ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการ K-Pop ต้องเผชิญกับปัญหาที่รุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น นั่นคือ การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และการทำลายชื่อเสียงศิลปินผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะ YouTube และโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีอิทธิพลต่อความคิดของผู้ชมในวงกว้าง
หนึ่งในคดีที่ถูกจับตามองมากที่สุด คือคดีที่ BIGHIT MUSIC ร่วมกับ V และ JungKook แห่ง BTS ดำเนินคดีทางกฎหมายกับเจ้าของช่อง YouTube ชื่อดังอย่าง 탈덕수용소 (Sojang) ซึ่งถือเป็นกรณีตัวอย่างสำคัญของการใช้กฎหมายเพื่อปกป้องศิลปินอย่างจริงจัง และอาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีในอนาคต 🌍
จุดเริ่มต้นของปัญหา จากคอนเทนต์ “ข่าวลือ” สู่คดีความจริงจัง
ช่อง YouTube 탈덕수용소 หรือ Sojang เป็นหนึ่งในช่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างยาวนานในหมู่แฟน K-Pop เนื่องจากเนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ ข่าวลือ ข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยัน และการตีความในเชิงลบต่อศิลปิน
แม้จะอ้างว่าเป็น “การวิเคราะห์” หรือ “การรายงานข่าว” แต่หลายคลิปกลับมีลักษณะของการ บิดเบือนข้อเท็จจริง ละเมิดความเป็นส่วนตัว และสร้างความเข้าใจผิดแก่สาธารณชน โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับสมาชิก BTS ซึ่งเป็นศิลปินระดับโลก 🌐
BIGHIT MUSIC กับจุดยืนที่ชัดเจนในการปกป้องศิลปิน
BIGHIT MUSIC ในฐานะต้นสังกัดของ BTS ได้ออกแถลงการณ์หลายครั้ง ยืนยันจุดยืนที่ชัดเจนว่า จะไม่เพิกเฉยต่อการกระทำที่ละเมิดสิทธิของศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นการหมิ่นประมาท การปล่อยข้อมูลเท็จ หรือการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2024 บริษัทได้อัปเดตความคืบหน้าการดำเนินคดี โดยระบุว่า นอกจากการดำเนินคดีกับเจ้าของโพสต์มุ่งร้ายแล้ว ยังได้ดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของศิลปิน รวมถึงยูทูเบอร์ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ เช่น ช่อง Sojang ด้วย ⚠️

คดีแรกในปี 2022 และการสืบสวนที่กลับมาอีกครั้ง
ย้อนกลับไปในปี 2022 BIGHIT MUSIC เคยยื่นฟ้อง Sojang ในข้อหาทำลายชื่อเสียงและขัดขวางการทำธุรกิจ แต่ในช่วงแรก ศาลมีคำสั่งให้ยุติการสอบสวน เนื่องจากข้อจำกัดด้านพยานหลักฐานและกระบวนการทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ยอมปล่อยให้เรื่องนี้จบลงง่ายๆ โดยได้ รักษาและรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของช่อง เพื่อส่งมอบให้กับหน่วยสืบสวนสอบสวนกลาง และผลจากความพยายามดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่กลับมาเปิดการสืบสวนอีกครั้งในเวลาต่อมา 📂
การฟ้องร้องครั้งสำคัญในปี 2024
เดือนมีนาคม 2024 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ BIGHIT MUSIC ร่วมกับ V และ JungKook ยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อ Sojang เรียกร้องค่าเสียหายรวม 90 ล้านวอน
ข้อกล่าวหาหลักของคดีนี้ ได้แก่
การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
การหมิ่นประมาทจากการเผยแพร่ข้อมูลเท็จผ่าน YouTube
การละเมิดลิขสิทธิ์ จากการนำผลงานของ BIGHIT MUSIC ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
ศาลแขวงกรุงโซลฝั่งตะวันตก แผนกคดีแพ่งที่ 12 ได้รับคำฟ้องและนัดฟังคำให้การจากจำเลยครั้งแรกในวันที่ 23 สิงหาคม 2024 ซึ่งทำให้คดีนี้กลายเป็นที่จับตามองในวงกว้าง 👀
คำตัดสินศาลชั้นต้นในปี 2025
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ Sojang ชดใช้ค่าเสียหายรวม 76 ล้านวอน แบ่งเป็น
BIGHIT MUSIC 51 ล้านวอน
V 10 ล้านวอน
JungKook 15 ล้านวอน
คำตัดสินนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของฝ่ายโจทก์ แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากมีความเห็นต่างเกี่ยวกับจำนวนค่าเสียหายและขอบเขตความรับผิด 💼

ความพยายามไกล่เกลี่ยที่ไม่เป็นผล
ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2025 ศาลได้เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย เพื่อหาข้อยุติโดยไม่ต้องยืดเยื้อคดีความ
อย่างไรก็ตาม การไกล่เกลี่ยไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากฝ่ายโจทก์ยืนยันจุดยืนในการปกป้องศิลปินอย่างถึงที่สุด ขณะที่ฝ่ายจำเลยไม่สามารถตกลงเงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ 📉
คำตัดสินศาลอุทธรณ์ในปี 2026
เดือนมกราคม 2026 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเพิ่มเติม โดยสั่งให้ Sojang ชดเชยค่าเสียหายให้ V และ JungKook เพิ่มอีกคนละ 5 ล้านวอน
ส่งผลให้ยอดรวมค่าเสียหายทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 86 ล้านวอน ซึ่งใกล้เคียงกับยอดเรียกร้องเดิม 90 ล้านวอนของฝ่ายโจทก์ ถือเป็นคำตัดสินที่สะท้อนว่า ศาลให้ความสำคัญกับผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อศิลปินอย่างแท้จริง ⚖️
บทเรียนสำคัญจากคดี Sojang
คดีนี้สะท้อนบทเรียนหลายประการ ทั้งในแง่กฎหมาย สื่อ และวัฒนธรรมดิจิทัล การเป็นผู้สร้างคอนเทนต์ไม่ใช่เพียงการพูดอะไรก็ได้ แต่ต้องตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้อื่น
ในขณะเดียวกัน ศิลปินและต้นสังกัดก็แสดงให้เห็นว่า การยืนหยัดปกป้องสิทธิของตนเองสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมได้ 🧩
คดี BIGHIT MUSIC vs Sojang จุดเปลี่ยนของการปกป้องศิลปินในยุคดิจิทัล
การที่ BIGHIT MUSIC ร่วมกับ V และ JungKook ดำเนินคดีฟ้อง Sojang จนได้รับคำตัดสินให้ชดใช้ค่าเสียหายรวม 86 ล้านวอน ถือเป็นหนึ่งในกรณีสำคัญที่สุดของวงการ K-Pop ในยุคดิจิทัล
คดีนี้ไม่เพียงยืนยันว่า การหมิ่นประมาทและการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลมีราคาที่ต้องจ่าย แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้วงการบันเทิงเกาหลีและแพลตฟอร์มออนไลน์ต้องทบทวนบทบาทของตนเองในการดูแลศิลปินและผู้ใช้งาน
ในท้ายที่สุด คดี Sojang อาจไม่ใช่จุดจบของปัญหาข่าวเท็จในวงการ K-Pop แต่เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ทุกฝ่ายตระหนักว่า เสียงของศิลปินมีคุณค่า และสมควรได้รับการปกป้องอย่างจริงจัง 💜✨

