รองเท้้า adidas คู่เดียวเอาอยู่ทุกลุคในทุกวัน
รองเท้า adidas ยังครองใจสายแฟสายสปอร์ต เพราะ ใส่สบาย ดีไซน์เรียบแต่ดูเท่ ราคาไม่แรงจนเอื้อมไม่ถึง และมีตัวเลือกทั้งรองเท้าวิ่งและไลฟ์สไตล์ให้เลือกตามกิจกรรมในแต่ละวัน ไม่ว่าจะใส่วิ่ง ออกกำลังกาย หรือใส่เที่ยวชิล ๆ ก็มีรุ่นที่ตอบโจทย์ครบ
จากข้อมูลรองเท้า adidas หลากหลายซีรีส์ จะเห็นว่าจุดร่วมสำคัญคือ การผสมเทคโนโลยีรองรับแรงกระแทกกับดีไซน์ที่แมตช์ได้หลายลุค ทำให้บางคู่สามารถใส่ได้ตั้งแต่ไปเรียน ทำงาน จนถึงเที่ยววันหยุดในคู่เดียว
ประเภทของรองเท้า adidas lifestyle และการใช้งาน
รองเท้า adidas สำหรับใส่ในชีวิตประจำวัน แม้จะมีหน้าตาเป็นสายแฟ แต่หลายรุ่นได้แรงบันดาลใจจากรองเท้ากีฬา ทำให้ใช้งานได้หลากหลาย แบ่งภาพรวมได้เป็นกลุ่ม ๆ ดังนี้
1. สนีกเกอร์สายแฟชั่น
รุ่นแนวสนีกเกอร์/แฟชั่นเน้น ดีไซน์เอกลักษณ์ แมตช์เสื้อผ้าได้หลายสไตล์ เช่น
Samba, Gazelle, Superstar, Handball Spezial (ข้อมูลอ้างอิงจากรองเท้าไลฟ์สไตล์ใน adidas) มีจุดเด่นคือ
ดีไซน์คลาสสิก แถบ 3-Stripes ชัดเจน
พื้นยางยึดเกาะดี ใส่เดินทั้งวันได้
วัสดุอัปเปอร์มีทั้งหนัง หนังกลับ และผ้าตาข่าย
Adifom Stan Smith, Adilette 22 XLG ในกลุ่มรองเท้าแตะ/แตะรัดส้น ที่เน้นสวมง่าย ใส่สบาย ใช้งานอเนกประสงค์ในทุกวัน
สนีกเกอร์ดัดแปลงเช่น Handball Spezial Loafers ที่นำทรงสนีกเกอร์มาทำเป็น loafers ดูสุภาพขึ้น แต่ยังมีกลิ่นอายสตรีท
2. รองเท้า running-inspired / วิ่งแต่ใส่ได้ทุกวัน
รองเท้าหลายรุ่นเป็น รองเท้าวิ่งเต็มตัว แต่ด้วยดีไซน์สวยทำให้กลายเป็นรองเท้าไลฟ์สไตล์ยอดนิยมไปด้วย เช่น
Runfalcon 3.0, Galaxy 6, Duramo SL, Adizero SL2, Supernova Stride, Ultraboost Light
- จุดร่วมคือ
อัปเปอร์ผ้าตาข่าย ระบายอากาศดี ใส่เดิน/วิ่งนาน ๆ ได้
พื้นโฟมอย่าง Cloudfoam, Lightmotion, Dreamstrike+, Lightstrike Pro ช่วยรองรับแรงกระแทก
พื้นยางด้านนอกยึดเกาะดี เหมาะทั้งลู่วิ่ง ถนน และชีวิตประจำวัน
กลุ่มนี้จึงเป็น “สายกลาง” ระหว่างรองเท้าวิ่งจริงจังกับสนีกเกอร์แฟชั่น ใครอยากได้คู่เดียวใช้ได้ทั้งออกกำลังกายเบา ๆ กับเดินเที่ยวในเมือง รุ่นกลุ่มนี้ตอบโจทย์มาก
3. รองเท้า slip-on / แตะ / แตะรัดส้น
สำหรับวันสบาย ๆ adidas มีรองเท้าแนว slip-on และแตะให้เลือก เช่น
Adilette Aqua Slides – แตะแบบสวม พื้น Cloudfoam นุ่ม ใส่เดินในบ้าน ไปสระว่ายน้ำ หรือเดินเล่นริมทะเล
SLYN Sandals – แตะรัดส้นสายคาด 3 สาย ปรับด้วยตีนตุ๊กแก ใส่เดินได้มั่นคงมากขึ้น ระบายอากาศดี
กลุ่มนี้เน้น ใส่ง่าย แห้งเร็ว พื้นโฟมนุ่ม เหมาะกับลุคแคชชวลหรือวันสบายที่ไม่เน้นความเป็นทางการ
เลือก adidas ให้เข้ากับสไตล์แต่งตัวในแต่ละลุค
แม้ข้อมูลจะเน้นด้านฟังก์ชัน แต่จากคุณสมบัติของแต่ละรุ่น เราสามารถจับคู่กับลุคต่าง ๆ ได้ดังนี้
ลุคทำงาน
สนีกเกอร์ทรงสุภาพ เช่นคู่ที่ใช้ หนังสังเคราะห์หรือหนังแท้ และโทนสีขาว/ดำ จะดูเป็นระเบียบมากขึ้น
รุ่นอย่าง Grand Court Alpha, Advantage Base 2.0, Handball Spezial Loafers (มีดีไซน์สุภาพและพื้นยางยึดเกาะดี) เหมาะกับวันทำงานที่ต้องเดินเยอะ
ลุคเรียน / ชีวิตประจำวัน
รุ่นที่เน้นความทนและใส่สบาย เช่น Runfalcon 3.0, Response Unisex, Duramo SL, Supernova Stride
ใช้อัปเปอร์ผ้าตาข่ายหรือผ้า + วัสดุรีไซเคิล น้ำหนักเบา ระบายอากาศดี เหมาะกับการใส่ทั้งวัน
ลุคเที่ยว
ถ้าเน้นเดินเยอะ: เลือกรองเท้าในกลุ่ม Daily Trainer อย่าง Supernova, Ultraboost หรือรุ่นวิ่งอย่าง Adizero SL2 ที่ถูกออกแบบให้ใส่เดิน/วิ่งระยะยาวสบาย
ถ้าเน้นชิลริมทะเล/สระ: ใช้แตะเช่น Adilette Aqua Slides หรือแตะรัดส้นอย่าง SLYN Sandals ที่พื้น EVA น้ำหนักเบา แห้งเร็ว
ลุคสตรีทแฟชั่น
สนีกเกอร์ไลฟ์สไตล์ เช่น Samba, Gazelle, Superstar, Handball Spezial และรุ่นคอลเลกชันพิเศษอย่าง Adidas SuperStar Knowwhere ที่เน้นดีเทลหนังวัวแท้และลุควินเทจผสมความดุดัน
รุ่นแปลงทรงแฟชั่น เช่น Samba Jane (Mary Jane), Barreda Mary Jane หรือ Adizero F50 KI1698 ที่ยกดีไซน์จากรองเท้าฟุตบอลมาทำเป็นรองเท้าไลฟ์สไตล์
รุ่นยอดฮิตใส่ได้ทุกวัน และจุดเด่นของแต่ละรุ่น
ข้อมูลอ้างอิงมีรองเท้ายอดนิยมหลายรุ่น ทั้งสำหรับผู้หญิงและรองเท้าวิ่ง/ไลฟ์สไตล์ทั่วไป ที่ใส่ได้ทุกวันและตอบโจทย์กิจกรรมหลากหลาย
1. Runfalcon 3.0 – วิ่งก็ได้ ใส่เล่นก็ดี
ประเภท: รองเท้าวิ่ง / รองเท้าผ้าใบ
- จุดเด่น:
น้ำหนักเบา เคลื่อนไหวคล่องตัว
อัปเปอร์ผ้า + วัสดุรีไซเคิล ระบายอากาศดี
พื้นกลาง Cloudfoam นุ่ม ซัพแรงกระแทก
พื้นยางยึดเกาะดี ใส่ได้ทั้งวิ่งและใช้ในชีวิตประจำวัน
2. Ultraboost Light / Ultraboost 5 / Ultraboost 5x – นุ่ม เด้ง ใส่เที่ยวยังสบาย
ใช้เทคโนโลยี Boost / Light Boost ช่วยรับแรงกระแทกและคืนแรงส่ง
- จุดเด่น:
ใส่เดินระยะไกลหรือวิ่งได้นาน โดยไม่เมื่อยเท้าง่าย
รุ่น Ultraboost Light น้ำหนักเบากว่า Ultraboost ทั่วไปถึง 30%
Ultraboost 5x ใช้อัปเปอร์ Primeknit ช่วยให้กระชับและระบายอากาศดี
3. Supernova Stride / Supernova Prima – วิ่งไกลก็ได้ ใช้เป็น daily pair ก็เหมาะ
- Supernova Stride
อัปเปอร์ผ้าตาข่าย + วัสดุรีไซเคิล
พื้นกลาง Dreamstrike+ ช่วยรองรับแรงกระแทก
พื้นนอก Adiwear ทนทาน ยึดเกาะได้ดี
- Supernova Prima
พื้นล่าง Light Traxion เกาะพื้นดี เหมาะกับวิ่งเร็ว
พื้นกลาง Dreamstrike+ ให้ความนุ่มและซัพแรงกระแทก
4. Samba, Superstar, Handball Spezial – ไอคอนสายแฟ
จากข้อมูล adidas ซีรีส์แฟชั่น
Samba – สนีกเกอร์คลาสสิก แรงบันดาลใจจากรองเท้าฟุตบอล พื้นยางยึดเกาะดี มีอัปเปอร์หลากวัสดุ (หนัง/หนังกลับ/ผ้าตาข่าย)
Superstar – โมเดลจากรองเท้าบาส ดีเทลหัวเปลือกหอย + แถบ 3-Stripes ขอบหยัก กลายเป็นไอคอนสตรีทแวร์
Handball Spezial – สายเรโทร พื้นยางยึดเกาะดี มีแผ่นรองฝ่าเท้า OrthoLite ใส่สบาย
5. Adizero SL2, Adizero Boston, Adios Pro, Prime X – สำหรับคนที่วิ่งจริงจัง
Adizero SL2 – รองเท้าวิ่ง Daily Trainer ที่ใช้ Lightstrike Pro รับแรงกระแทก น้ำหนักเบา เหมาะทั้งวิ่งและใส่เดินท่องเที่ยว
Adizero Boston – มี ENERGYRODS 2.0 ลดการสูญเสียแรง เหมาะกับซ้อมเร็วและวิ่งระยะไกลแบบจริงจัง
Adios Pro / Prime X – รองเท้าวิ่งสายแข่ง มีโฟม Lightstrike Pro และแผ่นคาร์บอน Energyrods 2.0 ช่วยคืนแรงและเพิ่มความเร็ว เหมาะสำหรับวันแข่ง
เคล็ดลับเลือกไซส์และรูปทรงให้ใส่สบายทั้งวัน
ข้อมูลรองเท้า adidas ผู้หญิงชี้ให้เห็นว่า การเลือกไซส์และรองเท้าให้เข้ากับรูปเท้า สำคัญมาก เพราะเกี่ยวกับสุขภาพเท้าโดยตรง
ช่วงไซส์ที่มีให้เลือก
รองเท้า adidas ผู้หญิง ครอบคลุมประมาณ US 5 – US 11 (EU 35 – 42.5)
สำหรับรองเท้าหลายรุ่นในตาราง เช่น Runfalcon 3.0, Grand Court Alpha, Advantage Base 2.0 มีไซส์ตั้งแต่ UK 3–10 แล้วแต่รุ่น
วิธีวัดเท้าให้ได้ไซส์พอดี
ใช้กระดาษ A4 วางเท้าแล้วร่างรอยเท้า
วัดความยาวและความกว้างหน่วยเซนติเมตร
- เทียบกับตารางไซส์ adidas ถ้า
หน้าเท้ากว้าง แนะนำเพิ่มไซส์ 0.5–1 ซม.
เลือกให้ตรงรูปเท้าและน้ำหนักตัว
จากคู่มือรองเท้าวิ่ง adidas
หน้าเท้ากว้าง → เลือกทรงกว้างหรือเพิ่มครึ่งไซส์ และใช้การร้อยเชือกแบบ heel-lock เพื่อลดแรงกด
เท้าแบน/อุ้งสูง → เลือกรองเท้าที่ยึดกลางเท้าได้ดี มีความเสถียร ไม่แข็งหรือกดจุด
น้ำหนักตัวมาก / วิ่งยาวบ่อย → ควรเลือกโฟมหนาและเสถียร เช่นกลุ่ม Daily Trainer ช่วยกระจายแรง ลดอาการล้า
วิธีแมตช์รองเท้า adidas กับสไตล์มินิมอล สตรีท สปอร์ต แคชชวล
จากคุณสมบัติของแต่ละวัสดุและดีไซน์ เราสามารถจับแนวการแมตช์แบบคร่าว ๆ ได้ดังนี้
ลุคมินิมอล
ใช้สนีกเกอร์สีพื้น เช่น ขาว ดำ หรือโทนเอิร์ธโทน
เลือกรองเท้าที่อัปเปอร์หนังสังเคราะห์หรือผ้าสีเรียบ เช่น Grand Court Alpha, Advantage Base 2.0, Runfalcon 3.0 สีขาว
ลุคสตรีท
เลือกรองเท้ามีดีเทลโดดเด่น เช่น หัวเปลือกหอยของ Superstar แถบ 3-Stripes สีตัด หรือโอเวอร์เลย์ Metallic ของ Adistar Control 5
รุ่นอย่าง Adidas SuperStar Knowwhere ก็เหมาะสำหรับคนที่ชอบลุคดุดันพร้อมเรื่องราวเบื้องหลัง
ลุคสปอร์ต
ใช้รองเท้าวิ่ง/เทรนนิ่ง เช่น Galaxy 6, Duramo SL, Ultraboost, Supernova, Dropset 2, Everyset Trainer
เลือกรองเท้าที่มีเทคโนโลยีรองรับแรงกระแทก เช่น Cloudfoam, Lightmotion, Boost หรือ Dreamstrike+
ลุคแคชชวลสบาย ๆ
แตะหรือแตะรัดส้น เช่น Adilette Aqua Slides, SLYN Sandals, Adilette 22 XLG, Adifom Stan Smith
พื้น EVA หรือ Cloudfoam ช่วยให้เดินสบาย เหมาะกับกิจกรรมเบา ๆ ในวันหยุด
การดูแลและทำความสะอาดรองเท้า adidas
แม้บทความที่อ้างอิงจะไม่ลงรายละเอียดขั้นตอนซักทำความสะอาดโดยตรง แต่จากวัสดุที่ใช้ในรองเท้าแต่ละประเภท เราสามารถสรุปหลักการดูแลแบบยึดตามคุณสมบัติของวัสดุได้ เช่น
ผ้าตาข่าย / Primeknit – เน้นผึ่งให้แห้งในที่ร่ม ระบายอากาศดี ลดการอับชื้น
หนังแท้ / หนังสังเคราะห์ / หนังกลับ – ต้องระมัดระวังเรื่องการเปื้อนและน้ำ (โดยเฉพาะหนังกลับ)
พื้นโฟมและโฟมรองรับแรงกระแทก – ควรสลับใช้มากกว่า 1 คู่ (คู่มือรองเท้าวิ่งแนะนำให้สลับเพื่อให้โฟมคืนตัว)
สำหรับรองเท้าวิ่งโดยเฉพาะ มีคำแนะนำเพิ่มเติมคือ
หลังวิ่งหรือโดนน้ำฝน ให้ล้างคราบสกปรกและผึ่งในที่ร่ม ไม่ตากแดดจัด
ถอดพื้นรองเท้าด้านในออกมาผึ่งแยก เพื่อลดกลิ่นอับและช่วยให้แห้งเร็ว
คอยบันทึกระยะทางที่ใช้ เมื่อใกล้ 600–800 กม. ให้เริ่มมองหารองเท้าคู่ใหม่ เพราะโฟมเริ่มเสื่อมสภาพ
ทำไมมี adidas คู่เดียวก็เอาอยู่ทุกลุค
จากข้อมูลรุ่นต่าง ๆ จะเห็นว่า adidas ออกแบบรองเท้าให้
ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย – ทั้งวิ่ง ฟิตเนส กีฬา เที่ยว และใช้ในชีวิตประจำวัน
ใช้เทคโนโลยีรองรับแรงกระแทก – เช่น Cloudfoam, Lightmotion, Boost, Lightstrike, Dreamstrike+
มีดีไซน์อเนกประสงค์ – ใส่ได้ทั้งลุคลำลองและลุคกึ่งทางการ แมตช์เสื้อผ้าได้หลายสไตล์
เลือกวัสดุให้เหมาะกับกิจกรรม – ผ้าตาข่ายสำหรับออกกำลังกาย หนัง/หนังสังเคราะห์สำหรับลุคสุภาพ EVA/โฟมสำหรับวันสบาย ๆ
ดังนั้น การมีรองเท้า adidas เพียงหนึ่งคู่ที่เลือกมาดี
ถ้าเน้นใช้งานทุกวัน + วิ่งเบา ๆ → เลือกกลุ่ม Daily Trainer เช่น Supernova, Ultraboost, Runfalcon 3.0
ถ้าเน้นแฟชั่นแต่ยังใส่สบาย → เลือกสนีกเกอร์คลาสสิก เช่น Samba, Superstar, Handball Spezial
ถ้าเน้นเดินเยอะ + เที่ยว + วิ่งบ้าง → เลือกคู่ที่ผสมเทคโนโลยีรองรับแรงกระแทกเช่น Adizero SL2, Ultraboost Light, Supernova Stride
การเลือกให้ตรงกับไลฟ์สไตล์หลักของตัวเอง (ทำงาน/เรียน/วิ่ง/เที่ยว) แล้วใส่ใจกับไซส์ รูปเท้า และวัสดุ จะช่วยให้รองเท้า adidas หนึ่งคู่ กลายเป็นคู่ประจำที่หยิบใส่ได้แทบทุกลุคในแต่ละวันโดยไม่รู้สึกว่าขาดอะไรไป


ความคิดเห็น