รับแอปรับแอป

จากคริปโตถึงตุ๊กตาห้อยกระเป๋า: ส่องเมกะเทรนด์ใหม่ที่เปลี่ยนพฤติกรรมใช้เงินคนทั้งโลก

ชยพล ศรีอุดม01-31

ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจใหม่: เงินดิจิทัล – ภาษี – ไลฟ์สไตล์

โลกการใช้เงินกำลังเปลี่ยนไปแบบไม่หันหลังกลับ ทั้งเรื่อง คริปโตเคอร์เรนซี การบริจาคผ่านดิจิทัล ระบบภาษีใหม่ ไปจนถึง เทรนด์สินค้าลิฟ์สไตล์และของเล่นอนิเมะเล็กๆ ที่กลายเป็นเศรษฐกิจไซส์ไม่เล็กอีกต่อไป

ทั้งหมดนี้เชื่อมกันด้วยจุดเดียวคือ “พฤติกรรมการใช้เงินของคนรุ่นใหม่” ที่กำลังกำหนดทิศทางเศรษฐกิจในหลายประเทศ

TouristDigiPay: แปลงคริปโตเป็นบาท ใช้ได้ยันร้านเล็ก

เปิดทางนักท่องเที่ยวใช้คริปโตในไทย

โครงการ TouristDigiPay ถูกออกแบบมาเพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล สามารถ

  • แปลงคริปโตฯ ที่มีอยู่ให้กลายเป็น เงินบาท

  • ใช้จ่ายกับร้านค้าต่างๆ ในไทยได้สะดวก

  • เน้นความ ปลอดภัย โปร่งใส และใช้งานง่าย

จุดที่น่าสนใจคือ แนวคิดนี้ไม่ได้ผูกไว้กับแค่บัตรเครดิตเหมือนหลายประเทศที่จำกัดอยู่ที่ร้านใหญ่ แต่เปิดทางให้เงินดิจิทัล

  • ไหลลงสู่ร้านค้ารายย่อย รากหญ้า ร้านเล็กๆ ได้จริง

  • เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น

เม็ดเงินสะพัดเพิ่มเป็นแสนล้าน

จากประมาณการนักท่องเที่ยวปีนี้ที่ 35 ล้านคน มีการคาดการณ์ว่า

  • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปจากเดิมราว 50,000 บาท/คน

  • จะถูกกระตุ้นให้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10%

  • กลายเป็นประมาณ 55,000 บาท/คน

เมื่อรวมทั้งระบบ นั่นหมายถึงเม็ดเงินสะพัดเพิ่มได้ราว 175,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขเล็กๆ เลยสำหรับเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย

บริจาคทำบุญยุคใหม่: อยากลดภาษี ต้องผ่าน e-Donation

จุดเปลี่ยนสำคัญของการใช้สิทธิภาษี

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป การบริจาคเพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะมีการวางกติกาชัดเจนว่า

  • บริจาคให้ วัด มูลนิธิ สมาคม กองทุน และองค์การต่างๆ

  • ผู้บริจาคจะใช้สิทธิ หักลดหย่อนภาษี (บุคคลธรรมดา) หรือ หักเป็นรายจ่าย (นิติบุคคล)

  • ต้องบริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากรเท่านั้น

ทำไมต้องบังคับผ่านระบบดิจิทัล

การยกเครื่องครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ

  • ให้ผู้เสียภาษีใช้สิทธิได้ รวดเร็วและสะดวกขึ้น

  • ลดภาระการ เก็บหลักฐานกระดาษ ทั้งฝ่ายผู้บริจาคและหน่วยรับบริจาค

  • เพิ่มระดับ ความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ ของการรับบริจาค

เมื่อการทำบุญถูกร้อยเข้ากับดิจิทัลเต็มระบบ ภาษีจึงกลายเป็นอีกสนามสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมไร้กระดาษ

ข้าว – บะหมี่ไทย: โอกาสทองในตลาดอังกฤษ

เมนูง่าย ราคาดี ตอบโจทย์เศรษฐกิจฝืด

ตลาดสหราชอาณาจักรกำลังมอง ข้าวและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นตัวช่วยรอดในยุคเศรษฐกิจเปราะบาง เพราะ

  • เป็นอาหารที่ เข้าถึงง่าย ราคาไม่สูง

  • โดยเฉพาะข้าว ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตที่คุ้มค่าในช่วงเศรษฐกิจถดถอย

ในโลกออนไลน์ ก็มีการทำคอนเทนต์เมนูจากข้าวและบะหมี่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้คนรู้สึกว่า

  • ข้าว = ทำเมนูได้หลากหลาย

  • บะหมี่ = ประหยัดและสนุกกับการปรุงรส

ยิ่งมีคอนเทนต์เยอะ ยิ่งผลักให้ความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่ผู้บริโภค

แบรนด์เอเชียบุกแรง ตลาดบะหมี่คึกคัก

สำหรับสินค้าประเภท บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มีแบรนด์จากเอเชียที่เติบโตเร็วในตลาดอังกฤษ โดยสะท้อนเทรนด์

  • ผู้บริโภคอยากลอง อาหารหลากหลายมากขึ้น

  • กระแส อาหารเกาหลีและเอเชีย ช่วยดันตลาดทั้งกลุ่ม

ข้อมูลจาก Kantar ระบุว่า

  • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Nissin มีมูลค่า 17.9 ล้านปอนด์ เติบโต 4.1%

  • แบรนด์ Koka มีมูลค่า 13.9 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 15.4%

  • แบรนด์ Nong Shim มีมูลค่า 12.9 ล้านปอนด์ เติบโต 13.4%

ตัวเลขเหล่านี้บอกชัดว่า คนอังกฤษเริ่มเปิดใจให้บะหมี่เอเชียมากขึ้นอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นโอกาสที่สินค้าจากไทยสามารถต่อยอดได้ทั้งในเชิงรสชาติ แบรนด์ และคอนเทนต์ออนไลน์

เศรษฐกิจตุ๊กตาห้อยกระเป๋า: จากอีโมจิในชีวิตจริงสู่เมกะเทรนด์

ตุ๊กตาเล็กๆ ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ตัวตน

บนท้องถนนในจีนตอนนี้ ภาพที่เห็นจนชินตาคือ

  • หูของ Stella Lou โผล่พ้นกระเป๋าทำงานอย่างขี้เล่น

  • เจ้าปีศาจน้อยจากอนิเมะจีนเรื่อง “Nobody” แกว่งไปมาบริเวณซิปกระเป๋าเป้

  • หมีแพนด้าท่าทึ่มๆ หมอบอยู่ด้านหลังของกระเป๋าสะพาย

ทั้งหมดนี้คือโลกของ “ตุ๊กตาห้อยกระเป๋า” ที่ไม่ได้เป็นแค่ของตกแต่ง แต่กลายเป็น

  • “สัญลักษณ์บ่งบอกตัวตน” ของเจ้าของกระเป๋า

  • “อีโมจิในชีวิตจริง” ที่ช่วยแสดงอารมณ์ ความชอบ และสไตล์

คนหนุ่มสาวจีนใช้พวงกุญแจและของประดับเล็กๆ เหล่านี้เป็นเครื่องมือสื่อสารความเป็นตัวเองให้สนุกและมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังโตแบบเงียบๆ แต่แรง

อุตสาหกรรมของเล่น – อาร์ตทอย โตพรวดในแคมเปญ 618

แพลตฟอร์มชอปปิงออนไลน์ของจีนเผยว่า ในช่วงแคมเปญอีคอมเมิร์ซ “618” ปี 2025

  • อุตสาหกรรม ของเล่นและอาร์ตทอย เติบโตแบบก้าวกระโดด

  • กลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิการแข่งขันที่ คึกคักที่สุด ของรูปแบบการบริโภคยุคใหม่

สำหรับสายสินค้าอนิเมะ ของเล่น และคาแรกเตอร์ นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า

  • ตลาดพร้อมจ่ายให้กับ สินค้าที่มีเรื่องราวและบุคลิกชัดเจน

  • ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อแค่ของ แต่ซื้อ “ความรู้สึก” และ “ตัวตน” ที่ติดไปกับสินค้า

ระบบนิเวศครบวงจร – พลังจากตลาดเล็กที่ไม่เล็กอีกต่อไป

สิ่งที่กำลังน่าสนใจคือ ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมพวงกุญแจและของประดับกระเป๋าเริ่มพัฒนาจนครบวงจรมากขึ้น ตั้งแต่

  • การ ออกแบบ คาแรกเตอร์และดีไซน์

  • การ วิจัยและพัฒนา ตัวสินค้าและวัสดุ

  • การจัดการเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และใบรับรองต่างๆ

  • การสร้าง ช่องทางจำหน่าย ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

“เศรษฐกิจตุ๊กตาห้อยกระเป๋า” ยังแสดงให้เห็นโอกาสในการ

  • ผสานกับ วัฒนธรรมดั้งเดิมและงานครีเอทีฟ

  • เชื่อมกับ เทคโนโลยี แฟชั่น และอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อย่างยืดหยุ่น

ด้วยความที่เป็นตลาดเล็กที่ยืดหยุ่นสูง สินค้าบางรุ่นสามารถ

  • รับความนิยมแบบ ถล่มทลาย

  • จนกลายเป็นกระแส ฮอตฮิตข้ามประเทศ ได้ไม่ยาก

สำหรับสายสินค้าอนิเมะ นี่คือพื้นที่ทองคำของ “คาแรกเตอร์ดี + ดีไซน์ใช่ + การเล่าเรื่องโดน” ที่พร้อมปั้นสินค้าชิ้นเล็กให้กลายเป็นแบรนด์ใหญ่ได้จริง

สรุป: เมื่อเงินดิจิทัล ภาษี และตุ๊กตาเล็กๆ เดินไปทิศเดียวกัน

ถ้ามองทั้งภาพรวมจะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็น

  • การเปิดทางให้นักท่องเที่ยวใช้ คริปโตฯ แลกเป็นเงินบาท

  • การบังคับให้บริจาคผ่าน e-Donation เพื่อใช้สิทธิภาษี

  • โอกาสการส่งออก ข้าว–บะหมี่ไทย สู่ตลาดอังกฤษ

  • หรือการเติบโตของ เศรษฐกิจตุ๊กตาห้อยกระเป๋าและอาร์ตทอย

ทุกอย่างสะท้อนแนวโน้มเดียวกันคือ

  • ผู้คนต้องการ ความสะดวก โปร่งใส และสนุก ในการใช้เงิน

  • สินค้าหรือบริการที่ ตอบฟังก์ชัน + ตอบอารมณ์ จะได้เปรียบอย่างมหาศาล

ใครที่อยู่ในโลกสินค้าอนิเมะ คาแรกเตอร์ หรือของเล่นเล็กๆ วันนี้ไม่ใช่แค่เวลาขายของ แต่มันคือจังหวะทองในการ

  • สร้าง แบรนด์ที่ผูกพันกับตัวตนของผู้ใช้

  • ผสาน ออนไลน์ – ออฟไลน์ – วัฒนธรรม – เทคโนโลยี เข้าไว้ด้วยกัน

เพราะในยุคนี้ “เศรษฐกิจความรู้สึก” และ “เศรษฐกิจตัวตน” กำลังมีมูลค่ามากกว่าที่ตัวสินค้าชิ้นเล็กๆ บอกใบ้เอาไว้เสียอีก