ละครพีเรียด: ดูเพลิน แถมได้ทวนประวัติศาสตร์
หลายปีมานี้ “ละครพีเรียด” หรือแนวย้อนยุคคือของมันต้องดู แทบทุกช่องมีละครพีเรียดเรียงคิวลงจอ และมักมาพร้อมกระแสแรง คนดูอินกันทั้งบ้านทั้งเมือง
ถ้าใครเคยสงสัยว่า ละครพีเรียดยอดฮิตเหล่านี้พาเราไปอยู่ใน “ยุคไหนของประวัติศาสตร์ไทย” บ้าง มาลองไล่เช็กลิสต์ 10 เรื่องในตำนานไปพร้อมกัน
อยุธยายุคสมเด็จพระนารายณ์ฯ : บุพเพสันนิวาส
1. บุพเพสันนิวาส
ละครฟีเวอร์แห่งปี 2561 ทางช่อง 3 จากปลายปากกาของ รอมแพง ที่ทำให้คำว่า “ออเจ้า” กลายเป็นศัพท์ฮิตระดับชาติ
เรื่องนี้ใช้ฉากหลังเป็นกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (ครองราชย์ พ.ศ. 2199-2231) มีทั้งพระมหากษัตริย์ ขุนนาง และตัวละครต่างชาติที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ เช่น สมเด็จพระนารายณ์ฯ พระเพทราชา หลวงสรศักดิ์ ท้าวทองกีบม้า และคอนสแตนติน ฟอลคอน (ออกญาวิไชเยนทร์) ชาวต่างชาติคนโปรดในราชสำนัก
เสน่ห์ของเรื่องจึงไม่ได้มีแค่ความฟินของคู่พระนาง แต่ยังทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้เดินเล่นอยู่กลางกรุงศรีฯ ยุครุ่งเรือง
ราชวงศ์บ้านพลูหลวง : พรหมลิขิต
2. พรหมลิขิต
ภาคต่อของบุพเพสันนิวาส ผลงานรอมแพงเช่นเดิม ออนแอร์ปี 2566 ทางช่อง 3 คราวนี้ย้ายฉากหลังมาที่ช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าท้ายสระ กษัตริย์องค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง (ครองราชย์ พ.ศ. 2251-2275)
คนดูจึงได้เห็นอยุธยายุคใกล้เสียกรุงมากขึ้น ทั้งบรรยากาศราชสำนัก วิถีชีวิต และเค้าลางความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงท้ายราชวงศ์
10 ปีก่อนกรุงแตกถึงวันสิ้นกรุง : สายโลหิต
3. สายโลหิต
ดราม่าพีเรียดสุดคลาสสิกจากบทประพันธ์ของ โสภาค สุวรรณ ที่ถูกสร้างหลายครั้ง แต่เวอร์ชันที่ขึ้นหิ้งคือปี 2538 ทางช่อง 7 นำแสดงโดย ศรราม เทพพิทักษ์ (ขุนไกร) และ สุวนันท์ คงยิ่ง (ดาวเรือง)
สิ่งที่ตราตรึงคนดู นอกจากความรักชาติ รักบ้านเมือง ยังมีเพลงประกอบที่หลายคนร้องได้ขึ้นใจอย่าง
“ออกศึกข้านึกแต่รบและรบ จบศึกข้านึกแต่รักเจ้าเท่านั้น…”
สายโลหิตเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ ราว พ.ศ. 2301 (ประมาณ 10 ปีก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2) ไปจนถึงปี พ.ศ. 2310 วันที่กรุงแตก สะท้อนบรรยากาศช่วงสงคราม ความสูญเสีย และความผูกพันกับแผ่นดินอย่างเข้มข้น
เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 : เรือนมยุรา และ พิษสวาท
4. เรือนมยุรา
จากปลายปากกาของ แก้วเก้า เรื่องนี้ทำให้ตัวละคร “แม่นายนกยูง” กลายเป็นบทแจ้งเกิดในตำนานของ แคทลียา แมคอินทอช เมื่อออกอากาศทางช่อง 3 ราวปี 2540
โครงเรื่องเล่นกับสองยุคสมัย โดยใช้เหตุการณ์ เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 เป็นฉากหลังควบคู่กับเหตุการณ์ในยุคปัจจุบัน จึงได้ทั้งรสชาติความดราม่าจากอดีต และปริศนาที่โยงมาถึงปัจจุบัน
5. พิษสวาท
อีกหนึ่งผลงานดังของ ทมยันตี ที่กลับมาปังอีกครั้งในเวอร์ชันปี 2559 นำแสดงโดย ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ และ วรนุช ภิรมย์ภักดี
ฉากหลังของเรื่องคือเหตุการณ์ เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เช่นกัน แต่เติมกลิ่นอายความลี้ลับเหนือธรรมชาติ ทมยันตีได้แรงบันดาลใจจากความเชื่อเรื่อง “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” ผู้พิทักษ์สมบัติแผ่นดินไม่ให้ถูกลักขโมย
ความรัก ความแค้น และหน้าที่ในการเฝ้าสมบัติชาติ ทำให้บรรยากาศของเรื่องทั้งขนลุกและสะเทือนใจไปพร้อมกัน
สี่รัชกาลในรั้ววังหลวง : สี่แผ่นดิน
6. สี่แผ่นดิน
ผลงานอมตะของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เล่าเรื่องชีวิตของ “แม่พลอย” สาวชาววังที่เกิดในรัชกาลที่ 5 จากนั้นเข้าไปถวายตัวอยู่ในตำหนักของ “เสด็จ” ภายในพระบรมมหาราชวัง (ในเรื่องไม่ได้ระบุพระนามชัดเจน)
ตลอดชีวิตของแม่พลอยผ่านทั้งความสุข ความสูญเสีย และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบ้านเมือง ตั้งแต่
การเปลี่ยนแปลงด้านการเมือง
วิถีสังคมที่ค่อยๆ แปรไป
วัฒนธรรมดั้งเดิมที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยใหม่
เรื่องนี้พาคนดูเดินทางผ่าน ยุครัชกาลที่ 5 จนถึงรัชกาลที่ 8 ซึ่งก็คือที่มาของชื่อ “สี่แผ่นดิน” นั่นเอง
ยุคเลิกทาสในรัชกาลที่ 5 : นางทาส
7. นางทาส
บทประพันธ์โดย วรรณสิริ (หม่อมผิว สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา) เป็นอีกหนึ่งละครพีเรียดที่ถูกสร้างหลายเวอร์ชัน และมักเรียกน้ำตาคนดูได้เสมอ
เวอร์ชันที่อยู่ในความทรงจำของใครหลายคนคือปี 2536 ที่ มนฤดี ยมาภัย รับบท “อีเย็น” ได้อย่างสมจริง ฟังเพลงประกอบท่อน
“นางทาสถึงตัวจะกลายเป็นไท ไม่ขอประกาศความจริงจนวันสุดท้าย…”
ก็ยิ่งบีบหัวใจ ทำเอาคนดูอินกันทั้งบ้าน
นางทาสเล่าเรื่องในยุค รัชกาลที่ 5 เมื่อสังคมสยามยังมีระบบทาส ก่อนจะนำไปสู่ช่วงเวลาสำคัญ คือ การเลิกทาสในรัชกาลที่ 5 สะท้อนให้เห็นทั้งโครงสร้างชนชั้น ความเหลื่อมล้ำ และศักดิ์ศรีของผู้คนในยุคนั้น
วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 : ทวิภพ
8. ทวิภพ
ผลงานขึ้นหิ้งอีกชิ้นของ ทมยันตี ที่ถูกนำไปสร้างทั้งในจอเงินและจอแก้วหลายครั้ง ด้วยเสน่ห์ของพล็อตข้ามภพที่หลายคนหลงรัก
ผู้เขียนวางเหตุการณ์หลักไว้ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงที่ สยามมีความขัดแย้งกับฝรั่งเศส เรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เหตุการณ์นี้ในประวัติศาสตร์เรียกว่า “วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112” (พ.ศ. 2436)
สุดท้ายสยามต้องยอมสละสิทธิ์เหนือดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศส ละครจึงไม่ได้มีแค่ความโรแมนติกข้ามเวลา แต่ยังสะท้อนแรงกดดันจากลัทธิล่าอาณานิคมในยุคนั้นอย่างชัดเจน
สงครามมหาเอเชียบูรพา : คู่กรรม
9. คู่กรรม
หนึ่งในตำนานรักท่ามกลางสงคราม จากปลายปากกา ทมยันตี ถูกสร้างซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งในรูปแบบละครและภาพยนตร์ แต่เวอร์ชันที่ขโมยหัวใจวัยรุ่นยุค 90 คือปี 2533
ในเวอร์ชันนี้ ธงไชย แมคอินไตย์ รับบท “โกโบริ” นายทหารญี่ปุ่น และ กมลชนก โกมลฐิติ รับบท “อังศุมาลิน” สาวไทยผู้ภาคภูมิใจในแผ่นดินของตน
กระแสแรงขนาดที่ว่า วันไหนคู่กรรมออกอากาศ ถนนแทบโล่ง เพราะคนแห่กันกลับบ้านไปหน้าจอทีวี
ฉากหลังเป็นช่วง สงครามมหาเอเชียบูรพา ประมาณ พ.ศ. 2484-2488 สะท้อนความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความขัดแย้งในใจคนไทยยุคนั้นต่อกองทัพญี่ปุ่น
สังคมไทยยุค 2490 : บ้านทรายทอง
10. บ้านทรายทอง
ผลงานสุดคลาสสิกของ ก. สุรางคนางค์ ที่สร้างตัวละครในตำนานอย่าง “พจมาน สว่างวงศ์” หญิงสาวธรรมดาที่รักเกียรติและศักดิ์ศรี ต้องไปอาศัยอยู่ใน “บ้านสว่างวงศ์” ของชนชั้นสูง
เพลงเปิดเรื่องแค่ขึ้นต้น หลายคนก็ร้องตามได้ทันที
“นี่คือสถานแห่งบ้านทรายทองที่ฉันปองมาสู่ ฉันยังไม่รู้เขาจะต้อนรับขับสู้เพียงไหน…”
โครงเรื่องดำเนินไปในสังคมไทย ยุค พ.ศ. 2490 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ ก. สุรางคนางค์ แต่งเรื่องนี้ ทำให้รายละเอียดชีวิตผู้ดีสมัยนั้น ทั้งกิริยามารยาท การแต่งตัว การวางตัว ดูสมจริงและมีเสน่ห์มากเป็นพิเศษ
ทำไมละครพีเรียดถึงตรึงใจคนดู?
ทั้ง 10 เรื่องนี้ต่างหยิบ “คน” ในแต่ละยุคมาวางไว้บนฉากหลังประวัติศาสตร์คนละช่วง ตั้งแต่
กรุงศรีอยุธยารุ่งเรือง
ช่วงสงครามและการเสียกรุง
ยุคปฏิรูปประเทศและเลิกทาส
วิกฤตการณ์กับชาติมหาอำนาจตะวันตก
ไปจนถึงสงครามโลกและสังคมไทยยุคใหม่
บางเรื่องมาในโทนโศกเศร้าเคล้าน้ำตา บางเรื่องเน้นโรแมนติกคอมเมดี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ
ผู้ชมไม่ได้เสพแค่ดราม่าบนจอ แต่ได้ซึมซับ “กลิ่นอายประวัติศาสตร์” ไปพร้อมกับความบันเทิงทุกตอน
แล้วคุณล่ะ อินกับเรื่องไหนที่สุด?
ในจักรวาลละครพีเรียดยังมีอีกหลายเรื่องที่แฟนๆ รักไม่แพ้กัน ทั้ง ญาติกา, รัตนโกสินทร์, รากนครา, เพลิงพระนาง, บ่วงบรรจถรณ์, คือหัตถาครองพิภพ, ปริศนา ฯลฯ
ถ้าต้องเลือก ละครพีเรียดย้อนยุคเรื่องเดียว ที่ทำให้คุณอยากเปิดตำราเรียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาอีกรอบ คุณจะนึกถึงเรื่องไหนเป็นอันดับแรก?

