รับแอปรับแอป

Nobody: เมื่อ 4 ปีศาจตัวจิ๋วลุกขึ้นสวมรอยเป็นแก๊งไซอิ๋ว…แล้วชีวิตคนธรรมดาก็สะเทือน

ธีรพล สุขเกษม01-31

จากไซอิ๋วคลาสสิกสู่การตีความใหม่ในยุคปัจจุบัน

หนึ่งในวรรณกรรมคลาสสิกของจีนที่ทั้งโลกคุ้นชื่อกันดี คงหนีไม่พ้น “Journey to the West” หรือ “ไซอิ๋ว” ที่ต้องติดโผระดับต้น ๆ เสมอ

ผลงานชิ้นนี้ประพันธ์โดย “อู๋ เฉิงเอิน” นักเขียนนวนิยายและกวีในสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368–1644) ซึ่งหยิบเอาการเดินทางแสวงบุญของ “พระภิกษุเสวียนจั้ง” แห่งนิกายมหายาน ที่เดินทางข้ามแดนไปอินเดียเพื่อค้นหาคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ มาขยายเป็นนวนิยายขนาดยาว เต็มไปด้วยอารมณ์ขันและสีสัน

“ไซอิ๋ว” เล่าเรื่องการเดินทางของ “พระถังซัมจั๋ง” พร้อม 3 ศิษย์ ได้แก่ ราชาวานร “เห้งเจีย” หรือ “ซุนหงอคง”, ปีศาจหมู “ตือโป๊ยก่าย” และปีศาจปลา “ซัวเจ๋ง” ร่วมอัญเชิญพระไตรปิฎกจากชมพูทวีปกลับจีน

ศิษย์ทั้ง 3 รับหน้าที่ปกป้อง “พระถังซัมจั๋ง” ตลอดเส้นทางอันแสนไกล ต้องฟาดฟันเหล่าปีศาจที่หวังจะลิ้มลองเนื้อมนุษย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเชื่อว่าหากได้กินแล้วจะกลายเป็นอมตะ

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เราเห็น “ไซอิ๋ว” ถูกดัดแปลงเป็นทั้งหนังและซีรีส์มานับไม่ถ้วน แต่แทบทุกรุ่นก็ยังคงแก่นเดิมเอาไว้มั่นคง นั่นคือ งานเชิงอุปมาอุปไมยเรื่องความพยายาม เปี่ยมอารมณ์ขัน มีดราม่าแทรก และแฝงหลักคิดทางธรรมะ อย่างแนบเนียน

Nobody: ไซอิ๋วเวอร์ชั่นที่ไม่มีพระถังซัมจั๋งตัวจริง

ล่าสุด Shanghai Animation Film Studio สตูดิโอแอนิเมชั่นยักษ์ใหญ่ของจีน ส่งผลงานตีความจักรวาลไซอิ๋วในมุมใหม่ออกมาให้ชมกันในช่วงฤดูร้อน ภายใต้ชื่อ “Nobody” ผลงานกำกับของ “อวี่สุ่ย”

กระแสตอบรับถือว่าแรงใช้ได้ เพราะขึ้นแท่นเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่น 2 มิติ ที่ทำรายได้สูงสุดในจีน และตอนนี้ก็กวาดรายได้ทะลุ 1,000 ล้านหยวน เรียบร้อย

ด้านรีวิวและคะแนนความประทับใจ ก็เอนเอียงไปทางบวกแทบทั้งหมด เรียกได้ว่า แม้ไม่ใช่คอหนังแอนิเมชั่น ก็ไม่ควรมองข้ามเรื่องนี้เด็ดขาด

ความสนุกสำคัญของ “Nobody” อยู่ตรงนี้เลย — ตัวละครหลักในเรื่อง ไม่ใช่ขบวนอัญเชิญพระไตรปิฎกของ “พระถังซัมจั๋ง” อย่างที่คุ้นเคยกัน!

แต่เป็นเรื่องของ 4 ปีศาจตัวเล็ก ๆ บนภูเขาหลางหลาง ที่ลุกขึ้นมาสวมรอยเป็น “พระถังซัมจั๋ง”, “ซุนหงอคง”, “ตือโป๊ยก่าย” และ “ซัวเจ๋ง” เสียเอง

4 ปีศาจตัวจิ๋วกับแผนสวมรอยเพื่อแสวงหา “ความเป็นอมตะ”

เหตุผลที่พวกเขากล้าปลอมตัวเป็นแก๊งในตำนาน ก็เพราะอยากลิ้มลองเนื้อของ “พระถังซัมจั๋ง” เพื่อให้ตัวเองกลายเป็นอมตะ ตามคำเล่าลือที่ได้ยินมานาน

ไอเดียบ้าบิ่นนี้ผุดขึ้นจากหัวของ “ปีศาจหมู” (ให้เสียงโดย “จื้อผิงเฉิน”) ปีศาจระดับล่างที่ทำงานรับใช้ปีศาจผู้ทรงอำนาจ ถูกกดขี่และเหยียบศักดิ์ศรีซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาตัดสินใจชวนเพื่อนร่วมงานคือ “ปีศาจคางคก” (พากย์โดย “หยางลวี่”) รีบออกเดินทางไปก่อนที่ “พระถังซัมจั๋ง” ตัวจริงและเหล่าศิษย์ จะทำภารกิจที่ชมพูทวีปสำเร็จ

ระหว่างเตรียมตัวออกทริป “ปีศาจหมู” และ “ปีศาจคางคก” ก็ต้องหาเพื่อนร่วมทางเพิ่ม และได้ “ปีศาจพังพอน” (พากย์โดย “เหวินเหลียงตง”) กับ “ปีศาจวานร” (พากย์โดย “ชงหลิว”) มาร่วมทีม จากนั้นทั้ง 4 จึงจัดเต็มแต่งองค์ทรงเครื่อง เลียนแบบคณะของ “พระถังซัมจั๋ง” อย่างครบเซ็ต

แก๊งไซอิ๋วกำมะลอ และบททดสอบที่ไม่ได้ปลอมตามไปด้วย

ฟังดูเหมือนจะเป็นแผนปลอมตัวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แต่การเป็น “แก๊งไซอิ๋ว” ไม่ง่ายอย่างที่คิด พวกเขาต้องเผชิญกับบททดสอบสารพัด ทั้งการหลอกล่อ ตบตาคนอื่น และต้องประมือกับปีศาจร้ายที่กำลังวางแผนการใหญ่ในเงามืด

การเดินทางของ “แก๊งไซอิ๋วกำมะลอ” จึงไม่ต่างจากเส้นทางที่กลุ่มของ “พระถังซัมจั๋ง” เคยผ่านมากนัก เต็มไปด้วยอุปสรรคทั้งภายนอกและภายในใจ

แม้จุดเริ่มต้นของ “ปีศาจหมู” จะเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว แต่สถานการณ์มากมายที่ถาโถมเข้ามา กลับกลายเป็นกระบวนการ ชำระล้างและขัดเกลาความคิด ทำให้พวกเขาค่อย ๆ เปลี่ยนจากปีศาจเล็ก ๆ ที่คิดเพียงเอาตัวรอด กลายเป็นตัวละครที่เริ่มเข้าใจคำว่า “คุณธรรม” มากขึ้นทีละนิด

“Nobody” ซ่อนนัยยะถึงยุคสมัยปัจจุบันไว้อย่างแนบเนียน ผ่าน 4 ปีศาจที่แทบไม่มีพลังวิเศษ เปรียบเสมือนคนตัวเล็ก ๆ ที่รู้สึกว่าชีวิตตนเองไร้ตัวตน ไร้อำนาจ และต้องวนเวียนอยู่ในระบบการทำงานขนาดใหญ่

เมื่อปีศาจในหนัง คือเงาสะท้อนคนรุ่นใหม่

เหล่าปีศาจน้อยในเรื่อง ถูกเพิกเฉย ถูกดับฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนอยากหนีไปให้ไกลจากความอาภัพของตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังพยายามรักษาคุณค่าของตนเอง และทะนุถนอมความฝันอันยิ่งใหญ่ไม่ให้มอดดับไปง่าย ๆ

หนังเหมือนจะสะท้อนให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่จำนวนมากกำลังเผชิญแรงกดดันจากโลกการทำงาน พวกเขาโหยหาการหลุดพ้นจากกรงระบบ เพื่อออกไปไขว่คว้าความฝันของตัวเองให้ได้สักครั้ง

ความรู้สึก “ไม่มีตัวตน”, “ไม่มีเสียง” และ “ไม่มีพลังจะเปลี่ยนอะไร” คือสิ่งที่หนังหยิบมาขยาย ผ่านเรื่องราวของปีศาจตัวเล็ก ๆ ได้อย่างมีชั้นเชิง

ลายเส้น หมึกจีน และภาพฉากที่จะทำให้คุณอยากหยุดดูทุกเฟรม

อีกอย่างที่ต้องยกนิ้วให้คือ ลายเส้นของตัวละคร ที่ออกแบบมาได้ทั้งน่ารักและน่าขบขันในเวลาเดียวกัน ไม่ใช่แค่ตัวละครเท่านั้นที่โดดเด่น แต่ฉากหลังก็ทำการบ้านมาดีมาก

ทั้งทิวทัศน์ ภูเขา ป่าไม้ วัดวาอาราม ไปจนถึงอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ ล้วนใช้การผสมผสาน เทคนิคการวาดภาพด้วยหมึกแบบดั้งเดิม เข้ากับงานแอนิเมชั่นยุคใหม่

มันจึงทั้งสะท้อนบรรยากาศลึกลับแบบโบราณ และฉายให้เห็นเสน่ห์ ความงดงามตระการตาในทุกเฟรมภาพอย่างแท้จริง

สรุปง่าย ๆ “Nobody” ไม่ได้เป็นแค่แอนิเมชั่นไซอิ๋วเวอร์ชั่นเล่นใหญ่ แต่มันคือเรื่องของคนธรรมดาที่รู้สึกว่า “ตัวเองเป็น nobody” แล้วลุกขึ้นมาถามว่า…เรามีสิทธิ์จะไล่ตามความฝันเหมือนใครเขาไหม?