เปิดทริปนาราหน้าร้อนแบบชิวๆ
โอ๊ะหา~ ทักทายสายเที่ยวทุกคน ทริปนี้ขอพาไปหนีร้อนที่ จังหวัดนารา (Nara) เมืองเล็กๆ ในเขตคันไซที่อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ วัดสวยระดับมรดกโลก และกวางน้อยกวางใหญ่เดินเล่นเต็มสวนไปหมด
ทริปนี้เน้นเที่ยว 2 วัน 1 คืน สบายๆ ไปกับแก๊งเพื่อน ใช้งบต่อคนประมาณ 20,000 – 34,999 บาท เน้นเดินทางด้วย รถไฟ และจัดเต็มทุกไฮไลท์ของนาราในเวลาไม่มากแต่ความฟีลลิ่งครบ
จังหวัดนาราอยู่ติดกับโอซาก้าและเกียวโต ถึงจะไม่ดังเท่าสองจังหวัดเพื่อนบ้าน แต่ถ้าเรื่องประวัติศาสตร์แล้ว นาราคือรุ่นใหญ่ตัวจริง เคยเป็นเมืองหลวงเก่า มีการสร้างเมืองสำคัญอย่าง “ฟูจิวาระเคียว” (ปี 694) และ “เฮอันเคียว” (ปี 710) และเจริญรุ่งเรืองในฐานะจุดหมายปลายทางของเส้นทางสายไหม
ที่นี่คือแหล่งรวมสถาปัตยกรรมไม้เก่าแก่และสมบัติของชาติญี่ปุ่นจำนวนมาก แถมยังมีมาสคอตประจําจังหวัดอย่าง เสนโตะคุง ที่จะเจอหน้าเขาไปทั่วเมือง
การเดินทางจากโตเกียวสู่คันไซ
ทริปนี้เริ่มจาก สถานีรถไฟโตเกียว นั่ง ชินคันเซ็นสาย Tokaido (ขบวน Nozomi) ไปลงที่เกียวโต แล้วต่อ รถไฟสาย Kintetsu Nara ใช้เวลารวมประมาณ 3 ชั่วโมงก็ถึงนาราแบบชิวๆ
ประเภทชินคันเซ็นจากโตเกียวไปเกียวโตที่ใช้ได้มีทั้ง
Nozomi: ประมาณ 2 ชม. 20 นาที / ที่นั่งปกติแบบจองที่ 13,320 เยน ต่อเที่ยว
Hikari: ประมาณ 2 ชม. 40 นาที / ราคาพอๆ กับ Nozomi
Kodama: ประมาณ 3 ชม. / ใช้เวลานานหน่อยแต่มักรวมในแพ็กเกจทัวร์
สายประหยัดเวลาน้อย แต่อยากเซฟค่าเดินทาง ลองพิจารณา รถบัสด่วนหรือรถบัสกลางคืน จาก Tokyo Station หรือ Shinjuku Station ไปถึง JR Nara หรือ Kintetsu Nara ได้เลย
ระยะเวลาเดินทาง: ประมาณ 9 ชั่วโมง
ค่าโดยสาร: ราวๆ 4,000 – 9,500 เยน ต่อเที่ยว (ขึ้นกับวันและบริษัท)
ถ้าเลือกบัสกลางคืน ตื่นมาก็ถึงนาราเลย นอนบนรถ ประหยัดทั้งเวลาทั้งค่าที่พัก เหมาะกับสายลุยงบจำกัดสุดๆ
แนะนำพาสรถไฟในคันไซ
ใครเน้นเที่ยวหลายเมืองในคันไซ ทั้งโอซาก้า เกียวโต นารา ฮิเมจิ โกเบ วากายามะ ฯลฯ แนะนำมองหา JR-West Kansai Area Pass เอาไว้ใช้กับรถไฟ JR และบัส JR ในพื้นที่ West Kansai
พาสนี้สามารถ
ใช้ขึ้นรถไฟด่วน Haruka ไป–กลับสนามบินคันไซได้
เลือกจำนวนวันที่ใช้ได้ตั้งแต่ 1–4 วัน
จองออนไลน์แล้วนำ E-Ticket ไปแลกเป็นตั๋วจริงได้ที่สถานี JR ในเขต West Kansai ภายใน 90 วันหลังการจอง
ถ้าแพลนเที่ยวหลายเมืองในคันไซ พาสเดียวคือคุ้มมาก
มื้อเที่ยงเบาๆ ก่อนลุยเมืองกวาง
ถึงนาราประมาณเที่ยงๆ ท้องเริ่มประท้วง เลยแวะหาร้านอาหารญี่ปุ่นใกล้สถานี Kintetsu Nara จัดเป็น เซ็ตอาหารสุขภาพแนวเต้าหู้ ดูเฮลธ์ตี้แต่หน้าตาดีมาก


สวนนารา (Nara Park): เมืองกวางที่แท้จริง
กินอิ่มแล้วก็เริ่มทริปด้วยแลนด์มาร์กแรก สวนนารา (Nara Park) ที่เลื่องชื่อเรื่องฝูงกวางเดินอิสระเต็มสวน มองไปทางไหนก็มีแต่กวาง
ซื้อขนม เซนเบ้กวาง ไปให้น้อง แต่ต้องระวังให้ดี เพราะบางตัวถึงขั้นไล่ตามขอขนม วิ่งหนีกันเหนื่อยแต่สนุกมาก


ข้อมูล Nara Park
ที่อยู่: 136-71 Narachō, Kita Ward, ไซตะมะ จังหวัดไซตะมะ ญี่ปุ่น
การเดินทาง: เดินประมาณ 20 นาทีจากสถานีนารา หรือขึ้นรถบัสประจำทาง มีป้ายรอบสวน
เวลาทำการ: เปิด 24 ชั่วโมง
ราคา: เข้าฟรี
โทรศัพท์: +81 742-22-0375
วัดโทไดจิ (Tōdai-ji): พระใหญ่และสถาปัตยกรรมไม้สุดยิ่งใหญ่
จากสวนนารา เดินต่อไปอีกหน่อยจะถึง วัดโทไดจิ (Tōdai-ji) ไฮไลท์หลักที่ห้ามพลาด วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก
ภายในวัดประกอบด้วย
วิหารประดิษฐานพระพุทธรูปไดบุทสึ อาคารไม้ขนาดมหึมา
อาคาร “ฮกเคะโด” ที่เต็มไปด้วยงานแกะสลักแสนประณีต
หอ “นิกัตสึโด” ที่ใช้ประกอบพิธี “โอะมิซึโทริ”







จุดไฮไลท์ที่ต้องดูให้ได้คือ
พระพุทธรูปไดบุทสึสูงกว่า 15 เมตร ภายในวิหารใหญ่ อลังการสมคำร่ำลือ
รูปปั้นเทพเจ้าผู้ปกปักรักษาที่ประตูใหญ่ฝั่งใต้ สวยและขลังมาก
เสาไม้ซุงยักษ์ ที่มีช่องเล็กๆ ใต้ฐาน มีความเชื่อว่าถ้าลอดผ่านได้ สิ่งที่ขอพรไว้จะเป็นจริง

ข้อมูล Todaiji Temple
ที่อยู่: 406-1 Zōshichō, นะระ จังหวัดนะระ ญี่ปุ่น
การเดินทาง: จากสถานี JR Nara หรือ Kintetsu Nara ขึ้นรถบัสเมืองประมาณ 7 นาที ลงที่ “Todaiji Daibutsuden/Kasugataisha-mae” แล้วเดินต่อ 5 นาที
เวลาทำการ:
เม.ย. – ต.ค. : 7.30 – 17.30 น.
พ.ย. – มี.ค. : 8.00 – 17.00 น.
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 800 เยน
โทรศัพท์: +81 742-22-5511
เว็บไซต์:https://www.todaiji.or.jp/en/
วัดโฮริวจิ (Horyuji): สถาปัตยกรรมไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
ต่อด้วยการนั่งรถไฟไปยัง วัดโฮริวจิ (Horyuji Temple) อีกหนึ่งมรดกโลกขึ้นชื่อเรื่อง สถาปัตยกรรมไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 7
พื้นที่มรดกโลกแบ่งเป็น 2 โซนหลัก
ไซอินการัน: มีเจดีย์ห้าชั้น และหอคินโดเป็นศูนย์กลาง
โทอินการัน: มีหอยูเมะเด็นเป็นจุดเด่น





สายชอบใส่กิโมโนถ่ายรูปสวยๆ ในบรรยากาศวัดเก่า สามารถหาบริการเช่ากิโมโนพร้อมไกด์ทัวร์ภาษาอังกฤษที่เชี่ยวชาญทั้งเรื่องชุดและประวัติศาสตร์นาราได้ มีแพ็กเกจแบบเจาะลึก น่าสนใจมากสำหรับคนรักวัฒนธรรม
ข้อมูล Horyuji Temple
ที่อยู่: 1-1-1 Hōryūji Sannai, Ikaruga, จังหวัดนะระ ญี่ปุ่น
การเดินทาง: นั่งรถไฟไปลงสถานี JR Horyuji แล้วต่อรถบัสไปลงป้าย Horyuji Monmae
เวลาทำการ:
22 ก.พ. – 3 พ.ย. : 8.00 – 17.00 น.
4 พ.ย. – 21 ก.พ. : 8.00 – 16.30 น.
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 1,500 เยน / เด็ก 750 เยน (ผู้ใหญ่คืออายุ 12 ปีขึ้นไป)
โทรศัพท์: +81 745-75-2555
เว็บไซต์:http://www.horyuji.or.jp/en/
เช็คอินที่พัก: Hotel Nikko Nara
ตกค่ำได้เวลาพักขา เช็คอินเข้าพักที่ Hotel Nikko Nara โรงแรมดีงามติดสถานี JR Nara ใครมาจาก Kintetsu Nara เดินประมาณ 15 นาทีถึง
ที่นี่บรรยากาศหรูหรา แต่ราคายังจับต้องได้ ประมาณ 12,000 เยนต่อห้อง (เฉลี่ยต่อคนแล้วไม่โหดอย่างที่คิด)
เก็บกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ออกไปล่ามื้อเย็นต่อ เดินจากโรงแรมราว 5 นาทีก็ถึงถนนคนเดินของเมืองนารา เมืองนี้ร้านปิดค่อนข้างเร็ว เหลือร้านที่เปิดตอนค่ำไม่มาก เลยเลือกร้านอาหารฝรั่ง จัดเต็มทั้งฟองดู เนื้อ พาสต้า อิ่มอร่อยสมใจ


ข้อมูล Hotel Nikko Nara
ที่อยู่: 8-1 Sanjo-hommachi Nara-shi, Nara 630-8122 Japan
การเดินทาง: เชื่อมต่อโดยตรงกับทางออกด้านตะวันตกของสถานี JR Nara
เช็คอิน / เช็คเอาท์: 15.00 / 11.00 น.
ราคา: ประมาณ 3,000 บาทต่อคืนต่อคน (ขึ้นกับเรทเงินและฤดูกาล)
โทรศัพท์: +81 742-35-8831
เว็บไซต์:https://www.nikkonara.jp/en/
เทศกาล Nara Tokake: นารายามค่ำคืนแสงเทียนนับไม่ถ้วน
ช่วงค่ำของฤดูร้อนในนารา มีงานเทศกาลที่โรแมนติกมากชื่อว่า Nara Tokake (นาราโทกาเกะ) จัดต่อเนื่อง 10 วันช่วงต้นเดือนสิงหาคมของทุกปี
ภายในงานจะมีการจุดเทียนประดับทั่วสวนนารา แสงเทียนส่องระยิบระยับตัดกับความมืด สวยจนต้องยกกล้องขึ้นมารัวชัตเตอร์แบบไม่ทันตั้งตัว
คำว่า “โทกะ” หมายถึงก้อนขี้ผึ้งรูปดอกไม้บนเชิงเทียน เป็นเอกลักษณ์ของงานนี้ และจัดเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น ใครมาเจอช่วงนี้คือ ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด


เช้าวันที่สอง: ล่าคากิโกริร้านดัง Houseki bako
เช้าวันถัดมา ตื่นแต่เช้า 7 โมง รีบออกจากโรงแรมเพราะเป้าหมายหลักของวันนี้คือ น้ำแข็งไส (คากิโกริ) ร้านดังของนารา “Houseki bako” (โฮเซกิบาโกะ) ชื่อร้านแปลตรงๆ ว่า “กล่องเพชร” ฟังดูก็รู้ว่าเมนูต้องไม่ธรรมดา
ร้านนี้ฮอตมากจนต้องไป รับบัตรคิวตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถ้ามาตอนเที่ยงโอกาสอดกินค่อนข้างสูง เพราะคนแน่นตลอด
เมนูแนะนำคือ น้ำแข็งไสรสมะม่วง เนื้อเกล็ดน้ำแข็งเนียนนุ่ม ละลายในปากแบบที่คำว่า “คำร่ำลือ” ยังน้อยไป แถมทำสดๆ ตรงหน้า โอ้โหฟินตั้งแต่ตอนดูจนถึงตอนกิน

ข้อมูล Kakigori Houseki bako
ที่อยู่: 47 Mochiidono-cho, Nara
การเดินทาง: เดินประมาณ 8 นาทีจากสถานี Kintetsu Nara
เวลาทำการ: 10.00 – 19.00 น.
ราคา: ประมาณ 1,000 – 2,000 เยน
โทรศัพท์: +81 742-93-4260
เว็บไซต์:https://www.facebook.com/housekibaco
ช้อปของฝากเฉพาะถิ่นนารา
ไปนาราทั้งทีต้องไม่พลาดของฝากท้องถิ่น เพราะบางอย่างหาได้แค่ที่นี่เท่านั้น
Shirayuki fukin – ผ้าเช็ดมือดีไซน์เก๋
ของฝากยอดฮิตคือ Shirayuki fukin (ชิรายูกิฟุคิน) ผ้าเช็ดมือชื่อดังของนารา ร้านเก่าแก่มากแต่ลายผ้าออกแบบได้ทันสมัย โมเดิร์นและน่าใช้สุดๆ จะซื้อเป็นของฝากหรือของตัวเองก็เหมาะทั้งนั้น

นาราสึเกะ – ของดองเมืองนารา
อีกหนึ่งของดีคือ นาราสึเกะ ผักดองสไตล์นาราที่ใช้ผักอย่างแตงหอม แตงกวา หรือขิง มาดองเกลือแล้วหมักด้วยสาเกหลายครั้ง มีประวัติตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 เลยทีเดียว
กระบวนการหมักนาน 3 – 17 ปี ทำให้มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เล็กน้อยและมีรสชาติเฉพาะตัว ไม่เหมือนของดองทั่วไป ใครชอบอะไรกลิ่นแรงๆ มีคาแรกเตอร์ต้องลอง แล้วอย่าลืมซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน
ปิดทริป: เดินทางกลับโตเกียว
หลังทำภารกิจครบทั้งกิน เที่ยว และช้อป ก็ได้เวลาโบกมือลานารา นั่งรถไฟจากสถานี Kintetsu Nara ผ่านเกียวโต แล้วต่อ ชินคันเซ็น กลับโตเกียว ปิดทริป 2 วัน 1 คืนแบบอิ่มเอมใจ
ไอเดียเส้นทางเดินเที่ยวในนารา
ถ้าคุณเป็นสายเดินชิล แนะนำจัด Walking Route ประมาณ 4.5 กิโลเมตร ในเมืองนารา เส้นทางนี้จะพาไปครบแลนด์มาร์กสำคัญ เช่น
วัดโทไดจิและพระใหญ่
สวนนารา
วัดโคคุฟุจิ
สามารถเริ่มต้นการเดินทางด้วยรถไฟจากเกียวโต แล้วต่อทัวร์เดินพร้อมไกด์ภาษาอังกฤษสำหรับคนอยากเข้าใจเรื่องราวประวัติศาสตร์แบบจัดเต็ม
ทริปนาราหน้าร้อน เหมาะกับใคร และควรเตรียมตัวอย่างไร
ต้องบอกก่อนว่า นาราหน้าร้อนร้อนมากกกก แอบรู้สึกว่าร้อนกว่าบางวันในเมืองไทยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นอย่าลืม
พกร่มหรือหมวก
ทาครีมกันแดดจัดเต็ม
ดื่มน้ำเยอะๆ
แต่ถ้าใครไม่ชอบอากาศร้อนมาก แนะนำให้มาช่วง ใบไม้เปลี่ยนสี อากาศเย็นกำลังดีและวิวสวยสุดๆ
สำหรับระยะเวลาเที่ยว 2 วัน 1 คืนถือว่ากำลังดี เพราะนาราเป็นเมืองไม่ใหญ่ ที่เที่ยวหลักๆ กระจุกตัวกัน ไม่ต้องเร่งมากก็เก็บไฮไลท์ได้ครบ ถ้าอยู่นานไปอาจจะเริ่มหมดที่ให้เดินเล่น
ไม่ว่าคุณจะเป็นสายงบเยอะหรือสายประหยัด ถ้าวางแผนดีๆ ก็เที่ยวสนุกได้เหมือนกัน ที่สำคัญคือ เที่ยวให้สนุกในสไตล์ของตัวเอง แล้วนาราจะกลายเป็นอีกหนึ่งเมืองในญี่ปุ่นที่คุณอยากกลับมาเยือนอีกครั้งแน่นอน

