ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจใหม่: เงินดิจิทัล – ภาษี – ไลฟ์สไตล์
โลกการใช้เงินกำลังเปลี่ยนไปแบบไม่หันหลังกลับ ทั้งเรื่อง คริปโตเคอร์เรนซี การบริจาคผ่านดิจิทัล ระบบภาษีใหม่ ไปจนถึง เทรนด์สินค้าลิฟ์สไตล์และของเล่นอนิเมะเล็กๆ ที่กลายเป็นเศรษฐกิจไซส์ไม่เล็กอีกต่อไป
ทั้งหมดนี้เชื่อมกันด้วยจุดเดียวคือ “พฤติกรรมการใช้เงินของคนรุ่นใหม่” ที่กำลังกำหนดทิศทางเศรษฐกิจในหลายประเทศ
TouristDigiPay: แปลงคริปโตเป็นบาท ใช้ได้ยันร้านเล็ก
เปิดทางนักท่องเที่ยวใช้คริปโตในไทย
โครงการ TouristDigiPay ถูกออกแบบมาเพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล สามารถ
แปลงคริปโตฯ ที่มีอยู่ให้กลายเป็น เงินบาท
ใช้จ่ายกับร้านค้าต่างๆ ในไทยได้สะดวก
เน้นความ ปลอดภัย โปร่งใส และใช้งานง่าย
จุดที่น่าสนใจคือ แนวคิดนี้ไม่ได้ผูกไว้กับแค่บัตรเครดิตเหมือนหลายประเทศที่จำกัดอยู่ที่ร้านใหญ่ แต่เปิดทางให้เงินดิจิทัล
ไหลลงสู่ร้านค้ารายย่อย รากหญ้า ร้านเล็กๆ ได้จริง
เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น
เม็ดเงินสะพัดเพิ่มเป็นแสนล้าน
จากประมาณการนักท่องเที่ยวปีนี้ที่ 35 ล้านคน มีการคาดการณ์ว่า
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปจากเดิมราว 50,000 บาท/คน
จะถูกกระตุ้นให้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10%
กลายเป็นประมาณ 55,000 บาท/คน
เมื่อรวมทั้งระบบ นั่นหมายถึงเม็ดเงินสะพัดเพิ่มได้ราว 175,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขเล็กๆ เลยสำหรับเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย
บริจาคทำบุญยุคใหม่: อยากลดภาษี ต้องผ่าน e-Donation
จุดเปลี่ยนสำคัญของการใช้สิทธิภาษี
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป การบริจาคเพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะมีการวางกติกาชัดเจนว่า
บริจาคให้ วัด มูลนิธิ สมาคม กองทุน และองค์การต่างๆ
ผู้บริจาคจะใช้สิทธิ หักลดหย่อนภาษี (บุคคลธรรมดา) หรือ หักเป็นรายจ่าย (นิติบุคคล)
ต้องบริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากรเท่านั้น
ทำไมต้องบังคับผ่านระบบดิจิทัล
การยกเครื่องครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ
ให้ผู้เสียภาษีใช้สิทธิได้ รวดเร็วและสะดวกขึ้น
ลดภาระการ เก็บหลักฐานกระดาษ ทั้งฝ่ายผู้บริจาคและหน่วยรับบริจาค
เพิ่มระดับ ความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ ของการรับบริจาค
เมื่อการทำบุญถูกร้อยเข้ากับดิจิทัลเต็มระบบ ภาษีจึงกลายเป็นอีกสนามสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมไร้กระดาษ
ข้าว – บะหมี่ไทย: โอกาสทองในตลาดอังกฤษ
เมนูง่าย ราคาดี ตอบโจทย์เศรษฐกิจฝืด
ตลาดสหราชอาณาจักรกำลังมอง ข้าวและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นตัวช่วยรอดในยุคเศรษฐกิจเปราะบาง เพราะ
เป็นอาหารที่ เข้าถึงง่าย ราคาไม่สูง
โดยเฉพาะข้าว ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตที่คุ้มค่าในช่วงเศรษฐกิจถดถอย
ในโลกออนไลน์ ก็มีการทำคอนเทนต์เมนูจากข้าวและบะหมี่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้คนรู้สึกว่า
ข้าว = ทำเมนูได้หลากหลาย
บะหมี่ = ประหยัดและสนุกกับการปรุงรส
ยิ่งมีคอนเทนต์เยอะ ยิ่งผลักให้ความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่ผู้บริโภค
แบรนด์เอเชียบุกแรง ตลาดบะหมี่คึกคัก
สำหรับสินค้าประเภท บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มีแบรนด์จากเอเชียที่เติบโตเร็วในตลาดอังกฤษ โดยสะท้อนเทรนด์
ผู้บริโภคอยากลอง อาหารหลากหลายมากขึ้น
กระแส อาหารเกาหลีและเอเชีย ช่วยดันตลาดทั้งกลุ่ม
ข้อมูลจาก Kantar ระบุว่า
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Nissin มีมูลค่า 17.9 ล้านปอนด์ เติบโต 4.1%
แบรนด์ Koka มีมูลค่า 13.9 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 15.4%
แบรนด์ Nong Shim มีมูลค่า 12.9 ล้านปอนด์ เติบโต 13.4%
ตัวเลขเหล่านี้บอกชัดว่า คนอังกฤษเริ่มเปิดใจให้บะหมี่เอเชียมากขึ้นอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นโอกาสที่สินค้าจากไทยสามารถต่อยอดได้ทั้งในเชิงรสชาติ แบรนด์ และคอนเทนต์ออนไลน์
เศรษฐกิจตุ๊กตาห้อยกระเป๋า: จากอีโมจิในชีวิตจริงสู่เมกะเทรนด์
ตุ๊กตาเล็กๆ ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ตัวตน
บนท้องถนนในจีนตอนนี้ ภาพที่เห็นจนชินตาคือ
หูของ Stella Lou โผล่พ้นกระเป๋าทำงานอย่างขี้เล่น
เจ้าปีศาจน้อยจากอนิเมะจีนเรื่อง “Nobody” แกว่งไปมาบริเวณซิปกระเป๋าเป้
หมีแพนด้าท่าทึ่มๆ หมอบอยู่ด้านหลังของกระเป๋าสะพาย
ทั้งหมดนี้คือโลกของ “ตุ๊กตาห้อยกระเป๋า” ที่ไม่ได้เป็นแค่ของตกแต่ง แต่กลายเป็น
“สัญลักษณ์บ่งบอกตัวตน” ของเจ้าของกระเป๋า
“อีโมจิในชีวิตจริง” ที่ช่วยแสดงอารมณ์ ความชอบ และสไตล์
คนหนุ่มสาวจีนใช้พวงกุญแจและของประดับเล็กๆ เหล่านี้เป็นเครื่องมือสื่อสารความเป็นตัวเองให้สนุกและมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังโตแบบเงียบๆ แต่แรง
อุตสาหกรรมของเล่น – อาร์ตทอย โตพรวดในแคมเปญ 618
แพลตฟอร์มชอปปิงออนไลน์ของจีนเผยว่า ในช่วงแคมเปญอีคอมเมิร์ซ “618” ปี 2025
อุตสาหกรรม ของเล่นและอาร์ตทอย เติบโตแบบก้าวกระโดด
กลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิการแข่งขันที่ คึกคักที่สุด ของรูปแบบการบริโภคยุคใหม่
สำหรับสายสินค้าอนิเมะ ของเล่น และคาแรกเตอร์ นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า
ตลาดพร้อมจ่ายให้กับ สินค้าที่มีเรื่องราวและบุคลิกชัดเจน
ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อแค่ของ แต่ซื้อ “ความรู้สึก” และ “ตัวตน” ที่ติดไปกับสินค้า
ระบบนิเวศครบวงจร – พลังจากตลาดเล็กที่ไม่เล็กอีกต่อไป
สิ่งที่กำลังน่าสนใจคือ ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมพวงกุญแจและของประดับกระเป๋าเริ่มพัฒนาจนครบวงจรมากขึ้น ตั้งแต่
การ ออกแบบ คาแรกเตอร์และดีไซน์
การ วิจัยและพัฒนา ตัวสินค้าและวัสดุ
การจัดการเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และใบรับรองต่างๆ
การสร้าง ช่องทางจำหน่าย ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
“เศรษฐกิจตุ๊กตาห้อยกระเป๋า” ยังแสดงให้เห็นโอกาสในการ
ผสานกับ วัฒนธรรมดั้งเดิมและงานครีเอทีฟ
เชื่อมกับ เทคโนโลยี แฟชั่น และอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อย่างยืดหยุ่น
ด้วยความที่เป็นตลาดเล็กที่ยืดหยุ่นสูง สินค้าบางรุ่นสามารถ
รับความนิยมแบบ ถล่มทลาย
จนกลายเป็นกระแส ฮอตฮิตข้ามประเทศ ได้ไม่ยาก
สำหรับสายสินค้าอนิเมะ นี่คือพื้นที่ทองคำของ “คาแรกเตอร์ดี + ดีไซน์ใช่ + การเล่าเรื่องโดน” ที่พร้อมปั้นสินค้าชิ้นเล็กให้กลายเป็นแบรนด์ใหญ่ได้จริง
สรุป: เมื่อเงินดิจิทัล ภาษี และตุ๊กตาเล็กๆ เดินไปทิศเดียวกัน
ถ้ามองทั้งภาพรวมจะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็น
การเปิดทางให้นักท่องเที่ยวใช้ คริปโตฯ แลกเป็นเงินบาท
การบังคับให้บริจาคผ่าน e-Donation เพื่อใช้สิทธิภาษี
โอกาสการส่งออก ข้าว–บะหมี่ไทย สู่ตลาดอังกฤษ
หรือการเติบโตของ เศรษฐกิจตุ๊กตาห้อยกระเป๋าและอาร์ตทอย
ทุกอย่างสะท้อนแนวโน้มเดียวกันคือ
ผู้คนต้องการ ความสะดวก โปร่งใส และสนุก ในการใช้เงิน
สินค้าหรือบริการที่ ตอบฟังก์ชัน + ตอบอารมณ์ จะได้เปรียบอย่างมหาศาล
ใครที่อยู่ในโลกสินค้าอนิเมะ คาแรกเตอร์ หรือของเล่นเล็กๆ วันนี้ไม่ใช่แค่เวลาขายของ แต่มันคือจังหวะทองในการ
สร้าง แบรนด์ที่ผูกพันกับตัวตนของผู้ใช้
ผสาน ออนไลน์ – ออฟไลน์ – วัฒนธรรม – เทคโนโลยี เข้าไว้ด้วยกัน
เพราะในยุคนี้ “เศรษฐกิจความรู้สึก” และ “เศรษฐกิจตัวตน” กำลังมีมูลค่ามากกว่าที่ตัวสินค้าชิ้นเล็กๆ บอกใบ้เอาไว้เสียอีก

