รับแอปรับแอป

รวมมิตร eSIM เกาหลี 2569: เลือกแพ็กยังไงให้เน็ตแรงทั้งทริป ไม่หลุด ไม่งง ไม่พังทริป

ณรงค์ฤทธิ์ แก้วทอง01-31

เปิดทริปเกาหลีแบบไม่หลง ด้วย eSIM ที่พร้อมออนไลน์ทันที

ทุกวันนี้จะไปเที่ยวเกาหลีทั้งที ถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ตนี่คือพังตั้งแต่สนามบิน!

ไม่ว่าจะเช็กแผนที่ หาร้านคาเฟ่ฮิป ๆ ดูเส้นทางรถไฟใต้ดิน หรือโพสต์รูปลงโซเชียลแบบเรียลไทม์ แค่มี eSIM เกาหลี (eSIM South Korea) ติดเครื่องไว้ ก็พร้อมเล่นเน็ตได้ทันทีตั้งแต่วินาทีที่แตะพื้นอินชอน ไม่ต้องถอดซิม ไม่ต้องวิ่งหาซื้อซิมใหม่ให้วุ่นวาย

ตอนนี้มี eSIM เกาหลีแบบ Unlimited เน็ตไม่อั้น ให้เลือกเพียบ ทั้งราคาดี ติดตั้งง่าย รองรับทั้ง iPhone และ Android บทความนี้จะพาคุณไล่ดูทีละประเด็น พร้อมเคล็ดลับเลือกแพ็กให้ตรงสไตล์การเที่ยว รับรองว่าพออ่านจบ คุณจะรู้เลยว่าควรใช้แบบไหนกับทริปเกาหลีรอบหน้า

เปรียบเทียบแพ็กเกจ eSIM เกาหลี 2569

ตอนนี้จะไปเที่ยวเกาหลีแบบไม่มีเน็ตคือแทบเป็นไปไม่ได้ แพลนเที่ยวส่วนใหญ่ต้องใช้มือถือแทบตลอดเวลา

แพ็กเกจ eSIM เกาหลี (eSIM South Korea) มีให้เลือกหลายสไตล์ เช่น

  • แบบรายวันสำหรับทริปสั้น ๆ

  • แบบเหมาจ่ายดาต้ารวม ใช้เน็ตเท่าที่ให้มา

  • แบบความเร็วคงที่ เน็ตแรงต่อเนื่อง (เหมือน Unlimited)

  • แบบที่มาพร้อมเบอร์โทรในเกาหลี เหมาะกับคนที่ต้องโทรจองร้าน นัดเพื่อน หรือเรียกแท็กซี่

ทุกแพ็กเกจจะใช้งานผ่านเครือข่าย 5G / 4G ของโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ในเกาหลี เช่น SK Telecom และ KT ความเร็วสูงสุดส่วนมากอยู่ที่ราว 10 Mbps ใช้งานได้ทั่วประเทศ ในราคาเริ่มต้นที่จับต้องได้สบายกระเป๋า

ประเภทแพ็กเกจ eSIM เกาหลี (สรุปให้เลือกง่าย ๆ)

💡 สรุปแนวทางเลือกแพ็กเกจแบบเร็ว ๆ

  • 🏖 ทริปสั้น – เน้นประหยัด:
    เลือกแพ็กแบบรายวัน 1–5 วัน ใช้เท่าที่ต้องการ หมดทริปก็จบ ไม่ต้องจ่ายเกิน

  • 💼 อยู่ยาว – เน้นคุ้ม:
    เหมาะกับแพ็กเหมาจ่ายดาต้ารวม 10–50 GB ใช้เป็นอาทิตย์ยังเอาอยู่

  • 📱 สายออนไลน์ทั้งวัน – เน้นเสถียร:
    เลือกแบบความเร็วคงที่ 10 Mbps เล่นโซเชียล ดูคลิป แชต เรียกได้ว่าแทบเหมือน Unlimited

  • 📞 ต้องมีเบอร์เกาหลี – เน้นครบจบในแพ็กเดียว:
    มองหาแพ็กที่ให้ทั้งเน็ตไม่จำกัดและเบอร์โทรในประเทศ เช่นแพ็กที่มีเบอร์ 010 เหมาะสำหรับโทรจองร้าน นัดเพื่อน หรือใช้บริการต่าง ๆ ในเกาหลี

แพ็กยอดนิยมสำหรับคน “ไม่อยากเทียบเยอะ”

สำหรับสายไม่ชอบเปรียบเทียบให้ปวดหัว แต่อยากได้แพ็กที่ใช้จริงแล้วเวิร์ก ลองดูไกด์เลือกง่าย ๆ ด้านล่าง

เคล็ดลับเลือกแพ็ก eSIM เกาหลีให้ตรงสไตล์ใช้งาน

  • ดีที่สุดสำหรับเน็ต Unlimited + โทรได้จริง:
    เลือกแพ็กที่ให้ เน็ตไม่จำกัดตลอดวัน + เบอร์โทร 010 สำหรับโทรภายในเกาหลี คนที่ต้องโทรจองร้านหรือคุยงานในประเทศจะสะดวกมาก

  • คุ้มสุดสำหรับทริปสั้น 3–7 วัน:
    แพ็กแบบรายวันบนเครือข่ายใหญ่ในเกาหลี ความเร็วคงที่สูงสุดประมาณ 10 Mbps ติดตั้งผ่าน QR Code ง่าย ๆ เหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่เน้นเน็ตแรงไม่สะดุด

  • เหมาะกับทริปยาว / Workation:
    เลือกแพ็กที่ใช้งานได้นานถึง 30 วันบนเครือข่ายเสถียร ครอบคลุมทั้งโซล ปูซาน เกาะเชจู เหมาะกับคนไปอยู่ยาว ทำงาน + เที่ยวในทริปเดียว

  • ใช้งานง่ายที่สุด:
    เลือกแพ็กที่ติดตั้งผ่าน QR Code ได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนซิมจริง รองรับทั้ง iPhone และ Android แค่สแกนครั้งเดียวก็พร้อมใช้งาน

eSIM เกาหลีคืออะไร?

eSIM เกาหลี (eSIM South Korea) คือซิมดิจิทัลที่ฝังความสามารถไว้ในเครื่องมือถืออยู่แล้ว ไม่ต้องใส่ซิมการ์ดจริงให้ลำบาก

หลังจากจองแพ็ก eSIM สำเร็จ คุณจะได้รับ QR Code สำหรับติดตั้ง แค่สแกนตามขั้นตอน ระบบก็เพิ่มโปรไฟล์ซิมใหม่ให้ภายในไม่กี่นาที

พอเครื่องลงจอดที่เกาหลี ก็แค่เปิดใช้งานโปรไฟล์ eSIM เท่านั้น คุณก็ออนไลน์ได้ทันที ไม่ต้องเดินหาซิมที่สนามบิน ไม่ต้องเปิดถาดซิม และไม่ต้องกลัวซิมจริงหล่นหาย

ข้อสำคัญ: มือถือจะต้องเป็นรุ่นที่รองรับ eSIM ก่อนนะ ไม่อย่างนั้นจะใช้งานไม่ได้เลย

eSIM VS ซิมการ์ดทั่วไป ต่างกันยังไง?

หลายคนยังสงสัยว่า “แล้วมันต่างจากซิมปกติยังไง ในเมื่อสุดท้ายก็แค่ใช้อินเทอร์เน็ตเหมือนกัน?”

สิ่งที่ต่างจริง ๆ คือเรื่อง ความสะดวกในการใช้งาน และ วิธีตั้งค่า:

  • ซิมปกติ: ต้องซื้อซิมใหม่ ถอดถาดซิม ใส่การ์ด บางทีต้องพกเข็มจิ้มซิมก่อนขึ้นเครื่อง

  • eSIM: แค่สแกน QR Code ก็เพิ่มแพ็กใหม่เข้าเครื่องได้เลย ไม่ต้องยุ่งกับฮาร์ดแวร์

💡 เคล็ดลับ:

ถ้าโทรศัพท์คุณรองรับ eSIM อยู่แล้ว แนะนำให้เลือก eSIM จะสะดวกกว่าเยอะ ทั้งติดตั้งง่าย พกพาไม่ต้องกลัวหาย และออนไลน์ได้ทันทีที่ถึงสนามบิน

ข้อดีของการใช้ eSIM เกาหลี

การใช้ eSIM ในเกาหลีมีข้อดีหลายอย่าง โดยเฉพาะสำหรับสายเที่ยวที่ต้องย้ายเมืองบ่อย ๆ หรือเปลี่ยนแผนกระทันหัน มาดูไฮไลต์กัน

✅ 3 ข้อดีหลักของ eSIM เกาหลี

  • พร้อมใช้งานทันทีที่ลงเครื่องที่เกาหลี
    แค่เปิดเครื่อง ก็เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เลย ไม่ต้องต่อคิวซื้อซิม ไม่ต้องหาที่นั่งเปลี่ยนซิม

  • หมดปัญหาเรื่องซิมหายหรือทำหล่น
    เพราะทุกอย่างอยู่ในรูปแบบดิจิทัลในมือถือ ไม่ต้องกลัวซิมจิ๋วหล่นในแท็กซี่หรือที่พักอีกต่อไป

  • ใช้ Dual SIM ได้พร้อมกัน
    ตั้งค่าให้ eSIM ใช้เน็ตในเกาหลี ส่วนเบอร์ไทยยังเปิดไว้รับ OTP หรือ SMS สำคัญได้ในเครื่องเดียว สะดวกมากสำหรับคนที่ต้องทำธุรกรรมระหว่างเดินทาง

ข้อเสียของการใช้ eSIM เกาหลี

แม้ eSIM จะสะดวกมาก แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน มาดูข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

⚠️ 3 ข้อเสียของ eSIM เกาหลี

  • ใช้ได้เฉพาะมือถือที่รองรับ eSIM เท่านั้น
    รุ่นเก่า ๆ หลายเครื่องยังไม่รองรับ eSIM แนะนำให้เช็กในเครื่องก่อนทุกครั้ง

  • 1 แพ็กเกจใช้ได้แค่ 1 เครื่อง
    eSIM ผูกกับอุปกรณ์ที่สแกน QR Code ครั้งแรก ไม่สามารถย้ายไปเครื่องอื่นเหมือนซิมการ์ดทั่วไปได้

  • ส่วนใหญ่เป็นดาต้าอย่างเดียว ไม่มีเบอร์โทร
    คนที่ต้องใช้เบอร์โทรจริงในเกาหลีจะมีตัวเลือกน้อยกว่า และมักเป็นแพ็กเฉพาะ เช่นแพ็กที่ให้เบอร์ 010 สำหรับโทรในประเทศได้จริง ส่วนแพ็กทั่วไปจะโทรได้ผ่านแอปที่ใช้ดาต้า เช่น LINE หรือ WhatsApp เท่านั้น

เช็กลิสต์เลือก eSIM เกาหลีให้ตรงสไตล์ทริป

การเลือก eSIM สำหรับไปเกาหลี ไม่ควรดูแค่ราคา แต่ต้องมองครบทั้ง ระยะเวลา / ปริมาณดาต้า / ความแรง / ความสะดวก ลองใช้เช็กลิสต์นี้ช่วยตัดสินใจ

1. ราคาเหมาะกับจำนวนวันไหม

เช็กก่อนว่าแพ็กที่เลือก “คุ้มกับจำนวนวันใช้จริง” หรือเปล่า

  • ทริป 3–5 วัน: แพ็กแบบรายวันมักจะประหยัดกว่า

  • อยู่เกิน 10 วัน: แพ็กแบบเหมาจ่ายดาต้ารวมจะคุ้มกว่าในระยะยาว

2. ดาต้าพอสำหรับสไตล์การเล่นเน็ตหรือไม่

ถามตัวเองก่อนว่าใช้งานเน็ตประมาณไหน แล้วเลือกให้ตรงพฤติกรรมจริง ๆ

  • ใช้แค่แผนที่ แชตนิดหน่อย: ประมาณ 1–2 GB ก็พอ

  • ชอบลงรูป เล่นโซเชียลบ่อย: เลือก 5–10 GB ขึ้นไปจะปลอดภัยกว่า

  • สายออนไลน์ฟูลไทม์: เลือกแพ็ก ความเร็วคงที่ 10 Mbps (แนว Unlimited) จะได้ไม่ต้องนั่งลุ้นดาต้าเหลือเท่าไหร่ทุกวัน

3. รีวิวผู้ใช้จริงดีหรือเปล่า

ก่อนคนจริงจังกับการจอง แนะนำให้

  • อ่านรีวิวการใช้งานจริง ว่าสัญญาณแรงแค่ไหนในโซล ปูซาน หรือเมืองรอง

  • ดูว่าคนส่วนใหญ่บอกว่าติดตั้งง่ายจริงไหม

  • เช็กว่ามีทีมซัพพอร์ตช่วยแก้ปัญหาไหม ถ้าเน็ตงอแงกลางดึกจะได้มีคนช่วย

💡 เช็กลิสต์สั้น ๆ ก่อนกดจอง

  • เลือกแพ็กที่ ราคาไม่แรงเกินไป–ความเร็วดี–รีวิวแน่น
    จะทำให้คุณเที่ยวได้สบายใจ ไม่ต้องกลัวเน็ตหมด วิ่งหาวายไฟกลางทาง

  • ถ้ารู้ตัวว่าต้อง โทรภายในเกาหลี บ่อย ๆ (จองร้าน หรือเรียกแท็กซี่) ให้เลือกแพ็กที่ มีเบอร์ 010 จะสะดวกกว่ามาก

มือถือรุ่นไหนใช้ eSIM เกาหลีได้บ้าง

หลายคนมีคำถามว่า “มือถือเราใช้ eSIM ได้หรือยังนะ?” ความจริงแล้ว มือถือรุ่นใหม่ส่วนใหญ่รองรับ eSIM กันเกือบหมดแล้ว และวิธีเช็กก็ง่ายมาก

ไปที่เมนูการตั้งค่า แล้วลองหาเมนูแนว ๆ นี้

  • iOS: การตั้งค่า → เซลลูลาร์ / ข้อมูลมือถือ

  • Android: การตั้งค่า → การจัดการซิม / เครือข่ายมือถือ / การเชื่อมต่อ

ถ้ามีตัวเลือกเพิ่ม eSIM หรือเพิ่มแผนบริการมือถือ แปลว่ามีโอกาสรองรับสูง

⚠️ ข้อควรรู้: มือถือบางรุ่นที่ซื้อในจีน ฮ่องกง หรือไต้หวัน อาจมีข้อจำกัดเรื่อง eSIM เช่น รุ่นที่ตัดฟีเจอร์ eSIM ออกไป ควรเช็กในเครื่องหรือสอบถามผู้ขายก่อนซื้อแพ็กทุกครั้ง

ตัวอย่างรุ่นยอดนิยมที่รองรับ eSIM (อัปเดตแนวโน้มล่าสุด)

  • Apple

    • iPhone XR–iPhone 16 (รวม mini / Plus / Pro / Pro Max)

    • iPhone SE Gen 2–3

  • Samsung Galaxy

    • S20–S24 (รวมรุ่น Ultra / FE)

    • Note 20 / Note 20 Ultra

    • Z Flip 3–5, Z Fold 3–5

  • Google Pixel

    • Pixel 3–8 (รวม Pro และ a-series)

  • HUAWEI

    • Mate 40 Pro

    • P40 Pro

    • P50 / P60 / Mate 60 Series

  • OPPO / OnePlus

    • OPPO Find X3–X7, Reno 6–11

    • OnePlus 11 / 12

  • Xiaomi / Redmi

    • Xiaomi 13–14 Series

    • Redmi Note 12 Pro 5G ขึ้นไป

  • Sony Xperia

    • Xperia 10 V, 1 V, 5 V ขึ้นไป

  • Motorola

    • Razr 2019–Razr 2024

วิธีติดตั้งและใช้งาน eSIM เกาหลี

ติดตั้ง eSIM ฟังดูเหมือนเรื่องเทคนิค แต่ที่จริงคือไม่ยากอย่างที่คิด ทำตามขั้นตอนทีละข้อได้เลย

ขั้นตอนการติดตั้ง eSIM ก่อนเดินทาง

  1. หลังจากจองแพ็ก eSIM แล้ว ระบบจะส่ง QR Code ทางอีเมล

  2. เปิดแอป Settings / การตั้งค่า บนมือถือของคุณ

  3. เลือกเมนูตามระบบปฏิบัติการ
    • iPhone → ไปที่ “เซลลูลาร์ / ข้อมูลมือถือ”

    • Android → ไปที่ “การจัดการซิมการ์ด” หรือ “การเชื่อมต่อ”

  4. แตะเลือก “เพิ่มแผนบริการมือถือ” หรือ “Add eSIM”

  5. สแกน QR Code ที่ได้รับ แล้วทำตามขั้นตอนบนหน้าจอจนจบ เท่านี้ eSIM ก็ถูกติดตั้งในเครื่องเรียบร้อย พร้อมรอเปิดใช้งานเมื่อถึงเกาหลี

วิธีเปิดใช้งานเมื่อถึงเกาหลี

  • เปิดมือถือ แล้วเข้าไปที่ Settings → ข้อมูลมือถือ / ซิมการ์ด

  • เปิด Data Roaming ให้เปิดโรมมิ่งข้อมูลในเกาหลี

  • ถ้าในเครื่องมีซิมไทยอยู่ด้วย แนะนำให้ ปิดดาต้าของซิมหลักชั่วคราว เพื่อกันเครื่องไปใช้เน็ตโรมมิ่งจากซิมไทยโดยไม่ตั้งใจ

💡 ทดสอบง่าย ๆ ก่อนออกจากสนามบิน
ลองเปิด Google Maps หรือ Safari/Chrome ถ้าเว็บโหลดได้ แปลว่า eSIM ทำงานเรียบร้อย พร้อมลุยทั่วเกาหลี

ทำไมควรติดตั้ง eSIM ก่อนบิน

ยุคนี้ทุกอย่างผูกกับอินเทอร์เน็ตหมด ตั้งแต่

  • ดูเส้นทางรถไฟ

  • หารีวิวร้านอาหาร

  • เช็กตารางรถบัสหรือ KTX

  • จ่ายเงินผ่านแอปในร้านสะดวกซื้อ

ถ้าติดตั้ง eSIM ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง พอลงเครื่องปุ๊บก็แค่เปิดสวิตช์ ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องไปยืนต่อคิวซื้อซิม หรือแกะถาดซิมที่เก้าอี้สนามบินให้วุ่นวาย

รีวิว eSIM เกาหลีจากผู้ใช้จริง

ก่อนตัดสินใจเลือก eSIM หลายคนอยากรู้ว่าคนที่เคยใช้จริงรู้สึกยังไง นี่คือเสียงจากทริปจริง ๆ ที่สะท้อนภาพการใช้งาน

GowithNoey
“ใช้งานสะดวกมาก ติดตั้งง่ายสุด ๆ สัญญาณดีทั้งทริป ไม่ว่าจะอยู่ในโซลหรือปูซาน เน็ตไหลลื่นไม่มีสะดุด รอบหน้าตั้งใจจะใช้ eSIM อีกแน่นอน”

ผู้ใช้จากญี่ปุ่น
“ปกติเดินทางต่างประเทศจะเช่าไวไฟพกพาตลอด รอบนี้ลองใช้ eSIM เป็นครั้งแรก รู้สึกว่าสะดวกกว่าที่คิดมาก แค่สแกน QR Code ก็ออนไลน์ได้ ไม่ต้องพกเครื่องเพิ่ม ไม่ต้องชาร์จแบตเพิ่ม แถมราคายังประหยัดกว่าอีก ตั้งใจว่าจะใช้ eSIM เป็นมาตรฐานสำหรับทริปต่อ ๆ ไปเลย”

ผู้ใช้ไม่ระบุชื่อ
“ใช้ eSIM รอบที่สองแล้ว ประทับใจเหมือนเดิม สัญญาณดีตลอด ไม่มีเน็ตหลุดระหว่างทาง ถ้าอนาคตเพิ่มฟังก์ชันโทรด้วยเบอร์ปกติแบบครบ ๆ ได้ จะเพอร์เฟกต์สุด ๆ เพราะตอนนี้ใช้โทรได้เฉพาะผ่านแอปที่ใช้ดาต้า”

สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อ eSIM เกาหลี

ก่อนจะกดจอง eSIM แนะนำให้เช็กข้อมูลสำคัญเหล่านี้ก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาระหว่างทริป

  • ระยะเวลาใช้งาน
    มีหลายตัวเลือก เช่น 3, 5, 10, 20 และ 30 วัน บางแพ็กอาจเป็นแบบเน็ตไม่จำกัด วันใช้งานจะเริ่มนับตั้งแต่คุณเปิดใช้งาน eSIM ครั้งแรก ไม่ใช่ตั้งแต่วันที่ซื้อ

  • การติดตั้งและการใช้งาน
    หลังจากชำระเงิน คุณจะได้รับ QR Code ทางอีเมล ใช้สำหรับสแกนติดตั้ง eSIM QR Code ใช้ได้ครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าลบโปรไฟล์หรือเปลี่ยนเครื่อง จะไม่สามารถติดตั้งซ้ำได้อีก

  • นโยบายการจอง (มักเจอประมาณนี้)

    • โดยส่วนใหญ่ ไม่สามารถขอคืนเงิน ได้หลังจากชำระเงินและได้รับ QR Code แล้ว

    • ไม่สามารถ เปลี่ยนวันที่ใช้งาน หลังทำรายการสำเร็จ ดังนั้นควรระบุวันที่ให้ตรงกับทริปตั้งแต่แรก

💡 คำแนะนำสำคัญ

  • ติดตั้ง eSIM ล่วงหน้าก่อนเดินทางประมาณ 1 วัน เผื่อเวลาทดสอบและแก้ปัญหา

  • เก็บอีเมลที่มี QR Code ไว้ให้ดี ไม่ลบ ไม่แชร์ต่อคนอื่น เพื่อกันการนำไปสแกนผิดเครื่อง

สรุป: eSIM เกาหลี ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เที่ยวง่ายขึ้นหลายเท่า

ไม่ว่าคุณจะตั้งใจไปเดินเล่นในโซล ชมทะเลที่ปูซาน หรือขึ้นเขาที่เกาะเชจู การมี eSIM เกาหลี (eSIM South Korea) ติดเครื่องคือสิ่งที่จะทำให้ทริปไหลลื่นแบบไม่สะดุด

  • ติดตั้งง่าย แค่สแกน QR Code

  • ไม่ต้องเปลี่ยนซิมจริง ไม่ต้องกลัวซิมเดิมหาย

  • เลือกได้ทั้งแบบเน็ตไม่อั้น แบบเหมาจ่ายดาต้า หรือแบบที่มีเบอร์โทรในเกาหลี

แค่เลือกแพ็กที่ตรงกับสไตล์การเที่ยวของคุณ — ทริปสั้นเน้นประหยัด อยู่ยาวเน้นคุ้ม หรือสายออนไลน์เน้นเน็ตแรงเสถียร — คุณก็พร้อมออกเดินทางไปเกาหลีแบบไม่ต้องกังวลเรื่องอินเทอร์เน็ตอีกต่อไป

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ eSIM เกาหลี

  • eSIM เกาหลีคืออะไร และต่างจากซิมปกติยังไง?

    eSIM เกาหลีคือซิมแบบดิจิทัลที่ติดตั้งเข้าเครื่องได้เลยผ่านการสแกน QR Code ไม่ต้องเสียบซิมการ์ดจริง เหมาะกับคนที่อยากใช้อินเทอร์เน็ตทันทีที่ถึงเกาหลี ต่างจากซิมปกติที่ต้องถอดซิมเดิมออกแล้วใส่ซิมใหม่ทุกครั้งที่เดินทาง

  • มือถือรุ่นไหนที่รองรับ eSIM เกาหลีบ้าง?

    โดยทั่วไป iPhone XR ขึ้นไป, Google Pixel รุ่นใหม่ ๆ และ Samsung รุ่นท็อป–รุ่นกลางหลายรุ่นรองรับ eSIM แล้ว ควรเช็กจากเมนูการตั้งค่า หรือดูข้อมูลจากเว็บไซต์ผู้ผลิตก่อนซื้อแพ็ก

  • ติดตั้ง eSIM เกาหลี ยุ่งยากไหม?

    ไม่ยุ่งยากเลย หลังจากซื้อ eSIM แล้ว คุณจะได้รับ QR Code ทางอีเมล จากนั้นสแกนผ่านมือถือได้โดยตรง

    • iOS: ไปที่ “ข้อมูลมือถือ / เซลลูลาร์” แล้วเลือกเพิ่ม eSIM

    • Android: ไปที่ “การจัดการซิมการ์ด” หรือเมนูที่เกี่ยวกับเครือข่าย แล้วสแกน QR Code
      ตั้งค่าไม่กี่ขั้นตอนก็พร้อมใช้งานทันทีเมื่อถึงเกาหลี

  • eSIM เกาหลีแชร์ฮอตสปอตให้เพื่อนได้ไหม?

    ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและรุ่นมือถือ โดยแพ็กแบบดาต้า Unlimited ส่วนใหญ่จะรองรับการแชร์ฮอตสปอต แต่ควรอ่านรายละเอียดเงื่อนไขในแพ็กที่เลือกอีกครั้ง

  • ถ้าใช้ eSIM แล้วเน็ตช้า หรือหลุดบ่อย ควรทำยังไง?

    ให้ลองทำตามนี้ทีละข้อ

    • รีสตาร์ทเครื่อง

    • เปิด–ปิดโหมดเครื่องบินสักรอบ

    • เข้าไปเลือกเครือข่ายให้ตรงกับโอเปอเรเตอร์ที่แพ็กของคุณรองรับ (เช่น SKT / KT / LGU+)

    ถ้าทำทั้งหมดแล้วยังไม่ดีขึ้น แนะนำติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของผู้ให้บริการ eSIM เพื่อให้ช่วยเช็กระบบให้ทันที