รับแอปรับแอป

งานงอก! จีนสั่งแบนคอสเพลย์ “โคนัน” ตามงาน Event เหตุเพราะ Collab กับ My Hero Academia – ดราม่าที่สะเทือนวงการอนิเมะ

Wik02-12

ถ้าพูดถึงงานอีเวนต์อนิเมะในจีน ภาพที่หลายคนนึกถึงคงเป็นฮอลล์ใหญ่ ๆ เต็มไปด้วยคอสเพลเยอร์ เสื้อคลุมยาวปลิวไหว วิกสีสด สินค้าฟิกเกอร์เรียงเป็นตับ และเสียงหัวเราะของแฟนคลับที่มารวมตัวกันแบบจัดเต็ม

แต่ล่าสุด บรรยากาศในงานบางแห่งกลับเปลี่ยนไปแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อมีรายงานว่า จีนสั่งแบนคอสเพลย์และสินค้า “ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (Detective Conan)” ในงานอีเวนต์บางพื้นที่ เหตุเพราะดราม่าการไป Collab กับ My Hero Academia

จากการร่วมมือโปรโมตข้ามจักรวาล กลายเป็นประเด็นทางประวัติศาสตร์ที่ลุกลามจน “โคนัน” โดนลูกหลงไปเต็ม ๆ

เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่ข่าววงการการ์ตูนธรรมดา แต่สะท้อนความละเอียดอ่อนของวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และการเมืองในโลกบันเทิงอย่างชัดเจน

จุดเริ่มต้นของดราม่า: เมื่อโคนันจับมือ My Hero Academia

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่า Detective Conan และ My Hero Academia (Boku no Hero Academia) คือสองแฟรนไชส์อนิเมะ–มังงะระดับโลก

  • โคนัน คือมังงะสืบสวนระดับตำนานของอาจารย์โกโช อาโอยามะ

  • My Hero Academia คือผลงานซูเปอร์ฮีโร่ของอาจารย์โคเฮ โฮริโคชิ

การ Collab ระหว่างสองเรื่องถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟน ๆ เพราะมีการวาดภาพตัวละครเอกของอีกฝ่ายเพื่อโปรโมตความร่วมมือ

แต่ในฝั่งจีน กระแสกลับไม่ใช่ความตื่นเต้น… กลายเป็นความไม่พอใจ

ปมเก่าปี 2020 ที่ยังไม่จาง: My Hero Academia กับประเด็นหน่วย 731

ย้อนกลับไปปี 2020
My Hero Academia เคยเกิดดราม่าใหญ่ในจีน เนื่องจากมีชื่อตัวละครที่พ้องกับคำที่เกี่ยวข้องกับ “หน่วย 731”

หน่วย 731 คือหน่วยวิจัยอาวุธชีวภาพของกองทัพญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทดลองมนุษย์และถือเป็นบาดแผลทางประวัติศาสตร์ที่รุนแรงในความทรงจำของชาวจีน

แม้ภายหลังจะมีการแก้ไขชื่อในมังงะแล้ว แต่ประเด็นดังกล่าวยังคงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

ดังนั้น เมื่อมีการประกาศ Collab โคนัน x My Hero Academia กระแสความไม่พอใจจึงปะทุขึ้นอีกครั้งในโซเชียลจีน

มาตรการแบนในงาน Event: โคนันโดนลูกหลงเต็ม ๆ

ตามรายงานจาก Yahoo Japan News
งานอีเวนต์การ์ตูนในเมืองหลานโจว มณฑลกานซู ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ว่า:

  • ห้ามแต่งคอสเพลย์เป็นตัวละครจาก Detective Conan และ My Hero Academia

  • ห้ามจัดแสดงหรือขายสินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • ห้ามแต่งชุดกิโมโน รองเท้าเกี๊ยะ หรือชุดที่สื่อถึงลัทธิทหาร

ต่อมา งานอีเวนต์ในปักกิ่งช่วงวันที่ 7–8 กุมภาพันธ์ ก็ออกมาตรการคล้ายกัน

กลายเป็นผลกระทบลูกโซ่ในวงกว้าง

วิเคราะห์: ทำไมเรื่องนี้ถึงลุกลามได้ขนาดนี้?

1. ความละเอียดอ่อนทางประวัติศาสตร์

ประเด็นหน่วย 731 ไม่ใช่เรื่องเล็กในจีน
มันเป็นบาดแผลทางประวัติศาสตร์ระดับชาติ

เมื่อแบรนด์หรือแฟรนไชส์ใดไปเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เคยสร้างความไม่พอใจ การตอบสนองของสังคมจึงรุนแรงและจริงจัง

2. พลังของโซเชียลมีเดียจีน

โซเชียลจีนมีอิทธิพลสูงมาก
กระแสความไม่พอใจสามารถขยายตัวได้รวดเร็ว

เมื่อภาพ Collab ถูกเผยแพร่ ความคิดเห็นเชิงลบก็พุ่งขึ้นแบบทวีคูณ

3. การจัดการความเสี่ยงของผู้จัดงาน

ผู้จัดงานอีเวนต์อาจเลือก “ตัดไฟแต่ต้นลม”
เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในพื้นที่

การสั่งห้ามคอสเพลย์และสินค้าเป็นการควบคุมสถานการณ์เชิงป้องกัน

ผลกระทบต่อวงการอนิเมะ

1. แบรนด์โคนันในจีน

โคนันถือเป็นแฟรนไชส์ที่มีฐานแฟนแข็งแรงในจีน
การโดนแบนตามงานอีเวนต์แม้เพียงบางพื้นที่ อาจกระทบภาพลักษณ์ชั่วคราว

แต่ยังไม่มีรายงานว่ามีการแบนระดับประเทศ

2. ตลาดสินค้าอนิเมะ

ตลาด สินค้าคอสเพลย์, ฟิกเกอร์, ของสะสมอนิเมะในจีน มีมูลค่าสูงมาก

การห้ามขายสินค้าในงานอีเวนต์ส่งผลต่อผู้ขายโดยตรง
โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อย

3. วงการคอสเพลย์

คอสเพลย์คือวัฒนธรรมแฟนด้อม
การห้ามแต่งชุดตัวละครยอดนิยมอย่างโคนันหรือฮีโร่จาก My Hero Academia ย่อมกระทบความรู้สึกของแฟน ๆ

มุมมองในเชิงวัฒนธรรม: อนิเมะไม่ใช่แค่ความบันเทิง

เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า
อนิเมะและมังงะไม่ใช่แค่สื่อบันเทิง แต่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และการเมืองในระดับสังคม

ความร่วมมือทางการตลาด (Collaboration) ที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงกิจกรรมโปรโมต
อาจมีผลสะเทือนทางวัฒนธรรมอย่างคาดไม่ถึง

แล้วต่อไปจะเป็นอย่างไร?

ประเด็นนี้ยังอยู่ในระดับงานอีเวนต์บางพื้นที่
ยังไม่มีประกาศแบนระดับประเทศอย่างเป็นทางการ

สิ่งที่ต้องจับตา:

  • ท่าทีของผู้จัดจำหน่ายในจีน

  • การสื่อสารจากต้นสังกัด

  • กระแสตอบรับจากแฟน ๆ ในระยะยาว

หากสถานการณ์คลี่คลาย อาจเป็นเพียงคลื่นกระทบระยะสั้น
แต่ถ้ากระแสยังรุนแรง อาจส่งผลต่อการทำตลาดในจีน

สรุป: ดราม่าที่สะท้อนพลังของประวัติศาสตร์ในโลกอนิเมะ

กรณี จีนสั่งแบนคอสเพลย์และสินค้าโคนันในงาน Event เพราะ Collab กับ My Hero Academia ไม่ได้เป็นเพียงข่าววงการการ์ตูน

แต่มันคือภาพสะท้อนของ:

  • ความละเอียดอ่อนทางประวัติศาสตร์

  • พลังของโซเชียลมีเดีย

  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจในตลาดอนิเมะ

  • ความท้าทายของการทำ Collaboration ข้ามแฟรนไชส์

ในโลกที่วัฒนธรรมป๊อปเดินทางข้ามประเทศได้ในพริบตา
บริบททางประวัติศาสตร์ยังคงมีน้ำหนักเสมอ

และบางครั้ง…ยอดนักสืบจิ๋วก็ไม่อาจไขคดีที่ชื่อว่า “ความรู้สึกของคนทั้งชาติ” ได้ง่ายนัก