อให้ทุกความร่วมมือไม่ใช่แค่ภาพถ่ายในห้องประชุม แต่กลายเป็นอีเวนต์จริงในสนามวิ่ง สนามมวย และเส้นทางท่องเที่ยวกีฬาในสองประเทศ
บทสรุป: เมื่อมาราธอน กลายเป็นสะพานเชื่อมสองประเทศ
จากการพูดคุยในครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่า กีฬาไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่คือ สะพานเชื่อมมิตรภาพและการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับยูนนาน
การผลักดันมาราธอน มวยไทย และกิจกรรมกีฬาอื่นๆ ร่วมกัน จะไม่เพียงสร้างเวทีให้สายสปอร์ตได้ปลดปล่อยพลัง แต่ยังช่วยเปิดเส้นทางใหม่ๆ ให้กับนักเดินทางสายวิ่งที่อยากสัมผัสทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และบรรยากาศงานวิ่งในสองประเทศไปพร้อมกัน
หากความร่วมมือเหล่านี้เดินหน้าต่อเนื่อง โลกอาจได้เห็น ‘เส้นทางมาราธอนมิตรภาพไทย–ยูนนาน’ ที่กลายเป็นหมุดหมายใหม่ของนักวิ่งและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในอนาคตได้อย่างไม่ยากเลย

