รับแอปรับแอป

Skincare Routine แบบโปร ผิวดีขึ้นทุกวันโดยไม่ต้องง้อคลินิก

อารยา จิตดี01-31

เริ่มต้นรู้จักผิว ก่อนจัด Skincare Routine แบบโปร

การดูแลผิวหน้าให้สวย สุขภาพดี ไม่ได้แปลว่าต้องใช้สกินแคร์ราคาแรง หรือขั้นตอนเยอะจนงง แต่คือการจัดลำดับ Skincare Routine ให้เหมาะกับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของเราเอง

เมื่อขั้นตอนถูกต้อง ผิวจะสะอาด ชุ่มชื้น รับสารบำรุงได้เต็มที่ ช่วยลดสิว จุดด่างดำ และริ้วรอยก่อนวัย แถมยังทำให้ผิวแข็งแรง พร้อมสู้มลภาวะและรังสี UV ในทุกๆ วัน

การเข้าใจพื้นฐานของผิวตัวเองเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น

  • ผิวมัน

  • ผิวแห้ง

  • ผิวผสม

  • ผิวบอบบาง ระคายเคืองง่าย

เมื่อรู้ประเภทผิวแล้ว เราจะเลือกเนื้อสัมผัสและส่วนผสมได้ง่ายขึ้น ปรับลำดับขั้นตอนให้เข้ากับอากาศ ช่วงเวลา และกิจวัตรแต่ละวันได้แบบมีเหตุผล ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผิวเนียน ชุ่มชื้น กระจ่างใสแบบระยะยาว ไม่ใช่แค่สวยชั่วคราว

ขั้นตอนที่ 1: ทำความสะอาดผิวให้สะอาด แต่ไม่ทำร้ายผิว

การล้างหน้าเป็นด่านแรกที่ห้ามพลาด เพราะช่วยขจัดสิ่งสกปรก เหงื่อ คราบกันแดด คราบเครื่องสำอาง และน้ำมันส่วนเกินออกจากผิว ถ้าล้างหน้าไม่สะอาด ปัญหาที่ตามมาคือรูขุมขนอุดตัน สิวอักเสบ และผิวหมองคล้ำ

การเลือกคลีนเซอร์ควรดูจากสภาพผิวเป็นหลัก เช่น

  • ผิวมันหรือเป็นสิวง่าย: เลือกเนื้อเจลหรือโฟมที่ช่วยควบคุมความมัน แต่ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง

  • ผิวแห้งหรือผิวบอบบาง: เหมาะกับเนื้อครีม โลชั่น หรือคลีนซิ่งที่อ่อนโยนต่อผิว

หลังล้างหน้าให้ใช้ผ้าสะอาดหรือทิชชู่เนื้อนุ่มซับผิวแทนการถูแรงๆ เพื่อลดการระคายเคืองและไม่ทำให้ผิวแดงหรือแห้งลอก

เคล็ดลับการล้างหน้าให้ผิวแฮปปี้

  • เลือกคลีนเซอร์ให้ตรงกับสภาพผิวจริงๆ

  • ใช้น้ำอุ่นพอเหมาะ ไม่ร้อนจนดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว

  • ล้างเบาๆ ให้ทั่วหน้าและลำคอ ไม่ต้องถูแรง

  • ซับหน้าให้แห้งด้วยผ้าสะอาดเท่านั้น

ขั้นตอนที่ 2: โทนเนอร์ รีเซ็ตผิวให้พร้อมรับการบำรุง

หลังล้างหน้า ผิวมักเสียสมดุล โทนเนอร์จึงทำหน้าที่เหมือนปุ่มรีเซ็ต ช่วยปรับสภาพผิวและค่า pH ให้กลับมาอยู่ในช่วงที่สมดุล แถมยังช่วยเตรียมผิวให้พร้อมรับสกินแคร์ขั้นต่อไปได้ดีขึ้น

โทนเนอร์สมัยนี้ไม่ได้มีแค่เช็ดเอาคราบที่ล้างไม่ออก แต่ยังมีสารบำรุงหลากหลาย เช่น

  • ไฮยาลูโรนิค แอซิด: ช่วยเติมความชุ่มชื้น

  • สารต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยชะลอริ้วรอยและปกป้องผิวจากมลภาวะ

ใช้โทนเนอร์ด้วยสำลีหรือมือที่สะอาด แล้วค่อยๆ ตบหรือกดเบาๆ ลงบนผิวหน้าและลำคอ ให้รู้สึกชุ่มแต่ไม่แฉะ

วิธีใช้โทนเนอร์ให้เห็นผลชัด

  • เลือกสูตรที่ตอบโจทย์ปัญหาผิว เช่น ผิวขาดน้ำ ผิวหมอง ผิวเป็นสิวง่าย

  • ใช้วิธีตบเบาๆ ลงบนผิว แทนการถูแรงๆ

  • เลี่ยงโทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์รุนแรง โดยเฉพาะคนผิวแห้งหรือผิวบอบบาง

  • ใช้ทุกเช้าและเย็นหลังล้างหน้าเป็นประจำ

ขั้นตอนที่ 3: เซรั่มและเอสเซนส์ บูสต์ผิวแบบจัดเต็ม

เซรั่มและเอสเซนส์คือพระเอกของสายสกินแคร์ เพราะเป็นขั้นตอนที่เน้น สารบำรุงเข้มข้นเพื่อจัดการปัญหาเฉพาะจุด ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย จุดด่างดำ ความหมองคล้ำ หรือผิวขาดน้ำ

เนื้อเซรั่มมักมีความเข้มข้นสูง ใช้เพียงเล็กน้อยก็เพียงพอ แต่ต้องเกลี่ยให้ทั่วใบหน้าและลำคออย่างสม่ำเสมอ

ตัวอย่างสารบำรุงที่ควรโฟกัส:

  • วิตามินซี: ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส จุดด่างดำดูจางลง

  • เรตินอล: ช่วยลดเลือนริ้วรอยและปรับผิวให้เรียบเนียน

  • ไฮยาลูโรนิค แอซิด: เติมความชุ่มชื้นลึกถึงผิวชั้นใน

การใช้เซรั่มอย่างต่อเนื่อง เช้า–เย็น จะช่วยให้เห็นผลชัดเจนมากขึ้น ทั้งเรื่องความเนียนและความใสของผิว

ทริคใช้เซรั่มให้คุ้มทุกหยด

  • เลือกสูตรที่ตรงกับปัญหาผิวหลัก ไม่ต้องใช้ทุกแบบในคราวเดียว

  • ใช้ปริมาณเล็กน้อย แต่เกลี่ยให้ทั่วใบหน้าและคอ

  • ลูบหรือตบเบาๆ จนรู้สึกว่าเซรั่มซึมลงผิว ไม่เหนอะหนะ

  • ใช้ต่อเนื่องจึงจะเห็นผล ไม่เปลี่ยนสูตรบ่อยเกินไป

ขั้นตอนที่ 4: มอยส์เจอไรเซอร์ ล็อกน้ำ เติมฟีลผิวอิ่มฟู

มอยส์เจอไรเซอร์คือเกราะกักเก็บความชุ่มชื้นของผิว ช่วยลดการสูญเสียน้ำ และช่วยล็อกสารบำรุงจากเซรั่มให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ถ้าข้ามขั้นตอนนี้บ่อยๆ ผิวอาจแห้งตึง แต่งหน้าไม่ติด และริ้วรอยมาเร็วขึ้นแบบไม่รู้ตัว

การเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ควรพิจารณา:

  • ผิวมัน: เนื้อเจลหรือโลชั่นบางเบา ซึมง่าย ไม่อุดตันรูขุมขน

  • ผิวแห้ง: เนื้อครีมเข้มข้น ให้ฟีลผิวโกลว์และชุ่มนาน

การทามอยส์เจอไรเซอร์ให้ลองนวดเบาๆ เป็นวงกลม จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้ผิวดูฟู สุขภาพดีขึ้น

ทริคเลือกและใช้มอยส์เจอไรเซอร์

  • เลือกสูตรตามสภาพผิว ไม่ใช้ตามกระแสอย่างเดียว

  • ทาทันทีหลังเซรั่ม เพื่อช่วยล็อกความชุ่มชื้น

  • นวดเบาๆ ให้ทั่วหน้าและลำคอ

  • ใช้ทั้งเช้าและเย็นให้เป็นนิสัย

ขั้นตอนที่ 5: กันแดด กำแพงป้องกันผิวที่ห้ามขาด

ต่อให้บำรุงดีแค่ไหน ถ้าไม่ทากันแดด ผิวก็ยังถูกทำร้ายจากแสง UVA และ UVB ได้อยู่ดี ซึ่งเป็นตัวการหลักของ

  • ผิวหมองคล้ำ

  • จุดด่างดำ ฝ้า กระ

  • ริ้วรอยก่อนวัย

ดังนั้นครีมกันแดดจึงควรเป็น ขั้นตอนสุดท้ายของ Skincare Routine ตอนเช้า เสมอ

การเลือกกันแดดให้ดูที่ค่า SPF และ PA ให้เหมาะกับการใช้ชีวิต เช่น ทำงานในออฟฟิศ เดินทางกลางแจ้ง หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งนานๆ

เนื้อผลิตภัณฑ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน:

  • ผิวมัน: เนื้อเจลหรือฟลูอิดบางเบา ไม่เหนียว ไม่อุดตัน

  • ผิวแห้ง: เนื้อครีมหรือโลชั่นที่ให้ความชุ่มชื้นเพิ่ม

เคล็ดลับใช้กันแดดให้ปกป้องผิวจริงจัง

  • เลือก SPF และ PA ให้เหมาะกับกิจกรรมของแต่ละวัน

  • ทาเป็นขั้นตอนสุดท้ายของสกินแคร์ตอนเช้า ก่อนแต่งหน้า

  • ถ้าอยู่กลางแจ้งหรือเหงื่อออกมาก ควรทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมง

  • เลือกเนื้อสัมผัสที่เราใช้แล้วรู้สึกสบายผิว ไม่เหนอะ ไม่หมอง

ขั้นตอนเสริมกลางคืน: ฟื้นฟูผิวช่วงเวลาทอง

ตอนกลางคืนคือช่วงที่ผิวได้พักและฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่ การเพิ่มขั้นตอนพิเศษจะช่วยเสริมให้ผิวกลับมาดูดีเร็วขึ้น โดยเฉพาะคนที่ผิวโทรมจากนอนดึก ทำงานหนัก หรืออยู่หน้าจอนานๆ

การใช้ Sleeping Mask หรือ Night Cream ที่มีสารบำรุงเข้มข้น จะช่วย

  • เติมความชุ่มชื้นล้ำลึก

  • ลดเลือนริ้วรอยและความหมองคล้ำ

  • ช่วยซ่อมแซมผิวที่อ่อนล้า

การนวดหน้าเบาๆ ก่อนนอนยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียน เลือดลมดี ผิวก็จะดูฟูและสดใสขึ้นในตอนเช้า

ทริคดูแลผิวช่วงกลางคืน

  • เลือกใช้ Night Cream หรือ Sleeping Mask ที่เข้มข้นแต่ไม่ระคายเคือง

  • นวดเบาๆ รอบหน้าและลำคอ ช่วยให้ซึมดีขึ้น

  • เลือกสูตรเหมาะกับผิว ไม่ต้องใส่น้ำหอมจัดหรือสารระคายเคือง

  • ใช้เป็นประจำทุกคืน ผิวจะค่อยๆ แข็งแรงและเรียบเนียนขึ้น

สรุปภาพรวม Skincare Routine แบบมืออาชีพ

Skincare Routine แบบมืออาชีพไม่จำเป็นต้องยุ่งยาก แต่ต้อง ครบและถูกลำดับ โดยโฟกัสหลักๆ คือ

  • ล้างหน้าให้สะอาดแต่ไม่ทำร้ายผิว

  • ใช้โทนเนอร์เพื่อปรับสมดุลผิว

  • ลงเซรั่มหรือเอสเซนส์จัดการปัญหาเฉพาะจุด

  • ตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อล็อกความชุ่มชื้น

  • ปิดท้ายตอนเช้าด้วยกันแดดปกป้องผิวจาก UV

  • เสริมขั้นตอนกลางคืนด้วย Night Cream หรือ Sleeping Mask เพื่อฟื้นฟูผิวลึกๆ

เมื่อเราปรับลำดับให้เหมาะกับสภาพผิว เลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับปัญหาจริง และทำอย่างสม่ำเสมอ ผิวจะค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งความเรียบเนียน ความใส และความแข็งแรง

กุญแจสำคัญคือเข้าใจผิวของตัวเอง และให้เวลาในการเห็นผล ไม่เร่ง ไม่รีบ แต่ดูแลอย่างตั้งใจ ผิวสวยสุขภาพดีทำได้จริงทุกวัน