รับแอปรับแอป

Samsung HDR10+ Advanced บุกชน Dolby Vision 2: ทีวีเกมเมอร์ยุคใหม่ต้องรู้!

อภิชาติ สุนทร01-30

HDR10+ Advanced คืออะไร ทำไมวงการภาพต้องจับตา?

Samsung กำลังเขย่าวงการภาพอีกครั้งด้วย HDR10+ Advanced ฟอร์แมต HDR แบบไดนามิกรุ่นใหม่ที่ถูกวางตัวให้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Dolby Vision 2

เทคโนโลยีตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรีดประสิทธิภาพทั้งด้านสี ความสว่าง และความสมจริงของภาพให้สุดทาง โดยเฉพาะบนทีวีเจเนอเรชันใหม่และคอนเทนต์สตรีมมิ่งที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด

ทีวี Samsung รุ่นปี 2026 จะเป็นกลุ่มแรกที่รองรับอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะเปิดตัวในงาน CES ต้นปีหน้า และยังมีลุ้นว่า ทีวีรุ่นปี 2025 บางรุ่น ที่วางขายอยู่แล้วอาจได้รับการอัปเดตให้รองรับด้วย

HDR10+ Bright: โหมดใหม่ที่ดันรายละเอียดแบบจัดเต็ม

หนึ่งในไฮไลต์หลักของ HDR10+ Advanced คือโหมด HDR10+ Bright ที่ใช้ข้อมูลเมตาแบบขยาย เพื่อแยกแยะความแตกต่างของสีและความสว่างได้ละเอียดขึ้นกว่าเดิม

พูดง่าย ๆ คือ ฉากมืดจะไม่มืดจนรายละเอียดหาย ส่วนฉากสว่างก็ยังเก็บมิติของภาพได้ครบ ไม่หลุดโทนหรือซีดจาง

เบื้องหลังทั้งหมดนี้คือการใช้ อัลกอริทึม AI เพื่อรองรับช่วงความสว่างแบบไดนามิกที่กว้างขึ้น โดย Samsung ระบุว่ารองรับจอที่มีความสว่างสูงสุดระดับ 4,000-5,000 นิต ซึ่งถือว่าสูงมากในโลกของทีวีคอนซูมเมอร์

Tone Mapping แบบใหม่: ภาพลึกขึ้น คุมแสงแม่นขึ้น

ฟีเจอร์ HDR10+ Advanced มาพร้อมระบบ Tone Mapping รุ่นปรับปรุงใหม่ ที่ใช้ AI เข้ามาช่วยยกระดับความแม่นยำของการจัดการแสงและความสว่างในแต่ละส่วนของภาพ

ผลลัพธ์ที่ตั้งใจให้เกิดขึ้นคือ:

  • ควบคุมความสว่างเฉพาะจุดได้เนียนขึ้น

  • เพิ่มมิติความลึกของภาพโดยไม่ทำให้ภาพล้นหรือหลอกตา

  • เก็บดีเทลทั้งในส่วนไฮไลต์และเงามืดได้ครบกว่าเดิม

นี่คือการขยับจาก HDR แบบ “ทั่วทั้งภาพ” ไปสู่การควบคุมแบบละเอียดระดับโซนและคอนเทนต์จริง ๆ

สีสันสมจริงขึ้น แต่ยังแม่นยำกว่าเดิม

Samsung ยังพูดถึงการ อัปเกรดระบบควบคุมสี ใน HDR10+ Advanced ด้วย โดยใช้ข้อมูลเมตาที่ผู้สร้างคอนเทนต์ใส่มาเป็นฐานในการแสดงผล

จุดที่น่าสนใจคือ:

  • ปลดล็อกช่วงสีที่กว้างขึ้น ให้คอนเทนต์ดูจัดจ้านและมีชีวิตชีวา

  • แต่ยังให้ความสำคัญกับความแม่นยำของสี ไม่ใช่แค่ทำให้สดอย่างเดียว

  • โทนสีต่าง ๆ จะถูกดึงออกมาตามที่ผู้กำกับและทีมโปรดักชันตั้งใจไว้มากที่สุด

สีมากขึ้น แต่ไม่หลุดความจริง คือคีย์เวิร์ดของการอัปเกรดครั้งนี้

AI Content Recognition: ภาพปรับตามคอนเทนต์แบบอัตโนมัติ

อีกหนึ่งหมัดเด็ดคือระบบ จดจำเนื้อหาด้วย AI (AI Content Recognition) ที่ HDR10+ Advanced จะใช้ในการวิเคราะห์ว่าคุณกำลังดูอะไรอยู่ แล้วปรับการแสดงผลให้เหมาะที่สุดแบบอัตโนมัติ

ระบบนี้จะ:

  • ระบุประเภทคอนเทนต์ เช่น ละคร ซีรีส์ ภาพยนตร์ กีฬา ฯลฯ

  • ปรับเส้นโค้ง Tone Mapping ให้เหมาะกับแต่ละประเภท

  • จูนการประมวลผลภาพอื่น ๆ ให้เข้ากับสไตล์ของคอนเทนต์นั้น ๆ

ตัวอย่างเช่น

  • ละครหรือซีรีส์ดราม่า: โทนภาพจะดูเป็นธรรมชาติ สีผิวสมจริง แสงไม่แข็งจนเกินไป

  • รายการกีฬา: สีเขียวสนามสดขึ้น สีชุดทีมเด่นชัด การเคลื่อนไหวลื่นตาขึ้น

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยที่ผู้ใช้แทบไม่ต้องเข้าไปนั่งไล่ปรับโหมดภาพด้วยตัวเอง

Intelligent Motion Smoothing: ลื่นแค่ไหนก็ยังให้ภาพไม่หลอกตา

ในเรื่องการเคลื่อนไหว HDR10+ Advanced เพิ่มฟีเจอร์ Intelligent Motion Smoothing ที่ไม่ใช่การเปิด Motion Smoothing แบบตายตัว แต่คือการให้ระบบ “คิดก่อนทำ” ด้วย AI

มันจะตรวจสอบว่า:

  • เนื้อหาที่คุณดู “ควร” ใช้ Motion Smoothing หรือไม่

  • ถ้าควรใช้ ควรใช้ในระดับไหนถึงจะลงตัว

โดยจะอ้างอิงจาก:

  • ประเภทของคอนเทนต์ (ผ่านระบบจดจำเนื้อหา)

  • ระดับความสว่างของภาพ

  • สภาพแวดล้อมในการรับชมของคุณ

ผลลัพธ์ที่ตั้งใจคือ ลดปัญหา ภาพลื่นเวอร์จนดูเหมือนละครซิตคอม (Soap Opera Effect) แต่ยังรักษาความลื่นในคอนเทนต์ที่ควรลื่น เช่น กีฬา หรือเกมที่เคลื่อนไหวเร็ว

เกมเมอร์และคลาวด์เกมมิ่ง: HDR10+ Advanced มาเพื่อคุณ

สำหรับสายเกมโดยเฉพาะคนที่เล่น คลาวด์เกมมิ่ง HDR10+ Advanced มีการปรับแต่งเฉพาะทางด้วยเช่นกัน

ฟีเจอร์สำคัญคือ Ambient Lighting Mapping แบบเรียลไทม์สำหรับแหล่งสัญญาณเกมบนคลาวด์ ซึ่งจะถูกนำไปใช้กับ:

  • ฟอร์แมต HDR10+ Gaming

  • โหมดภาพเกมบนทีวี Samsung

สิ่งที่เกมเมอร์จะได้คือ:

  • ภาพในเกมปรับเข้ากับสภาพแสงห้องแบบอัตโนมัติ

  • คอนทราสต์และรายละเอียดในฉากมืด/สว่างบาลานซ์ขึ้น เห็นศัตรูในมุมอับได้ดีขึ้น

  • ประสบการณ์เล่นเกมผ่านคลาวด์ที่ภาพไม่ดรอป แม้จะเป็นสตรีมมิ่งไม่ใช่เครื่องเกมต่อสายตรง

สำหรับคนที่จริงจังกับภาพในเกม นี่คืออีกก้าวของ HDR ที่ออกแบบมาเผื่ออนาคตของคลาวด์เกมแบบเต็มตัว

ทำไม Samsung ต้องดัน HDR10+ Advanced ตอนนี้?

Samsung อธิบายว่ามีสองปัจจัยหลักที่ทำให้ต้องสร้างฟอร์แมต HDR รุ่นใหม่ขึ้นมา:

  • ฮาร์ดแวร์จอภาพก้าวกระโดด: การมาถึงของเทคโนโลยีจออย่าง Micro RGB / RGB Mini LED ที่ให้ความสว่างสูงและคอนทราสต์ดีขึ้น ทำให้ฟอร์แมตเดิมเริ่มดึงศักยภาพออกมาได้ไม่สุด

  • การเติบโตของสตรีมมิ่งทีวี: จำนวนผู้ใช้บริการสตรีมมิ่งทีวีคาดว่าจะเพิ่มถึง 2.1 พันล้านคนทั่วโลกภายในปี 2028 ตามข้อมูลที่ Samsung อ้างอิง ซึ่งหมายถึงคอนเทนต์ HDR จะกลายเป็นเรื่องแมสและต้องมีมาตรฐานที่ชัดเจน ทรงพลัง และขยายตัวได้

เมื่อเทคโนโลยีจอไปไกล และพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์เปลี่ยนไป ฟอร์แมต HDR รุ่นใหม่จึงแทบจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

จาก HDR10+ สู่ HDR10+ Advanced: พร้อมชน Dolby Vision 2

ปัจจุบันมีทีวี โปรเจ็กเตอร์ และสมาร์ทโฟนที่รองรับ HDR10+ มากกว่า 16,000 รุ่น รวมถึงบริการคอนเทนต์ที่รองรับอีกกว่า 10 กว่ารายการทั่วโลก

การออกเวอร์ชันอัปเกรดอย่าง HDR10+ Advanced จึงไม่ใช่การเริ่มจากศูนย์ แต่คือการต่อยอดจากฐานอุปกรณ์และคอนเทนต์ที่มีอยู่แล้ว

เป้าหมายชัดเจนมาก: ดัน HDR10+ Advanced ให้กลายเป็นคู่แข่งแบบตรง ๆ ของ Dolby Vision 2 ในฐานะฟอร์แมต HDR ยุคใหม่ที่เน้นไดนามิกสูง ใช้ AI หนัก และออกแบบมาเพื่อโลกของสตรีมมิ่งและเกมมิ่งอย่างแท้จริง

สรุป: ใครควรจับตา HDR10+ Advanced เป็นพิเศษ?

  • คนที่เล็งจะซื้อทีวี Samsung รุ่นปี 2026 หรือตัวท็อปของปี 2025

  • สายดูหนังผ่านสตรีมมิ่งที่อยากได้ภาพโทนผู้กำกับ ตั้งใจไว้แบบสุดทาง

  • เกมเมอร์ โดยเฉพาะ สายคลาวด์เกมมิ่ง ที่อยากได้ภาพ HDR ที่ฉลาด ปรับเข้ากับห้องและเกมแบบอัตโนมัติ

ยุคต่อไปของ HDR ไม่ได้แข่งกันแค่ความสว่างหรือสีจัด แต่แข่งกันที่ความฉลาดของระบบและการเข้าใจคอนเทนต์ที่คุณดูจริง ๆ และ HDR10+ Advanced ก็คือคำตอบฝั่ง Samsung ในศึกนี้อย่างเต็มตัว