รับแอปรับแอป

ทำเล็บเจลยังไง ให้สวยเป๊ะแต่ไม่เสี่ยงรังสี UV เกินจำเป็น?

วิทยา พูนทรัพย์01-29

ทำเล็บสวย แต่ขอปลอดภัยด้วย

ทุกวันนี้ การทำเล็บเจลกลายเป็นเรื่องปกติในร้านทำเล็บแทบจะทุกร้าน โดยเฉพาะขั้นตอนการอบเล็บด้วยแสงจากเครื่องเป่าเล็บที่ใช้หลอดไฟ UV หรือหลอด LED ที่ให้เล็บแห้งเร็วและเซ็ตตัวสวยเนียน

หลายคนเลยเริ่มตั้งคำถามว่า หลอดไฟเหล่านี้ปลอดภัยจริงไหม? เพราะเรารู้กันดีว่ารังสี UV เชื่อมโยงกับปัญหาผิวแก่ก่อนวัยและมะเร็งผิวหนัง

หลอด UV กับหลอด LED ต่างกันไหม?

ในร้านทำเล็บ เรามักจะเห็นเรียกกันสองแบบคือ

  • หลอดไฟที่ถูกเรียกว่า “หลอด UV”

  • หลอดไฟที่ถูกเรียกว่า “หลอด LED”

แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองแบบล้วนปล่อยรังสี UV ออกมา เพียงแต่ชนิดและความเข้มอาจแตกต่างกันไปตามตัวเครื่องและยี่ห้อ

ข่าวดีคือ แม้จะเป็นอุปกรณ์ที่มีความเข้มข้นของรังสีสูงที่สุดในกลุ่มนี้ ความเสี่ยงจากการได้รับรังสี UV ยังถือว่า ค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับการสัมผัสแหล่งรังสี UV ที่รุนแรงกว่าในชีวิตประจำวัน เช่น แดดจัดเป็นเวลานาน

สรุปเรื่องความเสี่ยง: มี แต่ไม่ได้สูงลิบ

ถ้ามองตามหลักวิทยาศาสตร์ รังสี UV จากเครื่องอบเล็บ

  • มีความเชื่อมโยงกับการแก่ก่อนวัยของผิวหนัง

  • เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของมะเร็งผิวหนัง

แต่อย่างไรก็ตาม จากการประเมินโดยรวมแล้ว การใช้เครื่องอบเล็บแม้ในรุ่นที่ปล่อยรังสีสูงสุด ความเสี่ยงจาก UV ยังค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับการสัมผัสแสงแดดแรง ๆ โดยไม่ป้องกัน

พูดง่าย ๆ คือ ไม่ได้ปลอดภัยจนมองข้ามได้ แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวจนต้องเลิกทำเล็บไปเลย เพียงแค่ต้องรู้วิธีป้องกันตัวเองให้ฉลาดขึ้น

ทำยังไงให้ทำเล็บเจลได้ แต่ยังเซฟผิว

ถ้าคุณยังรักการทำเล็บเจล แต่ก็ห่วงสุขภาพผิว นี่คือสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงจากรังสี UV ได้

  • ทาครีมกันแดดก่อนอบเล็บ
    เลือกผลิตภัณฑ์กันแดดแบบสเปกตรัมกว้าง (Broad-spectrum) ที่ปกป้องได้ทั้ง UVA/UVB และควรทาลงบนมือประมาณ 20 นาทีก่อน ที่จะนำมือเข้าเครื่องอบ

  • เน้นทาให้ทั่วมือ โดยเฉพาะหลังมือและนิ้ว ซึ่งเป็นส่วนที่โดนแสงเต็ม ๆ

อย่างไรก็ตาม แม้จะทาครีมกันแดดแล้ว ก็ยังมีจุดที่กันแดดไปไม่ถึงคือ ใต้เล็บ ซึ่งเป็นบริเวณที่หากเกิดปัญหามะเร็งผิวหนังขึ้นมา มักจะรุนแรงและตรวจพบช้าได้

ถ้าทำเล็บธรรมดา ตัวเลือกไหนปลอดภัยที่สุด?

สำหรับคนที่ไม่ได้อินกับเล็บเจลมากนัก แต่อยากเล็บสวยแบบชิล ๆ ไม่ต้องกังวลรังสี UV

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ

  • ปล่อยให้เล็บแห้งเองตามธรรมชาติ ไม่ใช้หลอดไฟอบเล็บเลย

  • หรือใช้ เครื่องเป่าลมหรือพัดลมธรรมดา ที่ไม่มีแสง UV ช่วยให้เล็บแห้งเร็วขึ้น

แม้อาจจะต้องใช้เวลารอเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่ได้แลกมากับความสบายใจ และลดการสัมผัสรังสี UV ไปได้เยอะ

เลือกความสวยที่มาพร้อมความรู้

การทำเล็บเจลไม่ใช่เรื่องต้องห้าม แต่คือเรื่องที่ ควรทำอย่างมีสติและรู้เท่าทันความเสี่ยง

สรุปแบบเข้าใจง่าย:

  • เครื่องอบเล็บ UV/LED มีรังสี UV จริง แต่ปริมาณความเสี่ยงจัดว่าไม่สูงมาก

  • ถ้าจะทำเล็บเจลบ่อย ๆ ควรป้องกันผิวด้วยกันแดดสเปกตรัมกว้างก่อนอบเล็บ

  • ใต้เล็บยังคงเป็นจุดเสี่ยงที่ป้องกันได้ยาก ต้องสังเกตความผิดปกติเป็นระยะ

  • ถ้าทำเล็บแบบธรรมดา การปล่อยให้แห้งเองหรือใช้พัดลมที่ไม่มี UV คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

สุดท้ายแล้ว ความสวยไม่จำเป็นต้องแลกกับความเสี่ยง แค่เราเข้าใจหลักการและดูแลตัวเองให้รอบด้าน ก็สามารถ มีเล็บสวยสุขภาพดีไปพร้อมกันได้