รับแอปรับแอป

จากห้องตัดต่อสู่สปอตไลต์: แพสชันสองโลกของนันคุณ

อธิศ วัฒนโชติ01-30

เส้นทางของแพสชันที่วิ่งขนานกัน

นันคุณ ภัคภัทรพรพบ คือหนึ่งในศิลปินรุ่นใหม่ที่กำลังถูกจับตา ทั้งจากสายการแสดงและการร้องเพลง ผลงานจากเรื่อง KinnPorsche The Series, เพื่อน ตาย DFF และ Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก ทำให้หลายคนเริ่มจดจำชื่อของเขาได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

แต่ในขณะเดียวกัน นอกเวทีบันเทิง เขายังยืนอยู่บนอีกหนึ่งเส้นทางที่ท้าทายไม่แพ้กัน นั่นคือบทบาททายาทนักธุรกิจรุ่นใหม่ของบริษัท เอส เอส แอดวานซ์เทค จำกัด ธุรกิจของครอบครัวที่พร้อมให้เขาเข้ามาสานต่อในอนาคต

โตมากับธุรกิจครอบครัวตั้งแต่ยังเด็ก

ตั้งแต่ยังเล็ก คุณพ่อมักจะพานันคุณติดสอยห้อยตามไปทำงานด้วย เพื่อให้ได้ซึมซับโลกของการทำธุรกิจอย่างเป็นธรรมชาติ

ธุรกิจของบ้านเขาเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายอุปกรณ์ซ่อมสีรถยนต์ และเครื่องมือที่ใช้ในงานซ่อมรถ ให้กับศูนย์บริการและอู่ซ่อมรถชั้นนำ ทำให้เขาได้คุ้นเคยกับคำศัพท์เฉพาะด้านยานยนต์ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ตัว

เมื่อโตขึ้นอีกหน่อย เขาเริ่มไม่ได้แค่ตามไปเฉยๆ แต่ได้มีส่วนร่วมในมุมที่ตัวเองถนัด อย่างเช่นการช่วยคุณพ่อไปพบลูกค้า หรือรับบทเป็นตัวกลางในการสื่อสารกับลูกค้าและบริษัทจากต่างประเทศด้วยทักษะด้านภาษา

งานที่บ้านไม่ได้มีแค่การขายของ แต่คือการลงไปเจอปัญหาหน้างานจริง ต้องเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาที่ศูนย์บริการและอู่ซ่อมรถ วิเคราะห์ให้ขาดว่าโจทย์คืออะไร และจะช่วยลูกค้าให้จบปัญหาได้ยังไง นันคุณมองว่าสิ่งนี้คือความท้าทายที่ทำให้ธุรกิจของครอบครัวน่าสนใจไม่แพ้วงการบันเทิงเลย

ระหว่างแพสชันในวงการบันเทิง กับโลกของธุรกิจ

ในวัย 24 ปี นันคุณยอมรับตรงๆ ว่า ตอนนี้หัวใจของเขายังอยู่กับแพสชันที่ชัดเจนที่สุด นั่นคือการทำงานในฐานะนักแสดงและนักร้อง เขาจึงเลือกให้เวลากับเส้นทางนี้อย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ตัดขาดจากธุรกิจครอบครัว กลับกันเขาใช้สิ่งที่ตัวเองเรียนมาเป็นสะพานเชื่อมสองโลกเข้าด้วยกัน ด้วยพื้นฐานจากการเรียนนิเทศศาสตร์ เขานำทักษะด้าน การตัดต่อวิดีโอ และการทำคอนเทนต์มาช่วยงานเบื้องหลังทางออนไลน์ให้กับธุรกิจที่บ้าน

บางครั้งเขาอยู่หลังจอ คิด คุม และตัดต่อคลิปวิดีโอเพื่อใช้สื่อสารกับลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายของบริษัท แต่บางช่วงเวลาที่เหมาะสม เขาก็พร้อมจะออกมายืนหน้ากล้องเอง ใช้ภาพลักษณ์และความเป็นศิลปินช่วยเล่าเรื่องของแบรนด์ในมุมที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ขึ้น

เวทีใหญ่ ความสำเร็จ และเป้าหมายที่ยังไปต่อ

สำหรับนิยามคำว่า “ความสำเร็จ” ในวันนี้ นันคุณมองว่าตัวเองได้ผ่านหมุดหมายสำคัญมาบ้างแล้ว ทั้งการได้ขึ้นคอนเสิร์ตที่อิมแพ็ค อารีน่า หรือการได้ยืนร้องเพลงที่ไอคอนสยาม ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่กลายเป็นพลังใจให้เขาเดินหน้าต่อ

แต่เขาไม่ได้มองว่าตรงนั้นคือจุดสูงสุด ทุกอย่างเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่ยังไปได้ไกลกว่านี้อีกมาก ยังมีโอกาสและความสำเร็จใหม่ๆ รอให้เขาไล่ตามอยู่เสมอ

ในมุมของธุรกิจครอบครัว เขามองว่านั่นคือ หน้าที่ และ ความรับผิดชอบ ที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะธุรกิจนี้คือสิ่งที่เลี้ยงดูเขามาจนเติบใหญ่ วันหนึ่งเมื่อถึงเวลาเหมาะสม เขาก็พร้อมจะเข้ามาดูแลอย่างเต็มที่

ใช้โซเชียลและความคิดสร้างสรรค์ ขยายธุรกิจของบ้าน

ปัจจุบันบริษัทของครอบครัวเขาอาจยังไม่ได้ใหญ่โต แต่นันคุณกลับมองเห็นโอกาสมากมาย โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดียและอุตสาหกรรมยานยนต์เติบโตแบบก้าวกระโดด

เขาเชื่อว่าด้วยไอเดียใหม่ๆ และการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์อย่างมียุทธศาสตร์ ทั้งการเล่าเรื่องแบรนด์ การใช้วิดีโอ และการสร้างคอนเทนต์ในแบบที่คนดูไม่เบื่อ จะช่วยให้ธุรกิจของครอบครัวเป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น

  • ใช้ทักษะการตัดต่อวิดีโอ สร้างภาพจำที่ดูเป็นมืออาชีพ

  • ใช้ประสบการณ์จากวงการบันเทิง มาช่วยเรื่องการนำเสนอและภาพลักษณ์

  • ใช้ความเข้าใจในธุรกิจรถยนต์ที่ซึมซับมาตั้งแต่เด็ก มาเล่าเรื่องสินค้าและบริการให้คนทั่วไปเข้าใจง่าย

ในอนาคตอันไม่ไกล เขามองเห็นภาพตัวเองเข้าไปช่วย “ขยับ” และ “ขยาย” ธุรกิจของครอบครัวให้เติบโตขึ้นกว่าวันนี้

สองบทบาทที่เสริมพลังกัน

เส้นทางของนันคุณอาจดูเหมือนอยู่คนละขั้ว ทั้งศิลปินบนเวที และทายาทธุรกิจอุปกรณ์ซ่อมรถยนต์ แต่แท้จริงแล้วทั้งสองบทบาทนี้กลับเติมเต็มกันอย่างลงตัว

ด้านหนึ่ง เขาได้วิ่งตามแพสชันในโลกบันเทิงอย่างเต็มที่ อีกด้านหนึ่ง เขาใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่มี กลับไปต่อยอดรากฐานของครอบครัว

ทั้งหมดนี้ทำให้นันคุณไม่ใช่แค่ศิลปินดาวรุ่ง แต่ยังเป็นตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่กล้าตามฝัน ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมรากเหง้าและหน้าที่ที่ตัวเองเติบโตมาด้วย

สองเส้นทางที่ดูต่างกัน แต่ถ้าเดินด้วยหัวใจเดียวกัน ก็พาเราไปได้ไกลกว่าที่คิด