เปิดเครื่อง อุ่นเครื่องก่อนออกทริปเวียดนาม
ถ้าคุณกำลังแพลนทริปเวียดนาม จะไปเที่ยว ขี่มอเตอร์ไซค์ลุยภูเขา หรือมีธุระอื่น ๆ ที่ไม่ใช่แค่ท่องเที่ยวสั้น ๆ เรื่อง วีซ่าเวียดนาม คือด่านแรกที่ต้องเคลียร์ให้เรียบร้อย
เดี๋ยวนี้การขอ วีซ่าเวียดนามออนไลน์ ง่ายขึ้นเยอะ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ ก็จัดการได้สะดวกบนเว็บ ไม่ต้องวิ่งเอกสารให้เหนื่อย แต่ก่อนกดส่งคำขอ ลองเช็กให้ชัวร์ก่อนว่า ทริปของคุณเข้าข่ายแบบไหน เช่น
ต้องการรู้ว่า วีซ่าเวียดนามกี่วัน ถึงจะพอสำหรับแผนเที่ยว
มีแพลนอยู่ยาวแบบ วีซ่าเวียดนาม 3 เดือน
ยิ่งเข้าใจขั้นตอน และเตรียมเอกสารล่วงหน้าได้ครบ การขอวีซ่าก็ยิ่งลื่น ไม่สะดุดกลางทาง
คนไทยไปเวียดนาม ต้องขอวีซ่าก่อนมั้ย?
ถ้าคุณถือพาสปอร์ตไทย มีข่าวดีคือ คุณสามารถเดินทางเข้าเวียดนามแบบระยะสั้น ไม่เกิน 30 วัน ได้โดย ไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า
สิ่งที่ต้องมีคือ
พาสปอร์ตไทยที่อายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป
แค่นี้ก็พร้อมเดินทางเข้าเวียดนามแบบสบาย ๆ สำหรับทริปเที่ยวระยะสั้น
แต่ถ้าแผนของคุณเป็นแบบนี้
อยากอยู่เกิน 30 วัน
ตั้งใจไปทำงาน
ไปเรียนต่อ
ไปเยี่ยมญาติหรือมีภารกิจพิเศษ
กรณีนี้ต้อง ขอวีซ่าประเภทที่ตรงกับวัตถุประสงค์ ก่อนออกเดินทาง ซึ่งตอนนี้ก็มีตัวเลือก วีซ่าเวียดนามออนไลน์ด่วน ที่ช่วยให้หลายขั้นตอนง่ายและเร็วขึ้นกว่าสมัยก่อน
วีซ่าเวียดนามมีกี่แบบ เลือกให้ตรงสไตล์ทริป
วีซ่าเวียดนาม มีหลายประเภท แค่จะเริ่มยื่น ก็ต้องรู้ก่อนว่าตัวเองเหมาะกับแบบไหน เพราะแต่ละคนเดินทางด้วยเหตุผลไม่เหมือนกัน
ก่อนยื่นขอ ลองเช็กให้ชัดว่า
คุณเดินทางเพื่ออะไร: เที่ยว ทำงาน เรียน หรือเยี่ยมครอบครัว
จะอยู่กี่วัน: สั้น ๆ ไม่กี่วัน หรือยาวเป็นเดือน
หลัก ๆ แล้วประเภทวีซ่าที่คนไทยและชาวต่างชาติควรรู้ มีอยู่หลายแบบ แนะนำให้
อ่านรายละเอียดของวีซ่าแต่ละประเภทจากแหล่งข้อมูลทางการ
เลือกให้ตรงกับแผนเดินทางจริง เพื่อเลี่ยงปัญหาตอนด่านตรวจคนเข้าเมือง
เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่นวีซ่าเวียดนาม
ก่อนจะกดส่งคำขอ วีซ่าเวียดนาม ออนไลน์ หรือจะไปยื่นด้วยตัวเองที่สถานทูต การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรกช่วยประหยัดเวลาได้เยอะมาก ไม่ต้องวนกลับมาแก้ซ้ำ
สิ่งที่ควรเตรียมไว้ล่วงหน้า เช่น
พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุและเหลืออายุพอสำหรับการเดินทาง
รูปถ่ายตามขนาดที่กำหนด
แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าที่กรอกครบถ้วน
เอกสารแสดงแผนการเดินทาง เช่น เที่ยวบินและที่พักจองล่วงหน้า
เอกสารเพิ่มเติมถ้าเดินทางด้วยวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น ทำงานหรือเรียนต่อ
เมื่อเอกสารครบ การขอ วีซ่าเวียดนาม จะเดินหน้าแบบไม่สะดุด ลดโอกาสโดนตีกลับหรือให้ไปแก้ไขเอกสารใหม่
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเวียดนาม ต้องเช็กก่อนจ่ายทุกครั้ง
หลังจากเตรียมเอกสารพร้อมแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่มองข้ามไม่ได้คือ ค่าธรรมเนียมวีซ่าเวียดนาม ซึ่งแต่ละประเภทจะมีราคาไม่เท่ากัน
สิ่งที่ควรทำเสมอคือ
ตรวจสอบ อัตราค่าธรรมเนียมล่าสุด ก่อนยื่น
ทำใจเผื่อไว้ว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา
ข้อมูลที่เห็นตามตารางหรือบทความทั่วไป มักเป็นข้อมูล ณ ช่วงเวลาที่เผยแพร่เท่านั้น ดังนั้น ก่อนจ่ายจริงควรอัปเดตจากแหล่งที่เป็นทางการอีกรอบ เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อน
ช่องทางยื่นวีซ่าเวียดนาม เลือกแบบที่สะดวกที่สุด
การขอวีซ่าเข้าเวียดนามเดี๋ยวนี้มีหลายช่องทางให้เลือก เพื่อให้เหมาะกับสไตล์การเดินทางและวิธีจัดการเอกสารของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็น
ยื่นแบบออนไลน์ ผ่านระบบ วีซ่าเวียดนามออนไลน์
ยื่นด้วยตัวเองที่สถานทูตเวียดนามในไทย
เลือกช่องทางที่คุณถนัด และมั่นใจว่าจะจัดการเอกสารได้ครบในครั้งเดียว
ขั้นตอนขอวีซ่าเวียดนามแบบออนไลน์
สำหรับสายดิจิทัลที่อยากจัดการเรื่องวีซ่าผ่านหน้าจอเอง การขอ วีซ่าเวียดนามออนไลน์ ทำได้ไม่ยาก โดยภาพรวมจะเป็นขั้นตอนประมาณนี้
เตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อมในรูปแบบไฟล์อัปโหลด
กรอกข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลการเดินทางให้ครบ
ตรวจทานทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนกดส่งคำขอ
ชำระค่าธรรมเนียมตามระบบที่กำหนด
รอรับผลการอนุมัติ แล้วพิมพ์เอกสารยืนยันติดตัวไปตอนเดินทาง
ขั้นตอนขอวีซ่าเวียดนามที่สถานทูตในกรุงเทพฯ
ถ้าคุณรู้สึกอุ่นใจกว่าที่จะยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ก็สามารถเลือกไปยื่นคำขอ วีซ่าเวียดนาม ที่สถานทูตในกรุงเทพฯ ได้
โดยแนวทางคร่าว ๆ คือ
เตรียมเอกสารตัวจริงและสำเนาให้ครบตามประเภทวีซ่าที่ต้องการ
กรอกแบบฟอร์มที่กำหนดให้ครบทุกช่อง
ยื่นเอกสารที่ช่องรับคำร้อง และชำระค่าธรรมเนียมตามประเภทวีซ่า
รับใบนัดหรือเอกสารยืนยัน เพื่อมารับวีซ่าตามวันที่กำหนด
ก่อนบิดมอเตอร์ไซค์ตะลุยเวียดนาม ต้องรู้เรื่องอะไรบ้าง
การมี วีซ่าเวียดนาม ที่ถูกต้องเป็นแค่ขั้นแรกของทริปที่ดีเท่านั้น การเตรียมตัวด้านอื่น ๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะคนที่มีแพลนจะขี่มอเตอร์ไซค์ลุยเมือง ลุยเขา หรือตะลุยต่างจังหวัดในเวียดนาม
สิ่งที่ควรโฟกัสเพิ่ม เช่น
วัฒนธรรมท้องถิ่น เรื่องมารยาทพื้นฐานที่ควรรู้
กฎจราจร และกฎการใช้มอเตอร์ไซค์ในเวียดนาม
วิธีเดินทางระหว่างเมือง และจุดเริ่มต้นยอดฮิตของสายทริปมอเตอร์ไซค์
ทริกเล็ก ๆ สำหรับสายลุย เช่น เวลาเดินทางที่เหมาะสม อากาศ และเส้นทางยอดนิยม
เตรียมตัวครบแบบนี้ ทริปเวียดนามของคุณจะสนุกลื่นไหล ไม่ทำตัวหลุด ๆ ผิดวัฒนธรรม แถมเที่ยวได้แบบมั่นใจขึ้นเยอะ
5 จุดหมายเวียดนามที่ต้องไปให้ได้ในปี 2025
1. ฮาลองเบย์ (Ha Long Bay)
พูดถึงเวียดนาม ชื่อ ฮาลองเบย์ ต้องติดอันดับต้น ๆ เสมอ วิวเกาะหินปูนสูงตระหง่านผุดขึ้นกลางน้ำทะเลสีมรกต กลายเป็นฉากธรรมชาติระดับตำนาน ที่ใครเห็นกับตาตัวเองแล้วต้องร้องว้าว
บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังผจญภัย หรือโปสการ์ดสวย ๆ แบบที่เคยเห็นแต่ในรูป กิจกรรมที่ห้ามพลาด เช่น
ล่องเรือชมอ่าวแบบชิล ๆ
พายเรือคายัคเลาะตามเกาะหินปูน
พักโฮมสเตย์กลางน้ำ รับลมทะเลทั้งวันทั้งคืน
สายชิล สายโรแมนติก หรือสายถ่ายรูป บอกเลยว่าที่นี่ตอบโจทย์สุด
2. ซาปา (Sapa)
ซาปา คือสวรรค์ของคนรักธรรมชาติ และสายชิลที่อยากหนีเมืองใหญ่ไปสูดอากาศดี ๆ เมืองนี้เต็มไปด้วย
ทุ่งนาขั้นบันไดสีเขียวขจี
อากาศเย็นสบายแทบทั้งปี
หมู่บ้านชนเผ่าพื้นเมืองให้เข้าไปสัมผัสวิถีชีวิตจริง
ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปเดินเล่นในโลกเทพนิยาย มีทั้ง
เส้นทางเดินป่าชมวิวภูเขาและหมอกหนา
เส้นทางปั่นจักรยาน หรือจะ เช่ามอเตอร์ไซค์ ขี่วนรอบภูเขา ก็ฟินมาก
ใครชอบถ่ายรูปสวย ๆ หรืออยากมีภาพทริปมอเตอร์ไซค์บนภูเขาแบบเท่ ๆ ซาปาคือพิกัดที่ไม่ควรพลาด
3. เว้ (Hue)
เว้ คือเมืองสำหรับคนที่หลงใหลประวัติศาสตร์และความคลาสสิกแบบเต็มขั้น เมืองโบราณแห่งนี้เก็บทั้งเรื่องราวราชวงศ์ และสถาปัตยกรรมสุดละเมียดเอาไว้ครบ
ปราสาทเก่าและพระราชวังสุดยิ่งใหญ่
กลิ่นอายโบราณผสมบรรยากาศโรแมนติก
เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเดินเล่นช้า ๆ ชมเมืองไปเรื่อย ๆ แวะชิมสตรีทฟู้ดอร่อย ๆ ระหว่างรอพระอาทิตย์ตกดิน
ถ้าอยากได้ที่เที่ยวเวียดนามที่ให้ประสบการณ์ต่างจากเมืองใหญ่ทั่วไป เว้คือคำตอบที่น่าสนใจมาก
4. โฮจิมินห์ซิตี้ (Ho Chi Minh City)
โฮจิมินห์ซิตี้ คือเมืองที่ไม่เคยหลับใหล เต็มไปด้วยชีวิตชีวาตั้งแต่เช้าจรดดึก
ที่นี่มีครบทั้ง
คาเฟ่เท่ ๆ ดีไซน์จัดเต็ม
ร้านอาหารฟิวชั่นที่ผสมความเป็นเวียดนามกับความโมเดิร์น
ตึกสูง แสงสี และบรรยากาศแบบเมืองใหญ่ทันสมัย
ความเก่าและความใหม่ถูกผสมกันได้ลงตัวสุด ๆ เหมาะกับ
สายช็อปปิ้งที่อยากเดินตลาดและห้าง
สายปาร์ตี้ที่อยากสนุกได้ทั้งคืน
สายคาเฟ่ฮอปปิ้งที่อยากเปลี่ยนร้านวันละหลายที่
ใครชอบเมืองแนวมีชีวิตชีวาไม่เงียบเหงา โฮจิมินห์คือหนึ่งในเมืองที่ต้องแวะบนทริปเวียดนาม
5. ดานัง (Da Nang)
ดานัง คือเมืองที่ผสมความชิลของทะเลเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว เต็มไปด้วย
ชายหาดสวย น้ำทะเลใสสะอาด
แลนด์มาร์กดังอย่างสะพานมือทองสุดอลังการ
ที่นี่ให้ฟีลทั้งสงบและมีชีวิตชีวาในเวลาเดียวกัน คุณสามารถ
เดินเล่นริมชายหาดแบบสบาย ๆ
จิบกาแฟมองทะเลชิล ๆ
แวะชมพิพิธภัณฑ์ หรือสวนสาธารณะในเมือง
ยามค่ำ สะพานมือทองและสะพานต่าง ๆ ในเมืองจะเปิดไฟสว่างไสว บรรยากาศสวยจนต้องยกกล้องขึ้นมาถ่ายรัว ๆ รับรองว่าถูกใจสายถ่ายรูปแน่นอน
สรุป ทริปเวียดนามจะลื่นหรือสะดุด อยู่ที่การเตรียมวีซ่า
การยื่นขอ วีซ่าเวียดนาม ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถ้าคุณ
ทำความเข้าใจประเภทวีซ่าให้ตรงกับแผนเดินทาง
เตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรก
เช็กค่าธรรมเนียมล่าสุดก่อนยื่นทุกครั้ง
เมื่อเรื่องวีซ่าเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือคือการจัดแพลนทริปให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ซิม หรือรายละเอียดการเดินทางภายในประเทศ
เตรียมทุกอย่างให้ดีตั้งแต่ต้น ทริปเวียดนามของคุณจะกลายเป็นทริปในฝันที่ทั้งสนุก ง่าย และไม่สะดุดกลางทาง โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นสายมอเตอร์ไซค์ที่อยากออกทริปไกล ๆ รับรองว่าเวียดนามคือสนามทดสอบความมันส์ที่ต้องไปลองด้วยตัวเองสักครั้งในชีวิต

