ดูซีรีส์จีนยังไงให้ได้มากกว่าความฟิน
ในยุคที่ทุกคนพูดถึง Life Long Learning – เรียนรู้ตลอดชีวิต แนวคิดนี้ไปตรงกับสุภาษิตจีนอย่าง “活到老, 学到老” หรือที่เข้าใจง่าย ๆ คือ ไม่มีใครแก่เกินเรียน.
โลกกำลังเปลี่ยนเร็ว ทั้งเศรษฐกิจและสังคม ทำให้คนหันมาพัฒนาตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะการเรียนภาษา และหนึ่งในภาษาที่มาแรงสุด ๆ ก็คือ ภาษาจีน.
หลายคนที่เรียนจีนมักแซวตัวเองว่า “ภาษาจีนง่ายนิดเดียว ที่เหลือยาก” เพราะทั้งตัวอักษรและการออกเสียงต่างจากภาษาไทยมาก ทำให้แต่ละคนต้องหาเทคนิคการเรียนแบบที่เหมาะกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น
คัดอักษรจีนซ้ำ ๆ
ท่องจำคำศัพท์
ฝึกพูดหน้ากระจกคนเดียว
แต่ตอนนี้มีอีกวิธีที่ทั้งสนุกและได้ความรู้ไปพร้อมกัน นั่นคือ ดูซีรีส์จีน ปีน “กำแพงเมืองจีน” ผ่านหน้าจอ แล้วท่องยุทธภพในโลกซีรีส์!
เราจะได้ทั้งความบันเทิงและเก็บความรู้แบบแนบเนียน ทั้งจากการฟัง การอ่านซับ รวมไปถึงเรื่อง ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมเนียม ปรัชญา ความเชื่อ และวิถีชีวิตของผู้คน ทั้งยุคเก่าและยุคปัจจุบัน.
รู้จัก《藏海传》ตำนานจั้งไห่: ซีรีส์เดียว ได้ทั้งศัพท์ ได้ทั้งสำนวน
《藏海传》หรือตำนานจั้งไห่ เป็นซีรีส์จีนย้อนยุคที่ไม่ได้มีดีแค่พล็อต แต่ยังแน่นไปด้วยเกร็ดความรู้ ทั้งเรื่อง
สถาปัตยกรรมโบราณ
สิ่งประดิษฐ์ในสมัยก่อน
ดาราศาสตร์และการพยากรณ์
แนวคิดเกี่ยวกับกษัตริย์และการเมือง
ขนบธรรมเนียมของคนในอดีต
และที่น่าสนใจมากคือ ซีรีส์เรื่องนี้สะท้อน “ความงดงามของการใช้ภาษา” ผ่าน สำนวนสุภาษิตจีน ที่เอาไปใช้ในชีวิตจริงได้เลย.
ด้านล่างนี้คือสำนวนเด่น ๆ ที่โผล่ในเรื่อง และคุณสามารถเอาไปฝึกใช้ต่อได้ทันที.
สำนวน 1: 胸有成竹 – เตรียมตัวดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
胸有成竹 xiōng yǒu chéng zhú
แปลตรง ๆ คือ “ในอกมีต้นไผ่สำเร็จอยู่แล้ว” ความหมายคือ เตรียมตัวมาดี มีแผนในใจ พร้อมลุยแบบมั่นใจ.
ใช้ได้เวลาอยากบอกว่าใครสักคนเตรียมตัวมาแน่น ไม่มีอะไรให้หวั่นใจแล้ว.
ตัวอย่างประโยค
老师问他问题,他胸有成竹地回答了。
ครูถามคำถาม เขาตอบได้อย่างมั่นใจ เพราะเตรียมตัวมาเต็มที่她做报告前准备得很充分,所以胸有成竹。
ก่อนจะพรีเซนต์งาน เธอเตรียมตัวมาดีมาก เลยรู้สึกมั่นใจสุด ๆ
โทนความรู้สึก: ถ้าอยากชมเพื่อนว่าเตรียมพร้อมสุด ๆ ใช้สำนวนนี้ได้เลย.
สำนวน 2: 不见棺材不落泪 – ไม่เจ็บ ไม่จำ ไม่เห็นโลงไม่หลั่งน้ำตา
不见棺材不落泪 bú jiàn guān cái bú luòlèi
แปลตรงตัวว่า “ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา” ความหมายคือ ไม่ยอมเชื่อ ไม่ยอมรับความจริง จนกว่าจะเจอกับตัวเอง.
เหมาะกับสถานการณ์ที่เตือนแล้วเตือนอีก แต่เขาก็ไม่ฟัง จนต้องเจ็บจริงถึงจะเข้าใจ.
ตัวอย่างประโยค
他一直不听劝,真是不见棺材不落泪。
เตือนเท่าไหร่เขาก็ไม่ฟัง ต้องเจอเองถึงจะสำนึก她被骗了才后悔,真是不见棺材不落泪。
โดนหลอกแล้วค่อยมาเสียใจ ก็สมกับที่ไม่ฟังคำเตือน
โทนความรู้สึก: ออกแนวตำหนิแบบแรงนิด ๆ แต่ใช้บ่อยในภาษาพูด.
สำนวน 3: 针锋相对 – ปะทะเดือด ไม่มีใครยอมใคร
针锋相对 zhēn fēng xiāng duì
สำนวนนี้หมายถึง การเผชิญหน้ากันอย่างดุเดือด โต้วาที หรือปะทะคารมแบบไม่มีใครยอมใคร.
มักใช้เวลาเล่าเหตุการณ์ที่สองฝ่ายชนกันตรง ๆ ไม่ถอย.
ตัวอย่างประโยค
在会议上,他们针锋相对,谁也不让谁。
ในที่ประชุม ทั้งสองฝ่ายดีเบตกันอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมใครเลย两个选手在比赛中针锋相对,十分精彩。
ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองปะทะกันอย่างสูสี ดูแล้วลุ้นสุด ๆ
โทนความรู้สึก: ให้ภาพแบบฉากดีเบต หรือฉากประลองในซีรีส์ที่ “ไฟแลบ” ชัดเจน.
สำนวน 4: 井底之蛙 – กบในบ่อ โลกแคบ มองไม่ไกล
井底之蛙 jǐng dǐ zhī wā
แปลว่า “กบก้นบ่อ” ใช้เปรียบเปรยคนที่ มองโลกแคบ มีประสบการณ์จำกัด ไม่รู้จักโลกกว้าง.
ส่วนใหญ่ใช้เตือนตัวเองหรือคนอื่นว่า อย่าคิดแคบเกินไป.
ตัวอย่างประโยค
他从来没出过国,思想像井底之蛙。
เขาไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศเลย ความคิดเลยแคบเหมือนกบในบ่อ多读书可以让我们不做井底之蛙。
การอ่านหนังสือเยอะ ๆ ทำให้เราไม่เป็นคนโลกแคบ
โทนความรู้สึก: เป็นทั้งคำเตือนและแรงกระตุ้นให้เราเปิดโลกตัวเอง.
สำนวน 5: 两全其美 – วิน-วิน ได้ประโยชน์ทั้งสองทาง
两全其美 liǎng quán qí měi
สำนวนนี้หมายถึง หาทางออกที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายพอใจ หรือได้ประโยชน์ทั้งสองด้าน โดยไม่ต้องเสียอย่างใดอย่างหนึ่ง.
เอาไว้ใช้พูดเวลาเจอทางเลือกที่ “ได้หมด ไม่เสียอะไร” แบบวิน-วิน.
ตัวอย่างประโยค
他想出一个两全其美的办法,大家都满意。
เขาคิดวิธีแก้ปัญหาที่ทำให้ทุกคนพอใจได้ทั้งสองฝ่าย如果能在家工作又赚钱,那就两全其美了。
ถ้าได้ทำงานที่บ้าน แล้วยังได้เงินด้วย แบบนี้คือวิน-วินสุด ๆ
โทนความรู้สึก: สำนวนนี้ฟังดูบวก ใช้ได้ทั้งในงานและในชีวิตประจำวัน.
สำนวน 6: 浑水摸鱼 – ฉวยโอกาสในน้ำขุ่น ๆ
浑水摸鱼 hún shuǐ mō yú
หมายถึง จับปลาในน้ำขุ่น ฉวยโอกาสจากสถานการณ์วุ่นวายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์.
เอาไว้ใช้เวลามีคนได้ประโยชน์จากความโกลาหลหรือระบบที่ปั่นป่วนอยู่.
ตัวอย่างประโยค
趁公司混乱,他浑水摸鱼升了职。
ช่วงที่บริษัทวุ่นวาย เขาใช้จังหวะนี้จนได้เลื่อนตำแหน่ง有些人总喜欢浑水摸鱼,趁乱得利。
บางคนชอบฉวยโอกาสจากความวุ่นวายเพื่อให้ตัวเองได้ผลประโยชน์
โทนความรู้สึก: ออกแนวติพฤติกรรมที่ไม่แฟร์ หรือไม่ค่อยโปร่งใส.
จากจอซีรีส์สู่ชีวิตจริง: ทำไม “เรียนผ่านความบันเทิง” ถึงเวิร์ก
สำนวนทั้งหมดที่เล่ามา ยังใช้จริงอยู่ในปัจจุบัน ทั้งในภาษาพูด ภาษาเขียน และบนโซเชียลมีเดีย เพียงแต่รูปแบบการใช้อาจถูกปรับให้ทันสมัยขึ้นตามยุค.
การเรียนรู้ผ่านซีรีส์หรือสื่อบันเทิงจึงเป็นวิธีที่น่าสนใจมาก เพราะช่วยให้เรา
ฝึก ฟัง จากบทสนทนาธรรมชาติ
ฝึก อ่าน จากคำบรรยายและซับไตเติล
เข้าใจ วัฒนธรรมและวิถีชีวิต ของเจ้าของภาษา
เก็บ สำนวน คำพูด และทัศนคติ ที่ใช้จริงในสังคม
นอกจากนี้ ซีรีส์ดี ๆ ยังให้ทั้ง ข้อคิดในการใช้ชีวิต แรงบันดาลใจ และเปิดทางให้เราเจอความสนใจใหม่ ๆ ของตัวเองแบบที่ไม่รู้ตัว.
ดูวันนี้ เก่งขึ้นวันละนิด: แค่ไม่ยอมแพ้ก็ชนะไปครึ่ง
เมื่อเราเลือกใช้ซีรีส์เป็น “ห้องเรียนภาษาจีน” สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ดูให้จบเรื่อง แต่คือ ดูอย่างมีสติและตั้งใจเก็บรายละเอียด.
อาจเริ่มจาก
จดสำนวนที่ได้ยินบ่อย ๆ
ลองพูดตามตัวละคร
หยุดซีนที่ชอบ แล้วเขียนประโยคที่ตัวเองอยากพูดเลียนแบบ
และถ้าวันไหนรู้สึกท้อ หรืองงกับตัวอักษรจีนจนอยากถอดใจ ลองนึกถึงประโยคนี้ไว้เสมอ:
“世上无难事,只怕有心人”
ไม่มีอะไรยากเกินไป ถ้าเราตั้งใจจริง.
ดูซีรีส์ให้สนุก แล้วใช้ทุกตอนเป็นบันไดอีกขั้นของการเก่งภาษาจีน คุณจะค้นพบว่าการเรียนรู้ตลอดชีวิต จริง ๆ แล้วก็เพลินกว่าที่คิดเยอะเลย!

