รับแอปรับแอป

พาเด็กลุยทุ่งน้ำหลากปากพลี เปิดโลก “ปลาซิวสมพงษ์” เพื่อนตัวจิ๋วที่ทำให้ทั้งชุมชนลุกมาปกป้องธรรมชาติ

อภิชาติ สุนทร01-30

เพื่อนตัวจิ๋วที่เขย่าทั้งชุมชน

กลางทุ่งน้ำหลากของลุ่มน้ำบางปะกง มีปลาตัวเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า ปลาซิวสมพงษ์ กำลังทำให้ทั้งชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น นักวิชาการ ไปจนถึงเด็ก ๆ ในโรงเรียน ต้องมาจับมือกันเพื่อปกป้องบ้านของมัน

โครงการอนุรักษ์ปลาซิวสมพงษ์ในทุ่งน้ำหลากของลุ่มน้ำบางปะกง ระยะที่ 2 เกิดจากความร่วมมือของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) กองทุนหุ้นส่วนระบบนิเวศที่สำคัญ (CEPF) หน่วยงานท้องถิ่น นักวิชาการ และชุมชนในพื้นที่ เพื่อ ลดภัยคุกคามต่อปลาซิวสมพงษ์และถิ่นอาศัย พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย

ปลาซิวสมพงษ์ (Trigonostigma somphongsi) เป็นปลาท้องถิ่นของไทย เคยพบทั่วไปในลุ่มน้ำภาคกลาง แต่วันนี้เหลืออยู่เพียงในลุ่มน้ำบางปะกงตอนกลาง โดยเฉพาะแถบทุ่งน้ำหลากตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก และพื้นที่ใกล้เคียง

มันถูกจัดให้เป็น หนึ่งใน 100 ชนิดพันธุ์สัตว์และพืชที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งของโลก มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered – CR) ตามเกณฑ์ IUCN Red List ซึ่งหมายความว่าถ้าเราช่วยไม่ทัน อาจสูญหายไปตลอดกาล

ภัยคุกคามสำคัญของปลาซิวสมพงษ์คือ

  • การสูญเสียถิ่นอาศัยในพื้นที่ราบลุ่มน้ำท่วมตามธรรมชาติที่มีคุณภาพดี

  • การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและระบบนิเวศทุ่งน้ำหลาก

  • การขาดข้อมูล ความรู้ และการตระหนักถึงความสำคัญของปลาชนิดนี้และถิ่นอาศัย

โครงการระยะที่ 2 เดินทางมาถึงจุดสรุป ทีมงานจึงร่วมกัน คืนข้อมูลให้ชุมชน และถอดบทเรียน ว่าจะทำอย่างไรให้คนในพื้นที่ลุกขึ้นมาดูแลระบบนิเวศของตัวเอง และร่วมกันอนุรักษ์ปลาซิวสมพงษ์ไปพร้อมกัน

กฎหมายท้องถิ่นลุกขึ้นปกป้องถิ่นปลาซิวสมพงษ์

การอนุรักษ์ในพื้นที่ตำบลท่าเรือไม่ได้อยู่แค่ในเวทีประชุม แต่ถูกแปลงเป็น มาตรการคุ้มครองพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

องค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก นำโดยนายก อบต. ณรงค์ศักดิ์ พรมสวัสดิ์ ออกประกาศขอความร่วมมือให้คนในพื้นที่และคนนอกพื้นที่

  • งดใช้เครื่องมือจับปลาที่มีตาข่ายตาถี่หรือขัดกับกฎหมายประมง

  • ห้ามบุคคลภายนอกเข้ามาจับสัตว์น้ำในเขตทุ่งใหญ่สาธารณประโยชน์ พื้นที่สาธารณะรอบข้าง และสระน้ำวัดลำบัวลอย

  • หากต้องการใช้พื้นที่ ต้องยื่นขอใช้พื้นที่ต่อ อบต.ท่าเรือ ก่อนทุกครั้ง

ขณะเดียวกัน ประภาส พิมลกนกวรรณ ประมงอำเภอปากพลี ทำงานด้าน การส่งเสริมควบคู่กับการป้องปราม ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดปราจีนบุรี โดยเก็บรวบรวมพ่อแม่พันธุ์ปลาซิวสมพงษ์จากทุ่งนกเหยี่ยว จำนวน 88 ตัว เพื่อนำไปเพาะพันธุ์

ผลคือสามารถเพาะพันธุ์ได้สำเร็จ ได้ลูกปลาจำนวนมาก และที่สำคัญคือ องค์ความรู้การเพาะพันธุ์ที่เคยถูกจำกัดในกลุ่มผู้ค้าปลาสวยงาม กำลังถูกถ่ายทอดกลับสู่ชุมชน

ในมิติของกฎหมายระดับประเทศ กรมประมงเตรียมประกาศพื้นที่สระน้ำวัดลำบัวลอย เนื้อที่กว่า 17 ไร่ ให้เป็น เขตพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำ หรือ ‘ถิ่นอาศัยวิกฤต’ (Critical habitat) ของปลาซิวสมพงษ์ ห้ามจับสัตว์น้ำทุกชนิดด้วยเครื่องมือประมง

พื้นที่สำคัญ เช่น สระน้ำวัดลำบัวลอย และทุ่งใหญ่สาธารณประโยชน์ ตำบลท่าเรือ มีการติดตั้ง ป้ายประกาศเขตคุ้มครอง และป้ายขอความร่วมมืองดใช้เครื่องมือจับปลาขนาดเล็ก เพื่อให้ทุกคนรู้ว่า ที่นี่ไม่ใช่แค่ทุ่งนา แต่คือบ้านของเพื่อนตัวจิ๋วที่โลกกำลังเป็นห่วง

ทุ่งท่าเรือ – ปากพลี: ห้องเรียนธรรมชาติที่หายากในภาคกลาง

ดร.ชวลิต วิทยานนท์ หัวหน้าโครงการและหัวหน้าทีมสำรวจ ชี้ให้เห็นว่า พื้นที่ท่าเรือ–ปากพลี ไม่ได้มีดีแค่ “ปลาเล็กตัวเดียว” แต่คือ คลังความหลากหลายทางชีวภาพระดับล้านบาทต่อปีของชุมชน

ในพื้นที่นี้พบว่า

  • มีปลาซิวสมพงษ์ และปลาใกล้สูญพันธุ์หรือหายากอีกหลายชนิด

  • เป็นถิ่นของนกเหยี่ยวดำ

  • มีพันธุ์ข้าวป่าผืนสุดท้ายของภาคกลาง

  • เป็นแหล่งปลาท้องถิ่นกว่าร้อยชนิด

  • มีปลาเศรษฐกิจกว่า 15 ชนิด

  • มีพืชเศรษฐกิจที่ช่วยสร้างรายได้หลักล้านบาทต่อปีให้ชุมชน

จึงไม่น่าแปลกใจที่พื้นที่ท่าเรือ–ปากพลี ถูกมองว่าเป็น พื้นที่ที่ควรอนุรักษ์อย่างยิ่ง

นอกจากปลาซิวสมพงษ์แล้ว ยังพบปลาที่ถูกคุกคามใน IUCN Red List อีกอย่างน้อย 5 ชนิด เช่น

  • ปลาซิวแคระสามจุด

  • ปลาซิวหางกรรไกรเล็ก

  • ปลาจีด

  • ปลาสวาย

  • ปลากัด

ปลากลุ่มนี้ล้วนมีวงจรชีวิตผูกพันกับระบบนิเวศทุ่งน้ำหลากแบบเดียวกับปลาซิวสมพงษ์ ดังนั้น การอนุรักษ์ถิ่นอาศัยจึงต้องมองทั้ง ระบบเกษตรนาข้าวน้ำลึก ควบคู่ไปด้วย ด้วยแนวคิดว่าหากช่วยให้ชาวนาปลูกข้าวน้ำลึกแบบอินทรีย์ได้อย่างมีมูลค่าเพิ่ม เขาก็มีแรงและแรงจูงใจจะรักษาทุ่งน้ำหลากไว้

วงจรชีวิตของปลาซิวสมพงษ์ในฤดูแล้งน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะแหล่งน้ำดี ๆ ในตำบลท่าเรือมีไม่มาก และปลาชนิดนี้อยู่ได้เฉพาะในแหล่งน้ำคุณภาพดี มลพิษต่ำ ทั้งในแหล่งน้ำปิดที่เชื่อมกับธรรมชาติ เช่น สระน้ำวัดลำบัวลอย และแหล่งน้ำไหลอย่างลำรางสาธารณะใกล้ทุ่งนกเหยี่ยว

จากการสำรวจและทำแผนที่ของมูลนิธิสืบนาคะเสถียรพบว่า

  • ช่วงฤดูน้ำหลาก พื้นที่อาศัยของปลาซิวสมพงษ์มีมากกว่า 100 ตร.กม.

  • แต่พอถึงฤดูแล้ง พื้นที่แหล่งอาศัยลดลงเหลือน้อยกว่า 1 ตร.กม.

แปลว่า ในหน้าแล้ง ปลาแทบทั้งประชากรต้องมาแออัดอยู่ในแหล่งน้ำไม่กี่บ่อ ถ้าที่นั่นเสื่อมโทรมหรือถูกใช้ผิดวิธี ผลกระทบจะรุนแรงมาก

ดร.ชวลิตยังชี้ว่า วิถีอาหาร การทำมาหากิน และประเพณีของคนทุ่งน้ำหลากที่นี่ เป็นทุนวัฒนธรรมที่มีค่า สามารถพัฒนาเป็น

  • แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

  • พื้นที่เรียนรู้เรื่องทรัพยากรสำคัญของท้องถิ่น ระดับชาติ และนานาชาติ

  • ห้องเรียนกลางธรรมชาติสำหรับเยาวชน

ทั้งหมดนี้ไปด้วยกันกับวิสัยทัศน์ของตำบลท่าเรือที่ว่า “ตำบลน่าเที่ยว น่าอยู่ เกษตรก้าวหน้า การศึกษากว้างไกล”

เพาะเลี้ยงปลาซิวสมพงษ์: จากปลาสวยงามลับวงการ สู่ความหวังของชุมชน

อีกด้านหนึ่งของการอนุรักษ์คือการเพาะเลี้ยงในระบบควบคุม เพื่อช่วยเพิ่มจำนวนประชากรในธรรมชาติ และลดแรงกดดันจากการจับไปขายในตลาดปลาสวยงาม

วรรณดา พิพัฒน์เจริญชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดปราจีนบุรี คือกำลังหลักในการนำปลาซิวสมพงษ์เข้าระบบเพาะเลี้ยง โดยเริ่มจากการ ทำความเข้าใจถิ่นอาศัยในธรรมชาติ อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น

  • คุณภาพน้ำ

  • อาหารตามธรรมชาติ

  • ลักษณะดินและสภาพก้นบ่อ

  • พันธุ์ไม้น้ำที่ใช้วางไข่

  • ระดับออกซิเจน อุณหภูมิ และค่ากรดด่าง

เมื่อนำมาทดลองเพาะในระบบเลี้ยง พบว่า ปลาซิวสมพงษ์สามารถปรับตัวได้ดี มีพฤติกรรมไล่กันเพื่อผสมพันธุ์ และชอบวางไข่ใต้ใบกว้างของพืชน้ำ ไข่มีลักษณะกลม ใส

การเพาะเลี้ยงให้สำเร็จต้องอาศัย

  • ความเข้าใจชีววิทยาและวงจรชีวิตของปลา

  • พ่อแม่พันธุ์ที่แข็งแรง ปลอดโรค และสมบูรณ์เพศ

  • อาหารที่เหมาะสมทั้งสำหรับพ่อแม่พันธุ์และลูกปลาวัยอ่อน

ผู้นำชุมชนมองว่า การถ่ายทอดทักษะการเพาะเลี้ยงปลาซิวสมพงษ์ให้ชาวบ้าน เป็นทั้ง เครื่องมืออนุรักษ์ และโอกาสสร้างรายได้ ไปพร้อมกัน เพราะปลาชนิดนี้สามารถกลายเป็น

  • สัญลักษณ์ประจำตำบลที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม

  • สินค้าในตลาดปลาสวยงามที่มีจุดขายเรื่องแหล่งกำเนิดและเรื่องราวการอนุรักษ์

เมื่อ “นาข้าวขึ้นน้ำ” กลายเป็นเกราะป้องกันความหลากหลายทางชีวภาพ

การอนุรักษ์ปลาซิวสมพงษ์แยกไม่ออกจากการจัดการเกษตรในท้องถิ่น โดยเฉพาะ นาข้าวขึ้นน้ำลึก ที่เป็นหัวใจของระบบนิเวศทุ่งน้ำหลาก

มาลินี จันวรรณ์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ จากศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี นำเสนอแนวทางพัฒนาพื้นที่ตำบลท่าเรือตามแนวคิด BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อให้

  • สิ่งแวดล้อมดีขึ้น

  • ข้าวนาน้ำลึกมีมูลค่าเพิ่ม

  • เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

  • ทุ่งนา ปลา นก และระบบนิเวศอยู่ได้อย่างยั่งยืน

หัวใจของแนวคิด BCG ในพื้นที่นี้ ได้แก่

  • Bio Economy: เพิ่มมูลค่าข้าวนาน้ำลึกให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ของท่าเรือ ด้วยการใช้องค์ความรู้และนวัตกรรมมาช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต

  • Circular Economy: จัดการตอซังและฟางข้าวอย่างสร้างสรรค์ แทนการเผา โดยวิจัยการแปรรูปฟางข้าวเป็นผลิตภัณฑ์ และเชื่อมโยงกับตลาด ผ่านการร่วมมือกับบริษัทรับซื้อ

  • Green Economy: รักษาฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์ พัฒนาทุ่งน้ำหลากให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เกษตร และวัฒนธรรม พร้อมเวทีให้ชุมชนได้เล่าเรื่องพื้นที่ของตัวเอง

ตำบลท่าเรือมีจุดแข็งที่สำคัญ:

  • เป็นแหล่งปลูกข้าวขึ้นน้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

  • ไม่ใช้สารเคมี ทำให้กลายเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำหลากชนิด

  • เป็นแหล่งพักพิงของนกนานาชนิด

  • ทำหน้าที่เป็นพื้นที่รับน้ำหลาก ช่วยป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ข้างเคียง

  • ช่วยชะลอความเค็มในแม่น้ำบางปะกง

แม้จะยังมีโจทย์ใหญ่เรื่องการเผาตอซังฟางข้าว เนื่องจากข้อจำกัดด้านสภาพพื้นที่ที่ยังยากต่อการเปลี่ยนวิธีทำนา แต่แนวทางคือ วิจัยหาวิธีแปรรูปฟางเพื่อเพิ่มมูลค่า ให้เกษตรกรมีรายได้ต่อเนื่องจากของเหลือในนา แทนการเผาทิ้ง

ทุ่งน้ำหลาก = ห้องเรียนกลางแจ้งสำหรับเด็กทั้งตำบล

สำหรับคนรักการพาเด็กออกไปเรียนรู้นอกห้องเรียน ทุ่งน้ำหลากท่าเรือ–ปากพลีคือ สนามเรียนธรรมชาติระดับเวิลด์คลาส ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แถมยังมาพร้อมเรื่องราวการอนุรักษ์สุดเข้มข้น

จากกิจกรรมค่ายเยาวชนเพื่อการอนุรักษ์ปลาซิวสมพงษ์และทุ่งน้ำหลากท่าเรือ–ปากพลี ทำให้ครูนอกตำราหลายคนเริ่มลุกขึ้นมาปรับการเรียนรู้ของเด็กในพื้นที่

กนกกาญจน์ สมหวัง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดลำบัวลอย และ จักรี สอนนุช ครูจากโรงเรียนวัดเกาะกา เห็นตรงกันว่า ถึงเวลาแล้วที่ ทุ่งน้ำหลากต้องเข้าไปอยู่ใน “หลักสูตรท้องถิ่น” ของเด็กตำบลท่าเรือ

แนวทางการออกแบบการเรียนรู้มีทั้ง

  • การสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับทุ่งน้ำหลาก วิถีชุมชน และการอนุรักษ์ ลงในกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

  • การกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ให้เหมาะสมตามแต่ละระดับชั้น

  • การทำวิชาท้องถิ่นแบบเฉพาะทาง ในลักษณะ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ให้นักเรียนไปค้นคว้าจากผู้ปกครองและคนในชุมชน

เด็กจึงไม่ได้เรียนรู้แค่จากหนังสือ แต่ได้

  • ลงพื้นที่จริงในทุ่งน้ำหลากท่าเรือ–ปากพลี

  • เดินสำรวจทุ่งนกเหยี่ยว

  • ฟังเรื่องเล่าจากคนในชุมชน

  • สัมผัสปลาซิวสมพงษ์ และระบบนิเวศทั้งชุดด้วยตัวเอง

นี่คือการเรียนรู้แบบที่ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดลำบัวลอยเชื่อว่า “การเรียนรู้ไม่ได้อยู่เพียงแค่ในห้องเรียน” และทุ่งน้ำหลากคือห้องเรียนกลางธรรมชาติที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับเด็ก ๆ ในตำบลนี้

3 ปีที่เปลี่ยนปลาตัวจิ๋ว ให้กลายเป็นหัวใจของทั้งชุมชน

ตลอดระยะเวลาโครงการทั้งสองระยะ รวมประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา การทำงานอนุรักษ์ปลาซิวสมพงษ์ในทุ่งน้ำหลากลุ่มน้ำบางปะกง ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน

ด้านพื้นที่และกฎหมาย มีการ

  • ประกาศพื้นที่คุ้มครองบริเวณสระน้ำวัดลำบัวลอย

  • ประกาศพื้นที่ทุ่งใหญ่สาธารณประโยชน์ ตำบลท่าเรือ เป็นพื้นที่สำคัญต่อการอนุรักษ์

  • ติดตั้งป้ายประกาศขอความร่วมมืองดใช้เครื่องมือจับปลาขนาดเล็ก (ปลาสวยงาม)

  • จัดทำเขตพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำในพื้นที่สำคัญ

ด้านการสื่อสารและสร้างการรับรู้ มีการผลิตสื่อสารพลังสูงในหลายรูปแบบ เช่น

  • หนังสือว่าด้วยคุณค่าทุ่งน้ำหลากท่าเรือ–ปากพลี

  • หนังสือการ์ตูนเล่าเรื่องทุ่งน้ำหลากปากพลี

  • สมุดปกขาวว่าด้วยการอนุรักษ์ปลาซิวสมพงษ์และทุ่งปากพลี

  • โรลอัปแนะนำปลาชนิดสำคัญและสัตว์น้ำที่เป็นอาหารประจำทุ่งท่าเรือ–ปากพลี

ทั้งหมดนี้ช่วยให้ชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น และสังคมวงกว้าง เข้าใจคุณค่าของทุ่งน้ำหลากและปลาซิวสมพงษ์มากขึ้น ไม่ได้มองเห็นแค่เป็นปลาเล็ก ๆ ในทุ่งนาอีกต่อไป

ที่สำคัญที่สุดคือ การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนได้แตกแขนงออกไปเป็นงานต่อยอดอีกมากมาย เช่น

  • การจัดทำมาตรการคุ้มครองพื้นที่

  • การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเชิงวัฒนธรรม

  • การวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวและรูปแบบนาข้าวขึ้นน้ำ

  • การหาทางแก้ปัญหาการเผาตอซังข้าว

  • การเพาะพันธุ์และเพาะเลี้ยงปลาซิวสมพงษ์ในระบบควบคุม

  • การจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นในโรงเรียน

ทั้งหมดนี้เกิดจากการร่วมมือของ

  • ผู้นำชุมชน

  • โรงเรียนในพื้นที่

  • หน่วยงานรัฐระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

  • นักวิชาการ

  • องค์กรภาคประชาสังคม

เพื่อช่วยกันดูแล เพื่อนตัวจิ๋วในทุ่งน้ำหลาก และถิ่นอาศัยที่อุดมสมบูรณ์ซึ่งมีคุณค่าระดับโลก

ไอเดียชวนพาเด็กไปเรียนรู้ที่ทุ่งน้ำหลากท่าเรือ–ปากพลี

ถ้าคุณกำลังมองหา ที่เที่ยวสำหรับเด็ก ที่ได้ทั้งความสนุกและความรู้ ทุ่งน้ำหลากท่าเรือ–ปากพลี คือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม

ไอเดียกิจกรรมที่ทำได้ร่วมกับเด็ก ๆ เช่น

  • เดินสำรวจดูทุ่งนาขึ้นน้ำ และเล่าให้ฟังว่าทำไมที่นี่จึงเป็นบ้านของปลาซิวสมพงษ์

  • ชวนสังเกตนกและสัตว์น้ำท้องถิ่น ให้เดาและจดบันทึกความหลากหลายที่พบ

  • ให้เด็กลองวาดรูป “บ้านของปลาซิวสมพงษ์ในจินตนาการ” แล้วเปรียบเทียบกับของจริงในพื้นที่

  • คุยกับชาวบ้านหรือเกษตรกรในพื้นที่ ให้เด็กได้ฟังเรื่องเล่าจากคนที่อยู่กับทุ่งน้ำหลากมาทั้งชีวิต

ประสบการณ์แบบนี้จะช่วยให้เด็ก ๆ

  • เข้าใจว่าการอนุรักษ์ไม่ใช่แค่คำในหนังสือ แต่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตคนจริง ๆ

  • รู้สึกผูกพันกับธรรมชาติ และอยากลุกขึ้นมาปกป้องสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ยังเล็ก

ปลาซิวสมพงษ์อาจตัวเล็ก แต่เรื่องราวของมันใหญ่พอจะเปลี่ยนวิธีที่เด็กคนหนึ่งมองโลกทั้งใบได้เลย