ZestBuy

ฟันหลุดทำยังไง? วิธีเก็บฟันให้ต่อกลับได้ทันเวลา

โปรไฟล์ WikWik05-26

ฟันหลุดต้องทำยังไง? วิธีเก็บฟันให้มีโอกาสต่อกลับได้

อุบัติเหตุที่ทำให้ ฟันหลุด สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา โดยเฉพาะในเด็กที่กำลังวิ่งเล่น ปั่นจักรยาน หรือเล่นกีฬา หลายคนเมื่อเห็นฟันหลุดออกมาทั้งซี่ มักรีบหยิบทิชชู่มาห่อเก็บไว้ทันที เพราะคิดว่าเป็นวิธีที่สะอาดที่สุด

แต่ในความจริง ทันตแพทย์เตือนว่านี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ “หมดโอกาส” ต่อฟันกลับคืนได้เลย

สิ่งสำคัญที่สุดหลังเกิดเหตุ คือการรักษาเซลล์บริเวณรากฟันให้ยังมีชีวิตอยู่ เพราะเซลล์เหล่านี้คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ฟันสามารถกลับไปยึดติดกับกระดูกขากรรไกรได้อีกครั้ง

และหนึ่งในวิธีที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือการ “แช่ฟันในนมสด” ก่อนรีบไปโรงพยาบาล

ทำไมฟันที่หลุดถึงยังต่อกลับได้

หลายคนอาจไม่รู้ว่า ฟันแท้ที่หลุดออกมาทั้งซี่ ยังมีโอกาสใส่กลับคืนได้ หากดูแลอย่างถูกวิธีและรีบถึงมือทันตแพทย์ทันเวลา

บริเวณรากฟันจะมีเซลล์และเส้นเอ็นเล็ก ๆ ที่ช่วยยึดฟันกับกระดูกอยู่ หากเซลล์เหล่านี้ยังไม่ตาย โอกาสที่ฟันจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติก็มีสูงขึ้น

แต่ปัญหาคือ เซลล์เหล่านี้ไวต่อ “ความแห้ง” มาก

หากปล่อยให้ฟันแห้งนานเกินไป หรือจับผิดวิธี เซลล์จะเสียหายอย่างรวดเร็ว และอาจไม่สามารถปลูกกลับได้อีก

ทำไมแพทย์ถึงแนะนำให้นำฟันแช่นมสด

เหตุผลที่ “นมสด” ถูกใช้ในการปฐมพยาบาลฟันหลุด เพราะนมมีคุณสมบัติช่วยรักษาความชุ่มชื้นและช่วยคงสภาพเซลล์รอบรากฟันได้ดีในช่วงเวลาฉุกเฉิน

โดยเฉพาะนมพาสเจอไรส์รสจืด ซึ่งมีค่าความเป็นกรดด่างใกล้เคียงกับร่างกาย จึงช่วยลดความเสียหายของเซลล์ได้ดีกว่าน้ำเปล่าธรรมดา

หลายกรณีที่สามารถใส่ฟันกลับได้สำเร็จ ก็เกิดจากการเก็บรักษาฟันอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเมื่อฟันหลุด

หลายคนทำผิดโดยไม่รู้ตัว เพราะพยายามรักษาความสะอาดมากเกินไป

สิ่งที่ไม่ควรทำ ได้แก่

  • ห่อฟันด้วยกระดาษทิชชู่

  • ปล่อยฟันแห้ง

  • ขัดหรือแปรงรากฟัน

  • จับบริเวณรากฟันโดยตรง

  • แช่ฟันในแอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ

โดยเฉพาะการเช็ดหรือขัดรากฟันแรง ๆ อาจทำลายเซลล์สำคัญที่อยู่รอบรากฟันจนหมด

วิธีปฐมพยาบาลเมื่อฟันหลุดอย่างถูกต้อง

หากเกิดอุบัติเหตุจนฟันแท้หลุดออกมาทั้งซี่ ควรทำตามขั้นตอนดังนี้

1. ตั้งสติและรีบเก็บฟัน

จับเฉพาะ “ตัวฟัน” ด้านบนที่ใช้เคี้ยวอาหารเท่านั้น

หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณรากฟัน เพราะอาจทำให้เซลล์เสียหายได้

2. หากฟันสกปรก ให้ล้างเบา ๆ

ใช้น้ำเกลือล้างแผล หรือใช้น้ำสะอาดไหลผ่านเบา ๆ

ห้ามถู ห้ามขัด และห้ามใช้สบู่หรือยาสีฟันเด็ดขาด

3. แช่ฟันในนมสดทันที

ควรใช้

  • นมพาสเจอไรส์รสจืด

  • นมสดธรรมดา

  • ภาชนะสะอาด

หากไม่มีนม สามารถใช้น้ำเกลือได้เช่นกัน

4. รีบไปโรงพยาบาลหรือทันตกรรมฉุกเฉิน

ช่วงเวลาทองในการช่วยฟันอยู่ที่ประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง

ยิ่งถึงมือทันตแพทย์เร็ว โอกาสที่ฟันจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติก็ยิ่งมากขึ้น

ถ้าไม่มีนมสด ใช้อะไรแทนได้บ้าง

ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่หานมไม่ได้ ยังมีตัวเลือกอื่นที่ช่วยรักษาสภาพฟันได้ดีกว่าปล่อยแห้ง

เช่น

น้ำเกลือล้างแผล

ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและลดการระคายเคืองต่อเซลล์

น้ำลายของตัวเอง

สามารถอมฟันไว้ในกระพุ้งแก้มได้ชั่วคราว

แต่ไม่เหมาะกับเด็กเล็ก เพราะเสี่ยงเผลอกลืนฟัน

น้ำยาแช่ฟันเฉพาะทาง (HBSS)

เป็นสารละลายสำหรับเก็บฟันโดยเฉพาะ แต่พบได้ยากในสถานการณ์ทั่วไป

ฟันแบบไหนที่มีโอกาสใส่กลับได้

โดยทั่วไป “ฟันแท้” มีโอกาสใส่กลับคืนได้มากกว่า

ส่วนฟันน้ำนมของเด็กเล็ก ทันตแพทย์มักไม่แนะนำให้ใส่กลับ เพราะอาจกระทบต่อฟันแท้ที่กำลังขึ้นอยู่ด้านใน

ดังนั้น หากไม่แน่ใจว่าฟันที่หลุดเป็นฟันแท้หรือฟันน้ำนม ควรรีบปรึกษาทันตแพทย์ทันที

หลังใส่ฟันกลับ ต้องดูแลอย่างไร

แม้ทันตแพทย์จะใส่ฟันกลับได้สำเร็จ แต่ก็ยังต้องติดตามอาการต่อเนื่อง เพราะฟันอาจต้องใช้เวลาฟื้นตัว

สิ่งที่ควรระวังหลังการรักษา เช่น

  • หลีกเลี่ยงอาหารแข็ง

  • รักษาความสะอาดช่องปาก

  • มาพบแพทย์ตามนัด

  • สังเกตอาการปวด บวม หรือฟันเปลี่ยนสี

ในบางกรณี อาจต้องรักษารากฟันเพิ่มเติมภายหลัง

ทำไมเรื่องนี้ผู้ปกครองควรรู้ไว้

เด็กเป็นวัยที่เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมาก โดยเฉพาะช่วงเล่นกีฬา วิ่งเล่น หรือขี่จักรยาน

หลายครั้งความแตกต่างระหว่าง “ฟันกลับมาติดได้” กับ “เสียฟันถาวร” อยู่ที่การปฐมพยาบาลในช่วงไม่กี่นาทีแรกเท่านั้น

การรู้วิธีเก็บฟันอย่างถูกต้อง จึงอาจช่วยรักษาฟันแท้ของเด็กไว้ได้จริง

สรุป

เมื่อเกิดอุบัติเหตุจนฟันหลุด สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาเซลล์รอบรากฟันให้ยังมีชีวิตอยู่

ห้ามห่อทิชชู่ ห้ามขัดรากฟัน และควรรีบแช่ฟันในนมสดหรือน้ำเกลือก่อนนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องในช่วง 30 นาทีแรก อาจเป็นตัวตัดสินว่าฟันซี่นั้นจะกลับมาใช้งานได้อีกหรือไม่

อ้างอิง https://www.sanook.com/news/9891026/

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น