รับแอปรับแอป

สรุปตัวย่อตำแหน่งภาษาอังกฤษเกิน 40 คำ แบบเข้าใจง่าย ใช้งานได้จริงในโลกการทำงาน

จิรายุ คงมั่น01-29

เปิดโลกตัวย่อตำแหน่งงานภาษาอังกฤษ

เคยเปิดอีเมล เห็นลายเซ็นเต็มไปด้วย CEO, VP, GM, CMO แล้วแอบงงว่าตำแหน่งไหนทำอะไรแน่ ๆ ไหม?

ในยุคที่การทำงานเชื่อมต่อกันทั่วโลก การเข้าใจตัวย่อตำแหน่งภาษาอังกฤษคือสกิลสำคัญ ไม่ใช่แค่เพื่อแปลให้รู้ความหมาย แต่เพื่อให้คุณอ่านโครงสร้างองค์กรออก วางตัวถูกเวลาเจอผู้บริหาร และสื่อสารได้อย่างมืออาชีพมากขึ้น

บทความนี้จะพาคุณไล่ตั้งแต่ตัวย่อระดับ C-Suite ไปจนถึงสายงานต่าง ๆ และปิดท้ายด้วยเคล็ดลับการใช้งานแบบไม่ให้ดูมือสมัครเล่น

I. ตารางสรุป 20 ตัวย่อตำแหน่งยอดฮิตที่ต้องรู้

สำหรับสายรีบ สายอยากได้ภาพรวมก่อนลงลึก นี่คือตัวย่อที่โผล่บ่อยที่สุดในองค์กรสากล ไม่ว่าจะในนามบัตร โปรไฟล์ LinkedIn หรือลายเซ็นอีเมล

แนะนำให้เซฟภาพนี้เก็บไว้ เวลางงเปิดดูปุ๊บ เคลียร์ปั๊บ

II. เจาะลึก C-Level: หัวใจการตัดสินใจขององค์กร

C-Level หรือ C-Suite คือกลุ่มผู้บริหารระดับสูงสุดของบริษัท ตัวอักษร C มาจากคำว่า Chief ซึ่งหมายถึง “หัวหน้า” ในสายงานหลัก ๆ แต่ละคนมีผลโดยตรงต่อทิศทาง อนาคต และการเติบโตขององค์กร

1. CEO – Chief Executive Officer (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร)

CEO คือคนที่ยืนอยู่บนยอดพีระมิดขององค์กร

  • วางวิสัยทัศน์และทิศทางใหญ่ของธุรกิจ

  • ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ระดับองค์กร

  • รายงานต่อคณะกรรมการบริษัท

  • เป็นตัวแทนหน้าองค์กรต่อสาธารณะ นักลงทุน และพาร์ตเนอร์

พูดง่าย ๆ คือคนที่รับผิดชอบภาพรวมทั้งหมดของบริษัท

2. COO – Chief Operating Officer (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ)

COO คือคนที่ทำให้แผนสวย ๆ ของบริษัทเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน

  • ดูแลการดำเนินงานทุกวันขององค์กร

  • ทำให้กลยุทธ์ที่วางไว้ถูกนำไปใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

  • ประสานงานกับทุกแผนกให้ระบบไหลลื่น

  • เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ ปรับปรุงขั้นตอน และจัดการทรัพยากร

มักถูกมองว่าเป็น มือขวาคนสำคัญของ CEO

3. CFO – Chief Financial Officer (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน)

CFO คือเจ้าของบ้านด้านตัวเลขของทั้งองค์กร

  • รับผิดชอบเรื่องการเงินและบัญชีทั้งหมด

  • วางแผนงบประมาณ กระแสเงินสด และการจัดสรรทรัพยากรทางการเงิน

  • ทำรายงานการเงินให้ผู้บริหารและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

  • ประเมินความเสี่ยงทางธุรกิจและให้คำแนะนำด้านการลงทุน

ถ้าองค์กรจะไปต่อได้อย่างมั่นคง ฐานการเงินที่ CFO ดูแลต้องแข็งแรงก่อนเสมอ

4. CTO – Chief Technology Officer (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี)

CTO คือคนที่คุมเกมด้านเทคโนโลยีทั้งหมดขององค์กร

  • กำหนดทิศทางนวัตกรรมและเทคโนโลยี

  • ดูแลการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือระบบที่ใช้เทคโนโลยี

  • ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ให้ทันยุค

  • ทำงานใกล้ชิดกับทีม Dev และวิศวกรเพื่อสร้างโซลูชันตอบโจทย์ธุรกิจ

องค์กรที่อยากโตแบบดิจิทัลได้จริง หลบ CTO ไม่ได้เลย

5. CMO – Chief Marketing Officer (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด)

CMO คือเจ้าของภาพลักษณ์ แบรนด์ และเสียงขององค์กรในสายตาลูกค้า

  • วางกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารแบรนด์ทั้งหมด

  • สร้างการรับรู้แบรนด์และออกแบบแคมเปญ

  • วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและตลาด

  • พัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าให้ประทับใจและอยากกลับมาอีก

คนที่ทำให้แบรนด์ไม่ใช่แค่มีอยู่ แต่โดดเด่นในตลาด

6. CHRO – Chief Human Resources Officer (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล)

CHRO คือคนที่ดูแล “คน” ซึ่งเป็นสินทรัพย์สำคัญที่สุดขององค์กร

  • วางกลยุทธ์ด้านบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กร

  • ดูแลการสรรหา พัฒนา และรักษาพนักงานเก่ง ๆ

  • กำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนและสวัสดิการ

  • สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและมีแรงจูงใจ

องค์กรที่คนอยู่แล้วแฮปปี้ ส่วนใหญ่มักมี CHRO ที่แข็งแรงอยู่เบื้องหลัง

III. ลำดับชั้นสายจัดการ: จาก VP ถึง Assistant Manager

องค์กรส่วนใหญ่จะมีโครงสร้างที่ชัดเจน เพื่อให้รู้ว่าใครดูแลระดับไหนบ้าง การเข้าใจลำดับนี้ช่วยให้คุณ สื่อสารได้ถูกคน ถูกเรื่อง และถูกระดับ

1. VP / SVP / EVP – Vice President (รองประธาน)

ตำแหน่งกลุ่ม VP อยู่ถัดลงมาจาก C-Level

  • VP (Vice President): ดูแลสายงาน / ฟังก์ชันเฉพาะด้าน เช่น VP of Sales, VP of Operations

  • SVP (Senior Vice President): VP ที่มีความอาวุโสและขอบเขตใหญ่ขึ้น

  • EVP (Executive Vice President): ระดับสูงสุดของ VP มีอำนาจใกล้เคียง C-Level

ทั้งหมดนี้ทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหารสูงสุด และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปตามเป้าหมาย

2. Director / GM – ผู้อำนวยการ และผู้จัดการทั่วไป

  • Director: ดูแลระดับแผนกหรือฟังก์ชันเฉพาะ เช่น Marketing Director, IT Director

    • กำหนดนโยบายและกลยุทธ์ในขอบเขตที่รับผิดชอบ

    • ดูแลหลายทีม และรายงานต่อ VP หรือ C-Level

  • GM (General Manager): มักดูแลหน่วยธุรกิจ สาขา หรือโครงการแบบครบวงจร

    • มีอำนาจตัดสินใจค่อนข้างกว้าง โดยเฉพาะในธุรกิจที่มีหลายสาขา

ทั้งสองตำแหน่งนี้คือคนที่ “ทำให้แผนในกระดาษกลายเป็นผลลัพธ์จริง” ในระดับหน่วยงาน

3. Manager / Assistant Manager – ผู้จัดการ และผู้ช่วยผู้จัดการ

  • Manager: คุมทีมในระดับปฏิบัติการโดยตรง

    • วางแผนงาน มอบหมายงาน และติดตามผล

    • พัฒนาทีม ดูแลความเรียบร้อยของงานแต่ละวัน

    • เป็นสะพานระหว่างผู้บริหารระดับสูงกับพนักงานหน้างาน

  • Assistant Manager (Asst. Manager):

    • สนับสนุนงานของ Manager

    • พร้อมก้าวเข้ามารับบทบาทแทนเมื่อจำเป็น

ทั้งสองตำแหน่งต้องเข้าใจงานในรายละเอียด และเก่งในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นทุกวัน

IV. ตัวย่อตำแหน่งตามสายงานยอดนิยม

แต่ละสายงานจะมีศัพท์เฉพาะของตัวเอง ถ้าเข้าใจตัวย่อเหล่านี้ คุณจะอ่านโครงสร้างทีมของบริษัทได้ง่ายขึ้นมาก

1. สายการตลาดและการขาย

สายนี้คือคนสร้างรายได้และออกหน้าเจอลูกค้าโดยตรง

  • CMO (Chief Marketing Officer) – วางกลยุทธ์การตลาดภาพใหญ่

  • Marketing Manager – วางแผนและรันแคมเปญในทางปฏิบัติ

  • Content Manager – ดูแลการวางแผนและผลิตคอนเทนต์

  • Sales Manager – บริหารทีมขายและกำหนดเป้ายอดขาย

  • Account Manager – ดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้า ดูแลดีลสำคัญ

  • BD Manager (Business Development Manager) – มองหาโอกาสธุรกิจใหม่ ๆ เพิ่มฐานลูกค้าและรายได้

2. สายเทคโนโลยีและไอที

สายนี้คือหัวใจขององค์กรดิจิทัลยุคใหม่

  • CTO (Chief Technology Officer) – วางกลยุทธ์เทคโนโลยีระดับองค์กร

  • CIO (Chief Information Officer) – ดูแลระบบสารสนเทศทั้งหมดขององค์กร

  • IT Manager – คุมโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT และการซัพพอร์ตระบบ

  • Dev Manager (Development Manager) – ดูแลทีมนักพัฒนาและการสร้างซอฟต์แวร์

  • QA Manager (Quality Assurance Manager) – ตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ก่อนส่งถึงผู้ใช้

  • PM (Product Manager / Project Manager) – อาจหมายถึงผู้จัดการผลิตภัณฑ์หรือผู้จัดการโครงการ ขึ้นกับบริบทของแต่ละบริษัท

3. สายการเงินและบัญชี

สายนี้คือคนดูแลสุขภาพทางการเงินทั้งหมดขององค์กร

  • CFO (Chief Financial Officer) – ดูแลภาพรวมการเงินระดับสูงสุด

  • Finance Manager – วางแผนด้านการเงินและควบคุมงบประมาณ

  • Accounting Manager – ดูแลบัญชี การบันทึกตัวเลข และรายงานการเงิน

  • Controller – ดูแลการควบคุมภายใน และการปฏิบัติตามมาตรฐานทางการเงิน

  • Treasurer – บริหารเงินสดและการลงทุนขององค์กร

ทุกตำแหน่งในสายนี้ต้องละเอียดรอบคอบ เพราะตัวเลขผิดนิดเดียวอาจส่งผลใหญ่กับองค์กรได้

4. สายทรัพยากรบุคคล (HR)

สายนี้คือคนดูแลตั้งแต่ความรู้สึกของพนักงาน ไปจนถึงโครงสร้างคนทั้งองค์กร

  • CHRO (Chief Human Resources Officer) – วางกลยุทธ์ HR ระดับองค์กร

  • HR Manager – ดูแลภาพรวมการบริหารคน

  • Recruitment Manager – โฟกัสการหาคนเก่งเข้าทีม

  • Training Manager – วางแผนฝึกอบรมและพัฒนาทักษะพนักงาน

  • Compensation & Benefits Manager – ดูแลเงินเดือน โบนัส และสวัสดิการให้ยุติธรรมและจูงใจ

5. สายปฏิบัติการและโลจิสติกส์

สายนี้คือคนที่ทำให้ของถึงที่ ระบบเดินต่อได้ และงานไม่สะดุด

  • COO (Chief Operating Officer) – ดูแลการปฏิบัติการภาพรวมขององค์กร

  • Operations Manager – บริหารการผลิตหรือการให้บริการในแต่ละวัน

  • Supply Chain Manager – ดูแลทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

  • Logistics Manager – จัดการขนส่งและกระจายสินค้า

  • Procurement Manager – รับผิดชอบการจัดซื้อสินค้าและบริการในราคาที่คุ้มค่า

V. วิธีใช้ตัวย่อตำแหน่งให้ดูมืออาชีพ

รู้ตัวย่อแล้ว อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ใช้ให้ถูกที่ ถูกเวลา

1. เวลาเขียนเรซูเม่หรือจดหมายสมัครงาน

  • เขียน ชื่อตำแหน่งเต็มก่อน แล้วค่อยตามด้วยตัวย่อในวงเล็บ

    • เช่น: `Project Manager (PM)` หรือ `Chief Financial Officer (CFO)`

  • หลังจากกำหนดครั้งแรกแล้ว ค่อยใช้ตัวย่ออย่างเดียวในส่วนถัด ๆ ไป

วิธีนี้ช่วยให้คนอ่านไม่งง และยังดูเป็นทางการในเวลาเดียวกัน

2. เวลาเขียนอีเมลหรือสื่อสารภายในองค์กร

  • ถ้าแน่ใจว่าทุกคนในองค์กรเข้าใจตัวย่ออยู่แล้ว สามารถใช้ตัวย่อโดยตรงได้เลย

  • เหมาะสำหรับการสื่อสารภายในที่ต้องการความกระชับและรวดเร็ว

3. เวลาเจอลูกค้า หรือคนนอกองค์กร

  • ถ้าไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายเข้าใจหรือไม่ ให้ใช้ชื่อเต็มจะปลอดภัยที่สุด

  • หลีกเลี่ยงการใช้ตัวย่อที่เป็นภาษาถิ่นหรือใช้เฉพาะในบางบริษัท
    • เช่น CSM ที่บางที่หมายถึง Customer Success Manager แต่อีกฝ่ายอาจไม่คุ้น

  • สำหรับตัวย่อที่มีหลายความหมาย เช่น PM (อาจเป็น Product Manager หรือ Project Manager) ควรระบุให้ชัดเจนตามบริบท

4. อย่าเผลอใช้ตัวย่อเยอะเกินไป

การใช้ตัวย่อทุกบรรทัด อาจทำให้ข้อความอ่านยากและดูเป็น “รหัส” เกินไป

เคล็ดลับคือ ใช้เท่าที่จำเป็น และเน้นให้ผู้อ่านเข้าใจเป็นหลัก ไม่ใช่เท่ให้ดูเท่

VI. ถาม–ตอบข้อสงสัยยอดฮิตเรื่องตัวย่อตำแหน่ง

1. C-Suite คืออะไร และมีใครบ้าง?

C-Suite คือกลุ่มผู้บริหารระดับสูงที่มีคำว่า Chief นำหน้า

ตัวอย่างตำแหน่งใน C-Suite ได้แก่

  • CEO – Chief Executive Officer

  • CFO – Chief Financial Officer

  • COO – Chief Operating Officer

  • CTO – Chief Technology Officer

  • CMO – Chief Marketing Officer

  • CHRO – Chief Human Resources Officer

กลุ่มนี้คือคนที่กำหนดวิสัยทัศน์ วางแผนระยะยาว และรับผิดชอบผลลัพธ์โดยรวมขององค์กร

2. Head of กับ Director ต่างกันยังไง?

สองคำนี้บางองค์กรใช้สลับกันได้ แต่โดยทั่วไปมักมีนัยต่างกันเล็กน้อย

  • Head of – มักใช้กับทีมหรือฟังก์ชันเฉพาะที่อาจจะไม่ได้มีโครงสร้างใหญ่ เช่น Head of Design, Head of Customer Support

  • Director – ดูเป็นตำแหน่งที่เป็นทางการกว่า ขอบเขตความรับผิดชอบกว้างกว่า

    • มักมี Manager หลายคนอยู่ใต้การดูแล

    • มีบทบาทในเชิงกลยุทธ์มากขึ้น

สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมและโครงสร้างของแต่ละองค์กร แต่การเข้าใจภาพรวมแบบนี้ช่วยให้คุณอ่านตำแหน่งคนอื่นได้แม่นขึ้น

3. ในสาย Creative มีตัวย่ออะไรน่าสนใจบ้าง?

สาย Creative ก็มีศัพท์เฉพาะของตัวเองเหมือนกัน

  • CD (Creative Director) – คุมทิศทางและคุณภาพงานครีเอทีฟทั้งหมด

  • AD (Art Director) – โฟกัสด้านภาพและงานออกแบบ

  • Copywriter – เขียนคำโฆษณาและคอนเทนต์ให้ดึงดูดและสื่อสารตรงใจ

  • UX/UI Designer – ออกแบบประสบการณ์และหน้าตาการใช้งานของผลิตภัณฑ์ดิจิทัล

  • Producer – คุมการผลิตโปรเจกต์ให้จบตามงบและตามเวลา

ทั้งหมดนี้ต้องทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผลงานสุดท้ายทั้งสวย ทั้งใช้งานได้ และตอบโจทย์ธุรกิจ

4. ควรใส่ตัวย่อตำแหน่งในชื่ออีเมลไหม?

โดยปกติชื่อผู้ส่ง (Sender Name) ไม่จำเป็นต้องใส่ตัวย่อของตำแหน่ง

  • ภายในองค์กร: คนสามารถเช็กข้อมูลตำแหน่งของคุณผ่านระบบภายในอยู่แล้ว

  • สำหรับการสื่อสารภายนอก: สิ่งที่ควรใส่คือ ตำแหน่งในลายเซ็นอีเมล (Email Signature) มากกว่า

ตัวอย่างลายเซ็นที่ดูมืออาชีพ:

สมชาย ใจดี | Marketing Manager | บริษัท ABC

แบบนี้ช่วยให้ผู้รับเข้าใจบทบาทของคุณชัดเจน และสร้างความน่าเชื่อถือได้ดี โดยที่ชื่อผู้ส่งยังดูเป็นมิตรและค้นหาได้ง่าย

สรุป: รู้ตัวย่อ = อ่านองค์กรออก สื่อสารได้ลื่นขึ้น

การเข้าใจตัวย่อตำแหน่งภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตสายอาชีพของคุณโดยตรง

  • จากคำย่อพื้นฐานอย่าง CEO, CFO, Manager

  • ไปจนถึงตำแหน่งเฉพาะในแต่ละสายงาน เช่น BD Manager, UX/UI Designer, Supply Chain Manager

เมื่อคุณรู้ว่าใครทำหน้าที่อะไร จะวางตัวในการประชุมได้ดีขึ้น เขียนอีเมลได้ตรงคน และสื่อสารได้ในแบบที่สะท้อนความเป็นมืออาชีพมากขึ้น

ลองเริ่มจากการสังเกตลายเซ็นอีเมล นามบัตร และโครงสร้างองค์กรที่คุณทำงานอยู่ แล้วเช็กดูว่าตัวย่อไหนที่คุณเพิ่งเข้าใจจากบทความนี้ ยิ่งใช้บ่อย คุณจะยิ่งคุ้น จนกลายเป็นภาษาทำงานประจำวันของคุณเอง

และอย่าลืมว่า โลกการทำงานเปลี่ยนเร็ว ตำแหน่งใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นตลอด การเปิดรับและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง คือข้อได้เปรียบสำคัญของคนทำงานยุคนี้