รับแอปรับแอป

การ์ดจอมาแล้ว AMD RDNA 5 มีแววเปิดตัวตามหลัง NVIDIA RTX 60 ในปี 2027

อนุพงษ์ บุญมี01-13

ถ้าใครกำลังเล็งอัปเกรดการ์ดจอแล้วหวังจะได้เห็นของใหม่เร็ว ๆ ข่าวนี้อาจทำให้ต้องถอนหายใจยาว เพราะมีรายงานล่าสุดว่า การ์ดจอเกมมิ่งเจเนอเรชันถัดไปของ AMD ในตระกูล RDNA 5 อาจเปิดตัวช้ากว่า NVIDIA RTX 60 Series และมีแนวโน้มว่าทั้งสองค่ายอาจจะไปเจอกันจริง ๆ เอาช่วงปลายปี 2027 เลยทีเดียว

นั่นหมายความว่า วงการการ์ดจอเกมมิ่งอาจต้องรอของใหม่กันอีกหลายปี และช่วงเวลานี้อาจจะยาวนานกว่าที่หลายคนคาดไว้พอสมควร


เกิดอะไรขึ้นกับการ์ดจอเจเนอเรชันใหม่

ข้อมูลนี้มาจากแหล่งข่าววงในอย่าง Kepler_L2 ซึ่งเคยให้ข้อมูลด้านฮาร์ดแวร์ที่ค่อนข้างแม่นยำในอดีต โดยระบุว่า

  • AMD RDNA 5 จะเปิดตัว “หลังจาก” NVIDIA เปิดตัว RTX 60 Series

  • เดิมมีข่าวว่า AMD RDNA 5 จะใช้กระบวนการผลิต TSMC N3P (3 นาโนเมตรรุ่นปรับปรุง) และอาจเปิดตัวช่วงกลางปี 2027

  • แต่ฝั่ง NVIDIA เองก็มีรายงานว่า RTX 60 Series หรือโค้ดเนม “Rubin” จะมาในช่วงครึ่งหลังของปี 2027 และมีโอกาสสูงว่าจะเป็นช่วงปลายปี

เมื่อเอาข้อมูลทั้งสองฝั่งมาวางรวมกัน ภาพที่ชัดขึ้นคือ AMD เลือกเปิดตัวช้ากว่า NVIDIA อย่างตั้งใจ ไม่ใช่เพราะพัฒนาไม่ทัน แต่เป็นเรื่องของ “กลยุทธ์ทางการตลาด”


● AMD

ผู้พัฒนาการ์ดจอตระกูล Radeon และสถาปัตยกรรม RDNA ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ RDNA 4 และกำลังวางแผนสำหรับ RDNA 5 ในอนาคต

● NVIDIA

เจ้าตลาดการ์ดจอระดับบน ที่กำลังเดินหน้าจาก RTX 50 Series (Blackwell) ไปสู่ RTX 60 Series (Rubin)

● ผู้ใช้งานทั่วไป

ไม่ว่าจะเป็นเกมเมอร์ คนทำงานกราฟิก ครีเอเตอร์ หรือคนที่กำลังคิดจะอัปเกรดคอม ล้วนได้รับผลกระทบจากไทม์ไลน์นี้ทั้งหมด


ทำไม AMD ถึงเลือกเปิดตัวหลัง NVIDIA

ประเด็นนี้ถือว่าน่าสนใจมาก และเป็นหัวใจของข่าวนี้เลยก็ว่าได้

ตามข้อมูลจาก Kepler_L2 เหตุผลหลักคือ เรื่อง “กำไรต่อชิ้น (Margins)” ของ NVIDIA

NVIDIA ตั้งราคาได้ยืดหยุ่นกว่า

NVIDIA มีข้อได้เปรียบตรงที่

  • สามารถตั้งราคาสูงได้โดยตลาดยังยอมรับ

  • หากจำเป็น ก็สามารถ “ลดราคา” ลงมาแข่งได้โดยยังไม่เจ็บตัวมาก

สมมติว่า AMD เปิดตัวก่อน พร้อมราคาที่ดุดันมาก
NVIDIA ก็สามารถเปิดตัวทีหลังด้วยราคาใกล้เคียง หรืออาจถูกกว่าบางรุ่นในกลุ่มตลาดหลัก (mainstream) หรือระดับสูง (high-end) แล้วใช้จุดแข็งเรื่อง “การ์ดตัวท็อปแรงสุด” ครองภาพลักษณ์ตลาดไว้เหมือนที่เคยทำมาตั้งแต่ยุค GTX 980 Ti

ผลคือ AMD จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่แข่งยาก โดยเฉพาะในตลาดการ์ดจอราคา 1,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป ซึ่งที่ผ่านมา AMD มักหลีกเลี่ยงการแข่งขันตรงจุดนี้อยู่แล้ว


เปิดตัวช้ากว่า ได้เปรียบเรื่องราคาอย่างไร

ถ้า AMD เลือกเปิดตัว หลังจาก NVIDIA RTX 60 วางขายแล้ว
สถานการณ์จะเปลี่ยนไปทันที

  • NVIDIA มักไม่ปรับราคาการ์ดจอหลังวางขาย

  • ปล่อยให้ “ตลาดเป็นคนตัดสิน” มากกว่าลดราคาเอง

  • การลดราคามักเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปนาน หรือใกล้มีรุ่นรีเฟรช

ตรงนี้เปิดโอกาสให้ AMD เข้ามาเปิดตัว RDNA 5 ด้วยราคาที่ท้าทายกว่า และโจมตีจุดอ่อนด้านราคาได้ตรงจุด โดยไม่ต้องกังวลว่า NVIDIA จะหั่นราคาสวนกลับทันที

พูดง่าย ๆ คือ มาช้ากว่า แต่เลือกจังหวะได้ดีกว่า


ไทม์ไลน์ที่ยาวกว่าที่คิด

เมื่อเอาไทม์ไลน์ทั้งหมดมาดู จะเห็นว่ารอบนี้การรอคอยค่อนข้างยาว

ฝั่ง AMD

  • การ์ดจอ RDNA 4 รุ่นแรก (RX 9070 XT) เปิดตัววันที่ 6 มีนาคม

  • ถ้า RDNA 5 มาในช่วงครึ่งหลังของปี 2027
    นั่นหมายถึงการรอประมาณ 2.5 ปี หรือมากกว่า 800 วัน

ฝั่ง NVIDIA

  • RTX 50 Series รุ่นแรก เปิดตัววันที่ 30 มกราคม 2025

  • RTX 60 Series (Rubin) คาดว่าจะมา ปลายปี 2027

แม้ NVIDIA จะเปิดตัวก่อน AMD แต่สำหรับผู้ใช้งานแล้ว ก็ยังถือว่าเป็นการรอที่ยาวพอสมควรเช่นกัน


เรื่องนี้สำคัญกับผู้ใช้ยังไง

ข่าวนี้ไม่ได้กระทบแค่คนที่รอของใหม่ แต่ส่งผลกับหลายกลุ่ม

● คนที่กำลังจะอัปเกรดคอม

อาจต้องตัดสินใจว่า

  • จะซื้อรุ่นปัจจุบันไปเลย

  • หรืออดทนรอของใหม่อีก 2–3 ปี

● ตลาดการ์ดจอโดยรวม

การไม่มีของใหม่เป็นเวลานาน อาจทำให้

  • ราคาการ์ดจอรุ่นปัจจุบันนิ่งขึ้น

  • ตัวเลือกใหม่ในตลาดมีจำกัด

● เกมเมอร์และครีเอเตอร์

เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น Ray Tracing, AI Upscaling หรือประสิทธิภาพต่อวัตต์ อาจพัฒนาในรอบที่ช้าลงกว่าที่เคยคาดหวัง


สรุปภาพรวม และแนวโน้มต่อไป

จากข้อมูลทั้งหมดที่มีในตอนนี้ แนวโน้มค่อนข้างชัดว่า

  • NVIDIA จะเป็นฝ่ายเปิดตัวการ์ดจอเจเนอเรชันใหม่ก่อน

  • AMD เลือกชะลอ RDNA 5 เพื่อรอจังหวะที่ได้เปรียบด้านราคา

  • ทั้งสองค่ายมีแนวโน้มจะไปเจอกันจริง ๆ ในช่วง ปลายปี 2027

สำหรับผู้ใช้งาน สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ
ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และประเมินความคุ้มค่าของการ์ดจอรุ่นปัจจุบันให้ดี เพราะการรอรอบนี้อาจยาวกว่าที่หลายคนคิดไว้มาก

ที่มา wccftech,asrock