เปิดใจเรื่องรูขุมขนกว้าง ก่อนรองพื้นจะตกร่องอีกครั้ง
สำหรับสายเมคอัพ คนมีรูขุมขนกว้างคือเข้าใจดีว่าแต่งหน้าทีไร ผิวไม่เคยเนียนอย่างที่หวัง รองพื้นชอบตกร่อง เครื่องสำอางไม่ติดผิว ถ่ายรูปมุมไหนก็ต้องพึ่งฟิลเตอร์ช่วยตลอด
ความจริงแล้วรูขุมขนกว้างไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ เลย เพราะกระทบความมั่นใจเต็มๆ แต่ข่าวดีคือ รูขุมขนกว้างไม่ได้แก้ยากอย่างที่คิด ถ้าดูแลผิวถูกวิธี ขนาดรูขุมขนสามารถดูลดลง ผิวกลับมาดูละเอียด เรียบเนียน พร้อมเมคอัพได้จริง
ในบทความนี้จะพาพูดคุยกันแบบครบลูป ทั้งสาเหตุ วิธีดูแลผิวด้วยสกินแคร์ ไลฟ์สไตล์ที่ควรปรับ รวมถึงตัวช่วยด้านหัตถการสำหรับคนที่อยากเห็นผลชัดเจนขึ้น
รูขุมขนกว้างคืออะไร ทำไมถึงทำให้ผิวดูไม่เนียน
ปัญหารูขุมขนกว้างทำให้ผิวดูหยาบ แต่งหน้าแล้วไม่ฟิน แถมยังกลายเป็นจุดสะสมความมันและสิ่งสกปรกได้ง่าย ก่อนจะหาวิธีกู้ผิว เรามาทำความเข้าใจพื้นฐานกันก่อน
รูขุมขนและการขยายตัวของผิว
รูขุมขน (Pores) คือช่องเปิดเล็กๆ บนผิวที่เชื่อมกับต่อมไขมัน มีหน้าที่ปล่อยน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงให้ผิวชุ่มชื้นตามธรรมชาติ
แต่เมื่อรูขุมขนขยายตัวมากเกินไป ผิวจะดูไม่เรียบ เนื้อผิวดูไม่ละเอียด พอแต่งหน้าก็เห็นชัดว่ารองพื้นไม่กลืนไปกับผิว
โดยทั่วไป ขนาดรูขุมขนถูกกำหนดด้วยพันธุกรรมเป็นหลัก แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้มันดูใหญ่ขึ้นได้ เช่น อายุที่มากขึ้น ผิวมันเกินไป หรือไลฟ์สไตล์บางอย่างที่เราเผลอทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว
สาเหตุหลักที่ทำให้รูขุมขนดูกว้างขึ้น
ผิวมันและผลิตน้ำมันมากเกินไป
เมื่อผิวผลิตน้ำมันออกมามากเกิน น้ำมันจะสะสมอยู่ในรูขุมขน รูขุมขนจึงต้องขยายเพื่อระบายออก และถ้าเจอฝุ่น เครื่องสำอาง หรือสิ่งสกปรกมาอุดตันเพิ่มเข้าไปอีก รูขุมขนก็ยิ่งดูใหญ่ขึ้นอายุที่เพิ่มขึ้น
พออายุมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวลดลง ผิวเลยไม่กระชับเหมือนเดิม รูขุมขนที่เคยเล็กก็เลยเริ่มดูขยายและเห็นชัดขึ้นแสงแดดทำร้ายผิว
รังสี UV ไม่ได้ทำให้ผิวคล้ำเสียอย่างเดียว แต่ยังทำลายคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ความยืดหยุ่นลดลง พอผิวไม่ตึง รูขุมขนเลยดูเปิดกว้างมากขึ้นล้างหน้าไม่สะอาด
ถ้าทำความสะอาดผิวไม่ดีพอ สิ่งสกปรกและเมคอัพตกค้างจะอุดตันรูขุมขน ทำให้รูขุมขนขยายตัว เป็นปัญหาที่หลายคนมองข้ามทั้งที่แก้ง่ายมากชอบบีบสิวหรือจับหน้าบ่อยๆ
มือคือแหล่งรวมแบคทีเรียชั้นดี การจับหน้าทั้งวันหรือบีบสิวแรงๆ อาจทำให้ผิวอักเสบ รูขุมขนเสียสภาพ และดูกว้างกว่าเดิมได้
เมื่อรู้สาเหตุแล้ว ถ้าไม่อยากให้รูขุมขนกว้างขึ้นกว่าเดิม ต้องเริ่มเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ และค่อยๆ ปรับการดูแลผิวให้ถูกทาง
วิธีลดรูขุมขนกว้างให้ผิวดูเนียนแบบไม่ต้องง้อฟิลเตอร์
หลายคนเชื่อว่าลดรูขุมขนได้แค่ด้วยเลเซอร์อย่างเดียว จริงๆ แล้วเราสามารถเริ่มจาก การเลือกสกินแคร์ให้เหมาะ และ ปรับนิสัยการดูแลผิวประจำวัน ก่อน แล้วค่อยพิจารณาหัตถการเพิ่มเติมทีหลัง
เลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงจุด เน้นช่วยคุมมันและกระชับรูขุมขน
คลีนเซอร์ที่ช่วยควบคุมความมัน
เลือกโฟมล้างหน้าหรือคลีนเซอร์ที่ช่วยลดความมันส่วนเกิน โดยเฉพาะสูตรที่มี Salicylic Acid (BHA) หรือ Niacinamide ช่วยละลายสิ่งอุดตันในรูขุมขน ทำให้ผิวสะอาดแบบไม่แห้งกรอบโทนเนอร์กระชับรูขุมขน
โทนเนอร์ไม่ได้มีไว้แค่รีเฟรชผิว แต่ยังช่วยบาลานซ์ความมันและกระชับรูขุมขนได้ดี ลองมองหาสูตรที่มี Witch Hazel หรือสารสกัดจากชาเขียว ช่วยลดการอักเสบและทำให้ผิวดูแน่นขึ้นเซรั่มลดรูขุมขน
เซรั่มที่มี Niacinamide, Retinol หรือ Peptides ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผิวจะยืดหยุ่นขึ้น และรูขุมขนดูเล็กลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เหมาะมากสำหรับคนที่อยากให้ผิวแน่นเนียนขึ้นโดยไม่ต้องแต่งหน้าหนามอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบา
คนผิวมันก็ยังต้องบำรุงผิวอยู่ดี ถ้าผิวขาดน้ำ ต่อมไขมันจะยิ่งผลิตน้ำมันเพิ่ม ควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์สูตรเบา เช่น เจลบำรุงผิวแบบ Oil-free หรือสูตรที่มี Hyaluronic Acid เน้นเติมน้ำให้ผิวโดยไม่เพิ่มความมันกันแดด ตัวจริงที่ห้ามขาด
แสงแดดมีผลโดยตรงต่อความหย่อนคล้อยและความกว้างของรูขุมขน ดังนั้นต้อง ทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน และควรเป็นสูตร Non-comedogenic เพื่อไม่ให้ไปอุดตันผิวเพิ่มเติม
รูทีนดูแลผิวในชีวิตประจำวันให้เป็นมิตรกับรูขุมขน
ล้างหน้าให้สะอาด แต่ไม่ถูแรง
ใช้คลีนเซอร์อ่อนโยน ล้างหน้าเช้า–เย็นก็พอ หลีกเลี่ยงการถูหน้าแรงๆ หรือใช้ฟองน้ำขัดผิวที่หยาบเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองและรูขุมขนกว้างกว่าเดิมสครับผลัดเซลล์ผิวอย่างพอดี
การผลัดเซลล์ผิวช่วยให้ผิวดูเรียบขึ้นและรูขุมขนไม่อุดตัน แต่ควรทำเพียงสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง เลือกสครับเม็ดละเอียด ไม่บาดผิว หรือใช้โทนเนอร์/เซรั่มผลัดเซลล์เคมีอ่อนๆ แทนก็ได้เลิกนิสัยบีบสิวและจับหน้าทั้งวัน
การบีบสิวหรือจับหน้าแบบไม่ล้างมือก่อน ทำให้แบคทีเรียและสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันรูขุมขนได้ง่าย เสี่ยงทิ้งรอยและทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นแบบถาวรดื่มน้ำให้พอ และกินอาหารที่ดีต่อผิว
น้ำช่วยให้ผิวชุ่มชื้นจากภายใน ส่วนอาหารที่มีวิตามิน A, C, E เช่น ผัก ผลไม้ ถั่วต่างๆ ช่วยเสริมให้ผิวแข็งแรง ฟื้นตัวจากความหมองและความหยาบได้ดีขึ้นนอนให้พอ ลดสตร레스ให้เป็นเรื่องจริงจัง
ความเครียดและนอนดึกทำให้ผิวผลิตน้ำมันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ส่งต่อมาที่รูขุมขนที่ดูกว้างขึ้นได้ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และหากิจกรรมผ่อนคลาย เช่น ออกกำลังกายหรือทำสมาธิ
หัตถการสายจริงจัง ช่วยลดรูขุมขนแบบเห็นผลไว
ถ้าลองมาทุกอย่างแล้ว ทั้งสกินแคร์ การดูแลผิว และการปรับไลฟ์สไตล์ แต่รูขุมขนก็ยังดูชัดอยู่ อาจถึงเวลาที่ต้องมองหาตัวช่วยจากแพทย์ผิวหนัง ซึ่งปัจจุบันมีหลายวิธีที่ช่วย กระชับรูขุมขน ฟื้นฟูผิว และทำให้เมคอัพติดผิวมากขึ้น
เลเซอร์กระชับรูขุมขน
เลเซอร์เป็นหนึ่งในวิธียอดนิยม เพราะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้รูขุมขนดูกระชับขึ้นอย่างชัดเจน แต่ละชนิดก็ให้ความรู้สึกและผลลัพธ์ต่างกัน
Pico Laser
เลเซอร์พลังงานสูงที่ช่วยเคลียร์รอยดำจากสิว ปรับสภาพผิวให้สม่ำเสมอ และกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะกับคนที่รูขุมขนกว้างร่วมกับรอยสิว ผิวดูไม่เรียบเวลาแต่งหน้าDual Yellow Laser
ใช้พลังงานแสงช่วยลดความมัน ลดการอักเสบของสิว และช่วยให้รูขุมขนดูกระชับขึ้น เหมาะสำหรับคนผิวมันที่อยากหน้าใสขึ้นแบบไม่ต้องพักฟื้นเยอะIPL (Intense Pulsed Light)
กลุ่มแสงความเข้มสูงที่ช่วยลดรอยแดงจากสิว กระตุ้นคอลลาเจน และทำให้รูขุมขนดูเล็กลง ข้อดีคือหลังทำมักไม่มีแผลชัด เหมาะกับคนที่ไม่อยากหยุดงานพักหน้าFractional CO2 Laser
เป็นเลเซอร์ที่เน้นฟื้นฟูผิวลึก ยิงพลังงานเป็นจุดเล็กๆ ลงบนผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ช่วยลดรูขุมขนกว้าง รอยหลุมสิว และปรับผิวให้เนียนละเอียดขึ้นอย่างชัดเจน
ฟิลเลอร์เติมเต็ม ช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลง
ฟิลเลอร์ไม่ได้มีดีแค่เติมร่องลึกหรือให้หน้าดูเด็กขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ช่วยให้รูขุมขนกว้างดูลดลงได้ด้วย เหมาะกับคนที่ผิวไม่ค่อยยืดหยุ่น และรูขุมขนกว้างจากการที่คอลลาเจนลดลง
แพทย์มักใช้ฟิลเลอร์โมเลกุลเล็ก หรือ Micro Filler ฉีดตื้นๆ ใต้ผิว ช่วยให้ผิวดูฟู แน่น เรียบขึ้นทันที พร้อมกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเพิ่ม เมื่อเวลาผ่านไป รูขุมขนจะค่อยๆ ดูเล็กลง
ฟิลเลอร์ประเภทนี้ไม่ได้ทำให้โครงหน้าเปลี่ยน แต่เน้นให้ผิวดูละเอียดและเงาสุขภาพดีจากภายใน ผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือนต่อครั้ง
โบท็อกช่วยลดมัน พร้อมกระชับรูขุมขน
นอกจากใช้ลดริ้วรอยแล้ว โบท็อกยังมีเทคนิคการฉีดที่ช่วยให้รูขุมขนดูกระชับและความมันบนใบหน้าลดลงได้ เรียกว่า Micro Botox หรือ Meso Botox
แพทย์จะฉีดโบท็อกลงในชั้นผิวตื้นๆ ทั่วใบหน้า ผลลัพธ์คือ
รูขุมขนดูกระชับขึ้น
ผิวดูเนียน ละเอียดขึ้น
ความมันส่วนเกินระหว่างวันลดลง
แต่งหน้าติดทน เครื่องสำอางไม่ตกร่องง่าย
วิธีนี้เหมาะกับสายเมคอัพที่อยากให้ผิวดูเฟรชขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผลมักอยู่ได้นานประมาณ 4–6 เดือน
ยกกระชับผิวให้เฟิร์ม รูขุมขนก็เลยดูเล็กลง
ถ้ารูขุมขนกว้างเพราะผิวเริ่มหย่อนคล้อยจากอายุที่เพิ่มขึ้น การยกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงหรือคลื่นวิทยุถือว่าเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ
ตัวอย่างเทคโนโลยียอดนิยม เช่น
Ultherapy
ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ยิงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ผิวจึงดูกระชับขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง และช่วยให้รูปหน้าดูชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติThermage
ใช้คลื่นวิทยุ RF กระตุ้นผิวให้แน่นขึ้น ลดความหย่อนคล้อย และทำให้รูขุมขนดูเล็กลงไปพร้อมกัน เหมาะกับคนที่อยากฟื้นความตึงให้ผิวแบบไม่ต้องผ่าตัดHIFU (High-Intensity Focused Ultrasound)
เป็นอีกทางเลือกที่เบาลงจาก Ultherapy ช่วยยกกระชับผิวและกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีในระดับหนึ่ง เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มเข้าสายยกหน้า
เลเซอร์ Fractional CO2 สำหรับสายจริงจังเรื่องผิวเนียน
ถ้าอยากจัดการรูขุมขนกว้างแบบเต็มที่ พร้อมฟื้นฟูผิวให้ละเอียดขึ้น Fractional CO2 ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มาก
เลเซอร์ชนิดนี้จะปล่อยพลังงานลงไปเป็นจุดเล็กๆ บนผิว กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและเซลล์ผิวใหม่ ช่วยให้
รูขุมขนกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
รอยหลุมสิวลดลง
ผิวสัมผัสดูเรียบเนียนมากขึ้น
หลังทำ ผิวอาจแดง ลอกเป็นขุยเล็กน้อยในช่วง 5–7 วันแรก พอผิวผลัดเซลล์ใหม่ครบจะรู้สึกได้เลยว่าผิวละเอียดขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง เมคอัพติดผิวดีขึ้นกว่าเดิมมาก
กันไว้ดีกว่าแก้ เทคนิคป้องกันไม่ให้รูขุมขนกว้างขึ้นกว่าเดิม
รูขุมขนกว้างไม่ใช่เรื่องของกรรมพันธุ์อย่างเดียว แต่พฤติกรรมในทุกๆ วันก็มีผลมาก ถ้าไม่อยากให้ผิวดูหยาบ แต่งหน้าไม่ติด ต้องเริ่มดูแลตั้งแต่ตอนนี้
ทาครีมกันแดดทุกวันให้เป็นนิสัย
รังสี UV ทำลายคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวเสียความยืดหยุ่น และรูขุมขนค่อยๆ ขยายออกโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว
เคล็ดลับเลือกกันแดดที่ดี
เลือก SPF 30–50 พร้อม PA+++ ขึ้นไป เพื่อปกป้องทั้ง UVA และ UVB
ถ้าเป็นคนผิวมันหรือเป็นสิวง่าย ให้เลือกสูตร Oil-free หรือ Non-Comedogenic
กันแดดที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี หรือ Niacinamide จะช่วยลดการอักเสบและปกป้องผิวจากมลภาวะเพิ่มขึ้น
การทาครีมกันแดดที่ถูกต้อง ควรทาให้ทั่วหน้าและลำคอก่อนออกแดด 15–20 นาที ถ้าอยู่กลางแจ้งนานๆ ควรทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมง หรือใช้สเปรย์กันแดด/แป้งผสมกันแดดเติมระหว่างวันเพื่อไม่ให้เมคอัพพัง
ปรับวิธีใช้เมคอัพให้เป็นมิตรกับรูขุมขน
สำหรับสายแต่งหน้า เรื่องเครื่องสำอางคือดาบสองคม ใช้ดีผิวสวย ใช้ผิดรูขุมขนอุดตันทันที
สิ่งที่ควรทำ
เลือกเมคอัพสูตร Non-Comedogenic หรือ Oil-free เพื่อไม่ให้ไปอุดตันรูขุมขน
ใช้ไพรเมอร์หรือเบสที่ช่วยเบลอรูขุมขน ทำให้ผิวดูเนียนขึ้นโดยไม่ต้องลงรองพื้นหนา
ล้างหน้าให้สะอาดด้วยเทคนิค Double Cleansing เริ่มจากคลีนซิ่งล้างเมคอัพ ตามด้วยโฟมล้างหน้าอีกครั้งเพื่อเคลียร์สิ่งตกค้าง
สิ่งที่ควรเลี่ยง
นอนทั้งที่ยังแต่งหน้าอยู่ เพราะเป็นสาเหตุหลักของสิวและรูขุมขนอุดตัน
ลงรองพื้นหนาแน่นทุกวัน ทำให้ผิวหายใจลำบาก รูขุมขนอาจดูกว้างขึ้นเรื่อยๆ
ใช้ฟองน้ำหรือแปรงแต่งหน้าที่ไม่เคยล้าง เพราะเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย ตัวต้นเหตุของสิวและรูขุมขนอุดตัน
สรุป: อยากให้ผิวเนียน เมคอัพสวย รูขุมขนต้องแข็งแรงก่อน
รูขุมขนกว้างอาจจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายคน แต่ไม่ใช่เรื่องที่แก้ไม่ได้ ถ้าเข้าใจผิวตัวเองและดูแลอย่างถูกวิธี
เริ่มจาก สกินแคร์ที่ช่วยคุมมันและกระชับรูขุมขน
ล้างหน้าให้สะอาดแต่ไม่ทำร้ายผิว
ปกป้องผิวจากแสงแดดทุกวัน
ปรับนิสัยการใช้เมคอัพให้เป็นมิตรกับผิว
ถ้าอยากได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น การเลือกทำหัตถการ เช่น เลเซอร์ ฟิลเลอร์ หรือโบท็อก ก็เป็นตัวช่วยที่ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นได้อย่างเห็นผล
ท้ายที่สุด ผิวที่แข็งแรงจากภายในคือเบสเมคอัพที่ดีที่สุด เพราะเมื่อพื้นผิวดี รองพื้นติด งานผิวก็โกลว์สวยแบบไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์อีกต่อไป

