ทีมชาติฝรั่งเศสผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของศึก ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ หลังเอาชนะ โมร็อกโก 2-0 ในการแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศ ที่สนาม Boston Stadium สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ฝรั่งเศสกลายเป็นทีมแรกที่ตีตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ โดยจะรอพบผู้ชนะระหว่าง สเปน และ เบลเยียม ในรอบถัดไป
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ พลาดจุดโทษ แต่ยังเป็นฮีโร่ของทีม
แม้ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ จะพลาดโอกาสขึ้นนำตั้งแต่ครึ่งแรกจากการยิงจุดโทษที่ถูก ยาสซีน บูนู (Yassine Bounou) นายทวารโมร็อกโกเซฟไว้ได้ แต่ดาวยิงของฝรั่งเศสยังคงเป็นผู้เล่นที่สร้างความอันตรายตลอดทั้งเกม
หลังจากทั้งสองทีมเสมอกันแบบไร้สกอร์ในครึ่งแรก เอ็มบัปเป้สามารถพังประตูให้ฝรั่งเศสขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 60 จากจังหวะลากเดี่ยวเข้าเขตโทษ ก่อนจะมีส่วนสำคัญกับประตูที่สองด้วยการแอสซิสต์ให้ อุสมาน เดมเบเล่ ยิงปิดเกมในนาทีที่ 66
โมร็อกโกสู้เต็มที่ แต่ต้านเกมรุกฝรั่งเศสไม่ไหว
โมร็อกโกยังคงแสดงให้เห็นถึงเกมรับที่แข็งแกร่ง และมีบูนูช่วยเซฟหลายครั้ง โดยเฉพาะการป้องกันลูกจุดโทษของเอ็มบัปเป้ในครึ่งแรก
อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายสร้างโอกาสได้มากกว่าอย่างชัดเจน และกดดันแนวรับโมร็อกโกตลอดทั้งเกม จนสามารถเจาะแนวรับได้ในช่วงครึ่งหลัง ก่อนรักษาสกอร์ 2-0 จนจบการแข่งขัน
ฝรั่งเศสยังรักษาฟอร์มแกร่งในฟุตบอลโลก
ตลอดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ฝรั่งเศสยังคงทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ทั้งในเกมรุกและเกมรับ
รายงานระบุว่า ทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ สร้างโอกาสยิงได้ถึง 21 ครั้งในเกมนี้ ขณะที่โมร็อกโกมีโอกาสลุ้นประตูเพียงไม่กี่ครั้ง นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังรักษาสถิติไม่เสียประตูต่อเนื่องนานกว่า 5 ชั่วโมงในรายการนี้อีกด้วย

เอ็มบัปเป้ยังลุ้นดาวซัลโว
แม้จะยิงจุดโทษพลาด แต่ประตูในเกมนี้ทำให้เอ็มบัปเป้ทำประตูในฟุตบอลโลก 2026 เพิ่มเป็น 8 ประตู รั้งตำแหน่งดาวซัลโวร่วมของการแข่งขัน และเพิ่มสถิติการยิงในฟุตบอลโลกตลอดอาชีพเป็น 20 ประตูจาก 20 นัด ตามข้อมูลของสื่อต่างประเทศ
ฝรั่งเศสรอพบผู้ชนะระหว่างสเปนกับเบลเยียม
ชัยชนะเหนือโมร็อกโกส่งให้ฝรั่งเศสผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ โดยจะพบกับผู้ชนะระหว่าง สเปน และ เบลเยียม ซึ่งมีกำหนดแข่งขันในวันที่ 10 กรกฎาคม (ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ)
บทสรุป
ฝรั่งเศสยืนยันสถานะหนึ่งในตัวเต็งแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 หลังเอาชนะโมร็อกโก 2-0 จากผลงานของคีลิยัน เอ็มบัปเป้ และอุสมาน เดมเบเล่ พร้อมผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเป็นทีมแรก
สำหรับโมร็อกโก แม้จะต้องยุติเส้นทางในรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่ก็ยังสร้างผลงานที่น่าประทับใจตลอดทัวร์นาเมนต์ ขณะที่ฝรั่งเศสจะต้องเจอกับบททดสอบที่หนักขึ้นในรอบตัดเชือก ซึ่งจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการลุ้นแชมป์โลกสมัยที่สาม
ที่มา theguardian


ความคิดเห็น