โปรเจกต์ร็อกที่พา COCKTAIL ก้าวสู่โลก Immersive
GMM Grammy เปิดตัวโปรเจกต์พิเศษ “Ours Ever – a Tribute to COCKTAIL” รวมศิลปินคลื่นลูกใหม่มากฝีมือ มาถ่ายทอดเพลงตำนานของ COCKTAIL ในมุมมองและสไตล์ของตัวเอง
อัลบั้มนี้ไม่ใช่แค่การคารวะให้กับเส้นทางกว่า 20 ปีของ COCKTAIL เท่านั้น แต่ยังเป็นการนำเทคโนโลยีของ Apple อย่าง Mac, Logic Pro และ Spatial Audio มายกระดับซาวด์ร็อกที่คุ้นหูให้กลายเป็นประสบการณ์เสียงแบบ Immersive ที่โอบล้อมรอบตัวผู้ฟัง
ในโปรเจกต์นี้ เพลงไอคอนิกจำนวน 9 แทร็ก ถูกนำมาตีความใหม่ทั้งหมดบนเครื่อง Mac โดยศิลปินรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยีเป็นคู่หูสำคัญในการโปรดิวซ์ สร้างลายเซ็นทางดนตรีที่สดใหม่แต่ยังเคารพต้นฉบับอย่างชัดเจน
หนึ่งในศิลปินอย่าง TIGGER เล่าถึงประสบการณ์การทำงานว่า Logic Pro และ Spatial Audio ทำให้เขารู้สึกเหมือนก้าวเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งของเสียงดนตรี และช่วยให้คนฟังได้ยินเพลงของ COCKTAIL ในมุมที่เป็นตัวตนของเขามากขึ้น คล้ายได้ฟังเสียงดนตรีที่อยู่ในหัวของเขาไปพร้อมกัน
เบื้องหลังการตีความเพลง COCKTAIL ในแบบศิลปินเจเนอเรชันใหม่
โปรเจกต์นี้เปิดพื้นที่ให้ศิลปินแต่ละคนใช้เครื่องมือของ Apple เพื่อปลดล็อกจินตนาการ แล้วเล่าเรื่องผ่านเพลงในแบบของตัวเอง
Yes Indeed: ล่องลอยเหนือบีตร็อกด้วยซินธ์
Yes Indeed (พอส และ แพนเค้ก) หยิบเพลง “ช่างมัน” มาตีความใหม่
โฟกัสเพลง: “ช่างมัน”
แนวทางทำเพลง: เริ่มต้นจากการทำเดโม่ใน GarageBand ก่อนจะขยับสู่ Logic Pro เพื่อความโปรกว่าเดิม พวกเขาเลือกเก็บบรรยากาศออริจินัลของเพลงไว้ แต่เพิ่มความล่องลอยจนแทบเหมือนอยู่ในฝัน ด้วยการใช้เสียงซินธ์มารับหน้าที่แทนกีตาร์ร็อกแบบเดิม
เทคโนโลยีที่ใช้:
อัดไกด์เสียงร้องและกีตาร์ผ่าน Voice Memos บน iPhone แล้วนำเข้า Logic Pro บน MacBook Pro
ใช้ฟีเจอร์ Stem Splitter เพื่อแยกองค์ประกอบเพลงได้อย่างอิสระ ทำให้กระบวนการรีโปรดิวซ์สนุกและเต็มไปด้วยไอเดีย
Spatial Audio ช่วยเพิ่มมิติและความลึกให้ดนตรี ทำให้เพลงดูมีชีวิตมากขึ้นในทุกเลเยอร์ของเสียง
MONICA: ผสมเสน่ห์ไทยกับกลิ่นอายฮิปฮอป
MONICA เลือกหยิบเพลง “งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง” มาตีความในสไตล์เฉพาะตัว
โฟกัสเพลง: “งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง”
แนวทางทำเพลง: เธอเชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยเข้ากับดนตรีสากล เติมกลิ่นอายฮิปฮอป และท่อนแอดลิบบ์แบบไทย ทำให้เพลงรักเพลงนี้มีคาแรกเตอร์ที่ต่างออกไป แต่ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์
เทคโนโลยีที่ใช้:
แม้จะเพิ่งใช้ Mac ครั้งแรก แต่ชิป M4 Max บน MacBook Pro ก็ช่วยให้เธอเปิดหลายแอปทำงานพร้อมกันได้อย่างลื่นไหล
เขียนเนื้อเพลงใน Notes บน iPhone แล้วให้ iCloud ซิงก์เด้งขึ้น MacBook ทันที กลายเป็นเวิร์กโฟลว์ที่ไม่สะดุด
เธอยกให้ Logic Pro โดดเด่นเรื่อง EQ ที่ปรับละเอียดได้ดี และ Smart Tempo ที่ช่วยให้ทุกส่วนกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว
TIGGER: อบอุ่นเหมือนเทปเก่าในมิติเสียงสามมิติ
TIGGER มาพร้อมความตั้งใจจะทำเพลงให้มีกลิ่นอายอะนาล็อกและอบอุ่น เหมือนหลงเข้าไปในความทรงจำเก่า ๆ
โฟกัสเพลง: “ไม่เป็นรอง”
แนวทางทำเพลง: เขาดึงแรงบันดาลใจจากเพลงหลากหลายแนวที่เติบโตมาด้วยกัน เพื่อต่อยอดจนเกิดซาวด์ที่ยูนีคและเต็มไปด้วยบรรยากาศ
เทคโนโลยีที่ใช้:
การทำงานบน Spatial Audio คือจุดเปลี่ยน เพราะช่วยให้เขาออกแบบมิติเสียงในแบบสามมิติได้อย่างเต็มที่
สามารถตรวจเช็กมิกซ์งานผ่านอุปกรณ์ Apple ได้ครบชุด ทั้ง MacBook Pro, iPhone, iPad Pro และ AirPods Max โดยยังรักษาคุณภาพเสียงให้สม่ำเสมอ
Only Monday: ขยายความรู้สึกอัดแน่นให้หนักขึ้น
วง Only Monday รับหน้าที่ตีความเพลง “ดีซะกว่า” ในแบบที่เน้นความรู้สึกด้านในให้ชัดขึ้น
โฟกัสเพลง: “ดีซะกว่า”
แนวทางทำเพลง: พวกเขาโฟกัสไปที่ความสับสนภายในใจ แล้วขยายอารมณ์นั้นให้หนักแน่นและชัดขึ้นผ่านซาวด์และเลเยอร์ของดนตรี
เทคโนโลยีที่ใช้:
อาศัยฟีเจอร์ Stem Splitter ใน Logic Pro ช่วยแยกแทร็กเสียงได้อย่างยืดหยุ่น
ใช้ Mastering Assistant ซึ่งเป็นระบบ AI เพื่อเร่งขั้นตอนเวิร์กโฟลว์ และช่วยให้มิกซ์สุดท้ายมีความบาลานซ์แบบมืออาชีพ
การบันทึกเสียงในระบบ Spatial Audio ทำให้พวกเขา “มองเห็นภาพ” ตำแหน่งเสียง และวางทุกองค์ประกอบได้แม่นยำขึ้น
Samui: โปรดเถิดรักในจังหวะบีตส์แบบฮิปฮอป
Samui หยิบเพลงที่มีคุณค่าทางใจอย่าง “โปรดเถิดรัก” มาปรับจนได้กลิ่นอายใหม่
โฟกัสเพลง: “โปรดเถิดรัก”
แนวทางทำเพลง: เขาปรับซาวด์ให้มีกลิ่นฮิปฮอปมากขึ้น เน้นบีตส์และจังหวะ เพื่อให้คนฟังดื่มด่ำกับความรู้สึกและกรูฟของเพลงมากกว่าเดิม
เทคโนโลยีที่ใช้:
ใช้ Logic Pro บน Mac ตั้งแต่วันแรกของการทำเพลง ช่วยให้เขาสามารถวางองค์ประกอบเสียงใน Sound Field ของ Spatial Audio ได้อย่างละเอียดและเป็นระบบ
XX: ซาวด์แบบหนัง ที่เล่าเรื่องได้ด้วยการหลับตาฟัง
ศิลปิน XX เลือกตีความเพลง “เรา” ด้วยมุมมองแบบภาพยนตร์
โฟกัสเพลง: “เรา”
แนวทางทำเพลง: เขาสร้างเอฟเฟกต์และชั้นเสียงให้เหมือนซาวด์แทร็กในหนัง ทำให้คนฟังสามารถ “เห็นภาพ” เรื่องราวได้ เพียงแค่หลับตาแล้วปล่อยให้ดนตรีเล่าแทนคำพูด
เทคโนโลยีที่ใช้:
วางคอนเซ็ปต์โดยคิดถึง Dolby Atmos เป็นหลัก ใช้วิธีจัดเลเยอร์เสียงซ้อนกันหลายชั้นเพื่อสร้างบรรยากาศที่โอบล้อมรอบตัว
อาศัยพลังของชิป M4 Max บน MacBook Pro ที่แรงและแบตเตอรี่อึด ทำให้เขาสามารถโฟกัสกับอารมณ์ของเพลงได้ต่อเนื่อง ไม่โดนขัดจังหวะ
Today at Apple: เปิดห้องแลปเสียง Spatial Audio
สำหรับคนที่อินกับเบื้องหลังงานโปรดักชัน หรืออยากรู้ว่าเพลงในระบบ Spatial Audio ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร ก็มีเซสชันพิเศษในกิจกรรม Today at Apple ให้ได้ไปเจาะลึกกัน
ไฮไลต์กิจกรรม: สร้างประสบการณ์ดนตรีแบบ Spatial Audio บน Mac ร่วมกับ XX, MONICA และ TIGGER
สิ่งที่จะได้เรียนรู้: ฟังทั้ง 3 ศิลปินแชร์ตั้งแต่ขั้นตอนดราฟต์ไอเดีย ไปจนถึงเทคนิคการโปรดิวซ์จริงใน Logic Pro บน Mac แบบเอ็กซ์คลูซีฟ
วัน–เวลา: วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน เวลา 18.00–19.00 น.
สถานที่: Apple ICONSIAM
จากตำนานร็อก สู่เสียงแห่งอนาคต
โปรเจกต์ “Ours Ever – a Tribute to COCKTAIL” คือหลักฐานชิ้นโตว่า เมื่อเอาเทคโนโลยีทรงพลังของ Apple ไปอยู่ในมือศิลปินรุ่นใหม่ สิ่งที่ได้กลับมาคือการสร้างสรรค์ที่ไร้เพดาน
ศิลปินได้ปลดล็อกไอเดีย ผ่านเครื่องมือที่ออกแบบมาสำหรับคนทำเพลงโดยเฉพาะ
คนฟังได้สัมผัสเพลงฮิตในตำนานของ COCKTAIL ในรูปแบบใหม่ ที่ลึกขึ้น ล้อมรอบมากขึ้น และอินไปกับอารมณ์ยิ่งกว่าเดิม
ตอนนี้อัลบั้ม “Ours Ever – a Tribute to COCKTAIL” ทั้ง 9 แทร็ก พร้อมให้รับฟังแล้วบน Apple Music ในรูปแบบ Spatial Audio ใครรัก COCKTAIL หรือหลงใหลเพลงร็อกในมิติเสียงแบบใหม่ ไม่ควรพลาดที่จะลองฟังด้วยหูตัวเองสักครั้ง

