จากสมาร์ทโฟน สู่บ้านที่คิดและดูแลเราได้
ลองจินตนาการดูว่า ถ้าคุณใช้ AI ช่วยลดค่าไฟในบ้าน ได้แบบเห็นผล หรือให้ระบบอัจฉริยะคอยแจ้งเตือนทันทีที่ ลูกแมวหนีออกไปเล่นนอกบ้าน — ชีวิตประจำวันจะสะดวกขึ้นแค่ไหน
แม้สมาร์ทโฟนของเราจะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ในความเป็นจริง บ้านส่วนใหญ่ยังทำงานแบบเดิม เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องรอคนเดินไปกดปุ่ม สภาพแวดล้อมเปลี่ยน ระบบออนไลน์พร้อม แต่พฤติกรรมในบ้านยังไม่เปลี่ยนตาม
ตรงนี้เองที่มุมมองของ “อภิรัตน์ หวานชะเอม” ก้าวข้ามกรอบเดิม เขามองว่า โลกกำลังเคลื่อนจากยุคสมาร์ทโฟน ไปสู่ยุคที่ สภาพแวดล้อมรอบตัวเราเชื่อมถึงกันทั้งระบบ โดยเริ่มที่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้ตัวที่สุด
วิสัยทัศน์: จากนักเทคโนโลยี สู่ผู้นำระบบนิเวศดิจิทัลในบ้าน
พื้นฐานของอภิรัตน์มาจากทั้งด้านการออกแบบและวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ทำให้เขาเชื่อมโยง ทักษะวิเคราะห์เชิงลึก เข้ากับ ความคิดสร้างสรรค์แบบนักออกแบบ ได้ลงตัว
เป้าหมายของเขาไม่ใช่แค่เอาเทคโนโลยีเข้ามาใส่ในบ้าน แต่คือการ นิยามใหม่ว่าคนไทยควรใช้เทคโนโลยีอย่างไรในชีวิตจริง
ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะต้อง เข้าถึงได้จริง
ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
ไม่ใช่ของเล่นไฮเทค แต่เป็นของที่ ช่วยงานชีวิตประจำวัน ได้ทุกวัน
จากแนวคิดนี้เอง จึงเกิดเป็นระบบนิเวศสำหรับบ้านอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง
ทรูเอ็กซ์: หัวใจของบ้านดิจิทัลยุคใหม่
ทรูเอ็กซ์ ถูกวางตัวให้เป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางของระบบนิเวศทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ที่ผสานเทคโนโลยีสำคัญหลายด้านเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น
AI
คลาวด์คอมพิวติ้ง
อุปกรณ์ IoT
เครือข่าย 5G
ทั้งหมดนี้ถูกรวมมาเพื่อสร้าง โซลูชันอัจฉริยะสำหรับบ้านพักอาศัย ครอบคลุมตั้งแต่การควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ไปจนถึงการดูแลคนที่เราใส่ใจ
ตัวอย่างการใช้งานที่ชัดเจน เช่น
ตรวจดูว่าใครมายืนอยู่หน้าประตูบ้าน
ดูแลและพูดคุยกับผู้สูงอายุที่อยู่บ้านได้ตลอดเวลา
สั่งงานอุปกรณ์ IoT ในบ้านได้จากที่เดียว
อภิรัตน์สรุปภาพรวมไว้อย่างชัดเจนว่า “เป้าหมายของทรูเอ็กซ์ ไม่ใช่แค่บ้านอัจฉริยะ แต่คือชีวิตอัจฉริยะ”
กล่าวคือ เทคโนโลยีไม่ได้มาเพื่อโชว์ว่าเราล้ำแค่ไหน แต่มาเพื่อ ยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพของผู้คน อย่างแนบเนียนในทุกวัน
ทำไมสมาร์ทโฮมในไทยยังไปได้ไม่สุด?
แม้เทคโนโลยีสมาร์ทโฮมจะพูดถึงกันมานาน แต่ในประเทศไทย อัตราการใช้งานยังต่ำกว่า 20% ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นมาก
อภิรัตน์มองว่า อุปสรรคสำคัญมีหลายเรื่อง เช่น
การติดตั้งและตั้งค่าอุปกรณ์ IoT ยัง ยุ่งยากสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
วัฒนธรรมของผู้บริโภคไทย เน้นการได้รับบริการมากกว่า DIY
เขาเปรียบเทียบว่า ในสหรัฐอเมริกา คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการตั้งค่าอุปกรณ์เอง แต่ในไทย ผู้ใช้คาดหวังว่า “ควรมีคนมาช่วยจัดการให้เรียบร้อย”
จากความเข้าใจนี้ ทรูเอ็กซ์จึงใช้จุดแข็งของทรู คอร์ปอเรชั่น ดึงเอาทีมช่างเทคนิคที่มีประสบการณ์ด้าน ติดตั้งอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ มาต่อยอดสู่บริการติดตั้ง ระบบบ้านอัจฉริยะทั้งระบบ ให้จบในคราวเดียว
ไม่ใช่แค่ถูก แต่ต้อง “เข้าใจง่ายและเห็นคุณค่าได้จริง”
ทรูเอ็กซ์ให้ความสำคัญกับคำว่า “เข้าถึงได้” ในแบบที่ลึกกว่าคำว่า “ราคาถูก”
อภิรัตน์มองว่า การเข้าถึงต้องตอบโจทย์ทั้ง
ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
ผู้ใช้เข้าใจได้ชัดว่า เทคโนโลยีนั้น ช่วยอะไรเขาได้จริง
เขาเน้นว่า ผู้บริโภคต้องมองเห็นเลยว่า เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วย
เพิ่มความปลอดภัยในบ้าน
ดูแลสุขภาพและคนที่รักได้ดีขึ้น
ทำให้ชีวิตสะดวกและสบายขึ้นอย่างเห็นภาพ
เมื่อผู้ใช้เข้าใจคุณค่า การยอมรับเทคโนโลยีก็เกิดขึ้นเอง
แอปเดียวจบ: ตัดปัญหาสมาร์ทโฮมที่เต็มไปด้วยแอป
หนึ่งในความยุ่งยากของการใช้สมาร์ทโฮมคือ ต้องโหลดแอปหลายตัวมาควบคุมอุปกรณ์แต่ละชิ้น
อภิรัตน์ชี้ว่า ผู้ใช้จำนวนมากต้องสลับใช้ 4-5 แอป เพื่อจัดการอุปกรณ์ทั้งหมดในบ้าน ซึ่งทำให้หลายคน ล้มเลิกกลางทาง ทั้งที่ลงทุนซื้ออุปกรณ์ไปแล้ว
ทรูเอ็กซ์จึงวางตัวเองเป็น แพลตฟอร์มแรกในไทย ที่พยายามทำให้
ทุกอย่างถูกจัดการได้ผ่าน แอปเดียว
ประสบการณ์ใช้งานเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน
ช่วยผลักดันให้คนทั่วไปกล้าเริ่มใช้สมาร์ทโฮมมากขึ้น
นี่คือการเปลี่ยนจาก “เทคโนโลยีที่ใช้ยาก” ไปเป็น “ประสบการณ์ที่ใช้ง่ายเหมือนแอปประจำวัน”
เปิดกว้าง ไม่ผูกมัดแบรนด์เดียว
แพลตฟอร์มของทรูเอ็กซ์ถูกออกแบบให้ ไม่ล็อกกับแบรนด์เดียว ซึ่งเป็นจุดสำคัญมากในโลก IoT ที่อุปกรณ์มีหลากหลายยี่ห้อ
ผู้ใช้จึงสามารถ
เชื่อมต่ออุปกรณ์จาก หลายแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก
ไม่จำเป็นต้องใช้แค่อุปกรณ์ภายใต้ชื่อทรูเอ็กซ์
แผนต่อไปคือ ในปีถัดๆ ไป อุปกรณ์ที่ใช้งานบนแพลตฟอร์มนี้จะเริ่มหลากหลายมากขึ้น ลูกค้าจึงสามารถ
เลือกแบรนด์ที่ตัวเองชอบ
แต่ยังมั่นใจได้ว่า ทุกอย่างทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น
นี่คือการให้เสรีภาพผู้ใช้เต็มที่ โดยมีแพลตฟอร์มคอยจัดการเบื้องหลังให้เรียบร้อย
โมเดลสมัครสมาชิก: เปลี่ยนจาก “ซื้อของ” เป็น “ใช้บริการ”
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้คนเข้าถึงบ้านอัจฉริยะได้ง่ายขึ้นคือ โมเดลแบบสมัครสมาชิก (Subscription)
แทนที่ผู้ใช้ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อ
ซื้ออุปกรณ์ล็อกประตูอัจฉริยะ
หรือติดตั้งระบบต่างๆ ทีเดียวจบ
ทรูเอ็กซ์เสนอทางเลือกให้ลูกค้าสามารถ
จ่ายแบบรายเดือน ในราคาที่จับต้องได้
คิดแบบใช้บริการมากกว่าการเป็นเจ้าของสิ่งของ
แนวคิดนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมของ คนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับ
ความคุ้มค่าในการใช้งาน
ความยืดหยุ่น
มากกว่าการ “ต้องเป็นเจ้าของทุกอย่าง”
บ้านอัจฉริยะยุคใหม่: ไม่ได้แค่เปิดปิดไฟ
ทรูเอ็กซ์ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเอาเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ามาขายแบบสำเร็จรูป แต่เลือก ปรับแต่งโซลูชันให้ตรงกับการใช้งานของคนไทยจริงๆ
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัด เช่น
กล้อง AI ที่คอยตรวจจับเวลา สัตว์เลี้ยงเดินออกจากโซนที่กำหนด
ระบบแจ้งเตือนเจ้าของร้านอาหารว่า ถาดบุฟเฟ่ต์ต้องเติมอาหารแล้ว
นี่ไม่ใช่แค่ “ขายกล้อง” แต่คือการขาย โซลูชันที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้
อภิรัตน์มองว่า ความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงคือ การขยับจากภาพเดิมที่
บ้านอัจฉริยะ = เปิดปิดไฟ แอร์ หรือปลั๊กไฟผ่านมือถือ
ไปสู่ภาพใหม่ที่
บ้านคือผู้ช่วยดูแลชีวิตเรา ในหลายมิติ ตั้งแต่พลังงาน สุขภาพ ไปจนถึงการเรียนรู้
ตัวอย่างที่สะท้อนวิสัยทัศน์นี้ได้ดีคือ แดชบอร์ดแสดงค่าพลังงานแบบเรียลไทม์ ที่ช่วยให้เราเห็น
ใช้ไฟมากน้อยแค่ไหน ในช่วงเวลาใด
มีฟังก์ชันอย่างระบบทำความเย็นแบบปรับได้ เพื่อช่วยลดการใช้พลังงาน
บ้านไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัย แต่กลายเป็นระบบจัดการพลังงานและคุณภาพชีวิตไปพร้อมกัน
แพ็กเกจที่เลือกได้ ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
ในมุมของอภิรัตน์ เขาเชื่อว่า ผู้ใช้ในอนาคตจะ เลือกซื้อบริการที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ มากกว่าการซื้ออุปกรณ์ชิ้นต่อชิ้น
ตัวอย่างเช่น
เจ้าของบ้านหลังใหญ่ อาจเลือกแพ็กเกจ พลังงานแสงอาทิตย์แบบขั้นสูง
เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่อยู่คอนโดหรือห้องสตูดิโอ อาจต้องการแค่ แพ็กเกจที่ช่วยให้ดูแลลูกสุนัขสุดซนได้ตลอดเวลา
มุมมองนี้เปลี่ยนเกมจากการขาย “ของ” ไปสู่การขาย ประสบการณ์และความสบายใจ
สไตล์ผู้นำ: วิสัยทัศน์ชัด เคียงข้างทีม และมองคนเป็นศูนย์กลาง
แนวคิดเรื่องภาวะผู้นำของอภิรัตน์ตั้งอยู่บน การบาลานซ์ 3 เรื่องสำคัญ
วิสัยทัศน์ที่ชัดเจน
การให้คำปรึกษาและสนับสนุนทีม
การบริหารจัดการผลงานให้เดินไปตามเป้าหมาย
เขามองว่าผู้นำที่ดีต้อง
บอกทิศทางได้
อยู่ใกล้ทีมพอที่จะให้คำแนะนำ
และบริหารงานให้สำเร็จได้จริง ไม่ใช่แค่คิดเป็นภาพสวยงาม
แรงบันดาลใจของเขามาจากบุคคลอย่าง อีลอน มัสก์ และ สตีฟ จ็อบส์ โดยเฉพาะแนวคิดของจ็อบส์ที่ว่า
ลูกค้ามักไม่รู้หรอกว่าตัวเองต้องการอะไร จนกว่าจะได้เห็นสิ่งที่เราสร้าง
นี่คือกรอบคิดที่เขานำมาใช้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มทรูเอ็กซ์ — คิดไปข้างหน้าเพื่อสร้างสิ่งที่ตอบโจทย์ในวันที่ผู้ใช้ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากได้
มองไปข้างหน้า: เมื่อทรูเอ็กซ์กลายเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์อัจฉริยะ
เป้าหมายที่อภิรัตน์วางไว้สำหรับทรูเอ็กซ์นั้น ไกลกว่าขอบเขตประเทศไทย
ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เขามองเห็นว่า
ทรูเอ็กซ์จะเป็น ศูนย์กลางของระบบนิเวศไลฟ์สไตล์อัจฉริยะ
มีการบูรณาการ AI เข้าไปในงานประจำวันแบบแนบเนียน
ทำให้เทคโนโลยีกลายเป็น ผู้ช่วยส่วนตัวที่แทบไม่มีใครเทียบได้
เป้าหมายไม่ใช่แค่การขึ้นชื่อว่าเป็นแพลตฟอร์มสมาร์ทโฮม แต่คือการเป็น ผู้นำในการยกระดับวิธีใช้ชีวิตของผู้คนในภูมิภาค
สุดท้ายแล้ว: แพลตฟอร์มหรือผู้ช่วยชีวิตที่มองไม่เห็น?
เมื่ออภิรัตน์ยังคงผลักดันขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้ไปไกลขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่สะท้อนจากวิธีคิดของเขาคือ
ทรูเอ็กซ์ไม่ใช่แค่ “ระบบ” หรือ “แพลตฟอร์ม”
แต่คือ ก้าวสำคัญของโซลูชันอัจฉริยะ ที่ตั้งใจจะทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้นอย่างจับต้องได้
ในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกันมากขึ้น บ้านของเราอาจไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัยอีกต่อไป
มันกำลังกลายเป็นผู้ช่วยที่คอยดูแลเรา คนที่เรารัก และแม้แต่สัตว์เลี้ยงของเรา — แบบเงียบๆ แต่ทรงพลังในทุกวัน

