รับแอปรับแอป

ห้ามสลับ! ทำไมแมวกินอาหารหมาไม่ได้ และเจ้าของต้องเข้าใจโภชนาการให้ทัน

ชาญณรงค์ วัฒนศรี01-31

ทำไมแมวกับหมากินสูตรเดียวกันไม่ได้

แมวกับสุนัขอาจจะอยู่บ้านเดียวกัน ใช้ชีวิตข้าง ๆ กัน แต่ระบบร่างกายและการเผาผลาญกลับต่างกันแบบคนละขั้ว โดยเฉพาะ แมวที่เป็นสัตว์นักล่าเต็มตัว ทำให้ร่างกายออกแบบมาให้ต้องพึ่งสารอาหารบางอย่างจากเนื้อสัตว์เท่านั้น ไม่สามารถใช้สูตรอาหารแบบสุนัขได้

ถ้าเจ้าของเผลอให้แมวกินอาหารหมาเป็นประจำ อาจเกิดการขาดสารอาหารบางชนิดแบบเงียบ ๆ เช่น ทอรีน วิตามินเอ หรือไขมันจำเป็นบางชนิด ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับหัวใจ ระบบประสาท การมองเห็น และผิวหนังของน้องแมวโดยตรง

เพื่อไม่ให้สุขภาพแมวพังแบบไม่รู้ตัว เรามาไล่ดูทีละสารอาหารว่า อะไรคือสิ่งที่แมวต้องการ แต่หมาไม่ซีเรียสเท่า

ทอรีน: กรดอะมิโนตัวจิ๋วแต่สำคัญต่อหัวใจและดวงตา

แมวไม่สามารถสร้างทอรีนได้มากพอจากร่างกาย จึงต้องพึ่ง ทอรีนจากอาหารโดยตรง โดยเฉพาะจากโปรตีนสัตว์คุณภาพดี ในขณะที่สุนัขยังพอสร้างทอรีนเองได้ในระดับที่พอใช้ จึงไม่ได้ต้องการปริมาณสูงเหมือนแมว

ทอรีนเกี่ยวข้องกับหลายระบบในร่างกายแมว ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของหัวใจ ดวงตา การไหลเวียนของน้ำดี ไปจนถึงระบบประสาท ถ้าได้รับไม่พอ อาจเกิดภาวะหัวใจขยายผิดปกติ หรือการมองเห็นเสื่อม ซึ่งมักค่อย ๆ เป็นจนเจ้าของจับสัญญาณได้ช้า โดยเฉพาะในบ้านที่ให้แมวกินอาหารสุนัขแทนอาหารแมว

ประโยชน์หลักของทอรีนในแมว

  • เสริมการทำงานของหัวใจ และลดโอกาสเกิดภาวะหัวใจขยาย

  • สนับสนุนโครงสร้างและการทำงานของจอประสาทตา ช่วยเรื่องการมองเห็น

  • ช่วยให้การย่อยอาหารและการทำงานของน้ำดีเป็นปกติ

  • มีส่วนช่วยคงสมดุลระบบประสาทและสมาธิของแมว

วิตามินเอ: แมวต้องการในรูปแบบพร้อมใช้จากเนื้อสัตว์

จุดต่างสำคัญอีกข้อคือ แมวไม่สามารถเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนให้กลายเป็นวิตามินเอได้ แบบที่คนหรือสุนัขทำได้ นั่นหมายความว่าแมวต้องได้รับวิตามินเอในรูปที่ร่างกายดูดซึมได้ทันทีจากแหล่งสัตว์ เช่น ตับ หรืออาหารสำเร็จรูปที่มีการปรับสูตรมาดีแล้ว

วิตามินเอมีบทบาทตั้งแต่ภูมิคุ้มกัน การมองเห็น ไปจนถึงสุขภาพผิวและขน ถ้าแมวขาดอาจเห็นอาการตาแห้ง ภูมิคุ้มกันตก หรือผิวหนังและขนเสื่อมสภาพอย่างชัดเจน แต่ถ้าได้รับเกิน โดยเฉพาะจากการให้ตับในปริมาณสูงเกินไป ก็เสี่ยงต่อภาวะเป็นพิษได้เช่นกัน

บทบาทของวิตามินเอในร่างกายแมว

  • ช่วยเรื่องการมองเห็น โดยเฉพาะการมองในที่มืด

  • สนับสนุนการสร้างผิวหนังและเส้นขนให้แข็งแรงเงางาม

  • เสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ

  • ทำงานร่วมกับโปรตีนในการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ใหม่

กรดอะราคิโดนิก: ไขมันจำเป็นที่แมวต้องกิน แต่หมาสร้างเองได้

แมวไม่สามารถเปลี่ยนกรดไลโนเลอิกให้เป็น กรดอะราคิโดนิก ได้ ทำให้จำเป็นต้องได้รับกรดไขมันชนิดนี้จากแหล่งเนื้อสัตว์โดยตรง ขณะที่สุนัขสามารถเปลี่ยนไขมันจากพืชให้กลายเป็นกรดอะราคิโดนิกได้ จึงไม่ต้องพึ่งพาจากอาหารเท่ากับแมว

กรดไขมันตัวนี้มีผลอย่างมากต่อสมดุลการอักเสบ ระบบสืบพันธุ์ และสุขภาพผิวหนังของแมว ถ้าได้รับไม่พออาจเห็นผิวแห้ง ขนร่วงง่าย หรือระบบสืบพันธุ์มีปัญหา โดยเฉพาะในแมวเพศเมียที่ต้องการไขมันชนิดนี้มาช่วยควบคุมฮอร์โมนบางประเภท

ความสำคัญของกรดอะราคิโดนิก

  • ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ไม่แห้งลอกง่าย

  • สนับสนุนการทำงานของระบบสืบพันธุ์และการตั้งท้อง

  • ช่วยควบคุมกระบวนการอักเสบให้อยู่ในระดับเหมาะสม

  • ส่งผลต่อสมดุลฮอร์โมนภายในร่างกายแมว

โปรตีน: แมวต้องการมากกว่า และเน้นจากสัตว์เท่านั้น

ด้วยความที่แมวเป็นสัตว์กินเนื้อเต็มตัว ร่างกายจึงต้องการ โปรตีนมากกว่าสุนัขอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่สัดส่วนและคุณภาพ โปรตีนของแมวไม่ได้ใช้แค่สร้างกล้ามเนื้อ แต่ยังเป็นแหล่งพลังงานหลัก รวมถึงเกี่ยวกับการทำงานของตับและภูมิคุ้มกันด้วย

ในขณะที่สุนัขยังพึ่งพาคาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานได้ดี แมวยังคงต้องใช้โปรตีนจากเนื้อสัตว์เป็นพระเอกของระบบพลังงาน การได้โปรตีนที่ไม่เพียงพอ หรือพึ่งพาโปรตีนจากพืชมากเกินไป อาจทำให้แมวกล้ามเนื้อลีบ ขนแห้ง พลังงานตก และดูไม่กระฉับกระเฉง

โปรตีนที่เหมาะกับแมวควรเป็นแบบนี้

  • มาจากเนื้อสัตว์คุณภาพดี เช่น เนื้อไก่ ปลา เนื้อแดง หรืออวัยวะภายในที่ได้มาตรฐาน

  • อุดมด้วยกรดอะมิโนจำเป็น เช่น ไลซีน และทริปโตเฟน

  • ย่อยง่ายและดูดซึมได้ดีจากแหล่งสัตว์

  • ให้ทอรีนในระดับเพียงพอต่อความต้องการของแมว

เมตาบอลิซึมของแมว: เหตุผลลึก ๆ ว่าทำไมต้องสูตรเฉพาะ

เมื่อเทียบกับสุนัข ระบบเมตาบอลิซึมของแมวเรียกได้ว่า เฉพาะทางสุด ๆ เอนไซม์ในตับของแมวที่ใช้เผาผลาญกรดอะมิโนจะทำงานต่อเนื่อง ไม่ชะลอลงแม้ได้รับโปรตีนลดลง นั่นแปลว่าแมวต้องการโปรตีนอย่างสม่ำเสมอ ไม่สามารถลดโปรตีนลงได้มากแบบสุนัข

ด้านการใช้คาร์โบไฮเดรต แมวแม้จะย่อยแป้งได้ แต่ใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักได้ไม่ดีเท่าสุนัข ทำให้ต้องพึ่งโปรตีนและไขมันจากสัตว์เป็นหลัก การออกแบบอาหารของแมวจึงต้องเน้น โปรตีนสูง ไขมันเหมาะสม คาร์โบไฮเดรตไม่เยอะเกินไป

ความต่างด้านเมตาบอลิซึมของแมว

  • เอนไซม์ตับที่ใช้โปรตีนทำงานต่อเนื่อง ต้องมีโปรตีนรองรับอยู่เสมอ

  • ใช้โปรตีนเป็นแหล่งพลังงานหลักมากกว่าคาร์โบไฮเดรต

  • ความสามารถในการใช้แป้งเป็นพลังงานค่อนข้างจำกัด

  • ต้องการไขมันจากสัตว์ในระดับที่เหมาะสมเพื่อเสริมทั้งพลังงานและโภชนาการ

ถ้าให้แมวกินอาหารหมาบ่อย ๆ จะเกิดอะไรขึ้น

หลายบ้านอาจเผลอคิดว่า “อาหารหมาก็อาหารสัตว์เหมือนกัน ไม่น่ามีปัญหา” แต่ในระยะยาว การให้แมวกินอาหารสุนัขเป็นประจำ แม้จะไม่ใช่ปริมาณมาก ก็สามารถสะสมปัญหาได้ เพราะสูตรของอาหารหมาไม่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการพิเศษของแมวในเรื่องทอรีน วิตามินเอ ไขมันจำเป็น และโปรตีนสูง

อีกจุดที่ต้องระวังคือ อาหารหมามักมี คาร์โบไฮเดรตสูงกว่าอาหารแมว พอแมวกินเข้าไปบ่อย ๆ ก็เสี่ยงโรคอ้วน น้ำหนักเกิน และตามมาด้วยเบาหวานได้ง่ายขึ้น ซึ่งล้วนเป็นโรคที่ต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาไม่น้อย

ผลเสียที่อาจเกิดจากการให้แมวกินอาหารสุนัข

  • เสี่ยงขาดทอรีน วิตามินเอ และไขมันจำเป็นบางชนิด

  • เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ ปัญหาด้านการมองเห็น และระบบประสาท

  • เพิ่มโอกาสการเกิดโรคอ้วนและโรคเบาหวานในระยะยาว

  • ผิวหนังและเส้นขนอาจแห้ง กระด้าง หรือหลุดร่วงง่ายขึ้น

คู่มือเลือกอาหารแมวให้ตอบโจทย์ร่างกายจริง ๆ

การเลือกอาหารให้แมวไม่ใช่แค่ดูว่ากินไหม ถูกปากหรือเปล่า แต่ต้องเริ่มจากการ อ่านฉลากส่วนผสมและสัดส่วนสารอาหารอย่างละเอียด โดยเฉพาะโปรตีนจากสัตว์และการเสริมทอรีนในสูตร นอกจากนี้ ไขมันก็ควรมาจากแหล่งเนื้อสัตว์ เช่น ไก่ ปลา หรือเนื้อวัว เพื่อรองรับกรดไขมันจำเป็นที่แมวต้องใช้

ส่วนเรื่องวิตามินเอ ควรเลือกสูตรที่มีการปรับปริมาณอย่างเหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป ระหว่างใช้อาหารสูตรใดสูตรหนึ่งเป็นประจำ เจ้าของควรคอยสังเกตสัญญาณจากตัวแมว เช่น ความสดใส ความเงางามของขน ระดับความกระฉับกระเฉง หรือการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก

หากเริ่มเห็นอาการซึม น้ำหนักลดลง ขนหยาบ หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไป แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กด้านโภชนาการและสุขภาพอย่างละเอียด

เช็กลิสต์เคล็ดลับเลือกอาหารแมว

  • เลือกสูตรที่มีโปรตีนสัตว์เป็นส่วนประกอบอันดับแรกในฉลาก

  • เช็กระดับทอรีนและการเสริมวิตามินเอในสูตรอาหาร

  • ให้ความสำคัญกับไขมันจากแหล่งสัตว์มากกว่าไขมันพืช

  • หลีกเลี่ยงสูตรที่มีปริมาณแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตสูงเกินจำเป็น

สรุป: รักแมวให้ถูกวิธี เริ่มที่ชามอาหารทุกวัน

แมวมีความต้องการทางโภชนาการที่เฉพาะเจาะจงกว่าสุนัขอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นทอรีน กรดอะราคิโดนิก วิตามินเอในรูปพร้อมใช้ โปรตีนสัตว์คุณภาพสูง หรือไขมันจากเนื้อสัตว์ การให้แมวกินอาหารหมาอาจไม่เห็นอันตรายทันที แต่ในระยะยาวสามารถบั่นทอนสุขภาพแมวอย่างเงียบ ๆ

การจัดอาหารให้ถูกต้องจึงไม่ใช่แค่เรื่องความอร่อยในมื้อนั้น ๆ แต่คือการลงทุนระยะยาวเพื่อให้แมวของเรามีพลังงานสดใส อารมณ์ดี ขนสวย สุขภาพแข็งแรง และระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานเต็มประสิทธิภาพทุกวัน เริ่มเปลี่ยนจากชามอาหารในวันนี้ สุขภาพของแมวในอนาคตจะขอบคุณคุณเอง