รับแอปรับแอป

สงกรานต์นักท่องเที่ยวหายเกือบ 10% ส.ส.ชง 6 หมัดเด็ดกู้ท่องเที่ยวไทยให้เดือดอีกครั้ง

วรัญญา แสงทอง01-30

สงกรานต์นักท่องเที่ยวลด สัญญาณเตือนการท่องเที่ยวไทย

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในห้วง 2 ปีล่าสุด เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วพบว่า ปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงถึง 9.46%

ตัวเลขนี้สวนทางกับความคาดหวังที่เชื่อกันว่า หลังผ่านวิกฤตโควิด-19 การท่องเที่ยวควรจะกลับมาฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่ความจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น

ทำไมนักท่องเที่ยวถึงเริ่มเมินไทย

หลายปัจจัยกำลังบั่นทอนเสน่ห์ของประเทศไทยในสายตาชาวโลก โดยเฉพาะตลาดหลักอย่างนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ปัจจัยด้านความปลอดภัยและภาพลักษณ์

  • กรณีลักพาตัวนักแสดงจีนไปเกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในไทย

  • ข่าวการหลอกลวงรูปแบบต่างๆ ภายในประเทศที่ถูกแชร์ต่อกันกว้างขวาง

เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย รู้สึกไม่มั่นใจและไม่กล้าเดินทางมาไทย ถึงแม้ภาครัฐจะพยายามทำการตลาดเชิงรุก แต่ก็ยังไม่สามารถลบภาพลักษณ์ด้านลบได้อย่างมีนัยสำคัญ

ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

  • สถานการณ์ฝุ่นพิษ PM 2.5 ช่วงที่ผ่านมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ

  • นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคนกังวลเรื่องสุขภาพ จึงไม่อยากมาเผชิญปัญหาฝุ่นควัน

แรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก

  • ภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มสั่นคลอน โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากฝั่งสหรัฐอเมริกา

  • เมื่อความมั่นคงทางการเงินของผู้คนทั่วโลกลดลง งบสำหรับการท่องเที่ยวก็หดตัวตามไปด้วย

ผลข้างเคียงจากมาตรการฟรีวีซ่า

มาตรการฟรีวีซ่าช่วยดึงคนเข้าประเทศก็จริง แต่ก็มีอีกด้านที่ต้องจับตา

  • มีนักท่องเที่ยวบางส่วนที่ ไม่เคารพคนไทยและกฎระเบียบท้องถิ่น

  • แม้อาจเป็นส่วนน้อย แต่เมื่อถูกเผยแพร่ผ่านสื่อและโซเชียล ก็กลายเป็นภาพลักษณ์ด้านลบที่กระจายออกไปทั่วโลก

ภาพลักษณ์ของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว จึงกำลังถูกท้าทายจากทั้งปัญหาภายในและปัจจัยภายนอกพร้อมๆ กัน

มาตรการเดิมยังไม่พอ ต้องคิดใหม่ทำใหม่

แม้หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวจะรับรู้สัญญาณถดถอยนี้ และพยายามออกมาตรการมารองรับ แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร

จึงถึงเวลาต้องมองลึกลงไปกว่านโยบายชั่วคราว หรือแค่แคมเปญคอนเทนต์สวยหรู ต้องวางกลยุทธ์ที่กระทบทั้งโครงสร้าง ระบบ และภาพลักษณ์ของประเทศในระยะยาว

6 แนวทางฟื้นท่องเที่ยวไทยแบบจับต้องได้

ต่อไปนี้คือ 6 ข้อเสนอที่มุ่งเน้นให้ไทยกลับมาเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอีกครั้ง ไม่ใช่แค่เพิ่มตัวเลขระยะสั้น แต่สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

1. ใช้ “ธรรมชาติที่มีอยู่” ให้คุ้มก่อนสร้างของใหม่

แทนที่จะรอทุ่มงบสร้างแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์เนรมิตขึ้น ซึ่งต้องใช้ทั้งเวลาและงบประมาณจำนวนมาก ไทยควรเริ่มจากการ ยกระดับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว ให้สมศักดิ์ศรีประเทศท่องเที่ยวระดับโลก

  • ปรับปรุงมาตรฐานความสะอาด ความปลอดภัย และการจัดการนักท่องเที่ยว

  • เพิ่มระบบดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อให้ธรรมชาติยังสวยงามไปอีกหลายสิบปี

จุดขายสำคัญของไทยคือธรรมชาติและวัฒนธรรม ไม่ใช่สวนจำลองจากปูนและเหล็กเท่านั้น

2. ปรับโครงการลดหย่อนภาษีให้ช่วยรายเล็กได้จริง

ปีที่ผ่านมา รัฐบาลออกมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่น่าสนใจ แต่ในทางปฏิบัติก็ยังมีข้อจำกัดหลายจุด

  • ผู้ประกอบการรายเล็กจำนวนมาก ออกใบกำกับภาษีไม่ได้ ทำให้เข้าไม่ถึงสิทธิประโยชน์

  • เม็ดเงินกระตุ้นจึงไม่กระจายลงไปถึงฐานรากอย่างที่ควรจะเป็น

ส่วนโครงการอย่าง “เราเที่ยวด้วยกัน” ที่ถูกพูดถึงบ่อยครั้ง ก็ยังไม่ชัดเจนในเรื่องวงเงินที่ภาครัฐจะใช้ จึงต้องประเมินอย่างรอบคอบว่า

  • จะสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหน

  • คุ้มกับงบประมาณจากภาษีประชาชนหรือไม่

3. ยกระดับเมืองรองให้มีคุณภาพชีวิตและมาตรฐานท่องเที่ยวที่ดี

หากอยากกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวออกจากเมืองหลักอย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต เมืองรองคือตัวแปรสำคัญที่ห้ามมองข้าม

รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ โฟกัสที่ “คุณภาพชีวิตที่ดีและมาตรฐานการท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐาน” ในเมืองรอง เช่น

  • พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพื้นฐานด้านคมนาคมและการเชื่อมต่อระหว่างเมือง

  • ยกระดับมาตรฐานที่พัก ร้านอาหาร และบริการต่างๆ

  • ทำให้เมืองรองกลายเป็นตัวเลือกที่ทั้งคนไทยและต่างชาติรู้สึกว่า “ไปแล้วคุ้ม”

4. ดึงคนเข้าประเทศด้วยเหตุผลมากกว่าการท่องเที่ยว

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือ สนับสนุนกิจกรรมที่ไม่ใช่การท่องเที่ยวโดยตรง แต่สร้างการเดินทางเข้ามาในประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่มีหน่วยงานที่ทำอยู่แล้ว แต่ยังได้รับงบประมาณไม่เพียงพอ

ตัวอย่างกิจกรรมที่ควรดันให้แรงขึ้น

  • การจัดประชุมและสัมมนาระดับนานาชาติ (MICE)

  • การเดินทางเพื่อรักษาพยาบาลและสุขภาพ

  • การมาเรียนต่อ การฝึกอบรม หรือการมาทำงานด้านต่างๆ

  • การแข่งขันกีฬา และการจัดอีเวนต์ระดับภูมิภาคหรือโลก

  • การถ่ายทำภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือรายการจากต่างประเทศ

นักเดินทางกลุ่มนี้มักมีค่าใช้จ่ายสูง อยู่ในไทยนาน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีไปในตัว

5. ดันเทศกาลไทยให้ดังระดับโลก แต่ต้องวางแผนให้ทันเวลา

แนวคิดการยกระดับเทศกาลไทยอย่างสงกรานต์และลอยกระทงขึ้นสู่เวทีโลก ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้องมาก เพราะเทศกาลเหล่านี้คือเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครลอกได้

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ

  • งบประมาณจัดงานสงกรานต์ถูกเคาะล่วงหน้าเพียงประมาณ 1 เดือนครึ่งก่อนงานเริ่ม

  • การประชาสัมพันธ์ล่าช้าจนไม่สามารถจูงใจให้นักท่องเที่ยววางแผนเดินทางล่วงหน้าได้เต็มที่

เมื่อสื่อสารช้า นักท่องเที่ยวก็จองตั๋วและวางแผนไปประเทศอื่นไปแล้ว

ปีนี้ยังมีโอกาสกับเทศกาลลอยกระทง หากรัฐบาลต้องการให้ลอยกระทงกลายเป็น “เทศกาลต้องมา” สำหรับชาวต่างชาติ

  • ต้องเริ่มประชาสัมพันธ์ตั้งแต่กลางปี

  • สื่อสารให้ชัดเจนทั้งธีมงาน กิจกรรม ไฮไลท์ และความปลอดภัย

6. ใช้พลังคอนเทนต์และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู้ภาพลักษณ์ด้านลบ

ไทยมีทั้งคณะกรรมการด้านซอฟต์พาวเวอร์ คณะท่องเที่ยว และคณะเกี่ยวกับภาพยนตร์ ซีรีส์ และสารคดีอยู่แล้ว สิ่งที่ควรทำคือ ผลักดันให้เกิดผลงานจริงที่ตีตลาดโลกได้ ไม่ใช่อยู่แค่ในกระดาษ

แนวทางสำคัญ ได้แก่

  • สนับสนุนการสร้างภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือคอนเทนต์ต่างๆ ที่ถ่ายทำในประเทศไทย

  • เล่าเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม อาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวให้ “น่าหลงใหล” และ “น่าไปสัมผัสด้วยตัวเอง”

  • แทรกภาพลักษณ์เชิงบวกของไทยอย่างแนบเนียนในเนื้อหา

เป้าหมายคือใช้คอนเทนต์ดีๆ ไปต่อสู้กับข่าวลบที่แพร่กระจายกันเองในหมู่นักท่องเที่ยว ให้สายตาของโลกหันกลับมามองไทยในมุมที่น่ารัก ปลอดภัย และน่าค้นหาอีกครั้ง

ถ้าอยากให้ไทยเป็นที่เที่ยวในฝัน ต้องไม่ฝากอนาคตไว้กับโชคชะตา

ภาวะที่นักท่องเที่ยวลดลงเกือบ 10% ในช่วงเทศกาลใหญ่ ไม่ใช่แค่ตัวเลขทางสถิติ แต่เป็นสัญญาณว่า ระบบท่องเที่ยวไทยต้องเร่งอัปเกรดทั้งโครงสร้าง ภาพลักษณ์ และวิธีคิด

หากไทยสามารถผสานการพัฒนาธรรมชาติ เมืองรอง คุณภาพชีวิต เทศกาลระดับโลก และซอฟต์พาวเวอร์ด้านคอนเทนต์เข้าด้วยกันได้อย่างจริงจัง ไทยก็ยังมีศักยภาพเต็มเปี่ยมที่จะกลับมาเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางทั่วโลกได้อีกครั้ง — และคราวนี้อาจจะแข็งแรงกว่าเดิมด้วยซ้ำ