กินดี ชีวิตดีกว่าเดิม
โรคนิ่วแม้จะรักษาได้ แต่ไม่มีใครอยากเจ็บตัวไปผ่าตัด หรือทรมานกับอาการปวดเสียดไตใช่ไหม?
ข่าวดีคือ เราใช้ “อาหารการกิน” คุมความเสี่ยงได้เยอะมาก แค่รู้ว่าอะไรควรกิน อะไรควรเลี่ยง ก็ช่วยให้ห่างไกลโรคนิ่วได้ในระยะยาว
รู้จักโรคนิ่วแบบเข้าใจง่าย ๆ
แพทย์ด้านศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะอธิบายว่า โรคนิ่วแบ่งหลัก ๆ ได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
นิ่วที่มีแคลเซียม
ลักษณะจะคล้ายกระดูก เวลาเอ็กซเรย์จะเห็นชัด โดยเฉพาะก้อนที่สีเข้มมาก มักจะแข็งและรักษายากนิ่วที่ไม่มีแคลเซียม
เอ็กซเรย์ธรรมดามักจะมองไม่เห็น ต้องใช้การตรวจแบบพิเศษ เช่น ซีทีสแกน (CT scan) หรือ อัลตราซาวนด์ ซึ่งอัลตราซาวนด์จะเห็นได้ดีในช่วงไตและบางส่วนของท่อปัสสาวะ
ปัญหาไม่ได้จบแค่มีนิ่วเท่านั้น เพราะนิ่วยังอาจนำไปสู่
การติดเชื้อ
ไตเป็นหนองจนต้องตัดไต
ภาวะไตวาย
ดังนั้น การป้องกันตั้งแต่วันนี้ด้วยการกินอย่างถูกวิธี จึงสำคัญมากสำหรับคนรักสุขภาพทุกคน
อาหารที่ควรเลี่ยง ถ้าไม่อยากเสี่ยงนิ่ว
หมวดนี้คือสิ่งที่ควรลด เลี่ยง หรืออย่างน้อยต้องกินอย่างระมัดระวัง
ผักสีเขียวเข้มแบบกรุบ ๆ กรอบ ๆ
ผักบางชนิดที่เคี้ยวแล้วรู้สึกกรอบมาก มักมีแคลเซียมสูง การทานในปริมาณมากและต่อเนื่อง อาจเพิ่มโอกาสเกิดนิ่วได้ โดยเฉพาะในคนที่มีแนวโน้มเป็นนิ่วอยู่แล้วชาเข้มจัด หรือชงซ้ำหลายรอบ
ชาที่เข้มมาก หรือใบชาใบเดิมถูกนำมาชงหลายครั้ง จะมีสารออกซาเลตหลุดออกมาเพิ่ม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดนิ่วได้
แนวทางที่เหมาะคือ ชงน้ำเดียว ครั้งเดียว แล้วทิ้งใบชา ไม่ใช้ใบเดิมมาชงซ้ำไปเรื่อย ๆวิตามินซีในรูปแบบอาหารเสริม (ขนาดสูง)
หากทานวิตามินซีเกิน 3 กรัมต่อวัน ร่างกายอาจขับวิตามินซีส่วนเกินออกทางปัสสาวะ และทำให้เกิดผลึกออกซาเลตที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดนิ่ว
โดยเฉพาะคนที่ชอบกินเม็ดวิตามินซีแบบจัดหนักทุกวัน ควรระมัดระวังเป็นพิเศษโซดา
มีข้อมูลบางส่วนระบุว่าโซดาอาจเกี่ยวข้องกับการเพิ่มโอกาสเกิดนิ่ว แม้จะยังไม่มีตัวเลขตายตัวชัดเจน แต่ถ้าอยากเซฟตัวเองในระยะยาว การลดเครื่องดื่มอัดลม-โซดา ก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีกับสุขภาพโดยรวมอยู่ดี
อาหารที่ช่วยให้ไกลโรคนิ่ว
มาถึงหมวดที่คนรักสุขภาพรอคอย นี่คือพฤติกรรมการกินที่ช่วยให้ระบบทางเดินปัสสาวะแข็งแรง และลดความเสี่ยงนิ่วได้
1. ดื่มน้ำให้ถึง ปรับง่ายแต่ได้ผลจริง
ดื่มน้ำสะอาดมากกว่า 8 แก้วต่อวัน
เคล็ดลับคือไม่ต้องกรอกทีเดียวแก้วใหญ่ แต่ให้จิบน้ำทีละน้อย ๆ กระจายตลอดทั้งวัน จะทำได้ต่อเนื่องและดีต่อไตมากกว่า
น้ำช่วยเจือจางความเข้มข้นของสารต่าง ๆ ในปัสสาวะ ทำให้โอกาสที่สารเหล่านั้นจะจับตัวกันเป็นนิ่วลดลง
2. เพิ่มน้ำผลไม้ให้ร่างกาย
ดื่มน้ำผลไม้อย่างน้อย 2 ชนิดต่อวัน
เลือกผลไม้ที่มีซิเทรต (citrate)
สารต้านอนุมูลอิสระ
แร่ธาตุ เช่น โพแทสเซียมและแมกนีเซียม
ตัวอย่างน้ำผลไม้ที่น่าเลือก ได้แก่
น้ำมะนาวเข้มข้น
น้ำส้ม
น้ำแอปเปิล
สารกลุ่มนี้ช่วยลดโอกาสการจับตัวเป็นนิ่ว และยังดีต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย
3. ผัก ผลไม้ และธัญพืช ห้ามขาด
การเน้นอาหารจากธรรมชาติเต็มรูปแบบเป็นประจำ ช่วยร่างกายได้หลายทาง
- ผักหลากสี ธัญพืชไม่ขัดสี และผลไม้ ช่วยให้ได้
วิตามิน
ใยอาหาร
แร่ธาตุที่จำเป็น
ประโยชน์สำคัญของกลุ่มนี้คือ
ช่วยยับยั้งการเกิดนิ่ว
ลดการทำลายของเซลล์เยื่อบุหลอดไต
ลดภาวะอักเสบในระบบทางเดินปัสสาวะ
ช่วยเพิ่มระดับซิเทรตในปัสสาวะ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยลดการเกิดนิ่ว
4. เลือกไขมันดี ช่วยเซฟไต
ไขมันจากพืช เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว อะโวคาโด
ไขมันจากปลา โดยเฉพาะปลาทะเลที่มีโอเมก้า-3 สูง
ไขมันดีเหล่านี้มีส่วนช่วย
ลดการอักเสบในร่างกาย
ชะลอความเสื่อมของไต
ลดปริมาณแคลเซียมที่เป็นตัวตั้งต้นของการเกิดนิ่ว
สรุป: ปรับเมนูวันนี้ ดีกว่าไปนอนโรงพยาบาลพรุ่งนี้
โรคนิ่วไม่ใช่เรื่องไกลตัว โดยเฉพาะคนที่ดื่มน้ำน้อย ชอบกินจัด รักของหมักดองหรือดื่มเครื่องดื่มหวาน-อัดลมเป็นประจำ
แต่แค่คุณ
ดื่มน้ำสะอาดให้พอ
เสริมด้วยน้ำผลไม้ที่มีซิเทรตและแร่ธาตุสำคัญ
เน้นผัก ผลไม้ และธัญพืช
เลือกไขมันดีจากพืชและปลา
ลดชาเข้มจัด วิตามินซีเม็ดขนาดสูง โซดา และอาหารเสี่ยงนิ่ว
ก็ถือว่าได้วางรากฐานสำคัญในการ อยู่ห่างจากโรคนิ่วแบบยาว ๆ แล้ว
สุขภาพดีเริ่มจากสิ่งที่คุณเลือกใส่เข้าปากทุกวัน อยากไม่ปวดไต ไม่ทรมานกับโรคนิ่ว ลองเริ่มเปลี่ยนที่มื้อหน้าได้เลย

