เสน่ห์ของการแต่งบ้านสไตล์วินเทจที่ไม่มีวันตกยุค
สไตล์วินเทจมักผูกพันกับ “ความทรงจำ” และ “เรื่องราว” มากกว่าคำว่าตกแต่งบ้านธรรมดา สิ่งของเก่า ผนังที่มีผิวสัมผัส หรือเฟอร์นิเจอร์ที่ผ่านกาลเวลามาแล้ว ล้วนสร้างบรรยากาศที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เรียบง่ายและช้า down ลงเล็กน้อย
ภาพของเมืองเก่าอย่าง L’Isle-sur-la-Sorgue ที่เต็มไปด้วยร้านขายเฟอร์นิเจอร์วินเทจ หนังสือหายาก และของแต่งบ้านที่มีเรื่องเล่า รวมถึงโรงแรมเก่าอายุกว่า 200 ปีที่รีโนเวทใหม่ แต่ยังคงเฟอร์นิเจอร์วินเทจ แชนเดอเลียร์ ผนังลายดอกไม้ และพื้นกระเบื้องขาวดำแบบดั้งเดิม คือภาพสะท้อนเสน่ห์ของ “ความเก่า” ที่กลับมามีชีวิตในแบบร่วมสมัย
ในบ้านเองก็เช่นกัน การเลือกใช้ของวินเทจ หรือของใหม่ที่มีกลิ่นอายวินเทจ สามารถเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้ดูอบอุ่น มีเรื่องราว และเต็มไปด้วยบุคลิก โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่างให้ย้อนยุคทั้งหมด แต่ใช้วิธี “ผสมผสาน” ระหว่างเก่ากับใหม่อย่างพอดี
การเลือกโทนสีและลวดลายเพื่อสร้างบรรยากาศย้อนยุค
โทนสีและลวดลายคือหัวใจของบรรยากาศวินเทจ ถ้าเลือกถูก บ้านจะมีกลิ่นอายย้อนยุคทันทีแม้จะยังใช้เฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยอยู่ก็ตาม
โทนสีอ่อนและสีเอิร์ธโทน
ตัวอย่างการออกแบบห้องพักสไตล์ French Chic ในโรงแรมเก่าในเมือง L’Isle-sur-la-Sorgue ใช้โทนสีอ่อนที่สบายตา เน้นสีขาว สีเขียว และโทนเอิร์ธโทนที่อิงกับธรรมชาติ พอจับคู่กับสวนด้านนอกที่เขียวชอุ่มและแสงธรรมชาติ พื้นที่ทั้งหมดจึงดูคลาสสิกและสงบ เหมาะกับการพักผ่อน
ลายดอกไม้และผนังที่มีเท็กซ์เจอร์
ผนังลายดอกไม้ในห้องพักที่จับคู่กับแชนเดอเลียร์และเฟอร์นิเจอร์วินเทจ ทำให้ห้องดูเหมือนฉากในบ้านยุโรปยุคก่อน แต่ก็ไม่รู้สึกหลุดจากปัจจุบัน เพราะยังมีทีวีจอแบน โต๊ะทำงาน และ Wi‑Fi อยู่ครบ นี่คือการใช้ลวดลายแบบวินเทจร่วมกับฟังก์ชันยุคใหม่ได้อย่างลงตัว
ลายกระเบื้องขาวดำ
ห้องน้ำที่ใช้กระเบื้องสีขาวและดำดู “เฟรนช์” และคลาสสิกทันที ยิ่งเมื่อจับคู่กับสุขภัณฑ์หรือก๊อกน้ำที่มีดีไซน์เรียบแต่มีรายละเอียด เท่านี้ก็ได้บรรยากาศย้อนยุคแบบไม่ต้องแต่งแต้มอะไรเยอะ
สีของก๊อกน้ำและฮาร์ดแวร์
ในห้องน้ำและครัว สีของก๊อกน้ำช่วยกำหนดมู้ดได้ชัดเจน
โทนทองแบบคลาสสิก ให้ความรู้สึกหรูหราแบบวินเทจ เข้ากับหินอ่อน สีขาว สีครีม และเอิร์ธโทน
สีดำด้าน ให้ลุคดิบ เท่ เหมาะกับสไตล์ลอฟต์หรือเรโทรที่อยากได้ฟีลคาเฟ่
เทคนิคการแมตช์เฟอร์นิเจอร์ไม้เก่ากับของตกแต่งสมัยใหม่
การแต่งบ้านวินเทจยุคนี้ไม่จำเป็นต้องหาของเก่ามาทั้งหมด แต่คือการ “บาลานซ์” ระหว่างของวินเทจกับของใหม่ให้พอดีกัน
1. ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าเป็นจุดโฟกัส แล้วเสริมด้วยของใหม่เรียบ ๆ
ตัวอย่างการออกแบบร้าน Paul Smith และโรงแรมเก่าในฝรั่งเศส แสดงให้เห็นการใช้เฟอร์นิเจอร์วินเทจ (เช่น เก้าอี้เลานจ์วินเทจจากยุค 1970 หรือเก้าอี้ไม้ทรงคลาสสิก) แล้วจับคู่กับองค์ประกอบร่วมสมัย เช่น โต๊ะออกแบบใหม่ ไฟส่องงานศิลปะ หรือกำแพงสีเรียบ ทำให้เฟอร์นิเจอร์เก่าดูโดดเด่นโดยไม่ทำให้ภาพรวมดูรก
2. ผสมผสานผนังสไตล์ลอฟต์กับเฟอร์นิเจอร์วินเทจ
สีทาผนังอย่าง “สีจระเข้ เมทัลลิค ลอฟท์” ช่วยให้ผนังลอฟต์มีประกายเมทัลลิคและผิวสัมผัสนุ่มคล้ายกำมะหยี่ เมื่อใช้เป็นฉากหลังแล้ววางเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้ม เฟอร์นิเจอร์หนังสีดำ หรือของตกแต่งแนววินเทจ ผนังที่ดูโมเดิร์นจะกลายเป็นพื้นหลังที่ช่วยขับให้ของเก่าดูเท่และร่วมสมัยขึ้น
3. ใช้ของใหม่สไตล์มินิมอลมาช่วยเบรกความแน่นของวินเทจ
โซนที่อยากให้ดูสงบ เช่น มุมอ่านหนังสือ หรือมุมพักผ่อน สามารถใช้สีผนังแนว “หินขัดธรรมชาติ” แบบมินิมอลจากสีจระเข้ สโตน เดคคอร์ แล้วเติมด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจบางชิ้น เช่น โต๊ะไม้เก่า เก้าอี้เหล็ก หรือโคมไฟทรงคลาสสิก จะได้ทั้งบรรยากาศผ่อนคลาย และกลิ่นอายเก่า ๆ ที่ไม่อึดอัด
4. ใช้ก๊อกน้ำและฮาร์ดแวร์เป็นตัวเชื่อมยุคเก่ากับใหม่
ก๊อกน้ำรุ่น Artifacts ของ Kohler ที่มีดีไซน์คลาสสิกสไตล์วินเทจ เมื่อติดตั้งคู่กับอ่างล้างหน้าทรงโมเดิร์นหรือเคาน์เตอร์หินเรียบ ๆ ห้องน้ำจะได้ลุควินเทจหรูแบบโรงแรม โดยยังใช้ฟังก์ชันสมัยใหม่ได้เต็มที่ ส่วนรุ่น Components สีดำด้าน ก็เหมาะกับห้องน้ำหรือครัวที่ผนังเป็นปูนเปลือยหรือโทนเทา ให้ฟีลวินเทจผสมอินดัสเทรียล

แนะนำของสะสมและพร็อพแต่งบ้านที่สายวินเทจต้องมี
ของแต่งบ้านวินเทจไม่ได้มีแค่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ แต่ยังรวมถึงของจุกจิกที่ช่วยเล่าเรื่องราวในบ้านได้ดี
1. เซรามิก จาน ชาม แจกันลายเก๋
ร้านอย่าง Oyster & things ในโกดังเก่าย่านทรงวาดคือภาพตัวอย่างของการใช้เซรามิกเป็นตัวสร้างบรรยากาศวินเทจ ทั้งจาน ชาม แจกัน และเครื่องประดับเล็ก ๆ ล้วนถูกจัดวางในพื้นที่ที่มีผนังอิฐเปลือยและเพดานสูง ทำให้ของชิ้นเล็ก ๆ เหล่านี้ดูมีคาแรกเตอร์ชัด สามารถหยิบไอเดียมาปรับใช้ที่บ้าน โดยเลือกเซรามิกลายคลาสสิกมาตั้งบนชั้นไม้หรือโต๊ะวินเทจ
2. แผ่นเสียงและมุมดนตรีเก่า
การมีมุมเล็ก ๆ สำหรับเปิดแผ่นเสียง หรือจัดวางปกแผ่นเสียงแนว Roots music, ลูกทุ่ง หรือเพลงเก่าจากทั่วโลก ช่วยเพิ่มกลิ่นอายยุคก่อนให้บ้านอย่างมาก มุมนี้ไม่จำเป็นต้องใหญ่ แค่ชั้นไม้หนึ่งชุด โต๊ะเล็ก ๆ และโคมไฟวินเทจก็สร้างบรรยากาศได้แล้ว
3. โปสเตอร์เพลง / ภาพวาดวินเทจ
ภายในร้าน Paul Smith ใช้โปสเตอร์เพลงสไตล์วินเทจจากวงดนตรีอังกฤษอย่าง The Rolling Stones หรือ Oasis ติดบนผนัง โดยเฉพาะใกล้ห้องลองเสื้อ ช่วยเติมกลิ่นอายดนตรียุคก่อนให้พื้นที่ หากนำแนวคิดนี้มาใช้ที่บ้าน อาจเลือกโปสเตอร์หรือภาพนิทรรศการเก่า ๆ แล้วใส่กรอบเรียบ ๆ แขวนบนผนังสีอ่อนหรือผนังลอฟต์ ก็จะได้ผนังที่เล่าเรื่องราวมากขึ้น
4. ของจากตลาดเก่าและตลาดนัดวินเทจ
โซนศิลปะและของสะสมในตลาดนัดขนาดใหญ่ เช่น ตลาดที่ขายเหรียญเก่า แสตมป์ แผ่นเสียง หนังสือเก่า หรือของเล่นคลาสสิก เป็นขุมทรัพย์ของคนรักวินเทจ ของบางชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวและมีเรื่องราวเฉพาะตัว หากนำกลับมาตกแต่งบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการวางบนชั้นหนังสือ โต๊ะกาแฟ หรือแขวนบนผนัง ก็ช่วยให้บ้านดูมีมิติทางเวลา
ไอเดียการจัดแสงไฟให้ห้องดูอบอุ่นและคลาสสิก
แสงไฟเป็นตัวกำหนดอารมณ์ของห้อง และสำคัญมากสำหรับสไตล์วินเทจ
1. ใช้ไฟโทน Warm สร้างบรรยากาศนุ่มนวล
การใช้ไฟโทนอุ่น (Warm) เห็นได้ชัดในห้องพักโรงแรมเก่าหรือคาเฟ่สไตล์วินเทจ ทำให้ลวดลายผนังเฟอร์นิเจอร์ไม้ และของตกแต่งดูนุ่มและมีมิติขึ้น หากใช้ร่วมกับผนังที่มีเท็กซ์เจอร์ เช่น ผนังลอฟต์แบบเมทัลลิค เงาของแสงจะเปลี่ยนไปตามมุม ทำให้ห้องดูไม่น่าเบื่อทั้งวัน
2. แชนเดอเลียร์และโคมไฟวินเทจ
แชนเดอเลียร์ในห้องพักสไตล์ French Chic ช่วยลดความแข็งของผนังและเฟอร์นิเจอร์ให้ดูนุ่มนวลขึ้นทันที โคมไฟตั้งพื้นหรือโคมไฟตั้งโต๊ะทรงคลาสสิกก็ให้ผลคล้ายกัน เหมาะกับห้องนั่งเล่นหรือมุมอ่านหนังสือที่อยากให้ฟีลเงียบสงบและโรแมนติก
3. เล่นระดับแสงหลายชั้น (Layering Light)
การมีทั้งไฟหลักบนเพดาน ไฟส่องผนัง หรือ art wall และไฟจากโคมตั้งโต๊ะ/ตั้งพื้น ช่วยให้เลือกบรรยากาศได้หลากหลาย เช่น เปิดไฟเพดาน + ไฟส่องผนังงานศิลปะเวลาอยากโชว์ของแต่งบ้าน หรือปิดไฟหลักแล้วเปิดแค่โคมเล็ก ๆ เมื่อต้องการความผ่อนคลาย
4. แสงธรรมชาติและช่องแสง
โกดังเก่าที่ถูกปรับเป็นร้านขายของวินเทจอย่าง Oyster & things ใช้เพดานสูงและแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาจากด้านบน ทำให้ของแต่งบ้านทุกชิ้นดูมีชีวิต สำหรับบ้านทั่วไป การเปิดพื้นที่รับแสงหรือวางของวินเทจใกล้หน้าต่างก็ช่วยให้ดูคลาสสิกและไม่อึดอัด
สรุปเคล็ดลับเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้มีกลิ่นอายความทรงจำ
เริ่มจากโทนสี เลือกสีอ่อน สีเขียวอ่อน ขาว ครีม หรือเอิร์ธโทนเป็นพื้น แล้วเติมด้วยลายดอกไม้ กระเบื้องขาวดำ หรือเท็กซ์เจอร์ผนังแบบลอฟต์/หินธรรมชาติ
ผสมเฟอร์นิเจอร์เก่ากับของใหม่ ใช้ไม้เก่าหรือเฟอร์นิเจอร์วินเทจเป็นจุดเด่น แล้วเสริมด้วยของร่วมสมัยเรียบ ๆ ทั้งในรูปแบบเฟอร์นิเจอร์และสีผนัง รวมถึงเลือกก๊อกน้ำหรือฮาร์ดแวร์ที่มีคาแรกเตอร์ เช่น สีทองหรือดำด้าน
เก็บของสะสมที่มีเรื่องราว เซรามิก แผ่นเสียง หนังสือเก่า โปสเตอร์ดนตรี หรือของจากตลาดเก่า ช่วยให้แต่ละมุมของบ้านเล่าเรื่องได้มากกว่าการใช้ของตกแต่งสำเร็จรูป
ใส่ใจเรื่องแสง ใช้ไฟโทนอุ่น แชนเดอเลียร์ หรือโคมไฟวินเทจ ผสมกับแสงธรรมชาติและผนังที่มีมิติ เพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่นคลาสสิก
เมื่อเน้นรายละเอียดเล็ก ๆ ตั้งแต่สีผนัง ก๊อกน้ำ เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงของสะสม บ้านจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากพื้นที่ธรรมดาให้กลายเป็นสเปซที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความทรงจำ และสะท้อนตัวตนของผู้อยู่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

