รับแอปรับแอป

สายสุขภาพต้องรู้: ปรับเมนูง่าย ๆ ให้ไกลโรคนิ่วไปอีกนาน

ชัยวัฒน์ ศรีคำ01-29

กินดี ชีวิตดีกว่าเดิม

โรคนิ่วแม้จะรักษาได้ แต่ไม่มีใครอยากเจ็บตัวไปผ่าตัด หรือทรมานกับอาการปวดเสียดไตใช่ไหม?

ข่าวดีคือ เราใช้ “อาหารการกิน” คุมความเสี่ยงได้เยอะมาก แค่รู้ว่าอะไรควรกิน อะไรควรเลี่ยง ก็ช่วยให้ห่างไกลโรคนิ่วได้ในระยะยาว

รู้จักโรคนิ่วแบบเข้าใจง่าย ๆ

แพทย์ด้านศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะอธิบายว่า โรคนิ่วแบ่งหลัก ๆ ได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

  • นิ่วที่มีแคลเซียม
    ลักษณะจะคล้ายกระดูก เวลาเอ็กซเรย์จะเห็นชัด โดยเฉพาะก้อนที่สีเข้มมาก มักจะแข็งและรักษายาก

  • นิ่วที่ไม่มีแคลเซียม
    เอ็กซเรย์ธรรมดามักจะมองไม่เห็น ต้องใช้การตรวจแบบพิเศษ เช่น ซีทีสแกน (CT scan) หรือ อัลตราซาวนด์ ซึ่งอัลตราซาวนด์จะเห็นได้ดีในช่วงไตและบางส่วนของท่อปัสสาวะ

ปัญหาไม่ได้จบแค่มีนิ่วเท่านั้น เพราะนิ่วยังอาจนำไปสู่

  • การติดเชื้อ

  • ไตเป็นหนองจนต้องตัดไต

  • ภาวะไตวาย

ดังนั้น การป้องกันตั้งแต่วันนี้ด้วยการกินอย่างถูกวิธี จึงสำคัญมากสำหรับคนรักสุขภาพทุกคน

อาหารที่ควรเลี่ยง ถ้าไม่อยากเสี่ยงนิ่ว

หมวดนี้คือสิ่งที่ควรลด เลี่ยง หรืออย่างน้อยต้องกินอย่างระมัดระวัง

  • ผักสีเขียวเข้มแบบกรุบ ๆ กรอบ ๆ
    ผักบางชนิดที่เคี้ยวแล้วรู้สึกกรอบมาก มักมีแคลเซียมสูง การทานในปริมาณมากและต่อเนื่อง อาจเพิ่มโอกาสเกิดนิ่วได้ โดยเฉพาะในคนที่มีแนวโน้มเป็นนิ่วอยู่แล้ว

  • ชาเข้มจัด หรือชงซ้ำหลายรอบ
    ชาที่เข้มมาก หรือใบชาใบเดิมถูกนำมาชงหลายครั้ง จะมีสารออกซาเลตหลุดออกมาเพิ่ม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดนิ่วได้
    แนวทางที่เหมาะคือ ชงน้ำเดียว ครั้งเดียว แล้วทิ้งใบชา ไม่ใช้ใบเดิมมาชงซ้ำไปเรื่อย ๆ

  • วิตามินซีในรูปแบบอาหารเสริม (ขนาดสูง)
    หากทานวิตามินซีเกิน 3 กรัมต่อวัน ร่างกายอาจขับวิตามินซีส่วนเกินออกทางปัสสาวะ และทำให้เกิดผลึกออกซาเลตที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดนิ่ว
    โดยเฉพาะคนที่ชอบกินเม็ดวิตามินซีแบบจัดหนักทุกวัน ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

  • โซดา
    มีข้อมูลบางส่วนระบุว่าโซดาอาจเกี่ยวข้องกับการเพิ่มโอกาสเกิดนิ่ว แม้จะยังไม่มีตัวเลขตายตัวชัดเจน แต่ถ้าอยากเซฟตัวเองในระยะยาว การลดเครื่องดื่มอัดลม-โซดา ก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีกับสุขภาพโดยรวมอยู่ดี

อาหารที่ช่วยให้ไกลโรคนิ่ว

มาถึงหมวดที่คนรักสุขภาพรอคอย นี่คือพฤติกรรมการกินที่ช่วยให้ระบบทางเดินปัสสาวะแข็งแรง และลดความเสี่ยงนิ่วได้

1. ดื่มน้ำให้ถึง ปรับง่ายแต่ได้ผลจริง

  • ดื่มน้ำสะอาดมากกว่า 8 แก้วต่อวัน
    เคล็ดลับคือไม่ต้องกรอกทีเดียวแก้วใหญ่ แต่ให้จิบน้ำทีละน้อย ๆ กระจายตลอดทั้งวัน จะทำได้ต่อเนื่องและดีต่อไตมากกว่า

น้ำช่วยเจือจางความเข้มข้นของสารต่าง ๆ ในปัสสาวะ ทำให้โอกาสที่สารเหล่านั้นจะจับตัวกันเป็นนิ่วลดลง

2. เพิ่มน้ำผลไม้ให้ร่างกาย

  • ดื่มน้ำผลไม้อย่างน้อย 2 ชนิดต่อวัน
    เลือกผลไม้ที่มี

    • ซิเทรต (citrate)

    • สารต้านอนุมูลอิสระ

    • แร่ธาตุ เช่น โพแทสเซียมและแมกนีเซียม

ตัวอย่างน้ำผลไม้ที่น่าเลือก ได้แก่

  • น้ำมะนาวเข้มข้น

  • น้ำส้ม

  • น้ำแอปเปิล

สารกลุ่มนี้ช่วยลดโอกาสการจับตัวเป็นนิ่ว และยังดีต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย

3. ผัก ผลไม้ และธัญพืช ห้ามขาด

การเน้นอาหารจากธรรมชาติเต็มรูปแบบเป็นประจำ ช่วยร่างกายได้หลายทาง

  • ผักหลากสี ธัญพืชไม่ขัดสี และผลไม้ ช่วยให้ได้
    • วิตามิน

    • ใยอาหาร

    • แร่ธาตุที่จำเป็น

ประโยชน์สำคัญของกลุ่มนี้คือ

  • ช่วยยับยั้งการเกิดนิ่ว

  • ลดการทำลายของเซลล์เยื่อบุหลอดไต

  • ลดภาวะอักเสบในระบบทางเดินปัสสาวะ

  • ช่วยเพิ่มระดับซิเทรตในปัสสาวะ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยลดการเกิดนิ่ว

4. เลือกไขมันดี ช่วยเซฟไต

  • ไขมันจากพืช เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว อะโวคาโด

  • ไขมันจากปลา โดยเฉพาะปลาทะเลที่มีโอเมก้า-3 สูง

ไขมันดีเหล่านี้มีส่วนช่วย

  • ลดการอักเสบในร่างกาย

  • ชะลอความเสื่อมของไต

  • ลดปริมาณแคลเซียมที่เป็นตัวตั้งต้นของการเกิดนิ่ว

สรุป: ปรับเมนูวันนี้ ดีกว่าไปนอนโรงพยาบาลพรุ่งนี้

โรคนิ่วไม่ใช่เรื่องไกลตัว โดยเฉพาะคนที่ดื่มน้ำน้อย ชอบกินจัด รักของหมักดองหรือดื่มเครื่องดื่มหวาน-อัดลมเป็นประจำ

แต่แค่คุณ

  • ดื่มน้ำสะอาดให้พอ

  • เสริมด้วยน้ำผลไม้ที่มีซิเทรตและแร่ธาตุสำคัญ

  • เน้นผัก ผลไม้ และธัญพืช

  • เลือกไขมันดีจากพืชและปลา

  • ลดชาเข้มจัด วิตามินซีเม็ดขนาดสูง โซดา และอาหารเสี่ยงนิ่ว

ก็ถือว่าได้วางรากฐานสำคัญในการ อยู่ห่างจากโรคนิ่วแบบยาว ๆ แล้ว

สุขภาพดีเริ่มจากสิ่งที่คุณเลือกใส่เข้าปากทุกวัน อยากไม่ปวดไต ไม่ทรมานกับโรคนิ่ว ลองเริ่มเปลี่ยนที่มื้อหน้าได้เลย