ZestBuy

คู่มือไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สำหรับมือใหม่เป๋าตัง

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI07-01

1. เกริ่นโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 และภาพรวมการใช้สิทธิผ่านแอปเป๋าตัง

โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2569 ที่รัฐบาลออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และประคับประคองร้านค้ารายย่อย รวมถึงผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ โดยใช้เม็ดเงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาท วงเงินโครงการส่วนนี้ราว 175,700 ล้านบาท

รูปแบบการช่วยจ่ายคือ รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนร่วมจ่าย 40% ผ่านการใช้จ่ายบนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในเมนู G-Wallet เท่านั้น เช่น สินค้าราคา 100 บาท ผู้ใช้สิทธิจะจ่ายเพียง 40 บาท ที่เหลือ 60 บาทรัฐออกให้ ระบบจะคำนวณให้อัตโนมัติเมื่อสแกนจ่ายที่ร้านซึ่งใช้แอป “ถุงเงิน”

ประชาชนทั่วไปที่ได้รับสิทธิในโครงการนี้มีจำนวน ไม่เกิน 30 ล้านสิทธิ ต้องลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตังให้สำเร็จก่อน จากนั้นจึงเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 06.00–23.00 น. ของทุกวัน ส่วนการใช้สิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรีจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00–21.00 น.

ในมุมของมือใหม่เป๋าตัง สิ่งสำคัญคือ

  • ต้องมีแอป เป๋าตัง บนสมาร์ทโฟน

  • ต้องเปิดใช้งาน G-Wallet และผ่านการยืนยันตัวตนเรียบร้อย

  • การซื้อ–ขายต้องชำระผ่านการ สแกน QR แบบพบหน้า (face-to-face) กับร้านค้าที่ร่วมโครงการ ไม่อนุญาตให้จ่ายผ่านคนกลางหรือช่องทางออนไลน์อื่น

โครงการนี้ให้วงเงินสนับสนุนสูงสุด 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน รวม 4,000 บาทต่อคน โดยรัฐจะสนับสนุนในสัดส่วน 60% ของการใช้จ่ายจริง และตัดยอดวงเงินทุกสิ้นเดือน ไม่สะสมข้ามเดือน


2. ทำความเข้าใจเงื่อนไขล่าสุดปี 2569/2026

2.1 คุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ (ประชาชนทั่วไป 60/40)

ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนรับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานดังนี้

  • เป็นผู้มี สัญชาติไทย

  • มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

  • มี บัตรประจำตัวประชาชน

  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามฐานข้อมูลกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569

  • ไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืน ในโครงการรัฐต่อไปนี้

    • โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1–5

    • โครงการคนละครึ่ง พลัส

กลุ่มที่ ไม่สามารถลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ได้แก่

  • ผู้ที่อายุ ไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์

  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (กลุ่มนี้จะได้รับการช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการฯ โดยตรง)

  • ผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ไม่สามารถใช้แอปเป๋าตังได้

2.2 กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนประมาณ 13.18 ล้านคน จะไม่ได้รับสิทธิร่วมจ่าย 60/40 แต่รัฐช่วยเหลือโดย

  • เพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการฯ เดือนละ 700 บาท จากเดิม 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน

  • ระยะเวลาเพิ่มวงเงิน 4 เดือน (มิ.ย.–ก.ย. 2569) รวมสูงสุด 4,000 บาท

  • ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ระบบโอนเข้า บัตรสวัสดิการฯ อัตโนมัติ

ในบางแหล่งข้อมูลมีการแบ่งระยะเวลาเป็น 2 ช่วง คือ มิ.ย.–ก.ค. ได้เพิ่ม 700 บาทแบบรัฐออกเต็ม และ ส.ค.–ก.ย. จะพิจารณาเกณฑ์ใหม่ แต่บทความนี้จะยึดตามข้อมูลที่ระบุชัดว่าเพิ่มเป็น 1,000 บาทต่อเดือนตลอด 4 เดือน และผู้ถือบัตรไม่ต้องลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 60/40

2.3 วงเงิน สิทธิ และช่วงเวลาใช้สิทธิ

  • วงเงินรายวัน: ใช้สิทธิได้ ไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน (ส่วนเกินต้องจ่ายเองเต็มจำนวน)

  • วงเงินรายเดือน: รัฐสนับสนุน ไม่เกิน 1,000 บาท/คน/เดือน

  • วงเงินรวมโครงการ: สูงสุด 4,000 บาทต่อคน ตลอด 4 เดือน

  • หากใช้ไม่หมดในเดือนนั้น วงเงินที่เหลือจะไม่ทบไปเดือนถัดไป และจะถูกตัดทิ้งเมื่อเริ่มเดือนใหม่

  • ระยะเวลาใช้สิทธิ
    • การใช้จ่ายทั่วไป: 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00–23.00 น.

    • ฟู้ดเดลิเวอรี: 15 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00–21.00 น.

2.4 ร้านค้าที่ร่วมโครงการ

ประเภทผู้ประกอบการและร้านค้าที่สามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ได้แก่

  • ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล

  • ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ที่ไม่ใช่นิติบุคคล ยกเว้นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์)

  • ร้านค้าของ กองทุนหมู่บ้าน/กองทุนชุมชนเมือง ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ร้านค้าของ วิสาหกิจชุมชน ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน

  • ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ (Taxi, รถตู้โดยสาร, สามล้อสาธารณะ, รถสองแถว, รถจักรยานยนต์รับจ้าง, รถไฟฟ้า, รถไฟ, รถโดยสารประจำทาง, เรือโดยสาร ฯลฯ) ที่มีใบอนุญาตถูกต้อง

  • นิติบุคคลขนาดเล็ก (บริษัท/ห้างหุ้นส่วน) รายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ที่ขายอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป หรือให้บริการขนส่งสาธารณะ

ร้าน/บริการที่ ไม่เข้าร่วมโครงการ เช่น

  • ร้านสะดวกซื้อที่เป็น ธุรกิจแฟรนไชส์

  • ร้านนวด ร้านสปา ร้านทำเล็บ ร้านทำผม

  • สินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ

  • บัตรกำนัล บัตรเงินสด

  • การชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า หรือผ่านตัวแทนคนกลาง


3. เตรียมตัวก่อนลงทะเบียน

ก่อนถึงช่วงลงทะเบียนระหว่างวันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00–22.00 น. ผู้ที่ต้องการรับสิทธิ 60/40 ควรเตรียมความพร้อมดังนี้

3.1 เอกสารและสิ่งที่ต้องมี

  • บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง (ใช้ทั้งสำหรับกรอกข้อมูลและยืนยันตัวตน)

  • สมาร์ทโฟน ที่สามารถติดตั้งแอปเป๋าตังได้

  • เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้งานจริง เพื่อรับรหัส OTP และ SMS แจ้งผลลงทะเบียน

3.2 การเตรียมแอปเป๋าตังและ G-Wallet

  • ดาวน์โหลดและติดตั้งแอป “เป๋าตัง” (สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยใช้)

  • อัปเดตแอปเป๋าตังเป็นเวอร์ชันล่าสุด ก่อนถึงวันลงทะเบียน เพื่อให้ระบบทำงานได้เสถียรและลดโอกาสเกิด Error

  • เปิดใช้งาน G-Wallet ในแอปเป๋าตังให้เรียบร้อย

  • หากเป็นผู้เคยร่วมโครงการรัฐอื่น ๆ กับธนาคารกรุงไทยแล้ว (เช่น คนละครึ่งพลัส) ระบบมักจะมีข้อมูลยืนยันตัวตนอยู่แล้ว ทำให้ขั้นตอนลงทะเบียนง่ายขึ้น

3.3 การตรวจสอบสิทธิเบื้องต้น

ในวันลงทะเบียน หากกดลงทะเบียนแล้วขึ้นข้อความต่อไปนี้ สามารถใช้เป็นตัวช่วยตรวจสอบสิทธิเบื้องต้นได้

  • ข้อความว่า “คุณได้รับสิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) แล้ว เริ่มใช้สิทธิได้วันที่ 1 มิ.ย. 69” แสดงว่าลงทะเบียนสำเร็จและได้รับสิทธิแน่นอน

  • ข้อความว่า “ไม่สามารถลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสได้ คุณสมบัติของคุณไม่ตรงตามเงื่อนไขโครงการ” แสดงว่าคุณสมบัติไม่เข้าเงื่อนไข เช่น เคยถูกระงับสิทธิจากโครงการรัฐ หรือไม่ผ่านเงื่อนไขอื่น

  • ข้อความว่า “คุณได้รับสิทธิเพิ่มวงเงินจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว จึงไม่สามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้” แสดงว่าเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ

  • ข้อความว่า “ไม่สามารถลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสได้ คุณสมบัติของคุณไม่ตรงตามเงื่อนไขโครงการ เนื่องจากคุณอายุไม่ถึง 18 ปี” แสดงว่าอายุยังไม่ถึงเกณฑ์

ผู้ที่ยังไม่เคยใช้แอปเป๋าตัง หรือเคยลบแล้วลงใหม่ อาจต้องทำขั้นตอน ยืนยันตัวตน (e-KYC) ให้เสร็จสิ้นก่อน เพื่อให้สามารถกดรับสิทธิได้อย่างราบรื่น


4. คู่มือลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสทีละขั้นในแอปเป๋าตัง

การลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก เพราะประสบการณ์ใช้งานเดิมต่างกัน

4.1 กลุ่มที่เคยลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสมาแล้ว

กลุ่มนี้เคยยืนยันตัวตนผ่านแอปเป๋าตังมาก่อน จึงไม่ต้องพิสูจน์ตัวตนใหม่ สามารถกดรับสิทธิได้ทันทีตามขั้นตอนนี้

  1. อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง เป็นเวอร์ชันล่าสุด และตรวจสอบว่า G-Wallet เปิดใช้งานแล้ว

  2. เปิดแอปเป๋าตัง แล้วกดที่ แบนเนอร์ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ที่หน้าแรกหรือหน้า G-Wallet

  3. อ่านรายละเอียด ข้อตกลง และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการให้ครบถ้วน

  4. กดปุ่ม “กดยอมรับเงื่อนไขและรับสิทธิ” หรือ “ลงทะเบียน” ตามข้อความที่แสดง

  5. ระบบจะแสดงข้อความได้รับสิทธิสำเร็จ พร้อมระบุวันเริ่มต้นใช้สิทธิ (เช่น “เริ่มใช้สิทธิได้วันที่ 1 มิ.ย. 69”) ให้กดปุ่ม “ตกลง” เพื่อเสร็จสิ้นขั้นตอน

  6. เมื่อถึงวันที่เริ่มใช้สิทธิ ให้เติมเงินเข้า G-Wallet แล้วเริ่มสแกนจ่ายกับร้านค้าที่ร่วมโครงการได้ทันที

4.2 กลุ่มที่ยังไม่เคยลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส (ผู้ใช้งานใหม่)

กลุ่มนี้ต้องทั้งลงทะเบียนโครงการและทำการยืนยันตัวตนเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ มีขั้นตอนดังนี้

  1. ดาวน์โหลดแอปเป๋าตัง และสมัครใช้งานให้เรียบร้อย พร้อมเปิดบัญชี G-Wallet

  2. เมื่อถึงวันลงทะเบียน (25–29 พ.ค. 2569) ให้เข้าแอปเป๋าตัง แล้วกดที่ รูปโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40”

  3. อ่านเงื่อนไขโครงการให้ครบ แล้วกดปุ่ม “ลงทะเบียน”

  4. กรอกข้อมูลส่วนตัว ตามหน้าบัตรประจำตัวประชาชนให้ถูกต้องและครบถ้วน จากนั้นกดยืนยันการลงทะเบียน

  5. ดำเนินการ ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนตัวจริง ผ่านช่องทางที่โครงการกำหนด เช่น

    • ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทยที่มีสัญลักษณ์ “Confirm ID”

    • สาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ

    • (ยกเว้นผู้ที่เคยพิสูจน์ตัวตนด้วยบัตรประชาชนกับโครงการรัฐอื่นผ่านช่องทางกรุงไทยมาก่อน)

ขั้นตอนยืนยันตัวตนผ่านตู้ ATM กรุงไทย (ภาพรวม)

  • สำหรับตู้ที่ ไม่มีปุ่มด้านล่างหน้าจอ

    • แตะหน้าจอบริเวณแถบสีฟ้า

    • เลือกเมนู ยืนยันตัวตน / สิทธิสวัสดิการ

    • เลือก ยืนยันตัวตนธนาคารกรุงไทย

    • กด “รับทราบและรับรอง” เพื่อยืนยันการเป็นเจ้าของบัตร

    • เลือก “ยินยอม” เพื่อเปิดเผยข้อมูลสำหรับพิสูจน์ตัวตน

    • เสียบ บัตรประชาชน และกด “ถัดไป”

    • รอการตรวจสอบข้อมูล แล้วเลือก “จบการทำรายการยืนยันตัวตน” จากนั้นเก็บบัตรและดำเนินการต่อบนแอปเป๋าตัง

  • สำหรับตู้ที่ มีปุ่มด้านล่างหน้าจอ

    • เลือกเมนู “ทำรายการด้วยบัตรประชาชน”

    • เลือก “บริการยืนยันตัวตน”

    • กด “รับทราบและรับรอง” และ “ยินยอม” ตามลำดับ

    • กด “ถัดไป” แล้วเสียบบัตรประชาชน จากนั้นกด “ถัดไป” อีกครั้ง

    • รอการตรวจสอบ แล้วเลือก “จบการทำรายการยืนยันตัวตน” ก่อนกลับไปใช้งานแอปเป๋าตัง

  1. หลังยืนยันตัวตนเสร็จ ให้รอผลการตรวจสอบคุณสมบัติและการได้รับสิทธิ ภายใน 3 วัน ผ่าน

    • การแจ้งเตือนบนแอปเป๋าตัง (Push Notification, In-App Notification, Inbox)

    • SMS ที่ส่งเข้าหมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียน

  2. เมื่อได้รับสิทธิแล้ว สามารถเติมเงินเข้า G-Wallet และเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00–23.00 น.


5. วิธีใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสแบบ 60/40 อย่างถูกต้อง

การใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส 60/40 มีเงื่อนไขและขั้นตอนที่ต้องทำให้ถูกต้องเพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิหรือใช้ผิดประเภท

5.1 การสแกนจ่ายผ่าน G-Wallet

การใช้สิทธิทุกครั้งต้องผ่านเมนู G-Wallet บนแอปเป๋าตัง และเป็นการซื้อขายแบบพบหน้า (face-to-face) โดยมีผู้ซื้อและผู้ขายอยู่ ณ จุดเดียวกัน

ขั้นตอนการสแกนจ่ายโดยสรุป

  1. เข้าแอป เป๋าตัง เลือกเมนู G-Wallet

  2. ตรวจสอบยอดเงินใน G-Wallet ให้เพียงพอต่อการใช้จ่าย (เพราะประชาชนต้องร่วมจ่าย 40%)

  3. ใช้เมนู สแกน QR เพื่อสแกนคิวอาร์โค้ดจากแอป “ถุงเงิน” ของร้านค้าที่ร่วมโครงการ

  4. ระบบจะคำนวณอัตโนมัติว่า
    • รัฐช่วยจ่าย 60% ภายในวงเงินสิทธิที่เหลือในวันและเดือนนั้น

    • ประชาชนจ่ายเอง 40% ผ่านยอดเงินใน G-Wallet

  5. กดยืนยันการชำระเงินให้เรียบร้อย

ตัวอย่างการคำนวณ

  • ซื้อสินค้า 100 บาท: จ่ายเอง 40 บาท รัฐสนับสนุน 60 บาท

  • หากซื้อ 333 บาท ในวันนั้น: รัฐช่วยได้สูงสุด 200 บาท/วัน ส่วนที่เกินประชาชนต้องออกเองเต็มจำนวน

5.2 การเช็กยอดคงเหลือสิทธิในแอปเป๋าตัง

ผู้ใช้สิทธิสามารถตรวจสอบประวัติการใช้สิทธิและยอดคงเหลือได้บนแอปเป๋าตัง เพื่อวางแผนการใช้วงเงินในแต่ละวันและเดือนให้เหมาะสม โดยระบบจะแสดง

  • ยอดวงเงินที่ใช้ไปแล้วในวันนั้น

  • วงเงินสนับสนุนที่เหลือในเดือน (สูงสุด 1,000 บาท/เดือน)

  • ประวัติการใช้สิทธิย้อนหลัง

5.3 การใช้สิทธิอย่างถูกประเภทสินค้าและบริการ

สินค้าที่สามารถใช้สิทธิได้ เช่น

  • ร้านอาหารและเครื่องดื่ม

  • ร้านค้าทั่วไป (ที่ร่วมโครงการ)

  • ร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้าน OTOP

  • บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถไฟ รถโดยสาร เรือโดยสาร ฯลฯ

สินค้าที่ไม่สามารถใช้สิทธิได้ เช่น

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทุกประเภท

  • บุหรี่ และผลิตภัณฑ์ยาสูบ

  • สลากกินแบ่งรัฐบาล

  • บัตรกำนัล บัตรเงินสด

  • การชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า หรือผ่านตัวแทนคนกลาง

ช่วงเวลาใช้สิทธิในแต่ละวันต้องอยู่ระหว่าง 06.00–23.00 น. หากใช้จ่ายนอกช่วงเวลานี้จะไม่สามารถใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสได้


6. ทริคสำคัญไม่ให้สิทธิหลุดหรือถูกตัดสิทธิ

เพื่อรักษาสิทธิในโครงการและไม่ถูกระงับหรือตัดสิทธิ ผู้ใช้ควรปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้

6.1 ไม่โอนสิทธิหรือขายต่อ

  • ห้ามโอนสิทธิให้ผู้อื่นหรือขายสิทธิ 60/40 ต่อ เพื่อให้ผู้อื่นใช้แทน

  • ห้ามให้ผู้อื่นใช้บัตรประชาชนหรือบัญชี G-Wallet ของตนในการใช้สิทธิ

การสวมสิทธิหรือใช้สิทธิแทนกันอาจเข้าข่ายผิดเงื่อนไขและทำให้ถูกระงับสิทธิ หรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ดังที่ระบุไว้ในเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้เข้าร่วม

6.2 ไม่ละเมิดเงื่อนไขโครงการรัฐ

  • หลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่สร้างความเข้าใจผิด หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินโครงการของรัฐ

  • ไม่ทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์หรือคนกลางที่ไม่ได้อนุญาต

  • ทำการซื้อ–ขายและสแกน QR แบบพบหน้าเท่านั้น (ยกเว้นการใช้ผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมและเปิดใช้ตามช่วงเวลาที่กำหนด)

การละเมิดเงื่อนไขอาจทำให้ถูก สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระงับสิทธิและเรียกเงินคืน ซึ่งจะส่งผลให้ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส หรือโครงการอื่น ๆ ในอนาคตได้

6.3 ใช้สิทธิให้ครบตามกำหนดเวลา

  • วางแผนใช้วงเงินในแต่ละเดือนให้เหมาะสม เพราะ วงเงิน 1,000 บาท/เดือนจะถูกตัดทุกสิ้นเดือน และไม่ทบไปเดือนถัดไป

  • ใช้สิทธิในช่วงเวลา 06.00–23.00 น. เพื่อไม่ให้การสแกนจ่ายล้มเหลวหรือนอกเงื่อนไข

คำอธิบายจากรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า ตลอด 4 เดือนประชาชนจะเติมเงินสมทบรวมประมาณ 2,667 บาท เพื่อรับวงเงินใช้จ่ายรวม 6,667 บาท หากใช้สิทธิไม่ทันตามเดือน เงินสนับสนุนส่วนนั้นจะถูกตัดทันที จึงควรตรวจสอบยอดคงเหลือสม่ำเสมอ


7. รวมปัญหายอดฮิตของมือใหม่เป๋าตังและแนวทางแก้ไข

ระหว่างการลงทะเบียนและการใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส มือใหม่เป๋าตังมักเจอปัญหาคล้ายกันหลายรูปแบบ ซึ่งมีแนวทางแก้ไขจากข้อมูลทางการดังนี้

7.1 ลงทะเบียนไม่ได้ / ข้อความ Error

สาเหตุที่พบบ่อย

  • ลงทะเบียน นอกช่วงเวลา (ก่อน 06.00 น. หรือหลัง 22.00 น.)

  • อายุ ไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์

  • เป็นผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

  • มีประวัติถูกระงับสิทธิหรือเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่ง หรือคนละครึ่งพลัส

แนวทางแก้ไข

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าลงทะเบียนภายในช่วงวันที่ 25–29 พ.ค. 2569 เวลา 06.00–22.00 น.

  • ตรวจสอบสถานะตนเองว่าถือบัตรสวัสดิการฯ หรือเคยถูกระงับสิทธิในโครงการรัฐหรือไม่

7.2 ปัญหาสแกนใบหน้าไม่ผ่าน (สำหรับผู้เพิ่งใช้แอปครั้งแรก)

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า ปัญหา “สแกนใบหน้าไม่ผ่าน” มักเกิดกับ

  • ผู้ที่เปิดใช้งานแอปเป๋าตังเป็นครั้งแรก

  • ผู้ที่เคยลบแอปเป๋าตังแล้วติดตั้งใหม่

แนวทางแก้ไข

  • นำบัตรประชาชนไปทำ e-KYC ยืนยันตัวตน ที่

    • ตู้ ATM สีเทาของธนาคารกรุงไทยที่รองรับการยืนยันตัวตน

    • สาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ

หลังยืนยันตัวตนแล้ว ระบบจะให้กดรับสิทธิในแอปเป๋าตังได้ตามปกติ

7.3 สถานะ “กำลังรอผลการลงทะเบียน”

กลุ่มที่ขึ้นข้อความว่า “กำลังรอผลการลงทะเบียน” คือผู้ที่ ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสมาก่อน ต้องรอการตรวจสอบคุณสมบัติตามเงื่อนไข

แนวทางแก้ไข

  • รอผลตรวจสอบประมาณ ภายใน 3 วัน ทำการ

  • ติดตามผลผ่าน
    • Push Notification บนหน้าจอมือถือ

    • In-App Notification / Inbox ในแอปเป๋าตัง

    • SMS แจ้งผลไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียน

7.4 ยอดเงินไม่พอใน G-Wallet

แม้รัฐช่วยจ่าย 60% แต่ผู้ใช้ต้องมีเงินเพียงพอใน G-Wallet สำหรับส่วน 40% ที่ต้องจ่ายเอง หากยอดเงินไม่พอจะไม่สามารถทำรายการได้

แนวทางแก้ไข

  • เติมเงินเข้า G-Wallet ผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่รองรับ เช่น
    • Banner Paotang Pay

    • Banner Krungthai NEXT

    • ผ่านโลโก้บัญชีกรุงไทย หรือธนาคารอื่น ๆ ที่รองรับ

  • ตรวจสอบยอดใน G-Wallet ก่อนสแกนจ่ายทุกครั้ง


8. สรุปข้อควรรู้และเช็กลิสต์สุดท้ายก่อนใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส

ก่อนจะเริ่มใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส 60/40 อย่างเต็มรูปแบบในช่วง 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 ควรทบทวนข้อควรรู้และเช็กลิสต์สำคัญดังนี้

8.1 สรุปภาพรวมโครงการ

  • รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนออกเอง 40% ผ่าน G-Wallet บนแอปเป๋าตัง

  • วงเงินช่วยเหลือสูงสุด 1,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 4 เดือน รวม 4,000 บาทต่อคน

  • ใช้สิทธิได้ ไม่เกิน 200 บาท/วัน ภายในช่วงเวลา 06.00–23.00 น.

  • หากใช้ไม่หมดในเดือนนั้น วงเงินจะไม่สะสมและถูกตัดสิทธิทันที

8.2 เช็กลิสต์ก่อนใช้สิทธิ

  • [ ] มีแอปเป๋าตังและ อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด

  • [ ] เปิดใช้งาน G-Wallet เรียบร้อย

  • [ ] ผ่านการ ยืนยันตัวตน (e-KYC) แล้ว (สำหรับผู้ใช้ใหม่)

  • [ ] ลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สำเร็จ และตรวจสอบข้อความว่ามีสิทธิ

  • [ ] เติมเงินเข้า G-Wallet ให้เพียงพอต่อการร่วมจ่าย 40%

  • [ ] เข้าใจระยะเวลาและช่วงเวลาที่ใช้สิทธิได้ (ทั่วไป 06.00–23.00 น., ฟู้ดเดลิเวอรี 06.00–21.00 น.)

  • [ ] ทราบประเภทสินค้าและบริการที่สามารถใช้สิทธิได้และไม่ได้

8.3 ใช้สิทธิให้คุ้มค่าและปลอดภัยในปี 2569

โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เป็นโอกาสของประชาชนทั่วไปในการลดภาระค่าใช้จ่ายรายวัน และเป็นโอกาสของร้านค้ารายย่อยและผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะในการเพิ่มยอดขายและรายได้ในช่วง 4 เดือนของโครงการ

เมื่อเข้าใจเงื่อนไข คุณสมบัติ วิธีลงทะเบียน และวิธีใช้สิทธิอย่างถูกต้องแล้ว การเตรียมตัวล่วงหน้าด้วยการอัปเดตแอปเป๋าตัง ยืนยันตัวตน และตรวจสอบสิทธิของตนเอง จะช่วยให้สามารถใช้สิทธิได้อย่าง คุ้มค่า ปลอดภัย และไม่เสี่ยงถูกตัดสิทธิ ตลอดระยะเวลาโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ในปี 2569/2026

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น