รับแอปรับแอป

7HD ระเบิดปีซูเปอร์คอนเทนต์ 2568: จากซีรีส์วายถึงกีฬาเยาวชน ฟีเวอร์ทุกแพลตฟอร์ม

ภาคภูมิ ศรีสุข02-01

7HD ปี 2568: ปีที่ความบันเทิงไม่เคยพัก

ตลอดปี 2568 ช่อง 7HD เดินเกมหนัก ระเบิดโกดังคอนเทนต์แบบจัดเต็มทุกแนว ทั้งละคร ซีรีส์ รายการข่าว ทอล์กโชว์ เรียลลิตี้ กีฬาเยาวชน ไปจนถึงฟรีคอนเสิร์ตระดับตำนาน เรียกได้ว่าครบทั้งสาระ ความสนุก และความมันสไตล์ทีวีเบอร์หนึ่งของไทย

ปีนี้จึงไม่ใช่แค่ปีแห่งคอนเทนต์ แต่คือปีที่ช่อง 7HD ประกาศชัดว่า พร้อมพิสูจน์ตัวตนใหม่ในยุคดิจิทัลและ AI เดินหน้าขยายจักรวาลความบันเทิงไปทุกแพลตฟอร์ม สร้างกระแสไวรัลแบบไม่ปล่อยให้คนดูได้พักหายใจ

ละคร–ซีรีส์: จากจักรวงศ์เช้าเสาร์อาทิตย์ ถึงวาย–แซฟฟิกสุดเดือด

หัวใจหลักของช่องยังคงเป็นละคร ที่ปีนี้จัดเต็มทั้งคุณภาพและความหลากหลาย เนื้อหาเข้มข้น ฟอร์มดี ยังคงส่งตรงถึงผู้ชมทั้งทางหน้าจอทีวีและแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ทำให้ละครไทยเข้าถึงสายตาคนดูทั่วโลกมากขึ้น

ละครพื้นบ้านก็ยังแรงไม่หยุด เสาร์–อาทิตย์ตอนเช้าเรียกเรตติงถล่มจอ แฟนละครจักรวงศ์ยังเหนียวแน่นเหมือนเดิม ขณะที่สายซีรีส์ต้องบอกว่า ปีนี้คือปีทองของคนรักซีรีส์ เพราะช่อง 7HD เปิดโหมดลุยทุกแนวแบบไม่มียั้ง

  • ซีรีส์สะท้อนสังคมเข้มข้น เปิดศึกท้าทายระบบ จนต้องทำกันถึง 2 ซีซั่น

  • ซีรีส์จบในตอนว่าด้วยกฎแห่งกรรม และความเชื่อที่ตีแผ่มุมคิดในการใช้ชีวิต

  • ซีรีส์ดราม่า–ลึกลับ ฟีลหนังฉายบนทีวี มุมภาพแปลกตา เนื้อเรื่องชวนติดตามแบบดูแล้วแยกตัวจากจอไม่ออก

ฝั่งสายวัยรุ่นก็ไม่แพ้กัน กับซีรีส์ว่าด้วยมิตรภาพ ความฝัน และดนตรี ที่ยกโลเคชันหลักไปไว้กลางสยามสแควร์ แหล่งรวมตัวสุดฮิปของวัยรุ่นยุคนี้ แถมยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรระดับมหาวิทยาลัยชั้นนำ สร้างบรรยากาศให้ซีรีส์มีเสน่ห์เฉพาะตัวมากขึ้น

ซีรีส์ค้นหาตัวตน และเรื่องราวของคนรุ่นใหม่

โลกของคนรุ่นใหม่ไม่ได้มีแค่ความรักหวานฟู แต่เต็มไปด้วยการค้นหาตัวเอง การเรียนรู้จากอดีต และความสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ช่อง 7HD เลยส่งโปรเจกต์ซีรีส์ร่วมสมัยที่เล่าเรื่องการเติบโต และความรักหลากมิติ ผสมผสานประวัติศาสตร์ แรงบันดาลใจ และภาพสังคมไทยที่หลายคนคุ้นเคย แต่ไม่เคยถูกเล่ามุมนี้มาก่อน

ซีรีส์แนวนี้จึงไม่ได้ให้แค่ความฟิน แต่ยังชวนคิด ชวนทบทวน และชวนมองตัวเองในกระจกไปพร้อมกับตัวละคร

วาย–แซฟฟิก ฟีลลิ่งแรง ฟีเวอร์ทั้งไทยและต่างประเทศ

โลกของซีรีส์วาย–แซฟฟิกปีนี้บอกเลยว่า เดือดแบบไม่เกรงใจใคร เริ่มจากความละมุนฟีลเมืองเหนือใน “I Promise I Will Come Back ฉันคอยเธอ” ที่สายโรแมนติกต้องยอมแพ้ให้ความอบอุ่นของเรื่องราว

ต่อด้วย “Shine” Original Gay Series ฟอร์มยักษ์ จากค่ายที่ฐานแฟนอินเตอร์แน่นอยู่แล้ว งานนี้ได้ทีมนักแสดงเบอร์แรงอย่าง อาโป–ณัฐวิญญ์ และ มาย–ภาคภูมิ นำทีมปลุกกระแสแฟนต่างชาติให้ยิ่งคิดถึงซีรีส์ไทยเข้าไปใหญ่ รวมถึงยูโร ยศวรรธน์ ที่กระโดดลงสนามซีรีส์เต็มตัว และได้รับเสียงตอบรับดีกระหึ่มโซเชียล

ยังไม่หมดกับการปักหมุดประวัติศาสตร์ใหม่ของวงการวายไทย เมื่อช่อง 7HD ส่ง ซีรีส์วายเงือกเรื่องแรกของประเทศ แนวโรแมนติก–ดราม่า–แฟนตาซี ลงสู่สนาม พร้อมซีรีส์แซฟฟิก “Dangerous Queen คนโปรดของควีน” ที่เคมีของคู่หลักอย่าง เหนือ–ดิสรยา และ แตงกวา–พิญญาเนศวร์ แรงจนแฟน ๆ ตั้งด้อมให้แบบไม่ต้องนัดหมาย

ฐานแฟนคลับเติบโตแบบก้าวกระโดด ชนิดที่ว่าเกิดเป็นชุมชนแฟนเหนียวแน่น ทั้งไทยทั้งต่างประเทศ เรียกว่า ดังเร็ว ดังแรง ดังแบบข้ามคืน อย่างแท้จริง

เพื่อไม่ให้คนดูออนไลน์ตกขบวน ช่อง 7HD ยังโชว์โมเดลใหม่ “Micro Series” ซีรีส์แนวตั้งสำหรับแพลตฟอร์มออนไลน์โดยเฉพาะ ประเดิมด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์น่ารัก ๆ ที่แจ้งเกิดนักแสดงหน้าใหม่ 2 หนุ่มแบบเต็ม ๆ ยึดหัวใจคนดูสายสกอล์ผ่านหน้าจอมือถือแบบอยู่หมัด

กีฬาเยาวชน: เสียงเฮจากสนามสู่ทั้งประเทศ

ใครถามหาคอนเทนต์ที่ทำให้คนทั้งประเทศเชียร์ลั่นพร้อมกัน ต้องยกให้โปรเจกต์กีฬาเยาวชนสุดยิ่งใหญ่ “แชมป์กีฬา 7HD 2025” ที่ช่อง 7HD ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดสังเวียนให้เด็ก ๆ ที่รักกีฬาได้มีเวทีจริงในการพิสูจน์ตัวเอง

การแข่งขันครอบคลุม 4 ชนิดกีฬา ได้แก่

  • บาสเกตบอล 3x3 นักเรียนชาย

  • วอลเลย์บอล นักเรียนหญิง

  • เซปักตะกร้อ นักเรียนชาย

  • ฟุตบอลนักเรียน 7 คน

สิ่งที่สวยงามคือ ความสำเร็จของรายการนี้ไม่ได้อยู่แค่ผลแพ้ชนะ แต่คือ การสร้างหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของวงการกีฬาเยาวชนไทย สร้างไวรัลในโลกออนไลน์แบบต่อเนื่อง โดยเฉพาะรอบชิงฟุตบอลที่ทำเรตติงทั่วประเทศพุ่งถึง 7.4 และในเขตกรุงเทพฯ ทะลุ 10.4 พร้อมยอดผู้ชมออนไลน์รวมทุกแพลตฟอร์มกว่า 150 ล้านวิว

ทีมแชมป์ และทีมรองแชมป์กลายเป็นขวัญใจมหาชนไปแบบเนียน ๆ เด็ก ๆ หลายคนถูกจับตามองในฐานะไอคอนกีฬาเยาวชน ที่ไม่ได้มีแค่ฝีมือ แต่มีแพสชันและสปิริตที่ทำให้คนทั้งประเทศอยากลุกขึ้นมาส่งเสียงเชียร์

ข่าวครบเครื่อง: จริงจังแต่ยังเป็นกันเอง

ปี 2568 เป็นปีที่ทีมข่าวช่อง 7HD ปรับโหมดชัดเจน จากข่าวเข้มแบบดั้งเดิม สู่การเล่าข่าวที่ จริงจังในสาระ แต่ไม่ทิ้งความเป็นกันเอง ด้วยสไตล์การเล่าที่เข้าใจง่าย ฟังเพลิน แต่ยังคงครบถ้วนทุกมุมมองที่คนดูควรรู้

รายการข่าวสไตล์อารมณ์ดี ที่คัดข่าวเด่นคลิปดังประจำสัปดาห์มาเล่าด้วยโทนสบาย ๆ ช่วยให้คนดูรู้ทันข่าวแบบไม่รู้สึกหนักจนเกินไป แถมยังสนุก จนกลายเป็นรายการที่แฟนข่าวตามดูทุกสัปดาห์แบบไม่ขาด

อีกก้าวสำคัญคือ การเปิดโอกาสให้นักแสดงมานั่งเก้าอี้ผู้ประกาศข่าวร่วมกับมืออาชีพ หลังผ่านการฝึกจริงจัง ทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ ทำให้ภาพของข่าวช่อง 7HD มีความสดใหม่และใกล้ชิดคนดูมากขึ้น

  • ผู้ประกาศข่าวกีฬาในรายการสนามข่าวกีฬา

  • ผู้ประกาศข่าวรายการสนามข่าวเสาร์–อาทิตย์

  • ผู้รายงานข่าวออนไลน์ในรายการข่าวต่างประเทศแนวฟีดเร็ว ย่อยง่าย

ทั้งหมดนี้ช่วยให้เนื้อหาข่าวเข้าถึงคนรุ่นใหม่ และคนดูออนไลน์มากกว่าที่เคย

ทอล์ก–เรียลลิตี้: แซ่บ เข้ม สนุก จนต้องดูทุกเทป

สายรายการทอล์กและเรียลลิตี้ของช่อง 7HD ก็ยังแน่นผังเหมือนเดิม และปีนี้เพิ่มระดับความดุเดือดยิ่งกว่าเดิม ทั้งรายการแข่งขันทำอาหารระดับโปร รายการเชฟแบตเทิล และเวทีประชันสกิลที่ทั้งตื่นเต้น ทั้งกดดัน ทั้งมันไปพร้อมกันในทุกตอน

รายการวาไรตี้ยืนหนึ่งอย่าง ดวลเพลงดัง ทั้งเวอร์ชันพลังอาชีพ และพลังมัธยม ก็ยังทำเรตติงสวยในทุกไทม์สล็อต ยืนยันชัดว่าคนไทยยังหลงรักเวทีประชันเสียงร้องที่เต็มไปด้วยพลังและเรื่องราวเบื้องหลังของผู้เข้าแข่งขัน

หนึ่งในบิ๊กเซอร์ไพรส์คือการดึงพิธีกรสายฝีปากจัดจ้าน ประสบการณ์แน่น มานั่งแท่นในรายการทอล์กโชว์ที่คอนเซ็ปต์คือ “ยิ่งคุย ยิ่งลึก” แต่อารมณ์ไม่ได้ดุ ดาร์ก หรือดราม่าจนเกินไป เพราะยังรักษาโทนความคมแบบมีชั้นเชิง เผ็ดแต่ไม่เผา ทำให้แขกรับเชิญเปิดใจเล่าเรื่องจริงได้แบบเข้มข้นสุด ๆ

ยังมีรายการสายท่องกินสไตล์ “มิตรรัก ทั่วไทย” ที่พาคนดูออกเดินทางไปเจอของดีของเด็ดจากทุกภูมิภาค ผ่านมุมมองของสองพิธีกรพ่อลูก ที่เล่าเรื่องบ้าน ๆ ให้กลายเป็นเรื่องน่าทึ่งจนหลายคนอยากตามรอยออกไปเจอด้วยตัวเอง

ด้านเรียลลิตี้ไวรัลอย่าง The Social Warrior ซีซั่น 2 ก็กลับมาพร้อมพลังที่หนักแน่นกว่าเดิม เพื่อค้นหาคนที่จะลุกขึ้นมาทำบางอย่างเพื่อสังคมจริง ๆ ไม่ใช่แค่เพื่อแสงไฟบนหน้าจอ การแข่งขันที่ทั้งมันและจริงใจ ทำให้รายการกลายเป็นที่พูดถึงต่อเนื่องบนโลกออนไลน์

ฟรีคอนเสิร์ต “7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล” ก็คืนเวทีในแบบที่คิดถึงกันมานาน ขนศิลปินหลายยุคมาเขย่าศูนย์การค้า จัดหนักทั้งเพลงดังโชว์เดือด และบรรยากาศสุดมัน ผู้ชมทะลักทุกครั้งที่จัด แถมมีคลิปไวรัลปลิวทั่วโซเชียลแทบทุกอีพี

เวทีเพลงอีกเวทีที่ต้องพูดถึงคือ The Voice Pride 2025 ที่จัดใหญ่เฉลิมฉลอง Pride Month แบบไม่มีคำว่าครึ่ง ๆ กลาง ๆ ทั้งโปรดักชัน แสง สี เสียง และพลังของผู้เข้าแข่งขันทุกคน คือสิ่งที่ย้ำชัดว่า หลากหลายเท่าเทียม คือความสวยงามของวงการบันเทิงยุคนี้

Edutainment: สนุกด้วย รู้ลึกด้วย

ไม่ใช่มีแค่ความบันเทิงอย่างเดียว ช่อง 7HD ยังเสริมทัพด้วยรายการ Edutainment ที่หยิบเรื่องหนักอย่างโครงสร้างอาคาร และผลกระทบจากแผ่นดินไหว มาตีความใหม่ให้กลายเป็นรายการที่สนุก ดูง่าย แต่ยังอัดแน่นด้วยความรู้

รายการนี้เกิดจากการร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ และหน่วยงานสื่อสารองค์กรของมหาวิทยาลัยชั้นนำ มีทั้งทีมวิศวกร คณาจารย์ นิสิตเก่า และนิสิตวิศวกรรมร่วมกันช่วยอธิบายเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าใจได้ในไม่กี่นาที

ออนไลน์–Podcast: คอนเทนต์โตแรง จนต้องหันมามอง

ฝั่งออนไลน์ของช่อง 7HD โตแบบก้าวกระโดด สร้างพื้นที่ใหม่ให้คอนเทนต์ที่มีชีวิตชีวาและลึกขึ้นกว่าในทีวี โดยเฉพาะสายพอดแคสต์และทอล์กออนไลน์ ที่จัดเต็มทั้งรูปแบบและเนื้อหา

  • พอดแคสต์แนวเล่าเรื่อง–ถกประเด็น ที่คอนเทนต์คม ฟังเพลิน และมีสไตล์ชัดเจน

  • โปรเจกต์พูดคุยที่ดึงคนในวงการมาร่วมแชร์มุมมองในแบบกันเอง แต่ได้สาระเต็ม ๆ

ด้วยคอนเทนต์ที่มีเอกลักษณ์ และโทนการพูดที่ฟังง่ายแต่ไม่เบา ทำให้รายการพอดแคสต์เหล่านี้ค่อย ๆ สร้างฐานผู้ฟังเหนียวแน่นขึ้นเรื่อย ๆ

ยังมีรายการ TALK TO U ที่จับพระเอกชื่อดังมาเปลี่ยนบทบาทสู่การเป็นพิธีกรออนไลน์อย่างจริงจัง ซึ่งผลตอบรับแต่ละอีพีคือดีจนต้องบันทึกไว้ ว่าคนดูพร้อมเปิดใจให้ดาราที่กล้าก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนมาทำอะไรใหม่ ๆ

ส่วนรายการ ดวงใจ STORY ก็เล่นใหญ่ตั้งแต่เทปแรก ด้วยการพาเบื้องหลังชีวิตคนดังระดับตำนานมาเล่าแบบหมดเปลือก ผ่านการตั้งคำถามคม ๆ จากพิธีกรที่เคยอยู่ในสนามข่าวบันเทิงมานาน ทำให้คอนเทนต์เข้มข้นในแบบที่สายเมาท์–สายอินไซต์ต้องยอมกดดูยาว ๆ

7HD กับบทบาทสื่อที่ไม่ลืมสังคม

แม้จะเดินหน้าในสนามความบันเทิงเต็มกำลัง แต่ช่อง 7HD ก็ยังไม่ทิ้งบทบาทด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดปี 2568 มีการร่วมมือกับหลายหน่วยงานในการขับเคลื่อนเรื่องดี ๆ ออกสู่สาธารณะ

  • รณรงค์สนับสนุนการบริจาคโลหิต ผ่านโครงการที่ชวนให้คนรุ่นใหม่ Gen Z ลุกขึ้นมาช่วยต่อชีวิตให้ผู้อื่น

  • เดินหน้าสานต่อโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “คนปรับ โลกเปลี่ยน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”

  • ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นในกรุงเทพฯ ร่วมกันมองหาทางออกเรื่องปัญหาขยะ และการจัดระเบียบพื้นที่อยู่อาศัยให้สะอาด ปลอดภัย และเป็นเมืองที่น่าอยู่มากขึ้น

  • ยื่นมือช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมถึงการร่วมสมทบทุนให้มูลนิธิและโรงพยาบาล เพื่อนำไปใช้พัฒนาศักยภาพด้านการแพทย์และการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าเบื้องหลังโลโก้ 7 สี ไม่ได้มีแค่ทีมคอนเทนต์ที่คิดแต่ความบันเทิง แต่ยังมีทีมคนทำงานที่เชื่อในพลังของสื่อ ว่าต้องช่วยขับเคลื่อนสังคมให้ดีขึ้นได้จริง

มุ่งสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัวในปี 2569

เมื่อปี 2568 เป็นปีแห่งซูเปอร์คอนเทนต์ ปี 2569 จึงถูกวางให้เป็นปีแห่ง การเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบของช่อง 7HD ทั้งในมิติการผลิต การกระจายคอนเทนต์ และการเชื่อมต่อกับผู้ชมในทุกแพลตฟอร์ม

สิ่งที่ชัดเจนคือ ช่อง 7HD ไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่สถานีทีวี แต่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นแพลตฟอร์มความบันเทิงครบวงจร ที่พร้อมให้คนดูเลือกเสพได้ตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

ในขณะที่โลกเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน ช่อง 7HD จึงต้องวิ่งให้เร็วไม่แพ้กัน แต่หัวใจสำคัญที่ไม่เปลี่ยนคือ การทำงานเพื่อตอบแทนผู้ชม และทำหน้าที่สื่อเพื่อสังคมและประเทศ

นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมปี 2568 ถึงถูกจดจำไม่ใช่แค่ในฐานะ “ปีแห่งคอนเทนต์” แต่คือปีที่ช่อง 7HD ลุกขึ้นมายืนยันตัวตนใหม่ ว่าพร้อมจะโตไปพร้อมผู้ชมในทุกยุค ทุกแพลตฟอร์ม และทุกความเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล