รับแอปรับแอป

เมื่อบ้านทั้งหลังกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ: ถอดแนวคิดทรูเอ็กซ์สู่ไลฟ์สไตล์สมาร์ทของคนยุคใหม่

นพดล รัตนชัย01-31

จากสมาร์ทโฟน สู่บ้านที่คิดและดูแลเราได้

ลองจินตนาการดูว่า ถ้าคุณใช้ AI ช่วยลดค่าไฟในบ้าน ได้แบบเห็นผล หรือให้ระบบอัจฉริยะคอยแจ้งเตือนทันทีที่ ลูกแมวหนีออกไปเล่นนอกบ้าน — ชีวิตประจำวันจะสะดวกขึ้นแค่ไหน

แม้สมาร์ทโฟนของเราจะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ในความเป็นจริง บ้านส่วนใหญ่ยังทำงานแบบเดิม เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องรอคนเดินไปกดปุ่ม สภาพแวดล้อมเปลี่ยน ระบบออนไลน์พร้อม แต่พฤติกรรมในบ้านยังไม่เปลี่ยนตาม

ตรงนี้เองที่มุมมองของ “อภิรัตน์ หวานชะเอม” ก้าวข้ามกรอบเดิม เขามองว่า โลกกำลังเคลื่อนจากยุคสมาร์ทโฟน ไปสู่ยุคที่ สภาพแวดล้อมรอบตัวเราเชื่อมถึงกันทั้งระบบ โดยเริ่มที่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้ตัวที่สุด

วิสัยทัศน์: จากนักเทคโนโลยี สู่ผู้นำระบบนิเวศดิจิทัลในบ้าน

พื้นฐานของอภิรัตน์มาจากทั้งด้านการออกแบบและวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ทำให้เขาเชื่อมโยง ทักษะวิเคราะห์เชิงลึก เข้ากับ ความคิดสร้างสรรค์แบบนักออกแบบ ได้ลงตัว

เป้าหมายของเขาไม่ใช่แค่เอาเทคโนโลยีเข้ามาใส่ในบ้าน แต่คือการ นิยามใหม่ว่าคนไทยควรใช้เทคโนโลยีอย่างไรในชีวิตจริง

  • ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะต้อง เข้าถึงได้จริง

  • ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน

  • ไม่ใช่ของเล่นไฮเทค แต่เป็นของที่ ช่วยงานชีวิตประจำวัน ได้ทุกวัน

จากแนวคิดนี้เอง จึงเกิดเป็นระบบนิเวศสำหรับบ้านอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง

ทรูเอ็กซ์: หัวใจของบ้านดิจิทัลยุคใหม่

ทรูเอ็กซ์ ถูกวางตัวให้เป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางของระบบนิเวศทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ที่ผสานเทคโนโลยีสำคัญหลายด้านเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • AI

  • คลาวด์คอมพิวติ้ง

  • อุปกรณ์ IoT

  • เครือข่าย 5G

ทั้งหมดนี้ถูกรวมมาเพื่อสร้าง โซลูชันอัจฉริยะสำหรับบ้านพักอาศัย ครอบคลุมตั้งแต่การควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ไปจนถึงการดูแลคนที่เราใส่ใจ

ตัวอย่างการใช้งานที่ชัดเจน เช่น

  • ตรวจดูว่าใครมายืนอยู่หน้าประตูบ้าน

  • ดูแลและพูดคุยกับผู้สูงอายุที่อยู่บ้านได้ตลอดเวลา

  • สั่งงานอุปกรณ์ IoT ในบ้านได้จากที่เดียว

อภิรัตน์สรุปภาพรวมไว้อย่างชัดเจนว่า “เป้าหมายของทรูเอ็กซ์ ไม่ใช่แค่บ้านอัจฉริยะ แต่คือชีวิตอัจฉริยะ”

กล่าวคือ เทคโนโลยีไม่ได้มาเพื่อโชว์ว่าเราล้ำแค่ไหน แต่มาเพื่อ ยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพของผู้คน อย่างแนบเนียนในทุกวัน

ทำไมสมาร์ทโฮมในไทยยังไปได้ไม่สุด?

แม้เทคโนโลยีสมาร์ทโฮมจะพูดถึงกันมานาน แต่ในประเทศไทย อัตราการใช้งานยังต่ำกว่า 20% ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นมาก

อภิรัตน์มองว่า อุปสรรคสำคัญมีหลายเรื่อง เช่น

  • การติดตั้งและตั้งค่าอุปกรณ์ IoT ยัง ยุ่งยากสำหรับผู้ใช้ทั่วไป

  • วัฒนธรรมของผู้บริโภคไทย เน้นการได้รับบริการมากกว่า DIY

เขาเปรียบเทียบว่า ในสหรัฐอเมริกา คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการตั้งค่าอุปกรณ์เอง แต่ในไทย ผู้ใช้คาดหวังว่า “ควรมีคนมาช่วยจัดการให้เรียบร้อย”

จากความเข้าใจนี้ ทรูเอ็กซ์จึงใช้จุดแข็งของทรู คอร์ปอเรชั่น ดึงเอาทีมช่างเทคนิคที่มีประสบการณ์ด้าน ติดตั้งอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ มาต่อยอดสู่บริการติดตั้ง ระบบบ้านอัจฉริยะทั้งระบบ ให้จบในคราวเดียว

ไม่ใช่แค่ถูก แต่ต้อง “เข้าใจง่ายและเห็นคุณค่าได้จริง”

ทรูเอ็กซ์ให้ความสำคัญกับคำว่า “เข้าถึงได้” ในแบบที่ลึกกว่าคำว่า “ราคาถูก”

อภิรัตน์มองว่า การเข้าถึงต้องตอบโจทย์ทั้ง

  • ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน

  • ผู้ใช้เข้าใจได้ชัดว่า เทคโนโลยีนั้น ช่วยอะไรเขาได้จริง

เขาเน้นว่า ผู้บริโภคต้องมองเห็นเลยว่า เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วย

  • เพิ่มความปลอดภัยในบ้าน

  • ดูแลสุขภาพและคนที่รักได้ดีขึ้น

  • ทำให้ชีวิตสะดวกและสบายขึ้นอย่างเห็นภาพ

เมื่อผู้ใช้เข้าใจคุณค่า การยอมรับเทคโนโลยีก็เกิดขึ้นเอง

แอปเดียวจบ: ตัดปัญหาสมาร์ทโฮมที่เต็มไปด้วยแอป

หนึ่งในความยุ่งยากของการใช้สมาร์ทโฮมคือ ต้องโหลดแอปหลายตัวมาควบคุมอุปกรณ์แต่ละชิ้น

อภิรัตน์ชี้ว่า ผู้ใช้จำนวนมากต้องสลับใช้ 4-5 แอป เพื่อจัดการอุปกรณ์ทั้งหมดในบ้าน ซึ่งทำให้หลายคน ล้มเลิกกลางทาง ทั้งที่ลงทุนซื้ออุปกรณ์ไปแล้ว

ทรูเอ็กซ์จึงวางตัวเองเป็น แพลตฟอร์มแรกในไทย ที่พยายามทำให้

  • ทุกอย่างถูกจัดการได้ผ่าน แอปเดียว

  • ประสบการณ์ใช้งานเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน

  • ช่วยผลักดันให้คนทั่วไปกล้าเริ่มใช้สมาร์ทโฮมมากขึ้น

นี่คือการเปลี่ยนจาก “เทคโนโลยีที่ใช้ยาก” ไปเป็น “ประสบการณ์ที่ใช้ง่ายเหมือนแอปประจำวัน”

เปิดกว้าง ไม่ผูกมัดแบรนด์เดียว

แพลตฟอร์มของทรูเอ็กซ์ถูกออกแบบให้ ไม่ล็อกกับแบรนด์เดียว ซึ่งเป็นจุดสำคัญมากในโลก IoT ที่อุปกรณ์มีหลากหลายยี่ห้อ

ผู้ใช้จึงสามารถ

  • เชื่อมต่ออุปกรณ์จาก หลายแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก

  • ไม่จำเป็นต้องใช้แค่อุปกรณ์ภายใต้ชื่อทรูเอ็กซ์

แผนต่อไปคือ ในปีถัดๆ ไป อุปกรณ์ที่ใช้งานบนแพลตฟอร์มนี้จะเริ่มหลากหลายมากขึ้น ลูกค้าจึงสามารถ

  • เลือกแบรนด์ที่ตัวเองชอบ

  • แต่ยังมั่นใจได้ว่า ทุกอย่างทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น

นี่คือการให้เสรีภาพผู้ใช้เต็มที่ โดยมีแพลตฟอร์มคอยจัดการเบื้องหลังให้เรียบร้อย

โมเดลสมัครสมาชิก: เปลี่ยนจาก “ซื้อของ” เป็น “ใช้บริการ”

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้คนเข้าถึงบ้านอัจฉริยะได้ง่ายขึ้นคือ โมเดลแบบสมัครสมาชิก (Subscription)

แทนที่ผู้ใช้ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อ

  • ซื้ออุปกรณ์ล็อกประตูอัจฉริยะ

  • หรือติดตั้งระบบต่างๆ ทีเดียวจบ

ทรูเอ็กซ์เสนอทางเลือกให้ลูกค้าสามารถ

  • จ่ายแบบรายเดือน ในราคาที่จับต้องได้

  • คิดแบบใช้บริการมากกว่าการเป็นเจ้าของสิ่งของ

แนวคิดนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมของ คนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับ

  • ความคุ้มค่าในการใช้งาน

  • ความยืดหยุ่น

มากกว่าการ “ต้องเป็นเจ้าของทุกอย่าง”

บ้านอัจฉริยะยุคใหม่: ไม่ได้แค่เปิดปิดไฟ

ทรูเอ็กซ์ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเอาเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ามาขายแบบสำเร็จรูป แต่เลือก ปรับแต่งโซลูชันให้ตรงกับการใช้งานของคนไทยจริงๆ

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัด เช่น

  • กล้อง AI ที่คอยตรวจจับเวลา สัตว์เลี้ยงเดินออกจากโซนที่กำหนด

  • ระบบแจ้งเตือนเจ้าของร้านอาหารว่า ถาดบุฟเฟ่ต์ต้องเติมอาหารแล้ว

นี่ไม่ใช่แค่ “ขายกล้อง” แต่คือการขาย โซลูชันที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้

อภิรัตน์มองว่า ความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงคือ การขยับจากภาพเดิมที่

  • บ้านอัจฉริยะ = เปิดปิดไฟ แอร์ หรือปลั๊กไฟผ่านมือถือ

ไปสู่ภาพใหม่ที่

  • บ้านคือผู้ช่วยดูแลชีวิตเรา ในหลายมิติ ตั้งแต่พลังงาน สุขภาพ ไปจนถึงการเรียนรู้

ตัวอย่างที่สะท้อนวิสัยทัศน์นี้ได้ดีคือ แดชบอร์ดแสดงค่าพลังงานแบบเรียลไทม์ ที่ช่วยให้เราเห็น

  • ใช้ไฟมากน้อยแค่ไหน ในช่วงเวลาใด

  • มีฟังก์ชันอย่างระบบทำความเย็นแบบปรับได้ เพื่อช่วยลดการใช้พลังงาน

บ้านไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัย แต่กลายเป็นระบบจัดการพลังงานและคุณภาพชีวิตไปพร้อมกัน

แพ็กเกจที่เลือกได้ ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

ในมุมของอภิรัตน์ เขาเชื่อว่า ผู้ใช้ในอนาคตจะ เลือกซื้อบริการที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ มากกว่าการซื้ออุปกรณ์ชิ้นต่อชิ้น

ตัวอย่างเช่น

  • เจ้าของบ้านหลังใหญ่ อาจเลือกแพ็กเกจ พลังงานแสงอาทิตย์แบบขั้นสูง

  • เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่อยู่คอนโดหรือห้องสตูดิโอ อาจต้องการแค่ แพ็กเกจที่ช่วยให้ดูแลลูกสุนัขสุดซนได้ตลอดเวลา

มุมมองนี้เปลี่ยนเกมจากการขาย “ของ” ไปสู่การขาย ประสบการณ์และความสบายใจ

สไตล์ผู้นำ: วิสัยทัศน์ชัด เคียงข้างทีม และมองคนเป็นศูนย์กลาง

แนวคิดเรื่องภาวะผู้นำของอภิรัตน์ตั้งอยู่บน การบาลานซ์ 3 เรื่องสำคัญ

  • วิสัยทัศน์ที่ชัดเจน

  • การให้คำปรึกษาและสนับสนุนทีม

  • การบริหารจัดการผลงานให้เดินไปตามเป้าหมาย

เขามองว่าผู้นำที่ดีต้อง

  • บอกทิศทางได้

  • อยู่ใกล้ทีมพอที่จะให้คำแนะนำ

  • และบริหารงานให้สำเร็จได้จริง ไม่ใช่แค่คิดเป็นภาพสวยงาม

แรงบันดาลใจของเขามาจากบุคคลอย่าง อีลอน มัสก์ และ สตีฟ จ็อบส์ โดยเฉพาะแนวคิดของจ็อบส์ที่ว่า

ลูกค้ามักไม่รู้หรอกว่าตัวเองต้องการอะไร จนกว่าจะได้เห็นสิ่งที่เราสร้าง

นี่คือกรอบคิดที่เขานำมาใช้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มทรูเอ็กซ์ — คิดไปข้างหน้าเพื่อสร้างสิ่งที่ตอบโจทย์ในวันที่ผู้ใช้ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากได้

มองไปข้างหน้า: เมื่อทรูเอ็กซ์กลายเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์อัจฉริยะ

เป้าหมายที่อภิรัตน์วางไว้สำหรับทรูเอ็กซ์นั้น ไกลกว่าขอบเขตประเทศไทย

ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เขามองเห็นว่า

  • ทรูเอ็กซ์จะเป็น ศูนย์กลางของระบบนิเวศไลฟ์สไตล์อัจฉริยะ

  • มีการบูรณาการ AI เข้าไปในงานประจำวันแบบแนบเนียน

  • ทำให้เทคโนโลยีกลายเป็น ผู้ช่วยส่วนตัวที่แทบไม่มีใครเทียบได้

เป้าหมายไม่ใช่แค่การขึ้นชื่อว่าเป็นแพลตฟอร์มสมาร์ทโฮม แต่คือการเป็น ผู้นำในการยกระดับวิธีใช้ชีวิตของผู้คนในภูมิภาค

สุดท้ายแล้ว: แพลตฟอร์มหรือผู้ช่วยชีวิตที่มองไม่เห็น?

เมื่ออภิรัตน์ยังคงผลักดันขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้ไปไกลขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่สะท้อนจากวิธีคิดของเขาคือ

  • ทรูเอ็กซ์ไม่ใช่แค่ “ระบบ” หรือ “แพลตฟอร์ม”

  • แต่คือ ก้าวสำคัญของโซลูชันอัจฉริยะ ที่ตั้งใจจะทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้นอย่างจับต้องได้

ในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกันมากขึ้น บ้านของเราอาจไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัยอีกต่อไป

มันกำลังกลายเป็นผู้ช่วยที่คอยดูแลเรา คนที่เรารัก และแม้แต่สัตว์เลี้ยงของเรา — แบบเงียบๆ แต่ทรงพลังในทุกวัน