กินมื้อเย็นดึก แค่แคลอรีเท่ากัน แต่ร่างกายไม่โอเค
รู้ไหมว่า แค่ขยับเวลามื้อเย็นไปหลัง 17.00 น. ร่างกายก็เปลี่ยนโหมดการทำงานทันที
มีงานวิจัยที่เผยให้เห็นว่า การกินมื้อเย็นดึก โดยเฉพาะหลัง 5 โมงเย็น อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพแบบคาดไม่ถึง แม้ปริมาณแคลอรีที่กินทั้งวันจะใกล้เคียงกันก็ตาม
งานวิจัยนี้ทดสอบในผู้ใหญ่อายุ 50 - 75 ปี จำนวน 26 คน ที่น้ำหนักเกิน หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง/เริ่มเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 แบ่งเป็น 2 กลุ่มชัดเจน:
กลุ่มที่กินอาหารเสร็จก่อน 17.00 น.
กลุ่มที่กินมื้อหลักหลัง 17.00 น. หรือกินดึก
ทั้งสองกลุ่มได้รับพลังงานรวมต่อวันแทบไม่ต่างกัน แต่ผลที่ออกมากลับไม่เหมือนกันเลย
หลัง 5 โมงเย็น ร่างกายเปลี่ยนโหมดจริง ๆ
กลุ่มที่กินอาหารดึกหลัง 17.00 น. มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหักล้างความเชื่อเดิม ๆ ที่ว่า แคลอรีเท่ากัน ผลต่อระดับน้ำตาลก็น่าจะไม่ต่างกัน
ในช่วงเย็น ระบบของเราไม่ได้เผาผลาญเหมือนตอนกลางวัน เพราะจังหวะชีวภาพ (Circadian rhythm) ทำให้
ความไวต่ออินซูลินลดลง
ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง
ผลคือ ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ยากขึ้น โดยเฉพาะหลัง 5 โมงเย็นเป็นต้นไป
5 อันตรายจากการกินหลัง 5 โมงเย็น (ยิ่งผู้สูงอายุยิ่งต้องระวัง)
1. น้ำตาลในเลือดพุ่งง่ายขึ้น
การกินหลัง 17.00 น. อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นมากกว่าปกติ เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อ
ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
การลุกลามไปสู่เบาหวานชนิดที่ 2
ยิ่งคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหรือเริ่มเป็นเบาหวานอยู่แล้ว ยิ่งต้องดูเวลามื้อเย็นให้ดี
2. ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินแย่ลง
ตอนเย็นความไวต่ออินซูลินลดลงอยู่แล้ว พอกินมื้อใหญ่หรืออาหารหวาน ๆ เข้าไป
อินซูลินทำงานได้ไม่เต็มที่
น้ำตาลในเลือดค้างอยู่ในกระแสเลือดนานขึ้น
ระยะยาวอาจทำให้การควบคุมน้ำตาลในเลือดแย่ลงเรื่อย ๆ
3. นอนหลับไม่ลึก หลับไม่สบาย
การกินใกล้เวลานอน โดยเฉพาะมื้อหนักหรือมื้อจัดเต็ม ทำให้
แน่นท้อง จุกเสียด หรือต้องทำงานย่อยอาหารขณะนอน
คุณภาพการนอนลดลง หลับไม่ลึก ตื่นมาไม่สดชื่น
สุดท้ายร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้น้อยลง กระทบทั้งฮอร์โมน ความหิว และสมดุลการเผาผลาญในวันถัดไป
4. เสี่ยงสะสมไขมันง่ายขึ้น
หลัง 5 โมงเย็น กิจกรรมทางกายของเราโดยทั่วไปจะลดลง ทั้งนั่ง ทำงานเบา ๆ หรือเตรียมตัวเข้านอน
เมื่อกินมื้อหนักในช่วงนี้
ร่างกายใช้พลังงานน้อยลง
ส่วนเกินมีโอกาสถูกเก็บเป็นไขมันมากขึ้น
กินดึกบ่อย ๆ ต่อให้แคลอรีต่อวันไม่เยอะเกินไป ก็ยังมีโอกาสลงพุงง่ายขึ้นอยู่ดี
5. การอักเสบในร่างกายอาจเพิ่มขึ้น
งานวิจัยชี้ว่า การกินหลัง 17.00 น. อาจสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของภาวะการอักเสบในร่างกาย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น
โรคหัวใจและหลอดเลือด
เบาหวาน
โรคเมตาบอลิกต่าง ๆ
พูดง่าย ๆ คือ ไม่ได้กระทบแค่รอบเอว แต่อาจกระทบทั้งระบบ
ปรับเวลา - ปรับพฤติกรรม กินให้เวิร์ก ไม่ให้เสี่ยง
ข้อแนะนำในการจัดมื้อเย็นให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น
ขยับมื้อเย็นให้เร็วขึ้น
พยายามกินมื้อหลักให้เสร็จก่อน 17.00 น.
โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หรือคนที่น้ำหนักเกิน/เสี่ยงเบาหวาน ยิ่งควรให้ความสำคัญกับเวลา
ถ้าจำเป็นต้องกินหลัง 17.00 น. ให้เบาลงและเลือกให้ดี
เลือกอาหารที่ย่อยง่าย ปริมาณไม่มาก
- เน้นโปรตีนและผัก หลีกเลี่ยง
อาหารหวานจัด
อาหารมันจัด หรือผ่านการทอดเยอะ
เข้านอนเร็วขึ้น ช่วยลดอาการอยากของกินมื้อดึก
การนอนก่อนประมาณ 22.00 น. ช่วยลดผลของฮอร์โมนเกรลิน (ghrelin) ที่จะกระตุ้นให้หิวตอนดึก ๆ ได้
นอนเร็ว = โอกาสลุกมากินมื้อดึกน้อยลง
ระบบฮอร์โมนเกี่ยวกับความหิวและความอิ่มสมดุลขึ้น
อ่านแล้วใช้วิจารณญาณ แต่เรื่องเวลาอาหารสำคัญจริง
ข้อมูลด้านโภชนาการและสุขภาพมักมีการถกเถียงกันได้เสมอในแวดวงวิชาการ เพราะงานวิจัยใหม่ ๆ ก็ออกมาเรื่อย ๆ
สิ่งสำคัญคือ
ใช้ข้อมูลจากงานวิจัยและผู้เชี่ยวชาญเป็นแนวทาง
ใช้วิจารณญาณ และดูให้เข้ากับสภาพร่างกาย ไลฟ์สไตล์ และโรคประจำตัวของตัวเอง
ถ้ามีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อนปรับพฤติกรรมแบบจริงจัง
แต่หนึ่งอย่างที่เห็นตรงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ เวลาในการกินไม่ได้สำคัญน้อยไปกว่าปริมาณที่กินเลย
สรุปสำหรับสายรักสุขภาพ
ลดการกินมื้อใหญ่หลัง 17.00 น. ให้ได้มากที่สุด
ถ้าจำเป็นต้องกินดึก ให้เลือกเมนูย่อยง่าย ปริมาณเบา ๆ
นอนให้เร็วขึ้น เพื่อลดการอยากของกินมื้อดึก
แค่ขยับเวลาอาหารให้เหมาะสม ก็ช่วยให้ระดับน้ำตาลดีขึ้น นอนดีขึ้น ระบบเผาผลาญสมดุลขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ

