ฟันหลุดต้องทำยังไง? วิธีเก็บฟันให้มีโอกาสต่อกลับได้
อุบัติเหตุที่ทำให้ ฟันหลุด สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา โดยเฉพาะในเด็กที่กำลังวิ่งเล่น ปั่นจักรยาน หรือเล่นกีฬา หลายคนเมื่อเห็นฟันหลุดออกมาทั้งซี่ มักรีบหยิบทิชชู่มาห่อเก็บไว้ทันที เพราะคิดว่าเป็นวิธีที่สะอาดที่สุด
แต่ในความจริง ทันตแพทย์เตือนว่านี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ “หมดโอกาส” ต่อฟันกลับคืนได้เลย
สิ่งสำคัญที่สุดหลังเกิดเหตุ คือการรักษาเซลล์บริเวณรากฟันให้ยังมีชีวิตอยู่ เพราะเซลล์เหล่านี้คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ฟันสามารถกลับไปยึดติดกับกระดูกขากรรไกรได้อีกครั้ง
และหนึ่งในวิธีที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือการ “แช่ฟันในนมสด” ก่อนรีบไปโรงพยาบาล
ทำไมฟันที่หลุดถึงยังต่อกลับได้
หลายคนอาจไม่รู้ว่า ฟันแท้ที่หลุดออกมาทั้งซี่ ยังมีโอกาสใส่กลับคืนได้ หากดูแลอย่างถูกวิธีและรีบถึงมือทันตแพทย์ทันเวลา
บริเวณรากฟันจะมีเซลล์และเส้นเอ็นเล็ก ๆ ที่ช่วยยึดฟันกับกระดูกอยู่ หากเซลล์เหล่านี้ยังไม่ตาย โอกาสที่ฟันจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติก็มีสูงขึ้น
แต่ปัญหาคือ เซลล์เหล่านี้ไวต่อ “ความแห้ง” มาก
หากปล่อยให้ฟันแห้งนานเกินไป หรือจับผิดวิธี เซลล์จะเสียหายอย่างรวดเร็ว และอาจไม่สามารถปลูกกลับได้อีก

ทำไมแพทย์ถึงแนะนำให้นำฟันแช่นมสด
เหตุผลที่ “นมสด” ถูกใช้ในการปฐมพยาบาลฟันหลุด เพราะนมมีคุณสมบัติช่วยรักษาความชุ่มชื้นและช่วยคงสภาพเซลล์รอบรากฟันได้ดีในช่วงเวลาฉุกเฉิน
โดยเฉพาะนมพาสเจอไรส์รสจืด ซึ่งมีค่าความเป็นกรดด่างใกล้เคียงกับร่างกาย จึงช่วยลดความเสียหายของเซลล์ได้ดีกว่าน้ำเปล่าธรรมดา
หลายกรณีที่สามารถใส่ฟันกลับได้สำเร็จ ก็เกิดจากการเก็บรักษาฟันอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเมื่อฟันหลุด
หลายคนทำผิดโดยไม่รู้ตัว เพราะพยายามรักษาความสะอาดมากเกินไป
สิ่งที่ไม่ควรทำ ได้แก่
ห่อฟันด้วยกระดาษทิชชู่
ปล่อยฟันแห้ง
ขัดหรือแปรงรากฟัน
จับบริเวณรากฟันโดยตรง
แช่ฟันในแอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ
โดยเฉพาะการเช็ดหรือขัดรากฟันแรง ๆ อาจทำลายเซลล์สำคัญที่อยู่รอบรากฟันจนหมด
วิธีปฐมพยาบาลเมื่อฟันหลุดอย่างถูกต้อง
หากเกิดอุบัติเหตุจนฟันแท้หลุดออกมาทั้งซี่ ควรทำตามขั้นตอนดังนี้
1. ตั้งสติและรีบเก็บฟัน
จับเฉพาะ “ตัวฟัน” ด้านบนที่ใช้เคี้ยวอาหารเท่านั้น
หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณรากฟัน เพราะอาจทำให้เซลล์เสียหายได้
2. หากฟันสกปรก ให้ล้างเบา ๆ
ใช้น้ำเกลือล้างแผล หรือใช้น้ำสะอาดไหลผ่านเบา ๆ
ห้ามถู ห้ามขัด และห้ามใช้สบู่หรือยาสีฟันเด็ดขาด
3. แช่ฟันในนมสดทันที
ควรใช้
นมพาสเจอไรส์รสจืด
นมสดธรรมดา
ภาชนะสะอาด
หากไม่มีนม สามารถใช้น้ำเกลือได้เช่นกัน
4. รีบไปโรงพยาบาลหรือทันตกรรมฉุกเฉิน
ช่วงเวลาทองในการช่วยฟันอยู่ที่ประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง
ยิ่งถึงมือทันตแพทย์เร็ว โอกาสที่ฟันจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติก็ยิ่งมากขึ้น

ถ้าไม่มีนมสด ใช้อะไรแทนได้บ้าง
ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่หานมไม่ได้ ยังมีตัวเลือกอื่นที่ช่วยรักษาสภาพฟันได้ดีกว่าปล่อยแห้ง
เช่น
น้ำเกลือล้างแผล
ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและลดการระคายเคืองต่อเซลล์
น้ำลายของตัวเอง
สามารถอมฟันไว้ในกระพุ้งแก้มได้ชั่วคราว
แต่ไม่เหมาะกับเด็กเล็ก เพราะเสี่ยงเผลอกลืนฟัน
น้ำยาแช่ฟันเฉพาะทาง (HBSS)
เป็นสารละลายสำหรับเก็บฟันโดยเฉพาะ แต่พบได้ยากในสถานการณ์ทั่วไป
ฟันแบบไหนที่มีโอกาสใส่กลับได้
โดยทั่วไป “ฟันแท้” มีโอกาสใส่กลับคืนได้มากกว่า
ส่วนฟันน้ำนมของเด็กเล็ก ทันตแพทย์มักไม่แนะนำให้ใส่กลับ เพราะอาจกระทบต่อฟันแท้ที่กำลังขึ้นอยู่ด้านใน
ดังนั้น หากไม่แน่ใจว่าฟันที่หลุดเป็นฟันแท้หรือฟันน้ำนม ควรรีบปรึกษาทันตแพทย์ทันที
หลังใส่ฟันกลับ ต้องดูแลอย่างไร
แม้ทันตแพทย์จะใส่ฟันกลับได้สำเร็จ แต่ก็ยังต้องติดตามอาการต่อเนื่อง เพราะฟันอาจต้องใช้เวลาฟื้นตัว
สิ่งที่ควรระวังหลังการรักษา เช่น
หลีกเลี่ยงอาหารแข็ง
รักษาความสะอาดช่องปาก
มาพบแพทย์ตามนัด
สังเกตอาการปวด บวม หรือฟันเปลี่ยนสี
ในบางกรณี อาจต้องรักษารากฟันเพิ่มเติมภายหลัง
ทำไมเรื่องนี้ผู้ปกครองควรรู้ไว้
เด็กเป็นวัยที่เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมาก โดยเฉพาะช่วงเล่นกีฬา วิ่งเล่น หรือขี่จักรยาน
หลายครั้งความแตกต่างระหว่าง “ฟันกลับมาติดได้” กับ “เสียฟันถาวร” อยู่ที่การปฐมพยาบาลในช่วงไม่กี่นาทีแรกเท่านั้น
การรู้วิธีเก็บฟันอย่างถูกต้อง จึงอาจช่วยรักษาฟันแท้ของเด็กไว้ได้จริง
สรุป
เมื่อเกิดอุบัติเหตุจนฟันหลุด สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาเซลล์รอบรากฟันให้ยังมีชีวิตอยู่
ห้ามห่อทิชชู่ ห้ามขัดรากฟัน และควรรีบแช่ฟันในนมสดหรือน้ำเกลือก่อนนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องในช่วง 30 นาทีแรก อาจเป็นตัวตัดสินว่าฟันซี่นั้นจะกลับมาใช้งานได้อีกหรือไม่


ความคิดเห็น