เมื่อโลกงานเปลี่ยนไวกว่าเราจะตามทัน
สำหรับคนรุ่นใหม่ในไทย เส้นทางสู่การทำงานไม่ได้เรียบง่ายอีกต่อไปแล้ว
เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนทั้งรูปแบบงานและทักษะที่ตลาดต้องการ ช่องว่างทักษะระหว่างสิ่งที่องค์กรมองหา กับสิ่งที่เด็กจบใหม่มีอยู่จริง จึงยิ่งถ่างกว้างขึ้นในหลายอุตสาหกรรม
ในช่วงรอยต่อจากการเรียนสู่การทำงานจริง โปรแกรมพัฒนาบุคลากรช่วงเริ่มต้นอาชีพที่มีโครงสร้างชัดเจน จึงกลายเป็นสะพานสำคัญ ที่ช่วยเชื่อมจาก “ความคาดหวัง” ไปสู่ “งานที่มั่นคงและเติบโตได้จริง”
หนึ่งในตัวอย่างนั้น คือโครงการ Amplify ของดีลอยท์ เซาท์อีสต์เอเชีย
Amplify คืออะไร? ทำไมถึงถูกจับตามอง
ดีลอยท์ เซาท์อีสต์เอเชีย เปิดตัวโครงการ Amplify ในปี 2568 ในฐานะโปรแกรมฝึกงานระดับภูมิภาค ที่ตั้งใจปั้นคนรุ่นใหม่ให้เติบโตเป็นผู้นำธุรกิจในอนาคต
โครงการนี้ออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานไม่เกิน 3 ปี และรับสมัครปีละ 2 รอบ ครอบคลุมหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่
อินโดนีเซีย
มาเลเซีย
สิงคโปร์
ไทย
ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ทำงานเข้มข้นแบบจัดเต็มเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ที่ผสมผสานทั้ง
การทำงานจริงกับลูกค้า
การฝึกอบรมเชิงเทคนิค
การพัฒนาภาวะผู้นำ
การได้รับคำปรึกษา (mentoring) จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม
Amplify ไม่ใช่แค่ “ฝึกงาน” แต่เป็นโมเดลการพัฒนาคนรุ่นใหม่ที่ชัดเจนและมีเป้าหมาย สำหรับตลาดงานยุคใหม่โดยเฉพาะ
เป้าหมายใหญ่: ปั้นคน 100 ล้านคนในโลกการทำงานใหม่
โครงการ Amplify ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ระดับโลกของดีลอยท์ ภายใต้แนวคิด WorldClass ที่มุ่งพัฒนาทักษะและศักยภาพของผู้คนให้ได้มากถึง 100 ล้านคน ภายในปี 2573
แนวทางหลักคือการ
ลงทุนด้านการศึกษาและการพัฒนาทักษะ
สร้างประสบการณ์เรียนรู้จากงานจริง
เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เติบโตในสายงานบริการวิชาชีพ
ที่สำคัญคือ ผู้เข้าร่วม Amplify ที่มีผลงานโดดเด่นจะได้รับ ข้อเสนอเข้าทำงานเต็มเวลา (full-time) กับดีลอยท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายบริการวิชาชีพที่ใหญ่ที่สุดในโลก
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณทำได้ดี โครงการนี้ไม่ใช่แค่ฝึกงานแล้วจบ แต่คือ “ทางลัด” สู่การเริ่มต้นอาชีพในสายงานมืออาชีพอย่างจริงจัง
Amplify: จุดเริ่มต้นของผู้นำรุ่นใหม่
แนวคิดของ Amplify ชัดเจนมากว่าไม่ใช่โปรแกรมที่ให้แค่งานจิปาถะ หรือจับเด็กฝึกงานไปนั่งเฝ้าโต๊ะ
แต่คือการให้คนรุ่นใหม่ได้
ลงมือทำโครงการจริง ตั้งแต่วันแรก
รับผิดชอบงานที่มีความหมาย
ได้รับ feedback และคำแนะนำต่อเนื่อง
พัฒนาทักษะเชิงเทคนิคและ soft skills ไปพร้อมกัน
องค์กรเองก็มองว่า การลงทุนกับบุคลากรรุ่นใหม่ คือส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพื่อเสริมความแข็งแรงของธุรกิจ และรองรับเศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญความผันผวนมากขึ้นเรื่อย ๆ
การพัฒนาคนจึงไม่ใช่ “ค่าใช้จ่าย” แต่เป็น “การลงทุน” ระยะยาวในอนาคตของทั้งธุรกิจและประเทศ
ตัวเลขที่น่าคิด: จากเด็กฝึกงานสู่พนักงานเต็มเวลา
แค่ใน 2 รอบแรก ของโครงการ Amplify ดีลอยท์ ประเทศไทย ได้ต้อนรับพนักงานฝึกงานไปแล้วเกือบ 150 คน
และในจำนวนนั้น มีมากกว่า 50 คน ที่ได้รับโอกาสก้าวต่อไปเป็นพนักงานเต็มเวลาหลังจบโครงการ
ตัวเลขนี้สะท้อนสองเรื่องสำคัญ
ความต้องการโมเดลการพัฒนาคนที่มีโครงสร้างชัดเจน
ความสำคัญของทักษะคุณภาพสูงในช่วงเริ่มต้นสายอาชีพ
เสียงจริงจากผู้เข้าร่วม: 3 เส้นทาง 3 สไตล์
เพื่อให้เห็นภาพ Amplify ชัดขึ้น ลองดูประสบการณ์จากผู้เข้าร่วมจริงทั้ง 3 คน ที่เริ่มต้นจากพื้นฐานต่างกัน แต่ใช้โครงการเดียวกันเป็นบันไดสู่อนาคตของตัวเอง
เคสที่ 1: วิศวะสายเทคนิคที่อยากใช้สกิลแก้ปัญหาธุรกิจ
สรัล เขียวนาวาวงศ์ษา – บริการด้านกลยุทธ์ ความเสี่ยง และธุรกรรมรายการ (Strategy, Risk & Transactions)
สรัลเรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่เขาไม่ได้อยากอยู่แค่ในโลกของสูตรคำนวณหรือแล็บทดลอง
เขารู้ชัดว่าตัวเองอยาก นำความรู้ด้านเทคนิคไปใช้ในโลกธุรกิจจริง และนั่นทำให้เขาหันมาลองงานฝึกด้านที่ปรึกษาและการพัฒนาธุรกิจ จนพบว่าเขาชอบงานที่ต้องแก้ปัญหาซับซ้อนและท้าทาย
การสมัครเข้าร่วม Amplify จึงเป็นอีกก้าวที่เขาตัดสินใจเดิน เพราะมองว่าดีลอยท์เป็นหนึ่งในผู้นำทางธุรกิจที่มีโอกาสให้เรียนรู้จากของจริงแบบเต็มที่
โปรเจ็คต์แรกที่เขาได้รับมอบหมาย ไม่ใช่งานเล็ก ๆ แต่เป็น โปรเจ็คต์ขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งกลายเป็นสนามทดสอบสำคัญในช่วงต้นอาชีพของเขา
เขาเล่าว่า ถึงแม้จะมีพื้นฐานจากวิศวกรรม แต่เมื่อเข้าสู่บริบทการทำงานจริง ทุกอย่างต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
สิ่งที่ได้เรียนรู้จึงไม่ใช่แค่เรื่องเนื้อหาธุรกิจ แต่รวมถึง
วิธีจัดโครงสร้างปัญหา
การออกแบบแนวทางแก้ไข
การตั้งคำถามที่ถูกต้องเพื่อหา insight ที่ใช่
ปัจจุบัน สรัลทำงานเป็นที่ปรึกษาในหน่วยงาน Strategy, Risk & Transactions โดยตั้งเป้าไว้สองอย่างชัด ๆ คือ
เรียนรู้จากคนเก่งระดับแนวหน้า
เติบโตสู่การเป็นผู้นำที่บริหารโปรเจ็คต์และเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมได้
เคสที่ 2: เด็กเศรษฐศาสตร์ที่หันมาจับงานเทคโนโลยีองค์กร
ภาวิณี อินดี – บริการด้านเทคโนโลยีและการปฏิรูปองค์กร (Technology & Transformation)
เส้นทางของภาวิณีเริ่มจากเศรษฐศาสตร์ แต่อนาคตของเธอกลับผูกพันกับโลกเทคโนโลยีองค์กรเต็มตัว
หลังเรียนจบจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผ่านประสบการณ์ทำงานเป็นผู้ช่วยวิจัย เธอเลือกเดินตามความสนใจแท้จริงของตัวเองในงานที่ปรึกษา และเข้าร่วมโครงการ Amplify
ตลอด 12 สัปดาห์ ในโครงการ เธอได้ทำงานใน Project Management Office (PMO) ที่ดูแลการนำระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) ไปปรับใช้ให้กับลูกค้า
การได้เห็นโปรเจ็คต์ขนาดใหญ่เดินหน้าไปตามเป้าหมาย จากสิ่งที่ทีมทุกคนช่วยกันลงมือทำจริง ทำให้เธอมองว่านี่คือประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง
จากการได้บริหารโครงการและทำงานกับทีมหลากหลายฝ่าย เธอเริ่มชัดเจนกับตัวเองว่า อยากเติบโตเป็นที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีที่เชี่ยวชาญการนำ ERP ไปใช้ในองค์กร
เมื่อถามว่าทำไมเลือกดีลอยท์ คำตอบของเธอชัดมาก
เพราะเห็นทั้ง คุณภาพของทีมงาน
และ การสนับสนุนจากผู้นำ ที่พร้อมให้โอกาสเรียนรู้และเติบโตระยะยาว
สำหรับเธอ ดีลอยท์คือสภาพแวดล้อมที่ทำให้ทั้งการเรียนรู้และการสร้างอาชีพระยะยาวเป็นไปได้จริง ไม่ใช่แค่คำโฆษณา
เคสที่ 3: สายการเงิน-การตลาดที่ค้นหาตัวเองในโลกภาษีและกฎหมาย
ณิชาภัทร เต็มภูวภัทร – บริการด้านภาษีและกฎหมาย (Tax & Legal)
ณิชาภัทรจบการศึกษาเอกการเงิน และโทการตลาด จากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล และเคยไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้
ด้วยความสนใจในธุรกิจระดับโลกและงานวิเคราะห์ เธอสมัครเข้าร่วมโครงการ Amplify ของดีลอยท์
เธอบอกว่า ประสบการณ์ในโครงการเป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ทั้งโอกาสในการ
เรียนรู้จากการลงมือทำจริง
ทำงานในโปรเจ็คต์ร่วมกับทีม
เห็นภาพการทำงานวิเคราะห์ในโลกจริง
ไฮไลต์สำคัญสำหรับเธอ คือการได้ช่วยงานด้านการวิเคราะห์อุตสาหกรรม และทำ Benchmarking สำหรับงานด้าน Transfer Pricing (การกำหนดราคาโอน)
จากตรงนั้น เธอได้เห็นชัดว่า
การนำแนวปฏิบัติไปใช้จริงต้องอาศัยความละเอียดและความแม่นยำสูง
การทำงานร่วมกันอย่างมีระบบ คือหัวใจของงานวิเคราะห์ที่มีคุณภาพ
วันนี้ ณิชาภัทรทำงานอยู่ในหน่วยงาน Tax & Legal ของดีลอยท์ โดยตั้งใจจะ
ยกระดับความเชี่ยวชาญด้านการกำหนดราคาโอน
ก้าวสู่ตำแหน่งที่มีความรับผิดชอบสูงขึ้น
และสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
สำหรับเธอ สิ่งที่ทำให้เติบโตได้ไม่ใช่แค่งาน แต่คือ ผู้คนและสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนให้เดินหน้าต่อไปได้จริง
Amplify เหมาะกับใคร?
จากภาพรวมทั้งหมด จะเห็นว่า Amplify ไม่ได้เหมาะแค่กับคนสายบัญชีหรือที่ปรึกษาแบบเดิม ๆ แต่เปิดกว้างสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีพื้นฐานหลากหลาย ทั้ง
วิศวกรรม
เศรษฐศาสตร์
การเงิน
การตลาด
หรือสายอื่นที่อยากขยับเข้าสู่โลกบริการวิชาชีพและเทคโนโลยี
โดยเฉพาะคนที่
ไม่อยากทำงานแบบเดิม ๆ ที่ไร้ความท้าทาย
ชอบการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน
อยากเรียนรู้จากโครงการจริง ไม่ใช่แค่นั่งจดบันทึกประชุม
มองหาเส้นทางสู่อาชีพเต็มเวลาในองค์กรระดับโลก
ถ้าคุณคือคนที่อยากอัปเกรดตัวเองให้ทันกับโลกงานยุคดิจิทัล โปรแกรมลักษณะนี้คือจุดเริ่มต้นที่ไม่ควรมองข้าม
บทสรุป: จากฝึกงานสู่อนาคตสายอาชีพมืออาชีพ
โลกการทำงานวันนี้ไม่ได้ถามแค่ว่า “คุณเรียนอะไรมา” แต่ถามว่า
คุณปรับตัวกับโลกที่เปลี่ยนเร็วแค่ไหน
คุณมีทักษะที่ใช่สำหรับโจทย์จริงของธุรกิจหรือเปล่า
คุณกล้าลงสนามเรียนรู้จากงานจริงมากน้อยแค่ไหน
โครงการอย่าง Amplify แสดงให้เห็นว่า ถ้าออกแบบโปรแกรมฝึกงานให้ดี มีโครงสร้างชัดเจน เชื่อมโยงกับธุรกิจจริง และลงทุนกับคนรุ่นใหม่อย่างจริงจัง
มันสามารถเปลี่ยนจาก “ฝึกงานชั่วคราว” ไปเป็น บันไดสู่เส้นทางอาชีพมืออาชีพระยะยาว ได้อย่างแท้จริง
สำหรับใครที่กำลังถามตัวเองว่า “เรียนจบแล้วจะไปทางไหนดี” การมองหาโปรแกรมที่ให้ทั้งการเรียนรู้เชิงลึกจากงานจริงและโอกาสเติบโตต่อในองค์กร อาจเป็นคำตอบที่คุณมองหาอยู่โดยไม่รู้ตัวก็ได้

