จากโกนหนวดสู่การดูแลตัวเองแบบ Best Version
ตลาด men grooming คือภาพสะท้อนการเปลี่ยนมุมมองของผู้ชายรุ่นใหม่ที่ไม่หยุดอยู่แค่การโกนหนวด แต่ขยายไปสู่การดูแลผิว เส้นผม ริมฝีปาก รวมถึงสุขภาพโดยรวม จนการดูแลตัวเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมความงามใหม่ที่ผู้ชายให้คุณค่าในฐานะการลงทุนกับภาพลักษณ์ ความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตของตัวเอง ไม่ใช่แค่การแต่งหล่อเพื่อคนอื่นอีกต่อไป. จุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มจากการเกิดภาพของผู้ชายที่ใส่ใจเสื้อผ้าหน้าผมและทาครีมอย่างเปิดเผย เช่น Metrosexual ที่ถูกผลักดันโดยคนดังอย่าง David Beckham และแบรนด์มีดโกนที่ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์บำรุงผู้ชายโดยตรง แนวคิด “อยากหล่อ” ถูกยกระดับเป็น “อยากเป็น Best Version ของตัวเอง” เมื่อผู้ชายเห็นว่าผิวดี ผมดูสุขภาพดี และร่างกายดูแลดีช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น การเปลี่ยนใจนี้จึงไม่ใช่กระแสแฟชั่นชั่วคราว แต่คือการปรับตัวต่อโลกใหม่ที่ภาพลักษณ์และสุขภาพเดินคู่กัน.

ตัวเลขตลาด men grooming ที่บอกว่าผู้ชายดูแลตัวเองจริงจัง
หากมองผ่านยอดขาย ตลาด men grooming วันนี้ไม่ได้เป็นแค่ช่องเล็ก ๆ สำหรับครีมหลังโกนหนวด แต่กลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดมหึมา ที่ตัวเลขเติบโตชัดเจนและต่อเนื่อง Statista ประเมินว่าปี 2021 มูลค่าตลาด men grooming ทั่วโลกอยู่ที่ 74,800 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ ฿2.7 ล้านล้าน) ก่อนขึ้นเป็นเกือบ 80,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ ฿2.9 ล้านล้าน) ในปี 2022 และมีแนวโน้มแตะ 115,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ ฿4.1 ล้านล้าน) ภายในปี 2028 นี่คือประโยคที่สะท้อนภาพรวมได้ชัด: "ตลาด men grooming ทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มจาก 74,800 ล้านดอลลาร์ในปี 2021 เป็น 115,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2028". ในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผู้ชายเฉพาะด้าน เช่นครีมทาผิวในตลาดหนึ่ง ก็มีการประเมินว่าจะขยายจาก 1,700 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ ฿61,400 ล้าน) ในปี 2020 เป็น 2,900 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ ฿104,000 ล้าน) ในปี 2026 การเติบโตระดับนี้สะท้อนว่าผู้ชายไม่ได้มองการดูแลตัวเองเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นพฤติกรรมปกติในชีวิตประจำวัน ที่พร้อมใช้จ่ายกับสินค้าที่ช่วยให้สุขภาพและภาพลักษณ์ดีขึ้น.

โซเชียลและวัฒนธรรมใหม่ผลักดันแนวโน้มความงามผู้ชาย
เบื้องหลังการเติบโตของตลาด men grooming คือการเปลี่ยนทัศนคติครั้งใหญ่ที่เกิดจากสองแรงหลัก: โซเชียลมีเดีย และการท้าทายบทบาทความเป็นชายแบบเดิม ผู้ชายยุคนี้เข้าถึงข้อมูลการดูแลตัวเองผ่านคอนเทนต์ออนไลน์อย่างง่ายดาย ทั้งรีวิวผลิตภัณฑ์บำรุงผู้ชาย เทคนิคดูแลผิวไปจนถึงการออกกำลังกายและโภชนาการ ยอดวิววิดีโอ #menskincare ที่พุ่งขึ้นเป็น 462 ล้านวิว และเพิ่มเกือบ 400% ในปีเดียว เป็นหลักฐานว่าผู้ชายกำลังเรียนรู้เรื่องผิวพรรณอย่างตั้งใจ. ในอีกด้าน วัฒนธรรมป๊อปและแฟชั่นทำให้การดูแลตัวเองหลุดจากกรอบ “แมนต้องดิบ หยาบ ไม่แต่งตัว” เมื่อคนดังชายกล้าแต่งเล็บ ใส่กระโปรง หรือออกไลน์เครื่องสำอางของตัวเอง การดูแลตัวเองไม่ใช่สิ่งที่ถูกมองว่าไม่แมนอีกต่อไป แต่กลายเป็นการประกาศตัวว่า “ฉันใส่ใจตัวเอง” แนวโน้มความงามผู้ชายจึงขยายตีคู่กับความหลากหลายทางสไตล์ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ชายเลือกวิธีดูแลตัวเองในแบบที่เข้ากับบุคลิกของตัวเองมากขึ้น.

จากลิปบาล์มถึงน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น: ผลิตภัณฑ์บำรุงผู้ชายยุคใหม่
เมื่อผู้ชายดูแลตัวเองมากขึ้น ผลิตภัณฑ์บำรุงผู้ชายก็หลุดจากกรอบเดิมที่มีแค่โฟมล้างหน้าและครีมหลังโกนหนวด ไปสู่หมวดใหม่ที่ครั้งหนึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ของผู้หญิง เช่น ลิปบาล์มสำหรับผู้ชาย ซึ่งถูกพูดถึงในแวดวงแฟชั่นและการดูแลผิวมากขึ้น เพราะ "ผู้ชายปากแห้งนั้นไม่เซ็กซี่เอาเสียเลย" ลิปบาล์มจึงไม่ใช่เครื่องสำอาง แต่เป็นเครื่องมือดูแลริมฝีปากให้ชุ่มชื้น ดูสุขภาพดี และเสริมบุคลิกภาพให้มั่นใจเวลาเดตหรือประชุมสำคัญ โดยแม้ตัวผลิตภัณฑ์จะใช้ได้ทุกเพศ แต่การสื่อสารชัดเจนไปยังกลุ่มสุภาพบุรุษทำให้ผู้ชายรู้สึกว่าเป็นไอเทมที่ “ออกแบบมาให้เราใช้” โดยตรง. อีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนแนวโน้มความงามผู้ชายคือ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นของผู้หญิงหรือใช้ปรุงอาหาร แต่กำลังถูกผู้ชายหยิบมาใช้บำรุงผมที่ผ่านเจลและสเปรย์ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า ใช้เป็นคลีนซิ่งธรรมชาติ ลดกลิ่นกายจากแบคทีเรีย และฟื้นฟูส้นเท้าแตกหรือผิวแห้งกร้านบริเวณข้อศอกและหัวเข่า ไอเทมเหล่านี้บอกชัดว่าผู้ชายยุคใหม่ยอมรับว่ารายละเอียดเล็ก ๆ อย่างริมฝีปาก ผิว และผมคือส่วนสำคัญของภาพรวมความมั่นใจ.

ผู้ชายดูแลตัวเองไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แต่คือวัฒนธรรมความงามใหม่
เมื่อมองภาพรวม จะเห็นว่าผู้ชายยุคใหม่ไม่ได้ดูแลตัวเองเพื่อแค่ “หล่อขึ้นนิดหน่อย” แต่เปลี่ยนมุมมองว่าการดูแลผิว ผม ริมฝีปาก และร่างกายคือการสร้างเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเองอย่างต่อเนื่อง จากกิจกรรมที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องล้อเล่น เช่น ทาเล็บ แต่งตัวจัด หรือใช้สกินแคร์หลายขั้นตอน กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันที่ผูกกับความมั่นใจ สุขภาพ และภาพลักษณ์ระดับมืออาชีพ. สำหรับอุตสาหกรรม แนวคิดนี้เปิดโอกาสให้ตลาด men grooming เติบโตอีกหลายเท่าในอนาคต ทั้งในเชิงมูลค่าที่มีการคาดการณ์ไว้ถึงปี 2028 และในเชิงความหลากหลายผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ลิปบาล์มสำหรับผู้ชาย โฟมล้างหน้าเฉพาะสภาพผิว ไปจนถึงน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นและบริการด้านความงาม ในทางหนึ่งการเติบโตนี้ชวนให้ตั้งคำถามกับมาตรฐานความงามที่อาจกดดันมากขึ้น แต่อีกทางก็เปิดพื้นที่ให้ผู้ชายเลือกดูแลตัวเองในแบบที่สอดคล้องกับสุขภาพและตัวตน โดยไม่ต้องติดกรอบว่า “แมนต้องไม่สนใจเรื่องความงาม” อีกต่อไป.



ความคิดเห็น