รับแอปรับแอป

ทำไมคนขายออนไลน์ไทยยังกลัว AI ทั้งที่ช่วยขายดีขึ้นได้จริง?

อนุชา วัฒนกุล01-31

AI กำลังเปลี่ยนเกมพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์

ลองจินตนาการดูว่าถ้า AI เข้ามาช่วยทำให้การขายออนไลน์ง่ายขึ้น ทั้งงานหน้าบ้านหลังบ้าน คุณจะยอมลองไหม?

จากรายงานร่วมของ Lazada แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในอาเซียน และกันตาร์ (Kantar) ภายใต้การสำรวจหัวข้อ “โอกาสจาก AI: เปิดมุมมองและเทรนด์การใช้งาน AI ของผู้ขายออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Bridging the AI Gap: Online Seller Perceptions and Adoption Trends in SEA)”

มีการเก็บข้อมูลจากพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ 1,214 รายทั่วอาเซียน สำรวจมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการนำ AI มาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจออนไลน์ พบว่า 3 ใน 4 ของผู้ขายในภูมิภาค อยากได้รับการสนับสนุนให้ใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

พูดง่าย ๆ คือ ส่วนใหญ่รู้ว่า AI สำคัญ แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะเริ่มใช้ยังไงให้คุ้มและตรงจุด

กำแพงใหญ่ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ “ความไม่คุ้นเคย”

ในมุมของประเทศไทย ตัวเลขน่าสนใจมาก เพราะพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ 46% บอกว่ารู้จักเทคโนโลยี AI แต่มีเพียง 39% เท่านั้นที่นำมาใช้จริงในธุรกิจ

เมื่อเทียบกับอินโดนีเซียและเวียดนามที่มีการใช้งานจริงอยู่ที่ 42% ไทยจึงกลายเป็นประเทศที่มีช่องว่างระหว่าง “รับรู้” กับ “ลงมือใช้จริง” สูงที่สุดในอาเซียน ช่องว่างนี้สูงถึงประมาณ 15%

ยิ่งไปกว่านั้น แม้ผู้ขายแทบทั้งหมด (99%) จะยอมรับว่า AI สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจได้อย่างมาก แต่หลายอย่างยังเป็นตัวถ่วงการตัดสินใจ

  • ผู้ขาย 80% ยังไม่มั่นใจว่าประโยชน์ของ AI จะคุ้มค่าจริงหรือไม่

  • กว่า 88% ยอมรับว่า ทีมงานยังเลือกใช้แต่เครื่องมือที่เคยชิน ไม่อยากลองอะไรใหม่

สรุปคือไม่ได้เกลียด AI แต่กลัวใช้ไม่เป็น กลัวเสียเวลา และกลัวเปลี่ยนระบบที่คุ้นเคย

อีกปัจจัยสำคัญคือเรื่อง “เงินลงทุน” พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไทยเป็นกลุ่มที่จริงจังกับต้นทุนมากที่สุดในภูมิภาค

  • 84% กังวลกับค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะพนักงานด้าน AI

แม้จะเห็นตรงกันว่าระยะยาวแล้ว AI สามารถช่วยลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจได้ แต่ระยะสั้นก็ยังเป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนลังเลอยู่ดี

ไทยคือดินแดนของ “สายโปร AI” ที่มากที่สุดในอาเซียน

ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง ไทยไม่ได้ตามหลังเสมอไป เพราะในแง่ “ผู้ใช้ AI แบบจริงจัง” ไทยกลับนำหน้าประเทศเพื่อนบ้าน

ธุรกิจที่หยิบ AI มาใช้มากที่สุดในไทยคือ งานด้านโลจิสติกส์ 42% โดยเฉพาะงานที่มีความซับซ้อนอย่าง

  • การจัดการคืนสินค้า

  • การติดตามสถานะจัดส่ง

  • การดูแลระบบคืนเงิน

ส่วนงานด้านการตลาดและการบริหารจัดการสินค้า มีอัตราการใช้ AI ต่ำกว่านิดหน่อย อยู่ที่ราว 38% ซึ่งหมายความว่ายังมีช่องว่างให้ต่อยอดอีกเยอะมาก

ในรายงานของ Lazada ยังแบ่งกลุ่มผู้ขายออนไลน์ออกเป็น 3 แบบ เพื่อดูระดับความพร้อมต่อการใช้ AI ได้แก่

  • มือโปรด้าน AI (AI Adepts) – ใช้ AI ในหลายขั้นตอนของธุรกิจ และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่ได้เร็ว

  • มือใหม่ด้าน AI (AI Aspirants) – เริ่มสนใจ อยากใช้ แต่ยังอยู่ในช่วงทดลองและเรียนรู้

  • สายดั้งเดิมไม่แตะ AI (AI Agnostics) – ยังไม่เห็นความจำเป็น หรือยังไม่อยากเปลี่ยนแปลง

ไทยถือว่ามีสัดส่วนผู้ขายสายโปร AI สูงที่สุดในอาเซียน เพราะ 30% ของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มมือโปรด้าน AI

แม้ไทยจะมีช่องว่างระหว่างการรับรู้กับการใช้งานจริงสูง แต่มองอีกด้านก็สะท้อนว่า เมื่อใครก็ตามตัดสินใจใช้ AI อย่างจริงจัง ก็สามารถพัฒนาไปเป็นสายโปรได้ไม่ยาก

สำหรับภาพรวมทั้งภูมิภาคอาเซียน มีผู้ขายถึง 76% ที่ยังอยู่ในกลุ่มมือใหม่หรือไม่เคยใช้ AI เลย ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่า โอกาสในการเสริมทักษะด้าน AI และการให้ความรู้ยังเปิดกว้างมาก

นี่จึงเชื่อมโยงกับความตั้งใจของ Lazada ในการผลักดันให้ผู้ขายทุกขนาด เข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น ไม่ได้จำกัดแค่คนที่มีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีอยู่แล้วเท่านั้น

คู่มือเตรียมพร้อมด้าน AI: ใคร ๆ ก็เริ่มต้นได้

เพื่อปิดช่องว่างระหว่าง “อยากใช้” กับ “ใช้ไม่เป็น” Lazada ได้ออก “คู่มือการเตรียมพร้อมด้าน AI สำหรับผู้ขายออนไลน์ (Online Sellers Artificial Intelligence Readiness Playbook)”

คู่มือนี้ถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับระดับความพร้อมของผู้ขายแต่ละราย ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมือโปรก็สามารถหยิบไปประยุกต์ใช้ได้ โดยมีเป้าหมายหลักคือ

  • วางแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการนำ AI เข้ามาใช้อย่างเหมาะสม

  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกขั้นตอน

  • ยกระดับวิธีการทำงานให้ชาญฉลาดและรวดเร็วยิ่งขึ้น

  • เสริมความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ทั้งหมดนี้รองรับด้วยการลงทุนด้านนวัตกรรม และการพัฒนาเครื่องมือ AI ขั้นสูงของ Lazada เอง

Generative AI ฟีเจอร์ใหม่ที่พ่อค้าแม่ค้าไม่ควรมองข้าม

Lazada ยังเดินหน้าเตรียมปล่อยฟีเจอร์ Generative AI เพื่อช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทำงานง่ายขึ้น ครอบคลุมทั้งด้านคอนเทนต์และการบริหารจัดการ โดยมีจุดเด่นสำคัญ เช่น

  • ฟีเจอร์การสร้างรายการสินค้าด้วย AI:
    เครื่องมือนี้ช่วยแนะนำวิธีปรับปรุงหน้ารายการสินค้าให้ดึงดูดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

    • การตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจนและน่าคลิก

    • การเขียนคำอธิบายสินค้าให้อ่านง่ายและตอบโจทย์ลูกค้า

    • การสร้างและปรับภาพสินค้าให้ดูเป็นมืออาชีพ

    ผู้ขายสามารถสร้างภาพสินค้ารูปแบบใหม่ ๆ ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ผ่านฟีเจอร์อย่าง

    • Virtual Try-Ons สำหรับการลองสินค้าเสมือนจริง

    • Background Modifications ปรับเปลี่ยนพื้นหลังภาพให้เข้ากับสไตล์ร้าน

    • Model Adjustments ปรับเปลี่ยนโมเดลสินค้าโดยอัตโนมัติ

  • ฟีเจอร์แปลภาษา:
    ระบบช่วยแปลเนื้อหาผลิตภัณฑ์เป็นหลายภาษา เปิดทางให้ร้านค้าเข้าถึงลูกค้าในตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องติดอยู่กับแค่ตลาดภาษาเดียวอีกต่อไป

  • ผู้ช่วยการขาย Lazzie Seller:
    แชทบอทที่ออกแบบมาเพื่อเป็นเหมือนที่ปรึกษาด้านธุรกิจ ช่วยตอบคำถามที่พบบ่อย แนะนำฟีเจอร์สำคัญที่เหมาะกับรูปแบบร้านของคุณ ประเมินความเสี่ยง และชี้ทางเลือกด้านกลยุทธ์ให้เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละร้าน

สรุป: AI ไม่ได้มาแย่งงาน แต่มาเป็น “ผู้ช่วยขาย” คนสำคัญ

ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนอย่างชัดเจนว่า AI ไม่ได้ไกลตัวพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในไทยอีกต่อไป เพียงแต่หลายคนยังติดอยู่กับกำแพงความไม่คุ้นเคยและความกังวลด้านต้นทุน

ในขณะเดียวกัน ไทยก็เป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้ขายสายโปรด้าน AI มากที่สุดในอาเซียน แปลว่าเมื่อเริ่มใช้จริงและใช้ให้ถูกจุด AI สามารถยกระดับธุรกิจได้อย่างชัดเจน

ถ้าคุณเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ วันนี้อาจไม่ใช่คำถามว่า “จะใช้ AI ดีไหม” แต่คือ “จะเริ่มใช้ AI ตรงไหนก่อน เพื่อให้คุ้มกับธุรกิจของเราเองที่สุด”

และเมื่อเครื่องมือพร้อม คู่มือพร้อม ฟีเจอร์ Generative AI ก็เริ่มทยอยมาแล้ว คนที่กล้าลองและเรียนรู้ก่อน ย่อมมีโอกาสวิ่งนำหน้าคู่แข่งได้ไกลกว่าเสมอ.