เปิดทริปเกาหลีแบบไม่หลง ด้วย eSIM ที่พร้อมออนไลน์ทันที
ทุกวันนี้จะไปเที่ยวเกาหลีทั้งที ถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ตนี่คือพังตั้งแต่สนามบิน!
ไม่ว่าจะเช็กแผนที่ หาร้านคาเฟ่ฮิป ๆ ดูเส้นทางรถไฟใต้ดิน หรือโพสต์รูปลงโซเชียลแบบเรียลไทม์ แค่มี eSIM เกาหลี (eSIM South Korea) ติดเครื่องไว้ ก็พร้อมเล่นเน็ตได้ทันทีตั้งแต่วินาทีที่แตะพื้นอินชอน ไม่ต้องถอดซิม ไม่ต้องวิ่งหาซื้อซิมใหม่ให้วุ่นวาย
ตอนนี้มี eSIM เกาหลีแบบ Unlimited เน็ตไม่อั้น ให้เลือกเพียบ ทั้งราคาดี ติดตั้งง่าย รองรับทั้ง iPhone และ Android บทความนี้จะพาคุณไล่ดูทีละประเด็น พร้อมเคล็ดลับเลือกแพ็กให้ตรงสไตล์การเที่ยว รับรองว่าพออ่านจบ คุณจะรู้เลยว่าควรใช้แบบไหนกับทริปเกาหลีรอบหน้า
เปรียบเทียบแพ็กเกจ eSIM เกาหลี 2569
ตอนนี้จะไปเที่ยวเกาหลีแบบไม่มีเน็ตคือแทบเป็นไปไม่ได้ แพลนเที่ยวส่วนใหญ่ต้องใช้มือถือแทบตลอดเวลา
แพ็กเกจ eSIM เกาหลี (eSIM South Korea) มีให้เลือกหลายสไตล์ เช่น
แบบรายวันสำหรับทริปสั้น ๆ
แบบเหมาจ่ายดาต้ารวม ใช้เน็ตเท่าที่ให้มา
แบบความเร็วคงที่ เน็ตแรงต่อเนื่อง (เหมือน Unlimited)
แบบที่มาพร้อมเบอร์โทรในเกาหลี เหมาะกับคนที่ต้องโทรจองร้าน นัดเพื่อน หรือเรียกแท็กซี่
ทุกแพ็กเกจจะใช้งานผ่านเครือข่าย 5G / 4G ของโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ในเกาหลี เช่น SK Telecom และ KT ความเร็วสูงสุดส่วนมากอยู่ที่ราว 10 Mbps ใช้งานได้ทั่วประเทศ ในราคาเริ่มต้นที่จับต้องได้สบายกระเป๋า
ประเภทแพ็กเกจ eSIM เกาหลี (สรุปให้เลือกง่าย ๆ)
💡 สรุปแนวทางเลือกแพ็กเกจแบบเร็ว ๆ
🏖 ทริปสั้น – เน้นประหยัด:
เลือกแพ็กแบบรายวัน 1–5 วัน ใช้เท่าที่ต้องการ หมดทริปก็จบ ไม่ต้องจ่ายเกิน💼 อยู่ยาว – เน้นคุ้ม:
เหมาะกับแพ็กเหมาจ่ายดาต้ารวม 10–50 GB ใช้เป็นอาทิตย์ยังเอาอยู่📱 สายออนไลน์ทั้งวัน – เน้นเสถียร:
เลือกแบบความเร็วคงที่ 10 Mbps เล่นโซเชียล ดูคลิป แชต เรียกได้ว่าแทบเหมือน Unlimited📞 ต้องมีเบอร์เกาหลี – เน้นครบจบในแพ็กเดียว:
มองหาแพ็กที่ให้ทั้งเน็ตไม่จำกัดและเบอร์โทรในประเทศ เช่นแพ็กที่มีเบอร์ 010 เหมาะสำหรับโทรจองร้าน นัดเพื่อน หรือใช้บริการต่าง ๆ ในเกาหลี
แพ็กยอดนิยมสำหรับคน “ไม่อยากเทียบเยอะ”
สำหรับสายไม่ชอบเปรียบเทียบให้ปวดหัว แต่อยากได้แพ็กที่ใช้จริงแล้วเวิร์ก ลองดูไกด์เลือกง่าย ๆ ด้านล่าง
เคล็ดลับเลือกแพ็ก eSIM เกาหลีให้ตรงสไตล์ใช้งาน
ดีที่สุดสำหรับเน็ต Unlimited + โทรได้จริง:
เลือกแพ็กที่ให้ เน็ตไม่จำกัดตลอดวัน + เบอร์โทร 010 สำหรับโทรภายในเกาหลี คนที่ต้องโทรจองร้านหรือคุยงานในประเทศจะสะดวกมากคุ้มสุดสำหรับทริปสั้น 3–7 วัน:
แพ็กแบบรายวันบนเครือข่ายใหญ่ในเกาหลี ความเร็วคงที่สูงสุดประมาณ 10 Mbps ติดตั้งผ่าน QR Code ง่าย ๆ เหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่เน้นเน็ตแรงไม่สะดุดเหมาะกับทริปยาว / Workation:
เลือกแพ็กที่ใช้งานได้นานถึง 30 วันบนเครือข่ายเสถียร ครอบคลุมทั้งโซล ปูซาน เกาะเชจู เหมาะกับคนไปอยู่ยาว ทำงาน + เที่ยวในทริปเดียวใช้งานง่ายที่สุด:
เลือกแพ็กที่ติดตั้งผ่าน QR Code ได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนซิมจริง รองรับทั้ง iPhone และ Android แค่สแกนครั้งเดียวก็พร้อมใช้งาน
eSIM เกาหลีคืออะไร?
eSIM เกาหลี (eSIM South Korea) คือซิมดิจิทัลที่ฝังความสามารถไว้ในเครื่องมือถืออยู่แล้ว ไม่ต้องใส่ซิมการ์ดจริงให้ลำบาก
หลังจากจองแพ็ก eSIM สำเร็จ คุณจะได้รับ QR Code สำหรับติดตั้ง แค่สแกนตามขั้นตอน ระบบก็เพิ่มโปรไฟล์ซิมใหม่ให้ภายในไม่กี่นาที
พอเครื่องลงจอดที่เกาหลี ก็แค่เปิดใช้งานโปรไฟล์ eSIM เท่านั้น คุณก็ออนไลน์ได้ทันที ไม่ต้องเดินหาซิมที่สนามบิน ไม่ต้องเปิดถาดซิม และไม่ต้องกลัวซิมจริงหล่นหาย
ข้อสำคัญ: มือถือจะต้องเป็นรุ่นที่รองรับ eSIM ก่อนนะ ไม่อย่างนั้นจะใช้งานไม่ได้เลย
eSIM VS ซิมการ์ดทั่วไป ต่างกันยังไง?
หลายคนยังสงสัยว่า “แล้วมันต่างจากซิมปกติยังไง ในเมื่อสุดท้ายก็แค่ใช้อินเทอร์เน็ตเหมือนกัน?”
สิ่งที่ต่างจริง ๆ คือเรื่อง ความสะดวกในการใช้งาน และ วิธีตั้งค่า:
ซิมปกติ: ต้องซื้อซิมใหม่ ถอดถาดซิม ใส่การ์ด บางทีต้องพกเข็มจิ้มซิมก่อนขึ้นเครื่อง
eSIM: แค่สแกน QR Code ก็เพิ่มแพ็กใหม่เข้าเครื่องได้เลย ไม่ต้องยุ่งกับฮาร์ดแวร์
💡 เคล็ดลับ:
ถ้าโทรศัพท์คุณรองรับ eSIM อยู่แล้ว แนะนำให้เลือก eSIM จะสะดวกกว่าเยอะ ทั้งติดตั้งง่าย พกพาไม่ต้องกลัวหาย และออนไลน์ได้ทันทีที่ถึงสนามบิน
ข้อดีของการใช้ eSIM เกาหลี
การใช้ eSIM ในเกาหลีมีข้อดีหลายอย่าง โดยเฉพาะสำหรับสายเที่ยวที่ต้องย้ายเมืองบ่อย ๆ หรือเปลี่ยนแผนกระทันหัน มาดูไฮไลต์กัน
✅ 3 ข้อดีหลักของ eSIM เกาหลี
พร้อมใช้งานทันทีที่ลงเครื่องที่เกาหลี
แค่เปิดเครื่อง ก็เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เลย ไม่ต้องต่อคิวซื้อซิม ไม่ต้องหาที่นั่งเปลี่ยนซิมหมดปัญหาเรื่องซิมหายหรือทำหล่น
เพราะทุกอย่างอยู่ในรูปแบบดิจิทัลในมือถือ ไม่ต้องกลัวซิมจิ๋วหล่นในแท็กซี่หรือที่พักอีกต่อไปใช้ Dual SIM ได้พร้อมกัน
ตั้งค่าให้ eSIM ใช้เน็ตในเกาหลี ส่วนเบอร์ไทยยังเปิดไว้รับ OTP หรือ SMS สำคัญได้ในเครื่องเดียว สะดวกมากสำหรับคนที่ต้องทำธุรกรรมระหว่างเดินทาง
ข้อเสียของการใช้ eSIM เกาหลี
แม้ eSIM จะสะดวกมาก แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน มาดูข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
⚠️ 3 ข้อเสียของ eSIM เกาหลี
ใช้ได้เฉพาะมือถือที่รองรับ eSIM เท่านั้น
รุ่นเก่า ๆ หลายเครื่องยังไม่รองรับ eSIM แนะนำให้เช็กในเครื่องก่อนทุกครั้ง1 แพ็กเกจใช้ได้แค่ 1 เครื่อง
eSIM ผูกกับอุปกรณ์ที่สแกน QR Code ครั้งแรก ไม่สามารถย้ายไปเครื่องอื่นเหมือนซิมการ์ดทั่วไปได้ส่วนใหญ่เป็นดาต้าอย่างเดียว ไม่มีเบอร์โทร
คนที่ต้องใช้เบอร์โทรจริงในเกาหลีจะมีตัวเลือกน้อยกว่า และมักเป็นแพ็กเฉพาะ เช่นแพ็กที่ให้เบอร์ 010 สำหรับโทรในประเทศได้จริง ส่วนแพ็กทั่วไปจะโทรได้ผ่านแอปที่ใช้ดาต้า เช่น LINE หรือ WhatsApp เท่านั้น
เช็กลิสต์เลือก eSIM เกาหลีให้ตรงสไตล์ทริป
การเลือก eSIM สำหรับไปเกาหลี ไม่ควรดูแค่ราคา แต่ต้องมองครบทั้ง ระยะเวลา / ปริมาณดาต้า / ความแรง / ความสะดวก ลองใช้เช็กลิสต์นี้ช่วยตัดสินใจ
1. ราคาเหมาะกับจำนวนวันไหม
เช็กก่อนว่าแพ็กที่เลือก “คุ้มกับจำนวนวันใช้จริง” หรือเปล่า
ทริป 3–5 วัน: แพ็กแบบรายวันมักจะประหยัดกว่า
อยู่เกิน 10 วัน: แพ็กแบบเหมาจ่ายดาต้ารวมจะคุ้มกว่าในระยะยาว
2. ดาต้าพอสำหรับสไตล์การเล่นเน็ตหรือไม่
ถามตัวเองก่อนว่าใช้งานเน็ตประมาณไหน แล้วเลือกให้ตรงพฤติกรรมจริง ๆ
ใช้แค่แผนที่ แชตนิดหน่อย: ประมาณ 1–2 GB ก็พอ
ชอบลงรูป เล่นโซเชียลบ่อย: เลือก 5–10 GB ขึ้นไปจะปลอดภัยกว่า
สายออนไลน์ฟูลไทม์: เลือกแพ็ก ความเร็วคงที่ 10 Mbps (แนว Unlimited) จะได้ไม่ต้องนั่งลุ้นดาต้าเหลือเท่าไหร่ทุกวัน
3. รีวิวผู้ใช้จริงดีหรือเปล่า
ก่อนคนจริงจังกับการจอง แนะนำให้
อ่านรีวิวการใช้งานจริง ว่าสัญญาณแรงแค่ไหนในโซล ปูซาน หรือเมืองรอง
ดูว่าคนส่วนใหญ่บอกว่าติดตั้งง่ายจริงไหม
เช็กว่ามีทีมซัพพอร์ตช่วยแก้ปัญหาไหม ถ้าเน็ตงอแงกลางดึกจะได้มีคนช่วย
💡 เช็กลิสต์สั้น ๆ ก่อนกดจอง
เลือกแพ็กที่ ราคาไม่แรงเกินไป–ความเร็วดี–รีวิวแน่น
จะทำให้คุณเที่ยวได้สบายใจ ไม่ต้องกลัวเน็ตหมด วิ่งหาวายไฟกลางทางถ้ารู้ตัวว่าต้อง โทรภายในเกาหลี บ่อย ๆ (จองร้าน หรือเรียกแท็กซี่) ให้เลือกแพ็กที่ มีเบอร์ 010 จะสะดวกกว่ามาก
มือถือรุ่นไหนใช้ eSIM เกาหลีได้บ้าง
หลายคนมีคำถามว่า “มือถือเราใช้ eSIM ได้หรือยังนะ?” ความจริงแล้ว มือถือรุ่นใหม่ส่วนใหญ่รองรับ eSIM กันเกือบหมดแล้ว และวิธีเช็กก็ง่ายมาก
ไปที่เมนูการตั้งค่า แล้วลองหาเมนูแนว ๆ นี้
iOS: การตั้งค่า → เซลลูลาร์ / ข้อมูลมือถือ
Android: การตั้งค่า → การจัดการซิม / เครือข่ายมือถือ / การเชื่อมต่อ
ถ้ามีตัวเลือกเพิ่ม eSIM หรือเพิ่มแผนบริการมือถือ แปลว่ามีโอกาสรองรับสูง
⚠️ ข้อควรรู้: มือถือบางรุ่นที่ซื้อในจีน ฮ่องกง หรือไต้หวัน อาจมีข้อจำกัดเรื่อง eSIM เช่น รุ่นที่ตัดฟีเจอร์ eSIM ออกไป ควรเช็กในเครื่องหรือสอบถามผู้ขายก่อนซื้อแพ็กทุกครั้ง
ตัวอย่างรุ่นยอดนิยมที่รองรับ eSIM (อัปเดตแนวโน้มล่าสุด)
Apple
iPhone XR–iPhone 16 (รวม mini / Plus / Pro / Pro Max)
iPhone SE Gen 2–3
Samsung Galaxy
S20–S24 (รวมรุ่น Ultra / FE)
Note 20 / Note 20 Ultra
Z Flip 3–5, Z Fold 3–5
Google Pixel
Pixel 3–8 (รวม Pro และ a-series)
HUAWEI
Mate 40 Pro
P40 Pro
P50 / P60 / Mate 60 Series
OPPO / OnePlus
OPPO Find X3–X7, Reno 6–11
OnePlus 11 / 12
Xiaomi / Redmi
Xiaomi 13–14 Series
Redmi Note 12 Pro 5G ขึ้นไป
Sony Xperia
Xperia 10 V, 1 V, 5 V ขึ้นไป
Motorola
Razr 2019–Razr 2024
วิธีติดตั้งและใช้งาน eSIM เกาหลี
ติดตั้ง eSIM ฟังดูเหมือนเรื่องเทคนิค แต่ที่จริงคือไม่ยากอย่างที่คิด ทำตามขั้นตอนทีละข้อได้เลย
ขั้นตอนการติดตั้ง eSIM ก่อนเดินทาง
หลังจากจองแพ็ก eSIM แล้ว ระบบจะส่ง QR Code ทางอีเมล
เปิดแอป Settings / การตั้งค่า บนมือถือของคุณ
- เลือกเมนูตามระบบปฏิบัติการ
iPhone → ไปที่ “เซลลูลาร์ / ข้อมูลมือถือ”
Android → ไปที่ “การจัดการซิมการ์ด” หรือ “การเชื่อมต่อ”
แตะเลือก “เพิ่มแผนบริการมือถือ” หรือ “Add eSIM”
สแกน QR Code ที่ได้รับ แล้วทำตามขั้นตอนบนหน้าจอจนจบ เท่านี้ eSIM ก็ถูกติดตั้งในเครื่องเรียบร้อย พร้อมรอเปิดใช้งานเมื่อถึงเกาหลี
วิธีเปิดใช้งานเมื่อถึงเกาหลี
เปิดมือถือ แล้วเข้าไปที่ Settings → ข้อมูลมือถือ / ซิมการ์ด
เปิด Data Roaming ให้เปิดโรมมิ่งข้อมูลในเกาหลี
ถ้าในเครื่องมีซิมไทยอยู่ด้วย แนะนำให้ ปิดดาต้าของซิมหลักชั่วคราว เพื่อกันเครื่องไปใช้เน็ตโรมมิ่งจากซิมไทยโดยไม่ตั้งใจ
💡 ทดสอบง่าย ๆ ก่อนออกจากสนามบิน
ลองเปิด Google Maps หรือ Safari/Chrome ถ้าเว็บโหลดได้ แปลว่า eSIM ทำงานเรียบร้อย พร้อมลุยทั่วเกาหลี
ทำไมควรติดตั้ง eSIM ก่อนบิน
ยุคนี้ทุกอย่างผูกกับอินเทอร์เน็ตหมด ตั้งแต่
ดูเส้นทางรถไฟ
หารีวิวร้านอาหาร
เช็กตารางรถบัสหรือ KTX
จ่ายเงินผ่านแอปในร้านสะดวกซื้อ
ถ้าติดตั้ง eSIM ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง พอลงเครื่องปุ๊บก็แค่เปิดสวิตช์ ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องไปยืนต่อคิวซื้อซิม หรือแกะถาดซิมที่เก้าอี้สนามบินให้วุ่นวาย
รีวิว eSIM เกาหลีจากผู้ใช้จริง
ก่อนตัดสินใจเลือก eSIM หลายคนอยากรู้ว่าคนที่เคยใช้จริงรู้สึกยังไง นี่คือเสียงจากทริปจริง ๆ ที่สะท้อนภาพการใช้งาน
GowithNoey
“ใช้งานสะดวกมาก ติดตั้งง่ายสุด ๆ สัญญาณดีทั้งทริป ไม่ว่าจะอยู่ในโซลหรือปูซาน เน็ตไหลลื่นไม่มีสะดุด รอบหน้าตั้งใจจะใช้ eSIM อีกแน่นอน”
ผู้ใช้จากญี่ปุ่น
“ปกติเดินทางต่างประเทศจะเช่าไวไฟพกพาตลอด รอบนี้ลองใช้ eSIM เป็นครั้งแรก รู้สึกว่าสะดวกกว่าที่คิดมาก แค่สแกน QR Code ก็ออนไลน์ได้ ไม่ต้องพกเครื่องเพิ่ม ไม่ต้องชาร์จแบตเพิ่ม แถมราคายังประหยัดกว่าอีก ตั้งใจว่าจะใช้ eSIM เป็นมาตรฐานสำหรับทริปต่อ ๆ ไปเลย”
ผู้ใช้ไม่ระบุชื่อ
“ใช้ eSIM รอบที่สองแล้ว ประทับใจเหมือนเดิม สัญญาณดีตลอด ไม่มีเน็ตหลุดระหว่างทาง ถ้าอนาคตเพิ่มฟังก์ชันโทรด้วยเบอร์ปกติแบบครบ ๆ ได้ จะเพอร์เฟกต์สุด ๆ เพราะตอนนี้ใช้โทรได้เฉพาะผ่านแอปที่ใช้ดาต้า”
สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อ eSIM เกาหลี
ก่อนจะกดจอง eSIM แนะนำให้เช็กข้อมูลสำคัญเหล่านี้ก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาระหว่างทริป
ระยะเวลาใช้งาน
มีหลายตัวเลือก เช่น 3, 5, 10, 20 และ 30 วัน บางแพ็กอาจเป็นแบบเน็ตไม่จำกัด วันใช้งานจะเริ่มนับตั้งแต่คุณเปิดใช้งาน eSIM ครั้งแรก ไม่ใช่ตั้งแต่วันที่ซื้อการติดตั้งและการใช้งาน
หลังจากชำระเงิน คุณจะได้รับ QR Code ทางอีเมล ใช้สำหรับสแกนติดตั้ง eSIM QR Code ใช้ได้ครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าลบโปรไฟล์หรือเปลี่ยนเครื่อง จะไม่สามารถติดตั้งซ้ำได้อีกนโยบายการจอง (มักเจอประมาณนี้)
โดยส่วนใหญ่ ไม่สามารถขอคืนเงิน ได้หลังจากชำระเงินและได้รับ QR Code แล้ว
ไม่สามารถ เปลี่ยนวันที่ใช้งาน หลังทำรายการสำเร็จ ดังนั้นควรระบุวันที่ให้ตรงกับทริปตั้งแต่แรก
💡 คำแนะนำสำคัญ
ติดตั้ง eSIM ล่วงหน้าก่อนเดินทางประมาณ 1 วัน เผื่อเวลาทดสอบและแก้ปัญหา
เก็บอีเมลที่มี QR Code ไว้ให้ดี ไม่ลบ ไม่แชร์ต่อคนอื่น เพื่อกันการนำไปสแกนผิดเครื่อง
สรุป: eSIM เกาหลี ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เที่ยวง่ายขึ้นหลายเท่า
ไม่ว่าคุณจะตั้งใจไปเดินเล่นในโซล ชมทะเลที่ปูซาน หรือขึ้นเขาที่เกาะเชจู การมี eSIM เกาหลี (eSIM South Korea) ติดเครื่องคือสิ่งที่จะทำให้ทริปไหลลื่นแบบไม่สะดุด
ติดตั้งง่าย แค่สแกน QR Code
ไม่ต้องเปลี่ยนซิมจริง ไม่ต้องกลัวซิมเดิมหาย
เลือกได้ทั้งแบบเน็ตไม่อั้น แบบเหมาจ่ายดาต้า หรือแบบที่มีเบอร์โทรในเกาหลี
แค่เลือกแพ็กที่ตรงกับสไตล์การเที่ยวของคุณ — ทริปสั้นเน้นประหยัด อยู่ยาวเน้นคุ้ม หรือสายออนไลน์เน้นเน็ตแรงเสถียร — คุณก็พร้อมออกเดินทางไปเกาหลีแบบไม่ต้องกังวลเรื่องอินเทอร์เน็ตอีกต่อไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ eSIM เกาหลี
eSIM เกาหลีคืออะไร และต่างจากซิมปกติยังไง?
eSIM เกาหลีคือซิมแบบดิจิทัลที่ติดตั้งเข้าเครื่องได้เลยผ่านการสแกน QR Code ไม่ต้องเสียบซิมการ์ดจริง เหมาะกับคนที่อยากใช้อินเทอร์เน็ตทันทีที่ถึงเกาหลี ต่างจากซิมปกติที่ต้องถอดซิมเดิมออกแล้วใส่ซิมใหม่ทุกครั้งที่เดินทาง
มือถือรุ่นไหนที่รองรับ eSIM เกาหลีบ้าง?
โดยทั่วไป iPhone XR ขึ้นไป, Google Pixel รุ่นใหม่ ๆ และ Samsung รุ่นท็อป–รุ่นกลางหลายรุ่นรองรับ eSIM แล้ว ควรเช็กจากเมนูการตั้งค่า หรือดูข้อมูลจากเว็บไซต์ผู้ผลิตก่อนซื้อแพ็ก
ติดตั้ง eSIM เกาหลี ยุ่งยากไหม?
ไม่ยุ่งยากเลย หลังจากซื้อ eSIM แล้ว คุณจะได้รับ QR Code ทางอีเมล จากนั้นสแกนผ่านมือถือได้โดยตรง
iOS: ไปที่ “ข้อมูลมือถือ / เซลลูลาร์” แล้วเลือกเพิ่ม eSIM
Android: ไปที่ “การจัดการซิมการ์ด” หรือเมนูที่เกี่ยวกับเครือข่าย แล้วสแกน QR Code
ตั้งค่าไม่กี่ขั้นตอนก็พร้อมใช้งานทันทีเมื่อถึงเกาหลี
eSIM เกาหลีแชร์ฮอตสปอตให้เพื่อนได้ไหม?
ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและรุ่นมือถือ โดยแพ็กแบบดาต้า Unlimited ส่วนใหญ่จะรองรับการแชร์ฮอตสปอต แต่ควรอ่านรายละเอียดเงื่อนไขในแพ็กที่เลือกอีกครั้ง
ถ้าใช้ eSIM แล้วเน็ตช้า หรือหลุดบ่อย ควรทำยังไง?
ให้ลองทำตามนี้ทีละข้อ
รีสตาร์ทเครื่อง
เปิด–ปิดโหมดเครื่องบินสักรอบ
เข้าไปเลือกเครือข่ายให้ตรงกับโอเปอเรเตอร์ที่แพ็กของคุณรองรับ (เช่น SKT / KT / LGU+)
ถ้าทำทั้งหมดแล้วยังไม่ดีขึ้น แนะนำติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของผู้ให้บริการ eSIM เพื่อให้ช่วยเช็กระบบให้ทันที

