รับแอปรับแอป

จากคลินิกรักษาสิวสู่สกินแคร์ร้อยล้าน: ทำไม Skinpro Rx ถึงถูกใจผิวมัน–ผิวแพ้ง่ายในเวลาแค่ 2 ปี

กรกนก พันธุ์ดี01-30

ทำไมสกินแคร์ไทยยังโตแรง แม้เศรษฐกิจจะไม่ปัง

ตลาดความงามในไทยยังคงไปต่อแบบไม่แคร์เศรษฐกิจ เพราะไม่ว่าภาพรวมจะซบเซาแค่ไหน คนก็ยัง ต้องดูแลผิว อยู่ดี

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือผู้บริโภคเริ่ม เลือกมากขึ้น ฉลาดขึ้น และเน้นความคุ้มค่า ทั้งในแง่ราคาและส่วนผสม ทำให้เทรนด์ T-Beauty หรือสกินแคร์–เมกอัพสัญชาติไทย กลายเป็นตัวท็อปในใจหลายคน

หนึ่งในแบรนด์ที่พุ่งแรงแบบจับตาไม่กะพริบคือ Skinpro Rx สกินแคร์สายเวชสำอางภายใต้ “พรเกษมคลินิก” ที่สามารถปั้นยอดขายขึ้นไปแตะ หลักร้อยล้านได้ภายใน 2 ปี เท่านั้น

จุดเริ่มจากคลินิกรักษาผิวสู่แบรนด์สกินแคร์เต็มตัว

เมืองไทยขึ้นชื่อเรื่องอากาศร้อนชื้นตลอดปี ยังบวกมลภาวะ ฝุ่น ควันเข้าไปอีก ปัญหาผิวที่เจอบ่อยเลยหนีไม่พ้น

  • ผิวมันเยิ้มแต่งหน้าไม่ติด

  • เป็นสิวง่าย สิวอุดตัน สิวอักเสบวนไป

  • ผิวแพ้ง่าย แดง คัน ลอก จากสกินแคร์บางชนิด

กลุ่มคนเหล่านี้มักต้องพึ่ง คลินิกรักษาผิวเฉพาะทาง และชื่อที่หลายคนนึกออกทันทีคือ “พรเกษมคลินิก” หนึ่งในคลินิกผิวหนังที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 40 ปี

แต่เดิมในคลินิกมีทั้ง ครีม ยาทาสิว และเบสิกสกินแคร์หลอดขาว ที่ออกแบบมาสำหรับคนเป็นสิว ผิวแพ้ง่าย ผิวขาดน้ำ ใช้จ่ายให้คนไข้เท่านั้น ยังไม่ได้วางขายข้างนอก

ต่อมาทายาทเจนที่ 2 เคยเริ่มหยิบสูตรจากคลินิกออกมาทำแบรนด์ขายนอกคลินิก แต่โปรเจกต์ถูกพักไว้ จนกระทั่งมาถึงรุ่นลูกชายคนรอง “หั่ง – สัมมา ศรีปรัชญาอนันต์” ที่เข้ามาสานต่อและพัฒนาให้ชัดเจนขึ้นในชื่อแบรนด์ Skinpro Rx

จาก Pain Point คนไข้ สู่ไอเดียสร้างแบรนด์เวชสำอาง

แรงบันดาลใจของโปรเจกต์นี้ไม่ได้มาจากความชอบสกินแคร์ของเจ้าของเลย เพราะสัมมาเป็นสาย การเงิน การลงทุน และการบริหารธุรกิจ ล้วนๆ เคยผ่านงานที่ปรึกษาด้านบริหาร รวมถึงทำงานที่ Shopee และ Pomelo มาก่อน

สิ่งที่เขาเห็นชัดคือ ช่องว่างในตลาดเวชสำอาง:

  • คนไข้ในคลินิก “หาไม่เจอ” สกินแคร์ที่ใช้แล้วผิวดีขึ้นจริง

  • เวชสำอางที่มีในตลาดส่วนใหญ่เป็น แบรนด์ต่างประเทศ ราคาเอื้อมยาก

  • คนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นคนไข้คลินิก ไม่สามารถเข้าถึงสูตรดีๆ ที่หมอจ่ายในคลินิกได้

จึงเกิดไอเดียว่า ถ้าหยิบ สูตรเวชสำอางของพรเกษม มาพัฒนาให้เป็นแบรนด์ที่ ซื้อได้ทั่วไปในราคาจับต้องได้ น่าจะตอบโจทย์ทั้งคนผิวแพ้ง่ายและคนเป็นสิวในวงกว้าง

โปรเจกต์ Skinpro Rx เริ่มจริงจังในปี 2564 และตั้ง บริษัท พรเกษมคอสเมติก จำกัด เพื่อโฟกัสธุรกิจสกินแคร์โดยเฉพาะ จากนั้นเริ่มวางขายจริงในปี 2565

ช่วงแรกแบรนด์วางตัวชัดเจนว่าเป็น สกินแคร์สำหรับผิวแพ้ง่าย ลูกค้าที่ลองใช้แล้วเห็นผลก็เริ่มส่งฟีดแบ็กกลับมาว่า ผิวดีขึ้นจริง จึงขยายไลน์สินค้าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

กว่าจะเซ็ตทุกอย่างลงตัว ทั้ง

  • การเลือกสูตรจากสินค้าคลินิกเดิมกว่า 10 ตัว

  • การจัดกลุ่มสินค้าให้ง่ายต่อการเข้าใจ

  • การวางแบรนด์ดิ้งและภาพลักษณ์ให้ชัด

ทั้งหมดนี้ใช้เวลารวมเกือบ 1 ปีเต็ม ก่อนคลอดแบรนด์ออกมาสู่ตลาด

ชื่อ Skinpro Rx ซ่อนความหมายแบบหมอๆ

ชื่อแบรนด์ไม่ได้ตั้งเล่นๆ แต่สื่อภาพของแบรนด์ชัดมาก

  • Skinpro = ความเป็นมืออาชีพด้านผิวหนัง มี Know-how จากแพทย์จริง

  • Rx = สัญลักษณ์ที่ใช้ในใบสั่งยา สื่อว่าเป็นสกินแคร์ที่มีที่มาจาก การจ่ายโดยแพทย์ มีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่แค่สกินแคร์ตามเทรนด์

ทั้งหมดนี้ช่วยตอกย้ำภาพว่า นี่คือเวชสำอางที่มีรากมาจากคลินิกรักษาผิว ไม่ใช่แบรนด์ที่เกิดจากคำโฆษณาล้วนๆ

เวชสำอางที่เข้าใจผิวคนไทยจริงๆ

หัวใจของ Skinpro Rx คือการวางตัวเป็นเวชสำอางที่ เข้าใจผิวคนไทยเป็นพิเศษ เพราะได้ใช้ประสบการณ์จริงจากเคสในคลินิกพรเกษมที่เจอคนไทยหลากหลายสภาพผิวมาตลอดหลายสิบปี

ตอนนี้แบรนด์มีสินค้าในพอร์ตทั้งหมดราว 30–40 รายการ แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลักที่ตอบโจทย์ปัญหายอดฮิตของคนไทย:

  • กลุ่มสิว

  • ผิวแพ้ง่าย

  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวขาดน้ำ

  • ผิวหมองคล้ำ ต้องการความกระจ่างใส

  • ลดเลือนริ้วรอยและดูแลผิววัยทำงาน

หนึ่งใน Pain Point ใหญ่ที่ทีมพบคือ “คนไข้ไม่มีสกินแคร์ที่ใช้แล้วผิวดีขึ้นจริง” โดยเฉพาะกลุ่มผิวมัน–เป็นสิวง่ายและผิวแพ้ง่าย ซึ่งเป็นปัญหาที่เจอบ่อยสุดในคนไทย

เลยจับ 2 กลุ่มนี้มาเป็น จุดแข็งของแบรนด์ และดึงสูตรที่พรเกษมใช้มานานมาพัฒนาต่อ

สินค้าที่ขายดีแบบยืนหนึ่งมาอย่างยาวนานคือ

  • เจลล้างหน้าไม่มีฟอง ที่คนไข้แทบทุกคนต้องเคยใช้ต่อเนื่องมา 20–30 ปี ราคาเพียง 169 บาท

  • มอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวแพ้ง่าย ที่ออกแบบมาให้ผิวอ่อนโยนก็ใช้ได้ ไม่ระคายเคืองง่าย

สู้ศึกสกินแคร์ทะเลแดง ด้วยอะไร?

ตลาดสกินแคร์ตอนนี้คือ ทะเลแดงของจริง มีทั้งแบรนด์เก่า แบรนด์ใหม่ และกระแส T-Beauty ที่ดันให้แบรนด์ไทยเกิดขึ้นแทบทุกเดือน

แต่สิ่งที่ทำให้ Skinpro Rx ยืนได้ชัดคือ

  • มี จุดขายชัดเจน ว่าเป็นเวชสำอางจากประสบการณ์แพทย์จริง

  • ได้เปรียบด้าน ความน่าเชื่อถือ จากชื่อพรเกษมคลินิกที่คนคุ้นเคย

  • ตั้งราคาที่ เข้าถึงง่ายกว่าแบรนด์ต่างชาติ แต่ยังคงภาพเวชสำอาง

ในยุคที่ผู้บริโภคเริ่มอ่านส่วนผสมเอง เช็กสารเอง และรู้แล้วว่าผิวตัวเองต้องการอะไร แบรนด์ที่กล้าพูดเรื่อง Ingredient ตรงๆ และอิงวิชาการได้จริง จึงมีโอกาสเติบโตสูง ซึ่ง Skinpro Rx ก็อยู่ในจุดนั้นแบบตรงจุด

โตแบบสตาร์ทอัพ ทำรายได้ร้อยล้านภายใน 2 ปี

ในมุมของการเติบโตทางธุรกิจ Skinpro Rx ถูกเปรียบกับสตาร์ทอัพที่สเกลขึ้นเรื่อยๆ ด้วยทีมเล็กแต่แน่นปึก ประมาณ 20 คน

ตัวเลขรายได้ก็ไม่น้อยหน้าใคร:

  • ปี 2566 ทำรายได้ 31 ล้านบาท

  • ปี 2567 กระโดดขึ้นเป็น 117 ล้านบาท ภายในเวลาแค่ 2 ปีที่ลงสนาม

ปีต่อไปแบรนด์ตั้งเป้าโต เพิ่มอีก 2 เท่า พร้อมทั้งขยายไลน์สินค้าเพื่อเก็บกลุ่มปัญหาผิวให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะคนผิวมัน–ผิวแพ้ง่ายที่เป็นกลุ่มใหญ่ของประเทศ

ช่องทางขายและเป้าหมายระยะยาว

ตอนนี้ช่องทางหลักของ Skinpro Rx คือ ออนไลน์ ที่กินสัดส่วนยอดขายกว่า 90% ทำให้แบรนด์เข้าถึงคนทั่วประเทศได้ง่ายและเร็ว

นอกจากนี้ยังมีหน้าร้านของแบรนด์เอง 1 สาขา ที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต อยู่ติดกับพรเกษมคลินิก และในอนาคตก็มีแผนจะเข้า โมเดิร์นเทรด เพื่อให้คนเดินไปหยิบจากชั้นได้สะดวกขึ้น

สำหรับเป้าหมายระยะยาว แบรนด์มองไปไกลกว่าแค่ตลาดในประเทศ

  • อยากขึ้นเป็น แบรนด์เวชสำอางอันดับหนึ่งในใจคนไทย เมื่อคิดถึงปัญหาสิวและผิวแพ้ง่าย

  • วางเป้าหมายให้สินค้าของแบรนด์ ออกไปวางขายต่างประเทศ ในอนาคต

บทสรุปสำหรับสายผิวมัน–ผิวแพ้ง่าย

ในวันที่ตลาดสกินแคร์มีตัวเลือกเต็มฟีด แต่คนจำนวนมากยังหา “ของที่ใช้แล้วผิวดีขึ้นจริง” ไม่เจอ แบรนด์ที่มีฐานจากคลินิกผิวหนังจริงๆ อย่าง Skinpro Rx เลยกลายเป็นตัวเลือกที่น่าจับตา

โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหา

  • ผิวมัน เป็นสิวง่าย ใช้อะไรก็อุดตัน

  • ผิวแพ้ง่าย ลองของใหม่ทีไรผดขึ้นทุกที

แบรนด์เวชสำอางสัญชาติไทยที่รู้จักผิวคนไทยดีมาตั้งแต่ยุคคุณพ่อคุณแม่อย่าง Skinpro Rx ก็อาจเป็นคำตอบที่ “ใช่” แบบไม่ต้องเดาเยอะอีกต่อไป