รับแอปรับแอป

เรียนภาษาจีน 1 ปีที่ Shenzhen University: ใช้ชีวิตในเมือง Silicon Valley แห่งเอเชีย + จุดถ่ายรูปปังทั้งมหาลัยและรอบเมือง

สกล วิริยะกิจ01-30

ทำไมต้องเรียนภาษาจีนที่ Shenzhen University?

Shenzhen University (SZU / 深圳大学) เป็นมหาวิทยาลัยเอกภาพของเมืองเซินเจิ้น ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2526 ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการจีนให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีพันธกิจชัดเจนในการผลิตบุคลากรให้กับเขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น และเป็นหนึ่งในโมเดลการปฏิรูปการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของจีน

รัฐบาลกลาง กระทรวงศึกษาธิการ และรัฐบาลท้องถิ่นให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง มีการจับมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางวิชาการ เช่น

  • มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (北京大学) สนับสนุนด้านภาษาจีนและภาษาต่างประเทศ

  • มหาวิทยาลัยชิงหวา (清华大学) สนับสนุนด้านอิเล็กทรอนิกส์และสถาปัตยกรรม

  • มหาวิทยาลัยประชาชนจีน (中国人民大学) สนับสนุนด้านเศรษฐศาสตร์และกฎหมาย

มีอาจารย์และนักวิชาการระดับแถวหน้าจำนวนมากมาร่วมสอนและพัฒนามหาวิทยาลัยตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น ทำให้บรรยากาศทางวิชาการเข้มข้นควบคู่ไปกับการพัฒนาของเมือง

อันดับมหาวิทยาลัยทั้งในจีนและระดับโลก

Shenzhen University เป็นมหาวิทยาลัยที่เติบโตเร็วมาก และมีอันดับน่าจับตามองทั้งในจีนและระดับนานาชาติ

  • เคยติดอันดับที่ 32 ในจีนแผ่นดินใหญ่ (ปี 2020 ตาม QS)

  • ล่าสุดตามการจัดอันดับ CWUR ปี 2025 อยู่ที่อันดับ 37 ในจีน

  • ในมณฑลกวางตุ้ง SZU อยู่ราวอันดับ 3 รองจากมหาวิทยาลัยใหญ่ของมณฑล

ในระดับโลกก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน

  • ติดอันดับประมาณ 452 ใน QS World University Rankings ปี 2026

  • อยู่ที่ประมาณอันดับ 255 จากมากกว่า 21,000 สถาบันทั่วโลกใน CWUR 2025

  • ตาม ShanghaiRanking (ARWU) ปี 2024–2025 อยู่ในช่วงอันดับ 151–200 ของโลก

สรุปง่าย ๆ คือ: เรียนภาษาจีน 1 ปีที่นี่ ไม่ได้แค่ได้ภาษา แต่ยังได้ชื่อมหาวิทยาลัยที่มีอันดับระดับโลกติดโปรไฟล์อีกด้วย

โครงการเรียนภาษา 1 ปี / 1 เทอม ที่ Shenzhen University

มหาวิทยาลัยเซินเจิ้นเริ่มรับนักศึกษาต่างชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 และจนถึงวันนี้ได้ฝึกอบรมนักศึกษาต่างชาติเกือบ 20,000 คน ผ่านการรับรองคุณภาพการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติของจีนแล้วด้วย

วิทยาเขตสวยงาม สิ่งอำนวยความสะดวกครบ การเดินทางสะดวก และติดอันดับ 30 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ถือว่าเป็น ที่เรียนภาษาจีนที่บรรยากาศดี + ชื่อเสียงดี + เมืองก็ดี ครบมาก

รายละเอียดหลักสูตรภาษา

  • ระยะเวลาการศึกษา: มีนาคม 2569 – กรกฎาคม 2569

  • เวลาเรียน:

    • จันทร์–ศุกร์ ช่วงเช้า 8:30–11:40 / 13:10 (วิชาหลัก 4 วิชา)

    • ช่วงบ่าย 14:15–15:40 / 17:25 (วิชาเลือก 2 วิชา)

  • วิชาแกนกลาง:

    • ภาษาจีนเชิงบูรณาการ

    • การพูด

    • การฟัง

    • การอ่าน–เขียน

    • การเรียนรู้ด้วยสื่อโสตทัศน์ ฯลฯ

    • เนื้อหาจะจัดตามระดับภาษาของผู้เรียน

  • วิชาเลือก:

    • การสนทนาภาษาอังกฤษเบื้องต้น

    • การเขียนพู่กันจีน

    • วัฒนธรรมการชงชา

    • การวาดภาพจีน

    • การออกเสียงภาษาจีนกลาง

    • การเรียนรู้อักษรจีนอย่างเข้มข้น

    • มุมภาษาจีน การชมภาพยนตร์จีน ภาพรวมเมืองเซินเจิ้น ฯลฯ

  • กิจกรรมนอกหลักสูตร:

    • กิจกรรมแนะนำเมืองเซินเจิ้น

    • เทศกาลวัฒนธรรมนานาชาติ

    • การแข่งขันกีฬา

    • การท่องบทกวี

    • มุมภาษาจีนและกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

  • ใบรับรอง:

    • เมื่อเรียนครบชั่วโมงและสอบผ่าน จะได้รับใบรับรองการจบหลักสูตรจากมหาวิทยาลัย

  • ค่าเล่าเรียน:

    • 11,000 หยวน / ภาคการศึกษา

    • หรือประมาณ 22,000 หยวน / ปี (หลักสูตรอย่างน้อย 24 ชั่วโมงต่อสัปดาห์)

ใครที่อยากเอาจริงด้านภาษา แต่ยังอยากมีเวลาเที่ยว ถ่ายรูป ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่สไตล์เทคโนโลยี เมืองนี้ตอบโจทย์มาก

รู้จักเมืองเซินเจิ้น: Silicon Valley ของจีน

เซินเจิ้น (Shenzhen / 深圳) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจีน ติดกับฮ่องกง แค่ข้ามชายแดนไปก็ถึง จัดว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก และได้รับฉายา “Silicon Valley ของจีน” เพราะเป็นฐานใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีและสตาร์ทอัป เช่น Huawei, Tencent, DJI, BYD ฯลฯ

ก่อนปี 1980 ที่นี่เคยเป็นเพียงหมู่บ้านประมงเล็ก ๆ แต่หลังถูกประกาศให้เป็น เขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรกของจีน (SEZ) เมืองนี้ก็พัฒนาจนกลายเป็นมหานครทันสมัยระดับโลกในเวลาไม่ถึง 40 ปี

ทำเลที่ตั้ง: เมืองใหญ่แต่ใกล้ทะเล ใกล้ฮ่องกง

  • ตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง (Guangdong Province)

  • ใกล้กว่างโจว (Guangzhou) ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมงโดยรถไฟความเร็วสูง

  • ใกล้ฮ่องกงมาก เป็นเมืองในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ข้ามแดนไปฮ่องกงได้ง่ายสุด ใช้เวลาเพียงประมาณ 15–30 นาที

  • เมืองใกล้ทะเล มีภูเขาและสวนสาธารณะเยอะ อากาศโดยรวมดีกว่าหลายเมืองใหญ่ในจีน

ใครอยากได้ฟีลเรียนภาษาจีน + แอบไปฮ่องกงง่าย ๆ เมืองนี้คือคำตอบ

สภาพอากาศ: สายหนาวจัดอาจไม่อิน แต่สายทะเลต้องชอบ

  • อากาศอบอุ่นเกือบทั้งปี

  • ได้ลมทะเลจากอ่าว Shenzhen ช่วยให้ไม่อึดอัดจนเกินไป

  • ฤดูร้อน (พ.ค.–ก.ย.): ร้อนชื้น อุณหภูมิโดยประมาณ 28–35 °C

  • ฤดูหนาว (ธ.ค.–ก.พ.): ประมาณ 13–20 °C ไม่หนาวโหดเท่าปักกิ่งหรือฮาร์บิน

  • ฝนตกบ่อยช่วงหน้าร้อน ควรพกร่มติดกระเป๋าตลอด

  • เหมาะกับคนที่ไม่ชอบอากาศหนาวจัด และอยากได้เมืองที่มีฟีลทะเลผสมเมืองใหญ่ทันสมัย

จุดเด่นของเมืองเซินเจิ้น

1. เมืองเทคโนโลยีระดับโลก

เซินเจิ้นคือฐานของบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ของจีน ไม่ว่าจะเป็น Tencent (เจ้าของ WeChat), Huawei, DJI (โดรน), BYD (รถยนต์ไฟฟ้า) ฯลฯ

เมืองนี้เต็มไปด้วยโอกาสด้านเทคโนโลยี AI และ Innovation บรรยากาศคล้ายซิลิคอนวัลเลย์ในอเมริกา แต่เวอร์ชันจีน

2. เมืองของ “คนรุ่นใหม่”

อายุเฉลี่ยของคนในเซินเจิ้นราว 32 ปี ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่คนอายุน้อยที่สุดในจีน เพราะทุกคนแห่มาเริ่มต้นชีวิต ทำงาน สร้างธุรกิจ ไล่ตามความฝัน

บรรยากาศเลยคึกคัก ทันสมัย และค่อนข้างเปิดกว้างสำหรับคนต่างชาติ

3. เมืองสะอาดและเป็นระบบ

ถนนกว้าง สวนสาธารณะเยอะ มีเลนจักรยาน ระบบขนส่งสาธารณะดีมาก โดยเฉพาะ รถไฟฟ้าใต้ดิน Shenzhen Metro ที่ครอบคลุมทั้งเมือง ราคาย่อมเยาและปลอดภัย

4. เมืองสีเขียว ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

เซินเจิ้นเป็น เมืองแรกของโลกที่ใช้รถเมล์ไฟฟ้า 100% แถมแท็กซี่ส่วนใหญ่ก็เป็นรถไฟฟ้า ทำให้มลพิษทางอากาศน้อยกว่าเมืองใหญ่หลายแห่งในจีน

5. เมืองศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย

ถึงจะเป็นเมืองใหม่ แต่เมืองนี้真จริงจังกับศิลปะและดีไซน์ มีทั้งแกลเลอรีและพิพิธภัณฑ์จำนวนมาก เช่น

  • OCT Loft — ย่านศิลปะสุดชิค สายคาเฟ่ สายถ่ายรูปต้องมา

  • Shenzhen Museum — พิพิธภัณฑ์เมืองเซินเจิ้น ที่เล่าเรื่องวิวัฒนาการของเมืองอย่างน่าสนใจ

  • Dafen Oil Painting Village — หมู่บ้านศิลปินระดับโลกที่ขายภาพเขียนส่งออกไปทั่วโลก

อาหารและวัฒนธรรมท้องถิ่น: เมืองใหม่แต่ของกินแน่น

ถึงเซินเจิ้นจะเป็นเมืองใหม่ แต่มันคือเมืองรวมผู้คนจากทั่วจีน เลยกลายเป็นสวรรค์ของสายกิน เพราะมีทั้งอาหารกวางตุ้ง หูหนาน เสฉวน อาหารภาคเหนือ แถมยังมีอาหารต่างชาติ ทั้งญี่ปุ่น เกาหลี และตะวันตก

เมนูที่ควรลองแบบห้ามพลาด:

  • 虾饺 (ฮะเก๋า)

  • 肠粉 (ข้าวเหนียวห่อแป้ง / ชางฝันสไตล์กวางตุ้ง)

  • 烧鹅 (เป็ดย่าง)

  • 港式奶茶 (ชานมฮ่องกง)

เรียนภาษาไปด้วย กินดีไปด้วย แถมได้สำรวจอาหารจีนหลากภูมิภาคในเมืองเดียว

สภาพแวดล้อมภายใน Shenzhen University

Shenzhen University ตั้งอยู่ในเขต Nanshan District (南山区) ซึ่งเป็นย่านเทคโนโลยีของเมือง ใกล้บริษัทใหญ่ ๆ อย่าง Tencent, DJI และ Huawei

มหาวิทยาลัยมี 2 วิทยาเขตหลัก

  1. วิทยาเขต Houhai (后海校区)

    • วิทยาเขตเก่า อยู่ใกล้ทะเล บรรยากาศร่มรื่นและโรแมนติก เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูปหลังเลิกเรียน

  2. วิทยาเขต Xili (西丽校区)

    • วิทยาเขตใหม่ ขนาดใหญ่ ทันสมัย และรองรับนักศึกษาได้จำนวนมาก

ทั้งสองวิทยาเขตเดินทางสะดวก มีทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้าใต้ดินผ่านด้านหน้ามหาวิทยาลัย

โรงอาหารและร้านอาหารในมหาวิทยาลัย

  • มีโรงอาหารหลักหลายแห่ง แยกตามวิทยาเขตและโซน เช่น Houhai Canteen, Xili No.1, Xili No.2

  • มีอาหารจีนหลากหลายแนว ทั้งเสฉวน กวางตุ้ง และมีอาหารฮาลาลรองรับนักศึกษามุสลิม

  • ราคาอาหารต่อมื้อเฉลี่ยประมาณ 8–15 หยวน (ประมาณ 40–80 บาท)

  • ในมหาวิทยาลัยยังมีคาเฟ่และร้านกาแฟดัง ๆ เช่น Luckin Coffee, Manner Coffee และร้านชานมหลากแบรนด์

สายอ่านหนังสือในคาเฟ่ หรือสายทำคอนเทนต์ถ่ายแก้วกาแฟกับโน้ตบุ๊ก ที่นี่มีโลเคชันให้เลือกเยอะมาก

กีฬาและฟิตเนส: เรียนก็แน่น แต่สุขภาพก็ต้องดี

Shenzhen University ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายอย่างจริงจัง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบแทบทุกประเภท

  • สนามฟุตบอล บาสเกตบอล เทนนิส และวอลเลย์บอล

  • โรงยิมในร่ม (Indoor Gymnasium)

  • สระว่ายน้ำมาตรฐาน

  • ลู่วิ่งกลางแจ้ง 400 เมตรขนาดใหญ่

  • ฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ครบ (สมัครสมาชิกในราคาแบบนักศึกษา)

  • สนามแบดมินตัน และห้องปิงปอง

มักจัดกิจกรรมกีฬานักศึกษานานาชาติ เช่น International Students’ Sports Day ให้ได้ร่วมสนุกและทำความรู้จักเพื่อนต่างชาติ

ห้องสมุด: สวรรค์ของสายอ่านและสายติว

  • ห้องสมุด SZU ถือเป็นหนึ่งในห้องสมุดที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในมณฑลกวางตุ้ง

  • พื้นที่รวมกว่า 50,000 ตร.ม. มีหนังสือมากกว่า 6 ล้านเล่ม

  • เปิดให้บริการทั้งวัน และบางโซนเปิดยาวถึงเที่ยงคืนในช่วงสอบ

  • มีโซนอ่านแบบส่วนตัว ห้องอ่านกลุ่ม และโซนพักผ่อน

  • ระบบยืม-คืนอัตโนมัติผ่านบัตรนักศึกษา มี Wi-Fi ครอบคลุมทั่วทั้งอาคาร

  • นักศึกษาต่างชาติสามารถใช้ระบบออนไลน์ค้นหาหนังสือและบทความวิชาการได้ง่าย ๆ

ใครอยากถ่ายรูปมุม “เด็กทุนขยันอ่านหนังสือในจีน” ห้องสมุดนี้คือโลเคชันที่ห้ามพลาด

มหาวิทยาลัยติดรถไฟฟ้าใต้ดิน: เดินทางง่าย ถ่ายรูปง่าย

สถานี Shenzhen University Station (深大站) อยู่บนสาย Line 1 ของรถไฟฟ้าใต้ดินเซินเจิ้น

จุดเด่น:

  • เดินทางเข้าเมือง ที่เที่ยว ห้าง ร้านกินดื่มได้สะดวก

  • สายถ่ายรูปในรถไฟใต้ดิน สาย Vlog ชีวิตเด็กต่างชาติในจีน ต้องได้ช็อตขึ้น–ลงสถานีนี้แน่นอน

สถานที่ท่องเที่ยว + จุดถ่ายรูปใกล้มหาวิทยาลัย

1. Shenzhen Bay Park (深圳湾公园)

  • สวนสาธารณะริมอ่าวเซินเจิ้น อยู่ในเขต Nanshan ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย

  • เดินเล่นชมวิวทะเล ลมเย็นสบาย โดยเฉพาะช่วงเย็น

  • มีทางเดินและเลนจักรยานเลียบชายทะเล เปลี่ยนบรรยากาศจากห้องเรียนได้ดีมาก

  • ส่วนใหญ่เข้าได้ฟรี และเปิดเกือบตลอดทั้งวัน

ทริคแนะนำ:

  • ไปช่วงเย็นเพื่อเก็บวิวพระอาทิตย์ตก

  • พกเสื้อคลุมบาง ๆ เพราะลมทะเลอาจแรง

  • ถ่ายภาพในฟีล “เด็กเรียนภาษาจีนที่มาเดินเล่นหลังเลิกเรียน” ได้คอนเทนต์ดูคูลแต่สบาย ๆ มาก

2. Dafen Oil Painting Village (大芬油画村)

  • หมู่บ้านศิลปินที่เต็มไปด้วยร้านขายภาพเขียนและแกลเลอรี

  • เหมาะกับสายศิลปะ และสายคอนเทนต์ที่อยากถ่ายรูปกับงานศิลป์แบบแน่น ๆ

  • มีทั้งงานศิลป์ราคาย่อมเยาและของที่ระลึกแนวอาร์ต

ทริคแนะนำ:

  • เดินช้า ๆ เลือกร้านที่อิน ถ้าอยากถ่ายรูปผลงานควรถามเจ้าของร้านก่อน

  • ถ้าซื้อภาพกลับไทย อย่าลืมเช็กเรื่องการแพ็กและค่าขนส่ง

  • ช่วงบ่ายถึงเย็น แสงกำลังสวย ถ่ายรูปออกมานุ่มมาก

3. Window of the World (世界之窗)

  • ธีมพาร์กชื่อดังของเซินเจิ้น ที่จำลองแลนด์มาร์กระดับโลก เช่น หอไอเฟล ฯลฯ

  • เหมาะสำหรับไปพักผ่อนหลังเรียน หรือไปถ่ายรูปแบบจัดเต็มทั้งกลางวันและกลางคืน

  • ตอนกลางคืนจะมีแสงสี บรรยากาศสนุกและถ่ายรูปสวยมาก

ทริคแนะนำ:

  • เสาร์–อาทิตย์คนเยอะ แนะนำลองไปวันธรรมดา

  • เช็กเวลาเปิด–ปิดและค่าบัตรเข้าก่อน

  • เลือกธีมแต่งตัวให้เข้ากับสถานที่ เช่น “เที่ยวรอบโลกใน 1 วัน” หรือ “เรียนภาษาจีนแต่ฟีลอินเตอร์” รับรองได้รูปปัง

4. Nanshan Book City (深圳书城南山城)

  • ร้านหนังสือใหญ่ในเขต Nanshan ใกล้ SZU มาก

  • มีหนังสือภาษาจีนหลากหลายแนว เหมาะกับคนที่อยากฝึกอ่านจริงจัง

  • บรรยากาศดี สามารถนั่งอ่าน นั่งชิล หรือเลือกมุมถ่ายรูปได้สบาย ๆ

ทริคแนะนำ:

  • แวะช่วงเย็นหลังเลิกเรียน เปลี่ยนโหมดจากห้องเรียนเป็นโหมดอ่านชิล ๆ

  • พกกระเป๋าใบเล็กไว้ใส่หนังสือหรือของที่ช้อปกลับหอ

ห้างสรรพสินค้าใกล้มหาวิทยาลัย: ช้อป กิน เล่น ครบในที่เดียว

1. Coastal City Shopping Centre (海岸城购物中心)

  • อยู่ในเขต Nanshan ใกล้ SZU เดินทางสะดวก

  • เป็นห้างขนาดใหญ่ มีร้านแฟชั่น ร้านอาหาร และโซนบันเทิง เช่น ลานไอซ์สเก็ต

  • เหมาะกับวันที่อยากได้แพ็กเกจ ช้อป + กิน + เดินเล่น แบบไม่ต้องออกไปไกล

ทริคแนะนำ:

  • วันธรรมดาคนจะน้อยกว่า ไปช่วงเย็นหลังเลิกเรียนได้บรรยากาศสบาย ๆ

  • ร้านส่วนใหญ่รองรับ Alipay / WeChat Pay สะดวกมากสำหรับชีวิตในจีน

  • ถ้าอยากกินอาหารต่างชาติ ให้เล็งร้านชั้นที่รวมแบรนด์อินเตอร์

2. Yitian Holiday Plaza (益田假日广场)

  • อยู่ในเขต Nanshan เช่นกัน ใกล้โซนท่องเที่ยว OCT (Overseas Chinese Town)

  • มีแบรนด์นานาชาติ ร้านอาหารระดับดี และมีกิจกรรมบันเทิงให้เลือก

  • บรรยากาศเหมาะกับวันพักผ่อนแบบ “อยากหรูขึ้นมาหน่อย”

ทริคแนะนำ:

  • ถ้าไปช่วงเย็นหรือวันหยุด คนจะเยอะกว่าปกติ ลองจัดทริปช่วงบ่ายวันธรรมดา

  • ราคาสินค้าบางแบรนด์อาจสูงกว่าห้างทั่วไป ใครเน้นประหยัดอาจเลือกช้อปเฉพาะแบรนด์ที่มีโปรโมชัน

สรุป: เรียน 1 ปีที่เซินเจิ้น = ภาษาแน่น + เมืองล้ำ + รูปสวยทั้งปี

ถ้ากำลังมองหาเมืองสำหรับเรียนภาษาจีนที่ไม่ใช่แค่ “ไปเรียนแล้วกลับหอ” แต่คือ ไปใช้ชีวิตในเมืองเทคโนโลยีระดับโลก มีระบบขนส่งดี อากาศไม่โหด อาหารเยอะ ที่เที่ยวแน่น และจุดถ่ายรูปเพียบ — Shenzhen University คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมาก

คุณจะได้:

  • เรียนภาษาจีนแบบเข้มข้นในมหาวิทยาลัยอันดับดีของจีน

  • ใช้ชีวิตในเมืองที่ถูกเรียกว่า Silicon Valley ของจีน

  • มีโลเคชันถ่ายรูปสวย ๆ ทั้งในมหาวิทยาลัยและรอบเมือง แบบคอนเทนต์ลงได้ยาวทั้งปี

หนึ่งปีที่เซินเจิ้น อาจไม่ใช่แค่ปีแห่งการเรียนภาษา แต่กลายเป็นปีที่เปลี่ยนมุมมองต่อจีน เทคโนโลยี และเส้นทางในอนาคตของคุณไปเลยก็ได้